แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียน แสดงบทความทั้งหมด

การเขียนบทความ (ฉบับมือใหม่)




การเขียนบทความ


               วันนี้นำเสนอการเขียนบทความลงบล็อกหรือที่ไหนก็แล้วแต่ครับ

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองแล้วกล้าๆกลัวๆว่าจะทำอย่างไร ลองมาอ่าน

บทความนี้ดูครับว่าเราควรทำอย่างไรถ้าเราอยากจะเขียนบทความ



1.เรื่องที่ชอบและสนใจ : เมื่อได้ทำเรื่องที่เราชอบหรือเรื่องที่เราสนใจ ข้อมูล

เชิงลึกหรือความคิดเห็นรวมทั้งทัศนคติส่วนตัวที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงของเรา

จะลงลึกไปยังบทความของเราด้วยทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนได้รับข้อมูลที่วิเคราะห์

วิจารณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เขาคิดและมีประโยชน์มากขึ้นถ้าเรื่องนั้นเรามี

ความสนใจยิ่งรู้ลึกเจาะลึกรู้ถึงแก่นของมันยิ่งทำให้ผู้อ่านที่สนใจในเรื่องนั้นติดตาม

บทความของคุณต่อๆไปด้วยอย่างแน่นอน



2.นำเสนอแปลกออกไป : แตกต่างเพื่อเป็นที่สนใจเรื่องนี้ต้องพยายามทำไม่ใช่

เรื่องง่ายหรือบางทีนึดหลัก เราเป็นตัวเราก็พอ ไม่ก็ลองหาแนวทางจากนักเขียน

หรือเจ้าของเพจดังที่มีสไตล์ของตัวเองดูว่าเขามีวิธีการเทคนิคในการเขียน

บทความแบบไหนยังไงแต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้น " ตัวตน " ของเราอยู่ดี



3.ร่างแบบลงกระดาษ : เขียนแบบร่างไว้บนกระดาษร่างซะก่อนที่จะเอาลงใน

กระดาษจริงหรือบนโซเชี่ยล ในบล็อกหรือที่ใดก็ตามแต่ให้เราได้กลั่นกรองลอง

เขียนลองซึมซับข้อมูลของตัวเองผ่านปากกาลงบนกระดาษว่าสิ่งที่เราเขียนไป

นั้นเราจดจำช่วงไหน ส่วนไหนต้องเน้นเรียบเรียงให้สวยได้บ้าง



4.เขียนเสร็จทิ้ง : เขียนเสร็จก็ทิ้งไว้ก่อนแล้วนำมาอ่านใหม่เพื่อปรับ เขียนแล้ว

กลับมาอ่านอีกทีเราจะได้มุมมองใหม่ๆเพิ่มเติมลงไปหรือแก้ไขให้บทความเรา

ลื่นขึ้น



5.ข้อมูลถูกต้อง : ความเชื่อมั่นของผู้อ่านสำคัญมากนะครับถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง

หรือตั้งใจป้อนข้อมูลผิดๆให้เข้าไป วันนึงเขารู้ทันและจับได้ คุณก็เป็นแค่นักเขียน

กากๆ ข้อมูลพลาดๆ หรือเป็นได้แค่พวกเสี้ยมยุแยงเท่านั้น



6.อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ : อย่าไปยึดติดว่าเราต้องทำตามรูปแบบประเภท

บทความต่างๆให้เราฟรีสไตล์ไปก่อนในช่วงเริ่มต้นแล้วค่อยมาหาแนวทางของ

ตัวเองบางทีเมื่อเราเจอสไตล์ของตัวเองแล้ว เรากก็ไม่ต้องไป เดินตามรูปแบบ

ใครหรือทำให้บทความเราเป็นประเภทใดประเภทนึง ทำให้บทความเราเป็นแบบ

ที่เราอยากให้เป็น



7.สอดแทรก  : ข้อมูลเกร็ดเล็กๆน้อยๆไว้เป็นความรู้ และประกอบบทความให้

ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น(แต่อย่าเยอะจนออกทะเลไปเรื่องอื่นหล่ะ)



