แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

บทความน่าอ่าน 2




บทความน่าอ่าน 


  ต่อมาจาก หน้าแรก >> บทความน่าอ่าน  เอาบทความน่าอ่านที่น่าสนใจมาลงไว้ให้

ท่านผู้อ่านที่ติดตามบล็อกของเรานั้น ที่สนใจทั้งเรื่องราวต่างๆ ประวัติศาสตร์ รวมไปถึง

ความรู้รอบตัว เรื่องราวน่ารู้ต่างๆมากมายเอาไว้ในบล็อกนี้ หาอ่านตามหมดหมู่กันได้ 

ส่วนหน้านี้ บทความน่าอ่านจะลงเรื่องน่าอ่านที่น่าสนใจเอาไว้ครับลองหาอ่านดู


1. นิสัยเสียของคนไทย (และมนุษย์ป้า) ที่ทำให้ไม่ก้าวหน้า


2. 20 วิธีบอกปัด (ปฏิเสธ) ผู้ชายมาจีบ


3. การละเล่นสมัยเด็กๆ ที่คุณคิดถึง มีอะไรบ้าง


4. 8 ข้อควรระวังลักเด็ก ค้ามนุษย์


5. เหตุผลใดที่ทำให้คุณกินเยอะ กินจุ อ้วน


6. 10 สิ่งที่แฟนสาวต้องการจากคนรัก


7. ทำอย่างไรดีเมื่อ อกหัก


8. มือใหม่หัดขับ ควรทำอย่างไร


9. คิดบวกในการทำงาน


10. คนรักแบบไหน ที่ทำให้ความรักล่ม


11. พ่อแม่รังแกฉันเป็นอย่างไร


12. ข้อคิดเปลี่ยนชีวิต คิดบวก


13. คำคม ข้อคิดเพื่อประสบความสำเร็จ


14. ทัศนคติความรัก ที่ทำให้คุณโสด


15. 10 แนวทางประหยัดเงิน เงินไม่พอใช้


16. 10 สัญญาณแฟนมีกิ๊ก


17. 10 สัญญาณเตือนพ่อแม่ทำเด็กติดเกม


18. 10 เทคนิคการอ่านหนังสือ


19. กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร


20. ขนาดพื้นที่ ประชากร ศักยภาพ กลุ่มประเทศ BRICS

>>> หน้าถัดไป


อาจมีหน้าถัดไปถ้าบทความในหน้านี้ บทความน่าอ่าน เกิน 20 หัวข้อในหน้าที่ 2 นี้




10 เทคนิคการอ่านหนังสือ




เทคนิคการอ่านหนังสือ

 การอ่านหนังสือ เทคนิคในการอ่านหนังสือในแบบของผม ที่ทำให้จำหรือจดจ่อต่อ

เรื่องนั้นได้ไม่จำเป็นต้องเข้าห้องสมุดถ้ามีหนังสือ เพราะผมมักทำผิด

มารยาทและระเบียบในการใช้ห้องสมุด* อยู่เสมอ ฮ่าๆๆ คือผมเน้นสายสบาย

เน้นแบบว่าเอาสบายกายไว้ก่อนจะได้ซึมซับตัวหนังสือที่อ่านได้มากกว่าเดิม



1. อ่านยาว 1 รอบ แล้วตามมาเก็บประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ (ตอนอ่านยาวต้องเรียบ

เรียงประเด็นเอาไว้ด้วยในตัวนะว่าจะหลับมาอ่านอันนี้) 



2. ไม่เข้าใจต้องอ่านให้เข้าใจก่อนจะไปตรงอื่นไม่งั้นถ้าเนื้อหาเกี่ยวข้องกันจะงงยาว

 (เท่ากับอ่านไม่รู้เรื่อง)



3. ถ้าง่วงอย่าอ่าน อ่านให้ตายก็ไม่เข้าใจเพราะอารมณ์อยากจะนอน



4. อ่านจับใจความเน้นเนื้อหาที่ตรงประเด็น (ยิ่งได้แนวว่าต้องอ่านตรงไหนบ้าง ยิ่งสบาย)


