ประวัติศาสตร์






ประวัติศาสตร์



  ประวัติศาสตร์  รวมเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบเดิมกับหน้าประวัติศาสตร์ไทย

ในหน้านี้จะรวมประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั่วโลกเพื่อนบ้านเราด้วยเรื่องราวที่

ผ่านมา ที่เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อเอาไว้เป็นความรู้รอบตัว ให้ท่านผู้อ่านได้นำไป

ใช้เป็นประโยชน์หาความรู้ใส่ตัวกันครับ สำหรับหน้า ประวัติศาสตร์ นี้ก็จะอัพเดท

เรื่อยๆ ตามโอกาศและวาระ (ถ้าผู้เขียนว่างด้วยเช่นกัน ^_^ )

















20.  

>>> หน้าถัดไป 

ประวัติศาสตร์ ถ้าหน้านึงมีเกิน 20 บทความผมจะคัดไปไว้อีกหน้านึงนะครับ

เพื่อความเป็นนนระเบียบและไม่ยาวจนเกินไปสำหรับในหน้าประวัติศาสตร์








ประวัติศาสตร์ไทย






ประวัติศาสตร์ไทย



    ประวัติศาสตร์ไทย  ในหน้านี้จะอยู่ในหมวด " คลังความรู้ " นะครับ จะว่าด้วย

เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ และจะเอา

เรื่องที่เกี่ยบกับ พระมหากษัตริย์ไทยมาไว้ในหมวด ประวัติศาสตร์ไทย นี้ด้วย

เช่นกับครับเพราะค่อนข้างจะสัมพันธ์ในเรื่องประวัติศาสตร์ของไทยเช่นกันจะได้

ให้ผู้อ่านได้รับ สาระ ความรู้รอบตัว ในเรื่องประวัติศาสตร์ไทย กันแบบครอบคลุม

และทางบล็อกมีเวลาก็จะเขียนบทความมาลงไว้อย่างสม่ำเสมอเช่นกันครับ


1. พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์

2. พระมหากษัตริย์อยุธยาที่ครองราชย์นานที่สุด

3. กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ 

4. โอกุสต์ ปาวี ผู้พรากดินแดนไทย

5. สนธิสัญญาเบาว์ริง (สาระสำคัญ)

6. เจ้าอนุวงศ์ วีรบุรุษ หรือ กบฏ

7. เงินถุงแดง คืออะไร

8. วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112

9. อานามสยามยุทธ

10. การปราบฮ่อ

11. ไทยเสียดินแดน

12. ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม

13. บรมราชาภิเษก

14. กษัตริย์พม่าที่รบกับไทย

15. ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง

16. Timeline การเสียกรุงครั้งที่ 2 : พระเจ้ามังระตีกรุง

17. สาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

18. การเลิกทาสไพร่ในรัชกาลที่ 5 ดียังไง

19. เพราะเหตุใดจีนจึงช่วยไทยตอนเวียดนามบุก

20. 8 มหาราชกษัตริย์ไทย

21. การเลิกทาสไพร่ในรัชกาลที่ 5 ดียังไง

22. เพราะเหตุใดจีนจึงช่วยไทยตอนเวียดนามบุก (สงครามสั่งสอน)

23. สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง

>>> หน้าถัดไป

ถ้ามากเกินกว่า 23 บทความเราจะต่อไปที่หน้า 2 แทนนะครับเพื่อไม่ให้มันยาวจน

เกินไปและได้ดูเป็นระเบียบ มากยิ่งขึ่น (แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง 20 บทความที ฮ่าๆๆ)







ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง : 2






ไทยเสียดินแดน




  ไทยเสียดินแดนให้ชาติประเทศใดบ้าง หลังจากหน้าแรกเรื่องการเสียดินแดน 

คือ " ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง : 1 "  หน้านี้เป้นหน้าที่ 2 ต่อจากการเสีย

ดินแดน ให้อังกฤษและพม่า มาหน้านี้จะพูดถึงการเสียดินแดนให้ ฝรั่งเศส และ

ญวน (เวียดนาม) เอาไว้เป็นความรู้รอบตัว ครับ


3. ฝรั่งเศส 

- เขมรส่วนนอกและเกาะ 6 เกาะ : เขมรได้แอบส่งสารลับไปยังฝรั่งเศส โดยขอให้

ฝรั่งเศสนั้นช่วยกู้ดินแดนที่เสียไปให้ญวณ ให้กลับมาอยู่กับฝรั่งเศสจึงได้ส่งกองเรือ

เข้ามาประชิดเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อข่มขุ่ทางฝ่ายสยามหลายครั้งทางไทย

เห็นว่าไม่มีทางจะต่อสู้กับฝรั่งเศสได้ จึงต้องยอมไปเขมรอีกครั้งและมาช่วย

คุ้มครองเขมรให้พ้นจากทั้งอำนาจของสยาม

- สิบสองจุไท (หัวพันห้าทั้งหก) : ฝรั่งเศสอ้างว่ามาช่วยปราบฮ่อและเข้ายึดเมือง

คุมกำลังไว้หน้าตาเฉย จนต้องเจรจาและยอมให้ฝรั่งเศสไปเพื่อหลีกเลี่ยงการ

ปะทะ

- เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (อาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาว) : 

ฝรั่งเศสอ้างสิทธิว่าลาวเคยเป็นของญวณมาก่อน

(ซึ่งตอนนั้นญวณตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสไปแล้ว) ไทยกับฝรั่งเศสจึงสู้รบกัน

จนเกิดเป็น วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ทำให้ไทยต้องยอมเมื่อฝรั่งเศสปเอาเรือรบมา

ปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยาเอาไว้พร้อมยิงเข้ามาในพระนครสยามจำต้องยอมยก

ดินแดนลาวฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และต้องจ่ายเงินค่าเสียหาย