8.ไม่ต้องไปกังวล : ว่าคนจะอ่านเยอะหรือไม่ ชอบหรือเปล่า ไม่สำคัญเท่า

กับว่าเราพอใจมันหรือยัง มีตรงไหนที่ยังไม่ดีในสายตาเรา มีอะไรที่เราต้อง

ปรับปรุงในการเขียนครั้งหน้าอย่าไปกังวลต่อความผิดพลาด ให้เรื่องเหล่านั้น

เป็นข้อเตือนใจไว้ปรับปรุงแก้ไขในคราวหน้า ถือว่ามันเป็นประสบการณ์

ของเราในการทำให้บทความของเราเป็นบทความคุณภาพ



9.อ่านง่าย : คำที่ใช้อ่านง่าย เว้นบรรทัด เว้นวรรค เอาให้ผู้อ่านเข้าใจอย่าง

ให้มันดูน่ารำคาญการใช้สีกับตัวอักษรก็ให้ดูเป็นระบบอย่าเล่นสีซะเหมือนชุด

ลิเกมันดูสกปรกและรำคาญสายตาครับ



10.สนุกไปกับมัน : ถ้าเมื่อไหร่ที่การเขียนบทความของเราเป็นเรื่องเบื่อแต่

จำใจต้องทำ ความน่าสนใจของบทความจะลดลงผิดกับสิ่งที่เราลุ่มหลง

สนใจบทความที่เขียนออกมาจะเต็มไปด้วยความน่าสนใจ ที่ตัวเราถ่ายทอด

ลงมาบนตัวหนังสือและรับไปถึงผู้อ่าน



            อ่านแล้วก็เริ่มทำมันซะ !! บทความในนิยามง่ายๆที่ผมอยากจะสื่อเลย

คือเหมือนเราพูดคุยกับเพื่อนทุกคำพูดทุกสิ่งที่สื่อไปสามารถเอามาเขียนเป็น

บทความได้ทั้งหมดขอแค่ให้มันอยู่บนพื้นฐานความจริงไม่เสียดสีใส่ร้ายผู้ใด

คุณจะบ่น จะเพ้ออะไรอย่างไรสื่อออกมาให้ผู้อ่านรู้ในทุกตัวอักษรที่กลั่นออกมา

จากความคิดคุณเท่านี้มันก็เป็นบทความที่ดีได้แล้วครับไม่จำเป็นต้องเก่งเวอร์

เฟอร์เฟ็ค (เขียนถูกป่าวนิ ฮ่าๆ) ขอแค่มีใจรักที่จะเล่าจะเขียน จะแชร์ไม่ใช้มันเพื่อ

ทำร้ายทำลายใคร ก็พอ




เทคนิคการเขียนบทความ (มือใหม่)







เทคนิคการเขียนบทความ


              ในบทความนี้เราจะมาดูเทคนิคการเขียนบทความสำหรับมือใหม่ที่อยาก

เขียนบทความเทคนิคในการเขียนบทความและแบบแผนนี้จะช่วยให้ผู้เขียนหลายๆ

ท่านลำดับการกระทำที่จะเขียนบทความเป็นขั้นเป็นตอน   ไว้เป็นเหมือนตัวอย่าง

ว่าควรจะทำอะไรมั่งในการเขียนบทความของผู้ที่เริ่มต้นใหม่ในการเขียนบทความ


การเขียนบทความ



1.หัวข้อโดนๆ คนสนใจ

การหาเรื่อง คือ เห้ยอยากมีเรื่องหรอ!!!  แป่วไม่ใช่อย่างนั้นหาหัวข้อที่คนสนใจจะ

เป็นเว็บหรือบล็อกเฉพาะต่างก็แล้วแต่กลุ่มของตัวเองว่าทำเรื่องอะไรและเรื่องที่ทำ

มีอะไรที่น่าสนใจจับมาเขียนเป็นบทความตั้งชื่อเรื่องให้ตรงประเด็น



2.ข้อมูลถูกต้องและสดใหม่

ข้อมูลนั้นต้องถูกต้อง และหาข้อมูลที่แตกต่างกันเพื่อเปรียบเทียบและหลากหลาย

ของข้อมูลเพราะการนำข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกันเหมือนกันทำให้บางครั้งอาจมี