5. เวลาว่างก็ฝึกอ่านอะไรที่สนใจไปเรื่อยเปื่อย จะได้ฝึกทักษะและวิธีการอ่านในแบบ

ของตนได้



6. มีสมาธิและสติอยู่กับสิ่งที่อ่าน อ่านไปเรื่อยๆลอยๆ อ่านให้ตาย อ่านจนเบื่อ อ่าน

ทั้งวันแต่ไม่จดจ่อไม่มีสมาธิไม่มีสติกับเรื่องนั้นๆ ก็จบ



7. พยายามประติดประต่อเรื่องราวให้เข้ากัน อย่างผมอ่านเรื่อง อู๋ ซานกุ้ย เปิดประตู

ให้แมนจู ผมก็ต้องจับประเด็นของหลี่ จื้อเฉิง และราชวงศ์หมิงเอาไว้ด้วยเพื่อจะได้

ศึกษาเพิ่มเติม เอามาประกอบกัน การอ่านจะได้เข้าใจเนื้อหาโดยรวมมากยิ่งขึ้น

(ถ้าให้ดีอ่านบทวิเคราะห์แล้วเอามาคิดด้วยตัวเองอีกทีก็ย่อมได้)



8. งดทุกอย่าง เสียงเพลง ทีวี คอมพิวเตอร์(เปิดไว้ได้ แต่ไม่เปิดเฟสบุ๊คเพราะมันจะ

ทำลายสมาธิเรา 55+)



9. สภาพพร้อม เช่น ไม่หิว ไม่เหม็น(กลิ่นตัว) ไม่ง่วง ไม่ร้อน ไม่ปวดหัว คือถ้าร่างกาย

สภาพแวดล้อมเราพร้อม ผมจะสามารถอ่านได้ฉิวเลยทีเดียว



10. อย่าไปกดดัน บอกกันตรงๆเลยว่าเทคนิคการอ่านอยู่ที่แต่ละคนจะจับจุดได้อย่างไร

เท่านั้นเพราะมันไม่ตายตัวและที่สำคัญ อย่ากดดันตัวเองว่าต้องอ่านเท่านั้นเท่านี้ต้อง

จำอย่างนั้นอย่างนี้แรงผลักดันอะมีได้แต่ไม่ใข่แรงกดดัน ยิ่งมีเยอะความผิดพลาดก็เยอะ