ให้แก่ฝรั่งเศส

-  เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง : หลังจากวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ไทยต้องยอม

ฝรั่งเศสและฝรั่งเศสได้ทำการยึดเอาเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน ซึ่งเป็นแผ่นดิน

หลักสำคัญทางการทหารชายฝั่งตะวันออกอีกด้วยในจันทบุรีคนส่วนใหญ่เป็นไทย

ซึ่งสำคัญต่อประเทศมากกว่าเลยต้องยอมเสียเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงเพื่อ

แลกกับจันทบุรี

- มลฑลบูรพา (พระตะบอง,เสียมราฐ,ศรีโสภณ) : ฝรั่งเศสก็ถอนตัวออกจาก

จันทบุรีแต่ได้เข้าไปทำการยึดเมืองตราด และเกาะต่างๆ รวมถึงเกาะกง (เมือง

ประจันตคีรีเขตต์) เกาะกูดแทนโดยอ้างว่าเพื่อเป็นหลักประกันว่าสยามจะปฏิบัติ

ตามอนุสัญญาใหม่โดยเคร่งครัดตราดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางทะเลไม่ต่าง

จากจันทบุรีเลยโดยต้องยอมเสียดินแดน มณฑลบูรพาไปแลกกับตราดและ

เกาะแก่งต่างๆที่โดนยึดไปคืนและเจรจาให้ศาลไทยมีอำนาจชำระคดีความคน

ในบังคับฝรั่งเศสได้ ฝรั่งเศสยอมตามที่ขอแต่ก็ไม่ยอม คืนเกาะกงให้แก่ไทย

จนในที่สุดเกาะกงก็ต้องตกเป็นอยู่กับกัมพูชาในปัจจุบัน


4. เวียดนาม หรือ ญวณ 

- บันทายมาศ หรือพุทไธมาศ : หลังจากที่รัชกาลที่ 1 สวรรคตเนื่องจากทางสยาม

นั้นกำลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ทางญวณเลยไม่มีความเกรงใจเหมือรัชกาลก่อน

สยามก็ยังทำสงครามกับพม่าแถวภาคใต้ จึงเป็นเหตุให้ญวณเข้ายึดครอง

บันทายมาศ ตอนนั้นทางสยามยังไม่มีกำลังพอจะไปเอาคืนเพราะติดศึก

อยู่จึงปล่อยไปก่อนต่อมาญวนเข้าตีเขมรซึ่งเป็นประเทศราชของสยามทำให้

ต้องรบกันอยู่นับ 10 ปี จนต่างฝ่ายต่างอ่อนกำลังลง จนต้องทำสัญญาสงบศึกกัน

ทางสยามยังมีสิทธิบนดินแดนเขมรอยู่แต่ก็ไม่สามารถเอาบันทายมาศคืนมาได้

ปัจจุบัน บันทายมาศ เป็นส่วนนึงของจังหวัด กัมปอต ของกัมพูชา







ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง : 1






ไทยเสียดินแดน



เป็นที่ทราบกันดีว่า อาณาจักรสยามในอดีตหรือประเทศไทยในปัจจุบันเคยมีพื้นที่ๆ

อยู่ใต้อำนาจของตนกว่า 1 ล้านตารางกิดลเมตร เป็นชาติที่ไม่เคยเป็นเมืองชาติ

ตะวันตกในยุคที่มีการล่าอาณานิคมกันกว้างขวางไปทั่วโลกแต่ไทยเราเองนั้นก็ได้

รับผลกระทบไปไม่น้อยจากการที่ต้องเสียดินแดน นครรัฐต่างๆไปเผื่อแลกกับ

อิสระภาพในแผ่นดินหลักเอาไว้ บทความนี้จะมารวมการเสียดินแดนของไทย

ว่าไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง เสียไปอย่างไร (แบบคร่าวๆสั้นๆพอเข้าใจ) 

บางดินแดนที่เสียไปนั้นเป็นการเสียไปในหลายช่วงหลายยุคหลายตอน แต่เกิดขึ้น

ในสมัยรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น


ไทยเสียดินแดนเหล่านั้นไปมากกว่า ดินแดนที่มีอยู่ในขณะนี้เสียด้วยซ้ำ

(ปัจจุบันไทยมีเนื้อที่ราวๆ 513,120 ตร.กม.) แต่พื้นที่ที่เสียไปนั้นมากกว่า

600,000 ตร.กม.


มาดูกันครับว่าไทยเราหรือสยามในอดีตเสียพื้นที่ให้ชาติใดอย่างไรกันบ้าง


1. อังกฤษ :

- เกาะหมาก (รัฐปีนัง) : อังกฤษต้องการเพื่อเป็นอำนาจทางการค้า + เจ้าเมือง

ไทรบุรีพระยาไทรบุรีผู้ปกครองเกาะจึงดึงอังกฤษเข้ามาเป็นผู้เช่าเกาะเพื่อบีบไทย

ทำให้ไทยต้องยอมถอยออกมา

-  รัฐเปรัค :  อังกฤษกำลังสร้างอำนาจทางแหลมมลายู อังกฤษใช้ข้ออ้างในการ

ทำการค้ากับเปรัคเข้ามาปกครองเสียเอง

- ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน (5 เมืองเงี้ยว และ13 เมืองกะเหรี่ยง)  : มีทรัพยากร

ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และทางล้านนาเข้าไปมีอิทธิพลไม่ถึงอังกฤษจึงอ้างสิทธิเหนือ

ดินแดนเหล่านี้ว่าเป็นของพม่าที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษแล้วยึดเอาไป