ความผิดพลาด เช่นปี วันที่ หรือ เหตุการณ์ต่างๆ



3.อัพเดทบ่อยๆ

หมั่นอัพเดทบทความต่างๆให้สดใหม่มีบทความใหม่ๆมาให้ผู้อ่านได้อ่านอยู่เรื่อยๆ

ไม่ขาด(ต้องทำด้วยความตั้งใจและใช้พลังเป็นพิเศษที่จะหาเรื่องเขียนได้ทุกวัน)

หรือถ้าไม่ทุกวันก็ขอให้บ่อยครั้งอย่าทิ้งไว้นานเกินไป



4.ตัวหนา เน้นคำ

ทำตัวหนาหรือใช้สีที่แตกต่างในหัวข้อย่อยของบทความหรือใช้กับคำที่เราเน้น

คำสำคัญที่เป็นจุดที่เราอยากให้ผู้อ่านสนใจที่สุด



5.อย่ายืดเยื้อ

อย่าลากยาวเรื่องไร้สาระ ปูพื้นเรื่องแค่พอน่าสนใจไม่จำเป็นต้องลากยืดยาวให้ผู้

อ่านเบื่อ



6.สอดแทรก

ควรมีการสอดแทรกทั้ง มุขตลกหรือ เนื้อหาเชิงคำถามกลับ รูปภาพ หรือ เรื่องที่เป็น

ความรู้ ที่เป็นประโยชน์อาจจะนอกเรื่องนิดหน่อย ถือว่าเป็นเกร็ดความรู้ให้ผู้อ่าน



7.ถามกลับ

ควรจะมีเสียงสะท้อนถามกลับไปยังผู้อ่านว่าคิดเห็นอย่างไรกับบทความเหมือนกับ

ว่าบทความของเรานั้นกำลังสื่อสารกับผู้อ่านทำให้ผู้อ่านได้คิดได้พิจารณาสนใจใน

ตัวบทความของเรามากขึ้นหรือจะหยิบยกบางส่วนของบทความนำกลับมาถามผู้อ่าน

 เชื่อสิต้องมีคนอยากตอบแล้วกลับขึ้นไปอ่านให้ละเอียดอีกที



8.โปรโมท

นำเสนอลงบนโลกอินเตอร์ในโซเชี่ยลในระบบ เว็บบอร์ดฝากบทความไว้ตามเว็บ

ฝากลิ้งลงบทความนำเสนอเรื่องราวให้กว้างขวางเพื่อชักจูงผู้อ่าน



9.สร้างสรรค์

เขียนเรื่องราวที่สร้างสรรค์ไม่วิ่งเข้าหาความขัดแย้ง หรือเรื่องที่กล่าวหาใครอาจจะ

เป็น สาระ ความรู้รอบตัว มากกว่าเรื่องที่ไปเสี้ยมให้ใครเขาทะเลาะหรือเข้าใจผิดใน

สิ่งใดสิ่งหนึ่ง



10.ตรวจสอบ

ดูความถูกต้องของบทความ การเขียนว่าเขียนผิดหรือถูก ตรวจสอบข้อมูลภาพ และ

ความถูกต้องโดยรวมทั้งหมดของบทความ เพราะถ้าบทความนั้นผิดพลาดหมายถึง

ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนจะลดลงด้วย ในด้านของข้อมูล







ประเภทนักเขียนบล็อก & บทความ







ประเภทนักเขียน 


          บทความนี้เราจะมาดูกันว่าประเภทของนักเขียนต่างๆที่ทางเรานั้นนำเสนอ

นั้นมีแบบใดกันมั่ง และถ้าท่านเป็นนักเขียนท่านจะอยู่ในประเภทใดมาลองดูกัน

ประเภทนักเขียน ต่างๆที่ทางเราพอจะจับประเด็นและแยกประเภทออกมาให้ท่านดู

ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่


การเขียนบทความ



1.ชี้นำ

ท่านเป็นผู้เขียนบทความที่สรุปและออกความเห็นของตัวเองเพื่อให้คนอื่นคล้อยตาม

จูงใจและผลักดันความคิดตัวเองหรือแม้กระทั่งนำเสนอ โปรโมทมักเป็นบทความที่ค่อน

ข้างเป็นไปตามความต้องการของผู้เขียนหรือบทความโปรโมท และขายสินค้าก็ตามแต่



2.ลาก Coppy & Paste

ไม่ต้องพูดมากมากความลอกของคนอื่นมาทั้งดุ้น ที่จริงไม่จัดอยู่ในผู้เขียนบทความ

หรือเขียนบล็อก แต่ที่หยิบมานั้นอยากจะบอกว่าทุกอย่างมีลิขสิทธิ เป็นของผู้สร้างสรรค์