ตาม หลง จำสลับจำผิด ถ้าแบบนั้นไม่สู้เราอ่านเรื่อยทำความเข้าใจมันให้ซึมเข้าไป

ย้ำคิดย้ำทำจนชำนาญขึ้นใจไม่ดีกว่าหรือ


** ที่สำคัญอย่างมากต่อ สมาธิ สติ และสภาพแวดล้อมที่ดี นี่คือเคล็ดลับการอ่าน

เทคนิคในการอ่านหนังสือในแบบของผมนะครับ เพื่อนๆคนไหนต้องการจะนำ

ไปใช้หรือเอาไปเป็นแนวทางก็ยินดีครับ





ทำไมฮ่องเต้มีนางสนมเยอะ





ทำไมฮ่องเต้มีนางสนมเยอะ


      บทความนี้ก็ชิวๆเล่นๆนะครับอย่าไปซีเรียส อาจจะได้ความรู้รอบตัวบ้าง ไม่ได้

บ้างมั่วบ้างสาระบ้างไร้สาระบ้างสาเหตุที่ฮ่องเต้ต้องมีเมียเยอะหรือสนมเยอะเพราะ

เหตุใดลองคิดกันเล่นๆดูผมคิดมาได้ 10 ข้อดังนี้ครับ

ฮ่องเต้เฉียนหลง

1.เขาเลือกให้ : ไทเฮาเลือกคู่ครองให้อาจจะเป็นสกุลญาติๆ ดั้งเดิมของไทเฮาจะ

ให้เข้ามาสืบทอดอำนาจในฝ่ายใน หรือหญิงสาวที่ถูกอกถูกใจคนที่ฮ่องเต้ต้องฟัง

เช่น ถูกใจลุง ป้า ไทเฮาอะไรก็ว่าไป ถามว่าที่บอกมานี้จำมาจากหนังใช่มั้ย ขอ

ตอบเลยว่า... ใช่ ฮ่าๆๆๆ

พระนางซูสีไทเฮา ไทเฮาผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าในยุคราชวงศ์ชิง

2.ความสัมพันธ์กับขุนนาง : ลูกสาวขุนนางท่านนั้นท่านนี้ที่มีความสำคัญที่ต้อง

ใช้เป็นมือเป็นไม้ทำงานให้ตนบางครั้งก็ต้องรักษาความสัมพันธ์โดยการรับลูกสาว

ของท่านนั้นๆเข้ามาเป็นนางสนมเพื่อรักษาไมตรีกับบรรดาขุนนางคนสำคัญของ

ราชสำนักเอาไว้


3.พอใจส่วนตัว : ข้อนี้อาจจะไม่ใช่ความรักอาจจะเอาไว้เป็นการบำเรอผ่อนคลาย

ก็ได้


4.เจริญสัมพันธไมตรี : ข้อนี้ก็มีความสำคัญจะเป็นการเต็มใจเจริญหรือการบังคับ

เอามาเพื่อเป็นตัวประกันก็แล้วแต่เป็นอุบายการเจริญความสัมพันธ์กับชนเผ่าต่างๆ

นอกด่าน หรือกับดินแดนอื่นๆเพื่อเป็นไมตรีต่อกัน เพื่อใช้ประโยชน์ในการค้าขาย

หรือความสงบตามชายแดนและพื้นที่ที่ต้องการความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกันต่อไป

พระมเหสีหรง จากเผ่าอุยกูร์ที่ห่างไกลทางตะวันตกของจีน

ปัจจุบันเป็นเขตปกครองตนเองของจีน

เป็นมเหสีชาวมุสลิมคนเดียวของจักรพรรดิเฉียนหลง

5.ดูแลการงานต่างๆ : การมีเยอะๆก็ไม่ใช่เรื่องอะไรมากแค่เอาไว้แบ่งเบาภาระ

ของไทเฮาฮองเฮา ที่ต้องจัดการเรื่องภายในแต่บางทีเอามาช่วยงานบางครั้งก็มา

ทะเลาะกัน (เอามาจากหนังอีกตามเคย 555+)


6.พักผ่อน : เอาไว้เพื่อความสำราญส่วนตัวของตัวฮ่องเต้เอง


7.ฐานอำนาจ : บางครั้งบางทีต้องรักษาฐานอำนาจเช่น อภิเษกกับลูกสาวของน้า

ของป้าของลุง หรือในตระกูลที่เป็นญาติๆของฮองเฮาเพื่อเวลาจะใช้งานการอันใด

จะยังพอมีอำนาจในการคุยกับคนในตระกูลนั้นๆ ซึ่งเป็นญาติสนิทชิดเชื้อกัน เหมือน

คนกันเองเพื่อรักษาผู้จงรักภักดีเอาไว้ให้เหนียวแน่น


8.โอกาศที่จะได้มีพระโอรส ทายาท : นี่น่าจะเป็นอีกสาเหตุหลักๆคือการสืบ

ทายาทเชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะพระโอรสที่มีความสำคัญต่ออนาคตของราชวงศ์

บางครั้งต้องมีมเหสีหลายคนมีสนมเยอะๆเพราะโอกาศในการได้พระโอรสซึ่งคน

จีนนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการมีบุตรชายซึ่งบางครั้งบางคน สนมบางองค์