- หัวเมืองมลายู (รัฐกลันตัน ตรังกานู ปะลิส และไทรบุรี) :  เป็นการแลกเปลี่ยนกัน

ระหว่างสยามกับอังกฤษ แลกกับอำนาจศาลไทยที่จะบังคับคดีความผิดของคน

อังกฤษในดินแดนไทยซึ่งแต่ก่อนไม่สามารถทำได้ เพื่อขอกู้เงิน มาสร้างทางรถไฟ

สายใต้จากเพชรบุรีลงไปจนถึงชายแดนมลายู ปลดหนี้สินที่ทางสยามมีอยู่กับ

จักรวรรดิอังกฤษเพราะทางหัวเมืองมลายูจะเป็นคนชดใช้แทนและดินแดนเหล่านั้น

ปกครองยาก จะเสียไปในไม่ช้าสู่ยกให้อังกฤษเพื่อเอามาแลกผลประโยชน์และ

สิทธิในศาลจะดีกว่า

คุ้มหลวงเชียงตุง ของเจ้าก้อนแก้วอินแถลง

2. พม่า :

- สิบสองปันนา  : เกิดการก่อกบฎแย่งราชสมบัติกันในเมืองเชียงรุ้ง 2 ฝั่งจึงเข้าไป

พึ่งจีนและพม่ามาถ่วงกันจนในที่สุดพม่าสามารถครองไปได้ไทยพยายามตีคืน

แต่ไม่สำเร็จต่อมาภายหลังจึงได้ตกเป็นของจีนจนถึงปัจจุบัน (แต่ไทยเสียให้

พม่าไปก่อนแล้ว)

- แสนหวี เมืองพง เชียงตุง : เป็นพื้นที่รับผิดชอบของล้านนาแต่สยามเองติดศึก

หลายด้านที่ต้องเฝ้าระวังและ เชียงตุงก็อยู่ห่างไกลพม่าได้โอกาศเหมาะเข้ารวม

เอาไว้ จึงเสียแก่พม่าไปและตกเป็นของอังกฤษเมื่อพม่าแพ้สงครามกับจักรวรรดิ

อังกฤษ

- มะริด ทวาย ตะนาวศรี  : ได้แผ่นดินไม่ได้ใจคนเพราะผู้คนรวมถึงกรมการเมือง

ต่างๆยังฝักใฝ่กับพม่าพม่าบุกโจมตีทวายโดยมีไส้ศึกภายในทำให้สยามพ่ายแพ้

ไปและต่อมาก็ไม่มีกำลังจะเอาคืนกลับมาได้อีก (ดินแดนนี้น่าเสียดายมากเพราะ

เป็นเมืองท่าที่สำคัญในปัจจุบัน)

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง

 >>> ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง : 2

อ่านต่อหน้า 2ได้เลยครับจะเป็นเกี่ยวกับฝรั่งเศสและ ญวน (เวียดนาม) 







ประเทศที่แยกตัวจากโซเวียต กลุ่มประเทศ CIS คือ





กลุ่มประเทศ CIS คือ



  CIS  หลายๆคนคงจะสงสัยใช่มั้ยครับว่ากลุ่มประเทศ CIS คืออะไร  ย่อมาจาก

อะไร หมายถึงอะไร งั้นมากันทีละคำถามเอาไว้เป็นความรู้รอบตัว ประดับสมองกัน

ประเทศ CIS ย่อมาจากอะไร = ย่อมาจาก The Commonwealth of Independent States

ประเทศ CIS เป็นมาอย่างไร = เกิดจากการที่สหภาพโซเวียตได้ล่มสลาย กลุ่ม CIS 

จึงเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นก่อตั้งเมื่อ เมื่อไหร่ 21 ธันวาคม, พ.ศ. 2534

กลุ่มประเทศ CIS คือ
รูปนี้บล็อคเราทำมาเองไม่ใช่ธงกลุ่มแต่อย่างใด


โดยมีอดีตประที่แยกตัวจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต 12 ประเทศ จาก 15

ตั้งเป็นกลุ่ม CIS ขึ้นมา  คือ

1.ประเทศเบลารุส

2.ประเทศยูเครน

3.ประเทศรัสเซีย

4.ประเทศอาร์เมเนีย

5.ประเทศอาเซอร์ไบจาน

6.ประเทศคาซัคสถาน

7.ประเทศคีร์กีซสถาน

8.ประเทศมอลโดวา

9.ประเทศทาจิกิสถาน

10.ประเทศเติร์กเมนิสถาน

11.ประเทศอุซเบกิสถาน

12.ประเทศจอร์เจีย

ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่ม CIS คือ ประเทศแถบบอลติก ได้แก่ เอสโตเนีย

ลัตเวีย และลิทัวเนีย  สรุปรวมประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต

ทั้งหมด 15 ประเทศ โดยจอร์เจีย ได้ลาออกออกจากสมาชิก ในปี 2551 ในช่วง

สงคราม 5 วัน รัสเซีย - จอร์เจีย ที่จอร์เจียต้องเสียอำนาจการปกครองเหนือ

อับฮาเซียและเซาท์ออสเซเทียไปเป็นรัฐอิสระ(หรือผนวกเข้ากับรัสเซีย) ทำให้

เหลือสมาชิกเพียงแค่ 11 ประเทศ ปัจจุบันมีเรื่องราวเกี่ยวกับแคว้นไครเมีย ของ

ยูเครนกับ ยูเครนตะวันออกและตะวันตกที่เกิดปัญหามาดูกันว่า ยูเครนจะออก

จากกลุ่ม CIS เพื่อไปอยู่กับ EU หรือไม่ เว็บไซค์อย่างเป็นทางการของ

CIS ---  คลิ๊ก

แปลเป็นภาษาอังกฤษหน่อยก็ดีครับเพื่อจะได้อ่านออก....................