ถ้าไม่ได้รับอนุญาตเจ้าของบทความสามารถดำเนินคดีกับคนที่ลอกบทความมาได้ แต่

ส่วนใหญ่มักใช้วิธีการให้เครดิต ทำลิ้งกลับ ต่างๆนานาแต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตซะก่อน

ก็ผิดอยู่ดี



3.จับนิดผสมหน่อย รีไรท์ (rewrite)

การเขียนจากบทความของคนอื่นนำมาดัดแปลงยำนิดผสมหน่อย ปรุงๆไป (แหมะพูด

ยังกะทำยำวุ้นเส้น) เอาบทความคนอื่นที่มีโครงอยู่แล้วมาเขียนเล่าใหม่ในแบบของ

ตนเองมาผสมกับตัวเราเอง ซึ่งมันก้ไม่ผิดอะไร แต่มันก็ดูจะไม่สมควรไปนิดแต่ก็ทำได้

ถ้าเราไม่ได้ลอกเขามาทั้งดุ้นแค่นำแนวทางมาเขียนต่อเป็นของตัวเองเป็นทางลือกที่ดี

สำหรับเวลาที่ไอเดียหรือบทความที่เรานำมาเป็นต้นแบบนั้นดีมากจนเราอยากจะเขียน

ใหม่ในแบบตัวเอง



4.เรื่อยเปื่อย

อยากพิมพ์ไรก็พิมไปบ่นไปตามเรื่องออกแนวไดอารี่ จับประเด็นนู้นนั่นที่อยากเขียน

มาเขียนแล้ววิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยในแบบของเราเอง



5.ขำขัน

คุณเป็นพวกที่เขียนบทความสไตล์ไหนก็แล้วแต่ มักจะแฝงความตกสนุกสนานเอาไว้

อยู่เสมอนี่เป็นอีกเทคนิคการเขียนบทความที่ทำให้ผู้อ่านติดตามในบทความที่คุณ

เขียนแต่บางทีตลกมากไปก็ไม่ได้สาระผู้อ่านอาจจะหนีก็เป็นได้



6.วิชาการ ความรู้ ประโยชน์

คุณเป็นผู้ให้ความรู้แน่นอนว่าข้อมูลที่ให้นั้นไม่ว่าจะเรื่องใด จำเป็นมากที่จะต้อง

เป็นความจริงและได้รับการยืนยันแล้วว่ามันจริงไม่งั้นคุณอาจจะซวยได้ถ้าโดน

ตอกกลับเรื่องข้อมูลหือโดนแฉว่ามั่วละก็ความน่าเชื่อถือของตัวคุณและบทความ

ที่คุณเขียนไม่ใช่แค่บทความที่มีปัญหาอย่างเดียวบทความก่อนหน้านี้และบทความ

หลังจากนี้ที่จะเขียนอาจจะโดนลดความน่าเชื่อถือลงไปอีก เรื่องข้อมูลที่ผิดนับเป็น

ข้อห้ามในการเขียนบทความ



7.เกาะกระแสสังคม

คุณมักจะเลือกเขียนสิ่งต่างๆรอบตัวที่เป็นกระแสสังคมหรือเป็นเรื่องที่คุณอาจจะจุด

ประเด็นมันขึ้นมาเองทำให้เป็นกระแส อยู่ที่คุณแล้วว่าจะเป็นผู้จุดหรือผู้ตามอันนี้

ค่อนข้างมาไวไปไว แต่ช่วงที่มันมานั้นด้วยกระแสจะทำให้มันเป็นที่สนใจอย่างมาก

จากทุกคน



8.ตั้งท่ารอจังหวะ สเต็ปพระเจ้า

คุณเป็นพวกรอของหวานด้วยความใจเย็นเวลามีเหตุการณ์อะไรจะชิงจังหวะชิงความ

ได้เปรียบผู้อื่นเปิดประเด็นหรือหาข้อมูลเชิงลึกของเรื่องนั้นๆและแสดงความเห็นด้วย

ความชาญฉลาดตบท้ายเหมือนรอจังหวะเออ ออ หรือเล่นตามน้ำถ้าดี ถ้าไม่ดีก็ชิง

จังหวะต่อต้านตามกระแสสังคมเหมือนผู้ที่สวรรค์ส่งมาโปรดไม่เคยผิดแพ้ไม่ได้

(สเต็ปพระเจ้า) ซึ่งเรียกว่าตีกินแบบนิ่มๆมักจะเป็นในหมวดของผู้ที่มีฐานผู้อ่านและ

ผู้ติดตามบทความของคุณอย่างหนาแน่นเรียกได้ว่าบางคนพูดไรเหล่าสาวกก็เชื่อ

ตามเลยทีเดียว



9.บทความ นิช niche

คุณมีความชำนาญเฉพาะทางเช่นกีฬา ฟุตบอล การเงิน การหาเงินทางเน็ต เรื่องหุ้น

เรื่องตกปลา การหาเงินจากเกมเรื่องที่เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มค่อนข้างเจาะจงถ้าคุณมี

ความชำนาญหรือเข้าใจและชอบในเรื่องที่เป็นเฉพาะเจาะจงและมีความต้องการ

ของผู้อ่านที่เยอะผู้สนใจที่เยอะแล้วละก็ รับรองว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องพึ่งการค้นหา

จาก เสิร์ช มากมายนักแค่โปรโมทและทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายดีๆเป็นการ

บอกต่อ ก็จะทำให้ผู้อ่านวนเวียนเข้ามาอ่านบทความของคุณไม่ขาดสายแล้ว

(ต้องเป็นบทความคุณภาพด้วยนะจ๊ะ)



10.ตามสภาพ แนะนำ (ไม่ชี้นำ)

คุณที่เขียนบทความสไตล์นี้ถ้าเป้นการเขียนถึงหนังก็คือการสปอยด์ดีๆนี่เอง ฮ่าๆๆ

แต่การเขียนแบบไม่ชี้นำแบบนี้แล้วถ้าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทำให้คนได้วิเคราะห์

ตามหลักการของตัวเองเหมือนการเอาข้อมูลมาให้คนเลือกข้อมูลที่เรามีมาใส่ลงไป

ในบทความแล้วผู้อ่านจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็เป็นวิจารณญาณของตัวผู้อ่านเอง

ผู้เขียนเป็นแค่ผู้บอกเล่าบอกข้อเท็จจริงที่ได้พบ ได้เห็น ได้เจอ ได้รับมา เช่น

เหตุการณ์รถชนใครผิดหรือถูกไม่รู้แต่ผู้เขียนนำมาบอกเล่าเรื่องราวตามที่ได้เห็นมา

ทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับฟังและพิจารณาเอาเองโดยไม่ขี้นำ หรือการเล่าเรื่องหนังที่ไปดู

ว่ามีอารมณ์อย่างไร บทประมาณไหนแต่ไม่ได้ชี้นำว่าควรเป็นอย่างไร หรือการนำ

ข้อมูลตัวนักกีฬา การเมือง ข้อมูล ข้อเท็จจริงโดยพื้นฐานของความเป็นกลางไม่

บิดเบือนให้ผู้อ่านคิดเอาเองตามแต่ใครจะคิดยังไง (แนวนี้มันใกล้เคียงกับสื่อใน

อุดมคติเลยนะ ย้ำว่าสื่อที่ดีต้องเป็นแบบนี้)