ก็ไม่สามารถมีให้ได้จึงต้องมีมากกว่า 1 คนเพื่อเพิ่มโอกาศให้มากขึ้น เรื่องนี้ถือ

เป็นเรื่องจริงจังถ้าสนม มเหสีองค์ใดมีพระโอรสให้ฮ่องเต้ได้จะถือว่าตัวเองได้รับ

ความสำคัญขึ้นอย่างมากมีทั้งอำนาจและความยำเกรงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมทีเดียว



9.ความรัก : มันคงเป็นความรักที่ทำให้ตัวฉันยังยืนอยู่ตรงนี้.... ชอบพอพอใจใน

หญิงผู้นั้นโดยจักรพรรดิหรือฮ่องเต้เกิดความรักใคร่ชอบพอ (อันนี้คือวิธีปกติ

ชอบก็จัดการพิธีการให้ มาคู่ครองกัน)



10.ประเพณี : คือการตัดสาวงามเพื่อเข้ามารับใช้ในวังคนไหนลักษณะดีเป็นที่

พอใจก็จะได้มาเป็นนางในนางสนมรับใช้งานในวัง


 ข้อมูลบทความนี้เอาไว้ขบคิดเล่นๆกันเรื่อยเปื่อยอย่าได้ไปซีเรียสกับมันมากครับ

เพราะไม่มีหลักฐานอ้างอิงเป็นเรื่องเป็นราวเน้นวิเคราะห์แสดงความเห็นเฉยๆ




วิธีการโฆษณาโปรโมทสินค้า






โฆษณาและโปรโมทสินค้า



            การโปรโมทสินค้าและบริการเป็นเรื่องสำคัญมากถ้าต้องการให้ผู้คนมา

สนใจทั้งที่ผ่านสื่อโทรทัศน์ที่แสนแพงในการเก็บค่าโฆษณาและสื่ออนไลน์ต่างๆ

ที่มีคนนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากๆ ทำให้คนที่งบน้อยหรือไม่สามารถเข้า

ถึงการโฆษณาในระบบโทรทัศน์นั้นมีทางเลือกมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดการชวนเชื่อ

โปรโมทสินค้าอะไรต่างๆนานา มันต้องมีรูปแบบและวิธีการว่ามีอะไรมั่ง

บทความนี้เราจะมานำเสนอ วิธีการโปรโมทและโฆษณาสินค้า แบบพื้นฐานและ

ง่ายๆให้ท่านผู้อ่านได้ลองไปวิเคราะห์ ปรับใช้กับสินค้าและบริการของท่านครับ



1.เข้าใจเป้าหมาย กลุ่มลูกค้า : ต้องเข้าใจและรู้ถึงลักษณะพิเศษส่วนบุคคล

ของเป้าหมายที่เราจะทำการโน้มน้าวหรือกลุ่มเป้าหมาย  เช่น

  • วัยรุ่นอาจจะล่อใจด้วยความทันสมัย 

  • คนมีอายุอาจจะใช้ความมั่นคงและเรียบง่ายเข้าสู้  

  • วัยทำงานอาจจะใช้เรื่องความคุ้มค่าและอนาคตเข้าไปดึงดูดแทน



2.ความน่าเชื่อถือ : การแต่งกาย การนำเสนอ หรือชื่อเสียงของกลุ่มบุคคลหรือ

ผู้พูดมีส่วนสำคัญในการใช้โฆษณา โน้มน้าวจิตใจของผู้คนได้เช่น


  • ใช้ดาราสวยๆขายโปรโมทขายสินค้าความสวยความงาม 

  • ใช้นักกีฬาดังๆที่ประสบความสำเร็จมาโฆษณาอุปกรณ์กีฬาหรือยาที่
          เกี่ยวกับกีฬา