การล่มสลายของสหภาพโซเวียต






การล่มสลายของสหภาพโซเวียต 



  การล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั้น เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1985 ถึง ค.ศ. 1991

ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีกลุ่มประเทศ CIS เล็กน้อยรัฐย่อยต่างๆจึงได้แยกตัวจาก

สหภาพโซเวียตอย่างสมบูรณ์ ท้ายสุดในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1991 และได้มี

การมอบอำนาจการบริหารทั้งหมดจากประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียตให้กับ

ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และในคืนวันนั้นธงชาติสหภาพโซเวียต

ได้ถูกเชิญลงจากยอดเสาที่เครมลิน อันเป็นการสิ้นสุดสหภาพโซเวียตอย่าง

สมบูรณ์ .. เราจะมาลองไล่เรียงรายละเอียดเป็นข้อๆกันดูครับว่า

การล่มสลายของโซเวียตนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต


สาเหตุการล่มสลายของโซเวียต


1.การดำเนินนโยบายปฏิรูป : เมื่อ มิคาอิล กอร์บาชอฟได้ขึ้นครองอำนาจเขาได้

ดำเนินนโยบายปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจในสหภาพโซเวียตที่เรียกว่าแผน

"เปเรสตรอยกา" ที่ให้อิสระเสรีแก่ประชาชน ในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ให้อิสระ

แก่สื่อ ซึ่งเป้นครั้งแรกที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีผู้นำคนใดเคยกระทำการแบบนี้มาก่อน


2.เกิดกฎหมาย Law on Cooperatives Law on Cooperatives : ซึ่งพลิกโฉม

เศรษฐกิจไปอีกแบบซึ่งเป็นการขัดกับ ลัทธิมาร์ก ( มาร์กซิสต์) คือกฎหมายนี้ได้

อนุญาตให้ประชาชนมีทรัพย์สินส่วนบุคคล และดำเนินกิจการเอกชนได้อย่าง

อิสระ


3.การลดอำนาจหน่วยเคจีบี : ซึ่งเป็นหน่อยสืบราชการลับที่มีความสำคัญมาก

ต่อความมั่นคงของโซเวียตรวมถึงตัวผู้นำเอง เป็นหน่อยงานทางการเมืองที่

สำคัญอีกหน่อยนึงในสมัยโซเวียต


4.มติที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ : ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 ที่ประชุม

พรรคคอมมิวนิสต์ได้มีมติเห็นชอบยกเลิกการรวมอำนาจไว้ที่พรรคคอมมิวนิสต์

นั่นหมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์ได้กระจายอำนาจสู่ประชาชนและทำให้เกิดการ

เลือกตั้ง


5.ความพยายามที่จะลดความเป็นศูนย์กลางอำนาจของสหภาพ : 

โดยมีเนื้อหาแปลงสหภาพโซเวียตให้เป็นสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นผู้นำของ

รัฐนั้น ๆ


6.รัฐต่างๆพยายามแยกตัว : รัฐที่พยายามแยกตัวก่อนหน้านโยบายปฏิรูปอย่าง

ชัดเจนคือ สาธารณรัฐแถบทะเลบอลติก คือ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย 

ที่มีความเป็นชาตินิยมและถือว่าไม่ได้เข้าพวกกับรัฐเซียมาแต่เก่าก่อน มีความ

แตกต่างกันทาง ประวัติศาสตร์  เชื้อชาติ  สังคม  วัฒนธรรมหลังจากนั้นชาตินิยม

ต่างๆก็ถูกปลุกขึ้นในดินแดนอย่าง ยูเครน จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน


7.ปัญหาเศรษฐกิจ : เศรษฐกิจที่ย่ำแย่มานานของโซเวียตนั้น ทำให้เรื่องนี้ยิ่ง

ทวีความเป็นไปได้มากสุดเพราะรัฐต่างๆ ก็สามารถใช้ข้ออ้างนี้ในการขอแยกตัว

เองออกมาจากโซเวียต เศรษฐกิจของสหภาพโซเวียตก่อนหน้านั้นได้รับผลเสีย

จากอัตราเงินเฟ้อแฝงและการขาดแคลนวัตถุดิบอันเนื่องมาจากการบริหารที่ไม่มี

ประสิทธิภาพรวมถึงการทำสงครามเย็นซึ่งไม่ได้เปิดหน้ารบขนาดใหญ่แต่ก็ต้อง

ใช้ทรัพยากรของประเทศจำนวนมากซึ่งเป็นเรื่องที่สูญกำลังเป็นอย่างยิ่ง


8.การแก้ปัญหาสะสม : เป็นการหาทางลงในปัญหาต่างๆที่กัดกินสหภาพโซเวียต

มาเนิ่นาน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การบริหาร ทุจริต สงครามเย็น ฯลฯ


  ในที่สุด บทสรุปสุดท้ายคือรัฐต่างๆก็ได้แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตอย่าง

สมบูรณ์ 15 รัฐ และ 12 รัฐได้รวมตัวกันตั้งเป็นองกรณ์ระหว่างประเทศเป็นกลุ่ม

ประเทศ CIS ยกเว้น เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ที่ไม่ร่วมและภายหลัง

จอร์เจียก็ออกมาจากกลุ่ม CIS


ผลของการล่มสลายของสหภาพโซเวียต


1. สงครามเย็นสิ้นสุดลง

2. สหรัฐกลายเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

3. รัฐต่างๆในโซเวียตเดิมต้องเริ่มต้นสร้างเศณษฐกิจขั้นพื้นฐานกันใหม่

4. กลุ่มอำนาจโลกขยับตัวมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะจีนที่เห็น คอมมิวนิสต์

 สุดโต่งอย่างรัสเซียเจอปัญหา จึงขยับปรับเปลี่ยนสภาพให้ดีขึ้นผ่อนคลาย

นโยบายภายใน พัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมไปถึง ด้านการต่างประเทศ

5. เกิดกลุ่ม CIS เครือรัฐเอกราช (Commonwealth  of  Independent  States-CIS)