ภาษาน่ารู้ และ ความหมาย




ภาษาน่ารู้ และ ความหมาย


        หมวดหมู่นี้เราจะพูดถึงเรื่อง ภาษา ที่ใช้เช่น ภาษาบางอันในเกมส์ ภาษา

หรือสิ่งที่ใช้เรียกในลักษณะจำเพาะ ที่ใช้เรียกกันเฉพาะกลุ่มหรือภาษาที่ต้องมา

ตีความ และภาษาที่คิดว่าเรา (ผู้เขียนเองอยากนำเสนอเพราะคิดว่าหลายท่าน

อาจจะอยากรู้) เช่น เดดแอร์ บอยคอต







     5. อวป. คือ














    13.  สำนวนไทย


    14. สุภาษิต คำพังเพย


    15. บรมราชาภิเษก


    16. 77 จังหวัดของไทย ภาษาอังกฤษ


    17. เลี่ยงบาลี คืออะไร หมายถึงอะไร


    18. อึ้งกิมกี่ คืออะไร ที่มา หมายความอย่างไร


    19. ปราบดาภิเษก คืออะไรอินทราภิเษก คือ-   โภคาภิเษก คือ


    20.


เรื่องราวเกี่ยวกับภาษาน่ารู้ ความหมาย ภาษาอังกฤษ หรือคำที่น่าสนใจ







การเขียนบทความดีๆ เริ่มต้นยังไงดี







การเขียนบทความดีๆ เริ่มต้นยังไงดี


ตอบ  การเขียนบทความนั้น มีเทคนิคของการเขียนบทความอยู่ ไม่มาก เช่น


1. หาเรื่อง : อยากทำเรื่องอะไร ก็คิดๆไว้ถ้าคิดไม่ออกก็ทำในสิ่งที่เราถนัดแล้ว

จะดีเองไม่ก็เกี่ยวกับงานที่เราทำก็ได้ครับ


2. คิดชื่อ : อยากได้ชื่อแบบไหนลองคิดให้แนวๆ เท่ห์ๆ หรือเอาฮา เอาแบบที่

ดึงความสนใจได้ดี จะเยี่ยมมากหรือจะเล่นกระแสของเรื่องราวฮิตๆในตอนนั้น


3. หาข้อมูล : ถึงเราจะมั่นใจในข้อมูลที่มี แต่บางทีก็ต้องหาด้านอื่นๆเพื่อให้ครบ

รสชาติ ข้อมูลที่ถูกต้องนำเสนอพอดีคำ จะเป้นที่พอใจแก่ผู้อ่าน


4. วางแผน : หลังจากได้เรื่องที่ทำ ชื่อเรื่อง ข้อมูลมาแล้ว เอามานั่งดูว่าจะใส่ข้อมูล

อะไรลงไปในบทความมั่ง แล้วจะย่อหน้า อันไหนให้เด็ดๆ ลงรายละเอียด จัดแยก

เรื่อง ในการเขียนบทความ อย่าให้ข้อมูลมั่วกันไปมา ผู้อ่านจะ งงได้


5. ภาษา : อย่าหยาบถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องหยาบ (อย่าเลยดีกว่าเอาจริงๆ)

สื่อสารง่ายๆให้เข้าใจ  อย่าให้คนอ่านรู้สึกงง กับการเขียนบทความของเรา


6. สาระน่ารู้ : เช่นเราเขียนเรื่อง ซาลาดิน (นักรบชาวอิสลาม)อยู่ แต่มีการพูด

ถึงเรื่องจีฮัด เราก็ต้องอธิบาย ในส่วนนั้นเป็น สาระน่ารู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ให้

ผู้อ่านได้เข้าถึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งด้วย เสริมสิ่งที่ขยายความให้เข้าใจข้อมูล

ที่เราอ้างอิงได้ง่ายขึ้น


7. ตรวจสอบ : เช่นคำผิด ข้อมูลที่ต้องแก้ไข ประโยคที่ยังไม่เด็ดพอ อ่านทวนดูอีก

ครั้งว่าเราเองเข้าใจที่เราเขียนหรือพิมพ์ไปหรือไม่ น่าจะช่วยได้อีกทางนึง



► เขียนด้วยความอยากเขียน เรื่องที่ถนัดจะช่วยให้เรานั้น เขียนหรือพิมบทความได้

อย่างไม่หยุดยั้ง เรียกได้ว่าน้ำไหลไฟดับฟุ้ง เป็นวรรคเป็นเวรกันเลยทีเดียว