  • ใช้คุณแม่ที่มีชื่อเสียง (อาจจะเปนดารานักร้อง)มาโฆษณานมผงเด็ก  

  • ใช้คนที่สังคมเห็นว่าฉลาดและเก่งมาโปรโมทสินค้าอาหารเสริมบำรุง
          สมอง


3.การนำเสนอ : พยายามอย่านำเสนอโดยชี้ประเด็นให้คนบางส่วนไม่พอใจ

หมายถึงการกล่าวหา อ้างอิง พูดถึงบุคคลหรือ คนอื่น ให้เสื่อมเสียเพราะมีโอกาศ

ที่ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าและบริการของคุณ ถูกมองไปในแง่ลบของคนกลุ่มนั้นและ

อาจจะมีการเอาเรื่องหรือโฆษณาชวนเชื่อเผื่อทำลายสินค้าและบริการของคุณ

ทำให้เสียชื่อเสียงได้



4.สร้างประโยคเด็ด : ประโยคคำพูด ที่ทำให้คนสนใจและเป็นเหมือนคำคมใน

สินค้าเราให้คนจดจำและชอบ เป็นเหมือนสโลแกนของสินค้าคุณคนจะได้ติดตาม

และนึกถึง เช่น

  • Dtac ง่ายสำหรับคุณ  

  • โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต  

  • เบอร์ดี้ 1 ในใจคุณ  เป็นต้น



5.ภาพลักษณ์ : มันเหมือนจะคล้ายกับความน่าเชื่อถือแต่ไม่ใช่ครับ ภาพลักษณ์

ในที่นี้หมายถึง ภาพลัษณ์ รูปแบบ และลักษณะของสินค้าและบริการของเรา

หีบห่อบรรจุภัณฑ์  สถานที่จำหน่าย  ความน่าสนใจ ไอเดียของการบรรจุสินค้าทั้ง

หลาย หรือถ้าเป็นการโฆษณา สถานที่เช่น ร้านอาหาร โรงแรม อะไรจำพวกนี้ก็

ต้องนำเสนอจุดเด่นในการขายเช่น โรงแรม 5 ดาว ได้รับมาตราฐาน ร้านค้าร้าน

อาหารก็ต้องอร่อย สะอาด ดูดีในสายตาคนทั่วไปแลดูน่าใช้บริการอย่าดีแค่

โฆษณาชวนเชื่อ เพราะถ้าทั้งโปรโมทดีและคุณภาพดีคุณจะได้ลูกค้าประจำพร้อม

การบอกต่อปากต่อปาก



6.ปากต่อปาก : อะปูเรื่องมาจากหัวข้อที่แล้ว เรื่องการพูดต่อกันปากต่อปากถ้า

คุณให้บริการที่ดีมีประสิทธิภาพได้มาตราฐาน ก็จะได้การโปรโมทโฆษณาให้ฟรี

และในด้านที่ดีบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ไร้มาตราฐานบริการแย่

สินค้าห่วยไร้ประโยชน์เขาก็จะโฆษณาให้คุณฟรีๆเหมือนกันแต่เป็นด้านลบทีนี้งาน

เข้าแน่นอนภาพลักษณ์ที่พูดถึงในข้อที่ 5 ก็จะเสียตามไปด้วยบางคนก็เก็บข้อมูล

เป็นความรู้รอบตัวเอาไว้บอกต่อคนอื่นได้เช่น  เนี้ยมีพี่ที่ทำงานเล่าว่าร้าน ....

บริการห่วยแตก สู้ร้าน .. ไม่ได้เลย  ถ้าคุณจะไปกินอาหารผมว่าร้านที่ 2 เหมาะกว่า

เพราะบริการดีกว่าลองไปดู (เห็นไหมครับมีเปรียบเทียบด้วย)