ที่หลุดมาจากสหภาพโซเวียต





3 กษัตริย์พม่าผู้ยิ่งใหญ่





3 กษัตริย์พม่า



    กษัตริย์พม่า ถ้าจะพูดถึงบรรดาพระมหากษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้าน

หลายๆพระองค์ที่เป็นของประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างพม่าที่เคยเกรียงไกรยิ่ง

ใหญ่ในอดีต  คงต้องพูดถึง กษัตริย์ 3 พระองค์ หรือจะเรียกว่า 3 กษัตริย์ของพม่า 

ที่ทางพม่าถือว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ได้รับการยกยย่องจากชนรุ่นหลังว่าเป็นยอดกษัตริย์ของพม่า 3 กษัตริย์ของพม่า

นั้นมหาราชกษัตริย์พม่าถึงขนาดมี อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์พระบรมราชานุสาวรีรย์

มหาราชทั้ง 3พระองค์ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเนย์ปีดอ

แลดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม

บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของพม่าในอดีตเป็นอย่างดี (ดูจากรูปใหญ่มาก อลังมาก

จริงๆขอบอก) ทั้งสามพระองค์ถือเป็นผู้ที่รวมพม่าให้เป็นปึกแผ่น ทั้ง 3 ท่าน

มีพระนาม(ชื่อ) ว่าอย่างไร ทรงมีอะไรที่ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป้นมหาราชบ้าง

มีคำอธิบายเล็กน้อยมาบอกเล่าครับเอาไว้เป็นความรู้รอบตัว



รูปสมเด็จพระนเรศวรในตอนที่บุกเข้าหงสา ซึ่งพระองค์เคยถูก

พระเจ้าบุเรงนอง นำไปอยู่ที่หงสาสมัยเป็นองค์ประกันซึ่งพระเจ้าบุเรงนอง

เองนั้นก็เป็น 1 ใน 3 มหาราชของพม่าด้วยเช่นกัน (ดูรูป กษัตริย์ทั้ง 3 

ของพม่าให้คลิ๊กที่รูปพระนเรศวรด้านบนไปดูได้เลยครับอยู่อีกหน้านึง 

1. พระเจ้าอโนรธามังช่อ  หรือ พระเจ้าอโนรธา 

ปฐมกษัตริย์พม่าแห่งราชวงศ์พุกามผู้ก่อตั้งอาณาจักรพุกาม เรื่องราวของพระเจ้า

อโนรธานั้นมีกล่าวอยู่มากมายในประวัติศาสตร์พม่า ทั้งตำนานพื้นบ้าน ศิลาจารึก

และปรัมปราต่าง ๆ จนดูคล้ายเป็นกษัตริย์ในตำนานมากกว่าจะมีพระองค์จริง

พระองค์ได้สถาปนาราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งมั่นคงโดยรวมเอาเมืองประเทศราช

เล็ก ๆ ที่แยกกันเป็นส่วน ๆ มารวบรวมเข้ากับตอนกลางของพม่าหรือพุกามในอดีต

จนกลายเป็นปึกแผ่นเมืองต่างๆอย่างสะเทิมและยะไข่เข้ามาแล้วพร้อมด้วยการ

บริหารจัดการอย่างมีระบบทั้งเรื่องน้ำ มีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง มีการกั้นเหมือง

ฝายตามคู สามารถดำเนินการปกครองอย่างเป็นระบบ และสร้างเอกภาพโดยรวม

ให้กับพม่าและยังเป็นกษัตริย์ที่ทรงนำพระพุทธศาสนาเข้ามาในพม่าเป็น

พระองค์แรก


2. พระเจ้าบุเรงนองกะยอดินนรธา หรือ พระเจ้าบุเรงนอง

เป็นพระมหากษัตริย์พม่าจากราชวงศ์ตองอู เสวยราชย์ตั้งแต่ปี 2094 ถึงปี 2124 ทั้ง

เป็นพระมหากษัตริย์ไทย ล้านนา ล้านช้าง เงี้ยว และมณีปุระด้วย (รัฐมณีปุระคือ

หนึ่งในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย)พระองค์ยังทรงเป็นที่รู้จักในประเทศ

ไทยว่า "พระเจ้าชนะสิบทิศ"   ยุคสมัยของพระองค์ อาณาจักรตองอูเข้มแข็งและ

แผ่ไพศาลอย่างที่สุดในประวัติศาสตร์ กินอาณาเขตมากมายมีประเทศราชอย่าง

ได้แก่ หงสาวดี ล้านช้าง ไทยใหญ่ เขมร ญวน อยุธยา เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งถือว่า

ยิ่งใหญ่อย่างสุดีดเลยทีเดียว ง่ายๆคือมีอาณาเขตจากลุ่มน้ำอิระวดีจนถึงลุ่มแม่น้ำ

โขง ในปัจจุบันก็เป้นดินแดนในหลายประเทศของอาเซียนเลย การรบว่าเลิศงาน

ปกครองก็ไม่ยิ่งหย่อนพระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองอย่างปกติสุขไม่มีการแข็ง

เมืองของเหล่าประเทศราชนับว่าเป็นมหาราชของพม่าที่นำพาความยิ่งใหญ่และ

ความเป็นปึกแผ่นมาให้แก่อาณาจักรตองอู ได้อย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน



3. พระเจ้าอลองพญา หรือ พระเจ้าอลองพญารี 

ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบอง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า พระองค์

กำเนิดเป็นสามัญชน โดยเป็นผู้นำหมู่บ้านแถบพม่าตอนบน สามารถรวบรวม

บ้านเมืองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ จากชมกลุ่มน้อยต่างๆและอำนาจทางการเมือง

ของบรรดาเจ้าแคว้นใหญ่ๆให้เป็นปึกแผ่น ปราบปรามมณีปุระ ตีล้านนาคืน

จากอยุธยา ได้และขับชาวอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งให้การสนับสนุนราชอาณา