7. ทำให้เป็นกระแส : ส่วนใหญ่จะเป็นในทางที่ดีคนเราทั่วไปฮิตติดกระแสชอบอยู่

แล้วถ้าทำให้สินค้าของเราเป็นที่พูดถึงโดยคนหมู่มากเป็นกระแสสังคม (ในทางที่ดี

ด้วยนะ)ก็จะเป็นการโฆษณาที่ต่อยอดได้มากขึ้นไปอีกทำให้มีคนอยากรู้อยากลอง

ว่ามันจะเป็นอย่างไร



8.รักษามาตราฐาน : ทั้งฮิตติดกระแส ภาพลักษณ์ดี ก็มีการบอกปากต่อปาก

เพราะคุณภาพดี สุดท้ายเลยคือรักษามาตราฐานคุณภาพของตัวเองให้คงที่และจะ

เป็นการดีถ้าทำให้มันมีมาตราฐาน สูงขึ้นไปทั้งสินค้า และงานบริการ จะสามารถ

รักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างดีทีเดียว


หวังว่าคงได้สาระอะไรจากบทความชิ้นนี้เพื่อไปใช้ไม่มากก็น้อยนะครับ


ขอบคุณที่อ่านจบจบจ้า ^_^




คุณมีเพื่อนร่วมงานแบบไหน






เพื่อนร่วมงาน 15 แบบ


               ในที่ทำงานของแต่ละคนมักมีคนไม่เหมือนกันหลากหลายนิสัย แต่ลักษณะ

เด่นของเพื่อนที่ทำงานนั้นส่วนใหญ่เท่าที่ได้สัมผัสและไปได้ยินได้ทราบได้เห็นมาแต่

ละที่มักจะไม่ค่อยพ้น 15 ข้อที่ผมจะยกมาให้ท่านได้ดูในบทความนี้นะครับ เอิ่มเอา

จริงๆมีอีกคือ ที่ชอบบ่นเจ้านาย ชอบติที่ทำงานตัวเองแต่ผมขอไม่รวมไว้เพราะยังไม่

เด่นเท่านิสัยปกติแค่บ่นๆเป็นบางครั้งมาดูกันว่าที่ทำงานท่านมีเพื่อนร่วมงานแบบ

ไหนตรงกับที่เราเสนอมั่งหรือใช่ทั้งหมด แต่บางคนก็เป็นพนักงานดีเด่น ที่ดีๆใครจะรู้

ฮ่าๆๆๆ


เพื่อนร่วมงาน



1.ขี้เกียจ : ไปทำงานนั่งเฉยๆ นั่งขี้เกียจไปเรื่อยถ้ารู้จักก็เตือนๆเขาหน่อยถ้าไม่อยาก

ให้เขาตกงาน ฮ่าๆ


2.หลงตัวเอง : หลงว่าสวย หลงว่าเก่ง ดูดีแบบสุดๆทำงานไม่เคยพลาดไม่รับฟังความ

เห็นของคนอื่นตัวเองถูกเสมอ แหม่น่าหมั่นไส้


3.เห็นแก่ตัว : ตัวกรูของกรูไม่สนใจความเดือดร้อนของคนอื่นเอาตัวเองรอดไว้ก่อน

หรือทำเพื่อตัวเองสนใจแต่ตัวเองจนทำให้ส่วนรวมเดือดร้อน


4.จับกลุ่มนินทา : อันนี้แนะนำว่าอย่าไปเข้าใกล้คนกลุ่มนี้ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยก็

เบาๆหรือเลิกซะ คนเขาจะเกลียดขี้หน้าเอา


5.ขี้โกง เหลี่ยมจัด : พวกยักยอกเงินเพื่อนสั่งซื้อของ ราคา 50 บอกราคา70 หรือพวก

ที่ยักยอกเงินบริษัทเหลี่ยมเยอะยักย้ายถ่ายเท ลื่นไหลจับได้เมื่อไหร่อย่าเก็บไว้บอก

หัวหน้าใหญ่จัดการไปเลย + พร้อมหลักฐานนะเดี๋ยวเขาจะว่าเราใส่ร้ายกลายเป็นโดน

อคติกลับซะเอง


6.ตัวถ่วง พลาดบ่อย : น่าเห็นใจนะครับถ้าเขามีความตั้งใจแต่พลาดเขาอาจจะไม่

เก่งจริงๆแต่พวกที่พลาดเพราะประมาทไม่รู้จักแก้ไขพวกนี้ตักเตือนก็บ้างก็ดี


7.ขี้โม้ เพ้อเจ้อเพื่อนร่วมงานที่โม้ได้ทั้งวัน พูดจนลิงหลับไป 2-3 ตัวแล้วยังไม่หยุด

บางทีก็เฉยๆแต่ถ้ามันจะกระทบการทำงานของเราก็ไหวตัวออกมาก่อนโดนเจ้านายดุ

เอา


8.ไม่มีความมั่นใจ :  เพื่อนร่วมงานพวกนี้บางทีต้องการกำลังใจในการแสดงออก

หรือออกความเห็นหรือทำอะไรก็แล้วแต่ก็ช่วยๆเขาหน่อย


9.ห่วงสวย : บ้าแต่งหน้าทำผม อัพเดทแฟชั่นทั้งวันไม่สนใจทำงานเล้ยยยยย


10.บ้าบอล : บ้าบอลโม้เรื่องบอลทุกลมหายใจเป็น แมนยู ลิพูน ปืนใหญ่ บาซ่า

บลาๆๆตกเย็นเข้าคูหากาแมนยู ฮ่าๆๆ


11.อู้งาน : หาทางหลบเลี่ยงงานให้ออกไปติดต่องานนอกสถานที่ก็แอบไปหลับ

หรือบางทีก็ดึงเวลาทำงานให้ช้าลากไปเรื่อย


12.บ้ากิน : ที่โต๊ะจะมีขนมให้กินได้ตลอดเวลาทั้งวัน บางทีเราไปขอแบ่งๆมากิน

เวลาหิวมั่งก็ดีนะ 555+


13.จริงจัง ขยัน : พวกนี้คบได้เพราะจะเป็นผู้ขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตได้เป็นอย่างดี

ยิ่งถ้าเป็นคนทำงานเก่งด้วยเนี้ยแหล่มไปเลย


14.ไม่เข้าสังคม โลกส่วนตัวสูง : ชวนไปไหนไม่ไปไม่ค่อยพูดไม่ค่อยคุยโลกส่วน

ตัวสูงบางทีเขาอาจจะมีปัญหาหรือนิสัยส่วนตัวอย่าไปอคติอะไรกับเขามาก


15.เฮฮา ตลก  : สนุกสนานเฮฮา ตลกขบขันเป็นตัวโจ๊กคอยทำให้คนอื่นมีความสุข

แต่บางคนจริงมั้ยว่าเยอะเกินจนขาดมารยาทและกาละเทศะแต่คนที่พอดีๆก็น่ารักแถม

มีเสน่ห์เป็นที่สนใจของสาวๆด้วย



เพื่อนร่วมงานทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ อันไหนที่คิดว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปสำหรับ

คุณก็อย่าไปเอามาติดใจใส่มากมายครับคนเราต้องปรับตัวเข้าหากันในเมื่อเราอยู่ใน

สังคมเดียวกันถ้าอันไหนเห็นว่าผิดไม่ถูกต้องก็ตักเตือน ห้ามปรามแต่ถ้าเกินเยียวยา

เราก็อย่าไปยุ่งเพราะเดี๋ยวเขาก็จะได้รับผลของการกระทำของเขาเอง





คาถาปราบเกรียนคีย์บอร์ด





คาถาปราบเกรียน


              เมื่อบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดไปแล้วถึงการเกรียนอย่าง วิถีของเกรียน

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องการจัดการกับเกรียนคีย์บอร์ดหรือจะเรียกอีกอย่างว่า

ปราบเกรียนเรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่พอจะช่วยให้เราปราบเหล่าร้ายเอ้ยเหล่าเกรียนที่