จักรหงสาวดีฟื้นฟูของชาวมอญ ปราบปรามมอญที่ขึ้นมามีอิทธิพลแทนที่

ชนชาวพม่า หลังการล่มสลายของราชวงศ์ตองอู จนได้รับชัยชนะเด็ดขาด

และปกครองพม่ามาอย่างผาสุข พระเจ้าอลองพญาสิ้นพระชนม์ระหว่างทาง

กลับจากการทำสงครามกับอยุธยา รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ตามพงศาวดาร

ไทยระบุว่าสิ้นพระชนม์เพราะปืนใหญ่แตกที่วัดหน้าพระเมรุ แต่ทางพงศาวดาร

พม่าระบุว่าสิ้นพระชนม์เพราะประชวร


กษัตริย์พม่าทั้ง 3 มีจุดที่เหมือนกันคือ ทรงเป็นผู้รวบรวมพม่าให้เป็นปึกแผ่นและ

บริหารปกครองบ้านเมืองเป็นอย่างดีทำให้ได้รับเป็น 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพม่า

มหาราชกษัตริย์พม่า 


* 2 ใน 3พระองค์นั้น เป็นกษัตริย์พม่าที่รบกับไทย  (อยุธยา) มีพระองค์แรกคือ

พระเจ้าอโนรธามังช่อ  ที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าทำสงครามกับไทย






สหภาพโซเวียต (Soviet Union)






สหภาพโซเวียต



สหภาพโซเวียต หรือ สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต  (Soviet Union)

หรือThe Union of Soviet Socialist Republics - USSR เคยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่

เป็นมหาอำนาจระบอบคอมมิวนิสต์ที่สำคัญเป็นขั่วอำนาจลำดับต้นๆของโลก

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยูเรเชีย (ทวีปยุโรปกับเอเชีย ในสมัยล้านปีที่แล้ว

ที่แผ่นเปลือกโลกยังอยู่ในอีกรูปนึง)



คือง่ายๆว่า สหภาพโซเวียตนั้นมีเนื้อที่อยู่ในยุโรปและเอเชีย กินอาณาเขตของ 15

ประเทศ คือ เบลารุส , ยูเครน , ประเทศรัสเซีย , ประเทศอาร์เมเนีย , ประเทศ

อาเซอร์ไบจาน , ประเทศคาซัคสถาน , คีร์กีซสถาน , มอลโดวา , ทาจิกิสถาน , 

เติร์กเมนิสถาน , อุซเบกิสถาน , จอร์เจีย , เอสโตเนีย , ลัตเวียและลิทัวเนีย

ก่อตั้งเกิดขึ้นเมื่อใด : การก่อตั้งขึ้นของสหภาพโซเวียตเกิดขึ้นหลังจากที่การปฏิวัติ

รัสเซีย ค.ศ. 1917 ถึงจุดสูงสุด สามารถโค่นล้มการปกครองของกษัตริย์ คือ

พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (พระองค์เดียวกับที่รัชกาลที่5 เสด็จไปเจริญสัมพันธไมตรี

ซึ่งมีผลให้สยามเป็นที่รู้จักมากขึ้น) แต่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 นั้นก็ไม่สามารถจัด

การบ้านเมืองของตนเองได้ไม่สามารถจัดการกับความไม่สงบภายในประเทศ

แพ้สงครามกับญี่ปุ่นการรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ไม่สามารถบัญชากองทหาร

บัญชากองทัพควบคุมกองทัพไม่ได้จึงเป็นเหตุให้ประชาชนชาวรัสเซียไม่พอใจและ

ก่อการประท้วง พระองค์ยังปล่อยให้เกิด บักบวชลัทธินอกรีตขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ

รัสปูติน จึงโดนคณะปฏิวัติบอลเชวิก บังคับให้ทรงสละราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 2460

(ค.ศ. 1917) ทรงถูกจำและถูกปลงพระชนม์อย่างทารุณพร้อมด้วยพระราชวงศ์หลาย

พระองค์ และได้เกิด


   องค์กรร์การเมืองที่ปกครองประเทศมีพรรคเดียว คือ   พรรคคอมมิวนิสต์แห่ง

สหภาพโซเวียต เป็นพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองสหภาพโซเวียตและเป็นสถาบัน

หรือองค์กรที่มีอำนาจและบทบาททั้งทางด้านนิตินัยและพฤตินัยในการกำหนด

ดำเนินนโยบายต่างประเทศ อำนาจในการบริหารและตัดสินใจมาจากกลุ่มบุคคล

ชั้นนำในคณะกรรมการการเมือง หรือ 'โปลิตบูโร' (คณะกรรมการบริหารพรรค

การเมือง มักใช้กับพรรคคอมมิวนิสต์) ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ วลาดีมีร์ เลนิน ประธานสภา

ประชาชนแห่งสหภาพโซเวียต และ ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งรัสเซีย

  สหภาพโซเวียต มีส่วนสำคัญมากในสงครามโลกครั้งที่ 2  เมื่อกองทัพ

แดงได้ทำลายกองทัพนาซีจนย่อยยับ และยึดครองกรุงเบอร์ลินได้แล้วสหภาพ

โซเวียตได้ทำการก่อตั้งรัฐสังคมนิยมในประเทศที่โซเวียตยึดครองจากฝ่ายนาซี

ในแนวรบด้านตะวันออก จนเกิดเป็นโลกตะวันออกซึ่งเป็นหนึ่ง

ขั้วมหาอำนาจในช่วงสงครามเย็น


- ลิ้งที่แนะนำ

- การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

- ประเทศที่แยกตัวจากโซเวียต กลุ่มประเทศ CIS


ในยุคสมัยนี้รัสเซียยุคใหม่ก็ยังมีกลิ่นอายทางการเมืองแบบโซเวียตและยังพยายาม

กีดกันการจัดการโลกของอเมริกาและมีหลายประเทศที่ขึ้นมามีบทบาทในเวทีโลก

มากมาย เช่น จีน และ อินเดียของ เอเชียและ อังกฤษ ขั้วเก่าพันธิมิตร สหรัฐอเมริกา

รวมไปถึง เยอรมันในยุคใหม่ที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งแบกกลุ่มสหภาพยุโรปเอาไว้


กษัตริย์พม่าที่รบกับไทย






กษัตริย์พม่าที่รบกับไทย



  กษัตริย์พม่าที่รบกับไทยเป็นบทความที่พยายามรวบรวมกษัตริย์พม่าที่เข้ามาทำศึก

กับอยุธยาหรือไทยในทุกๆรัชกาล เพื่อนำไว้เป็นความรู้รอบตัวด้วยว่าพม่าและไทย

ทำสงครามกันในสมัยของกษัตริย์พม่าองค์ใดกันบ้างด้วยคำอธิบายเล็กๆน้อยๆหลัง

รายพระนามกษัตริย์พม่า  (เป็นการรวบรวมขึ้นมาเองโดยผู้เขียนถ้าผิดพาดหรือตก

หล่นประการใดขอภัยท่านผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วย) สงครามพม่ารบไทย

กองทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเข้าสู่กรุงหงสาวดี


1. พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ : ทรงได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่เก่งกาจ

เพราะตลอดรัชกาลพระองค์ทำสงครามเป็นส่วนใหญ่ อยูะยาแน่นอนก็เคยโดนบุก

มาแล้วน่าจะจำกันได้ก็สงครามที่ฝ่ายอยุธยาต้องเสียสมเด็จพระสุริโยทัย ในการ

ทำสงครามระหว่างอาณาจักรตองอูกับอาณาจักรอยุธยา


2. บุเรงนอง : ผู้พิชิต พิชิตอาณาจักรอยุธยา ล้านนา ล้านช้าง มณีปุระ ไทใหญ่

พระองค์ถือเป็นหนึ่งในสามมหาราชพม่าพร้อมด้วยพระเจ้าอโนรธามังช่อและ

พระเจ้าอลองพญา  พระเจ้าบุเรงนองยังถือว่าเป็นกษัตริย์นักปกครองและบริหารที่

เก่งกาจมีความสามารถในการสงครามและการปกครองอย่างดี


3. พระเจ้านันทบุเรง : เป็นพระราชโอรสพระองค์โตของพระเจ้าบุเรงนอง ผู้ที่

หมายจะจับตัวพระนเรศวรเป็นกลับไปอีกครั้งแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้จนในช่วงท้าย

ของชีวิตนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ทำสงครามกับอาณาจักรอยุธยาหลายต่อหลายครั้ง

เพื่อปราบปรามอยุธยาลงให้ได้ประเทศราชอื่นๆจะได้ไม่แข็งเมืองตาม ที่น่าจะจด

จำกันได้คือโอรสของพระองค์คือ มังสามเกียดหรือพระอุปราชที่มาทำยุทธหัตถีกับ

สมเด็จพระนเรศวร และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จนถึงขั้นสิ้นพระชนม์ขาดคอช้าง


4. พระเจ้าอโนเพตลุน หรือ พระเจ้าอังวะมหาธรรมราชา : เคยทำศึกที่ทวาย

และเลยไปตีที่ตะนาวศรีของอยุธยาได้สู้รบกันกับอยุธยาแล้วแพ้ไปรวมทั้งไปทำศึก

ที่ล้านนาเพื่อจัดการความวุ่นวายเสร็จหลังจากนั้นอยุธยาก็ยกทัพไปล้านนาล้านนา

ก็กลับไปเข้าข้างไทยและไล่ขุนนางพม่าไปหมด


5. พระเจ้าปเย (พระเจ้ามหาสีหสุรสุธรรมราชา) : เป็นรช่วงเดียวกับรัชสมัย

ของ  สมเด็จพระนารายณ์ และในสมัยของพระเจ้าปเยนั้นก็ได้รับศึกจากอยุธยา

ที่สมเด็จพระนารายณ์นั้นได้สั่งให้ยกเข้ามาตีอังวะเพื่อแก้แค้นที่กองทัพพม่ายก

ทัพเข้ามาติดตามครอบครัวชาวรามัญที่หนีเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารครั้งนั้น

พระองค์โปรดให้เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) เป็นแม่ทัพ ยกกองทัพไปตีเมือง

ทวาย เมืองเมาะตะมะ แต่สุดท้ายด้วยขัดสนซึ่งเสบียง ทหารเจ็บป่วยเป็นไข้กัน

มากมายจึงได้ยกทัพกลับ


6. พระเจ้าอลองพญา : ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบอง สามารถรวบรวมบ้าน

เมืองให้เป็นปึกแผ่น ปราบปรามมณีปุระ กอบกู้ล้านนาคืนจากอยุธยา ฟื้นฟูอาณา-

จักรหงสาวดีทรงเป็นกษัตริย์พม่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 พระองค์ ร่วมกับ พระเจ้า

อโนรธามังช่อ และ พระเจ้าบุเรงนอง พระเจ้าอลองพญา สิ้นพระชนม์ระหว่างทาง

กลับจากการทำสงครามกับอยุธยา ตามพงศาวดารไทยระบุว่าสิ้นพระชนม์เพราะ

ปืนใหญ่แตกที่วัดหน้าพระเมรุ แต่ทางพงศาวดารพม่าระบุว่าสิ้นพระชนม์เพราะ

ประชวร (พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุดท้ายของพม่าอีกด้วย)


7. พระเจ้ามังระ :  เป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ในจำนวน 6 พระองค์ของพระเจ้าอลอง-

พญาส่งกองทัพนำโดยเนเมียวสีหบดีและมังมหานรธาเข้ามาปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา

นานถึง 1 ปีกับสองเดือน แม้ถึงฤดูน้ำหลากก็ไม่หนี ก็สามารถเข้าตีพระนครได้ทำให้

เสียกรุงเป็นครั้งที่ 2 นับว่าเป็นสงครามพม่ารบไทย และทำให้ไทยยับเยินที่สุดนับ

ตั้งแต่มีสงครามมา


8. พระเจ้าจิงกูจา :  พระโอรสของพระเจ้ามังระ ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชันษา

เพียง 19 ปี พระเจ้าจิงกูจาต้องการรักษาอำนาจในล้านนาเอาไว้จึงส่งทัพเข้ามาช่วย

คนของพระองค์ที่ดูแลเชียงใหม่อยู่ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ไทย ทางไทยจึงให้ทิ้ง

เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองร้างไม่มีประโยชน์อันใดเสียเพื่อภายหลังจะได้ไม่ต้อง

แย่งชิงกัน เชียงใหม่จึงกลายเป็นเมืองร้างอยู่ถึงประมาณ 15 ปี และหลังจากนั้น

ไทยกับพม่าก็ว่างสงครามกันมาเป็นเวลา 8 ปีเลยทีเดียว ( เชียงใหม่เคยร้าง 15 ปี

ถือว่าเป็นความรู้รอบตัวที่ดีเลยครับ อ่านมาจากหนังสือไทยรบพม่าครับ)


9. พระเจ้าปดุง : ขึ้นครองราชย์โดยการปราบดาภิเษกในปี พ.ศ. 2325 ปีเดียวกับ

การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ทรงทำสงครามกับไทยมากมายหลายครั้งทั้งศึกเล็ก

จนไปถึงศึกใหญ่อย่างสงคราม 9 ทัพนับว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงทำสงครามกับ

ไทยมากพระองค์นึงเลยทีเดียวผลัดแพ้ชนะในศึกเล็กๆกับไทยตลอดแต่ศึกใหญ่นั้น

ก็ยังไม่สามารถล้มไทยลงได้เลย พระองค์จึงไม่สามารถสร้างประวัติศาตร์ให้จารึก

ได้ว่าล้มสยามลงได้ ทั้งๆที่พยายามอยู่หลายครั้งก็ตามแต่


10. พระเจ้าจักกายแมง : ในสมัยเดียวกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า-

นภาลัย กับ สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ไทยช่วยอังกฤษรุกรานพม่าผลสรุป

สุดท้ายพระเจ้าจักกายแมงก็ต้องขอยอมแพ้หลังจากโดนตีถอยร่นเรื่อยๆจนถึง

อังวะ








วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรี






วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ 



 พระมหากษัตริย์ไทย ในราชวงศ์จักรี ของราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วันที่

แต่ละพระองค์ขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยคอยดูแลทำนุบำรุงบ้านเมือง

ปกป้องรักษาดูแลประชาชนของพระองค์ศึกษาไว้เป็นความรู้รอบตัวไว้ก็ดีครับ



รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


วันครองราชย์ : 6 เมษายน พ.ศ. 2325



รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย


วันครองราชย์ : 7 กันยายน พ.ศ. 2352 - 21



รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367



รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 2 เมษายน พ.ศ. 2394



รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช)


วันครองราชย์ : 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411



รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระมหาธีรราชเจ้า)


วันครองราชย์ : 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453



รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468



รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 

(พระอัฐมรามาธิบดินทร)


วันครองราชย์ : 2 มีนาคม พ.ศ. 2477



รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

(สมเด็จพระภัทรมหาราช)


วันครองราชย์ : 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489


ลิ้งแนะนำ

กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ อะไรบ้าง

พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์

พิธีบรมราชาภิเษก คือ

ตามที่กล่าวมาศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิ้งทั้ง 3 ด้านบนนี้ได้ครับจะได้ครอบคลุมและ

เป็นเนื้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกัน





อวทม คืออะไร





อวทม



อวทม  บางคนก็สงสัยโดยเฉพาะเด็กใหม่ๆที่ไม่เคยมีประสบการณ์ (เอ๊ะเดี๋ยวๆ) 

เอาเป็นว่าคำนี้มันนานมาแล้วครับปัจจุบันก็ยังมีใช้อยู่บ้างตามหนังสือรถ แต่ก็ไม่

มากแล้วมั้งไม่ได้ดูหนังสือรถมานานเป็นปีละลืมเลย อวทม นั้นคืออะไร

อะมามะเรามาแยกกันทีละตัวเลยดีกว่าครับ


= แอร์


= วิทยุ


= เทป


= แม็กซ์ (ล้อแม็กซ์)


ใช่แล้วครับมันคือตัวย่อในออฟชั่นของรถแต่ละคัน (แล้วทำไมต้องย่อละ ) ก็เวลา

เขียนหรือพิมพ์ลงบนหนังสือมันยาวครับเปลืองเนื้อที่เขาเลยย่อให้เหลือ 4 ตัว

เป็นอันเข้าใจกัน เดี๋ยวนี้คงไม่มีแล้วมั้งเพราะใช้ ซีดี หรือ แบบต่อพอร์ทยูเอสบี

หัวเสียบหลายแบบกันหมดแล้ว เทปคงหายากแล้วแหละ มันคือตัวย่อเท่านั้ครับ

ไม่มีอะไรมากเรียกให้เข้าใจตรงกันและกระชับสั้นๆ เวลาเขียนจะได้ไม่เปลือง

เนื้อที่ในหนังสือรถมือสอง ขายรถ ราคารถบ้าน รถมือสองประมาณนี้บางคนแปล

อวทม ว่า อมไว้ทำไม (คายมานะ ฮ่าๆ) ภาษาน่ารู้ ครับรู้ไว้ไม่เสียหาย

ความรู้รอบตัวประดับสมองเราเนอะๆ