คอยกวนใจคุณเหมือนขี้มูกติดรูจมูกแล้วไม่ยอมออกซะทีเอาละมาดูกันว่ามีวิธีไหนแก้

ปัญหาเกรียนคีย์บอร์ดเหล่านี้ได้บ้าง


ปราบเกรียน


1.ใช้เหตุผล : คุยด้วยเหตุผลให้มันงง แลดูฉลาดน้อยกว่าเราเดี๋ยวมันเห็นว่าหลักการเยอะๆ


เบื่อไปเองแหละ


2.ไม่ตอบโต้ : อย่าไปตอบโต้มันปล่อยๆไปเลยให้บ้าอยู่คนเดียว


3.อย่าดิ้นตามมัน : อย่าไปอินกับเรื่องที่เกรียนคีย์บอร์ดพูดใส่หรือไปดิ้นๆๆๆให้มัน

สมหวัง


4.นัดเจอเลย : นัดออกมาเจอถ้ามันไป ให้มันไปคนเดียวแล้วเรานั่งหัวเราะอยู่บ้าน

สะใจดี


5.ประจานออกสื่อ : เอาความกาก เกรียนไร้สาระของมันมาประจานให้คนอื่นเห็นมัน


ได้อายบ้าง


6.รุมมัน : เอาพวกเรามาทำการประชาทัณฑ์คีย์บอร์ดใส่มันเอาให้เถียงไม่ทันกันเลย

ทีเดียว


7.เกรียนมันกลับ : มันเกรียนมาใช่ไหม เอ็งเกรียนเป็นคนเดียวหรือไงมานี่ข้าเกรียนกลับ

เอาให้แสบกว่ามันเลย


8.หลักฐานคาตา : ถ้าเถียงกันแล้วมันไม่ยอมรับในความพ่ายแพ้ความกากของมันเอง


ก็งัดหลักฐานมาโชว์ให้เห็นคาตาไปเลยเอาให้เงิบ


9.มันคือเรื่องตลก : ปล่อยให้มันเห่าไปพอมันเกรียนเสร็จ 1ที ก็กด 555+ อีกทีก็พิมพ์

หรอให้มันเห่าไปแต่ทำให้มันรับรู้ว่าเราอะรู้ที่มันพิมพ์เกรียนมาตลอดแต่เราเห็นเป็น

เรื่องตลกขำขันไร้สาระ ให้มันเดือดดิ้นไปเอง ฮรี่ๆๆ


10.ทำตนให้สูงกว่า : เหยียดหยามมันทำให้มันรู้ว่าเรามันคนละชั้นกันวะแกไม่คู่ควร

ให้ต้องเสวนาด้วยคอมเม้นท์ของแกมันไร้สาระไม่อยู่ในสายตาข้ามองไม่เห็น



หมดแล้วครับ วีธีการปราบเกรียนคียบอร์ด เลือกๆกันเอาไปใช้ได้ตามอัธยาศัย แต่ขอ

บอกเลยครับข้อ 7 สนุกมากโครตหนุก ข้อ 8 นี่สะใจดีให้ความรู้สึกถึงอาการเงิบอย่าง

ชัดเจน มันต้องเจอหลักฐานครับ (แต่ข้อมูลเราต้องแน่นด้วยนะกันมันแถพวกนี้แถเก่ง

สลัดเลย)




เกรียน 10 จำพวก






ประเภทของเกรียน


เกรียน

             เกรียนมีหลายรูปแบบทั้งดีและไม่ดีทั้งเป็นขยะสังคมหรือเป็นพวกสัญลักษณ์

ของบางสิ่งบางอย่างที่บ่งชี้คนกลุ่มนั้นๆ


1.เกรียนแพ้ไม่ได้ : ไม่ว่าจะเล่นเกมส์แข่งขันอะไรที่มีแพ้มีชนะ ถ้ามันแพ้มันจะแถหรือ

มันจะอ้างนั่นนี่เยอะแยะจนปวดหัว


2.เกรียนตรรกะพิการ : พวกความคิดแปลกๆไว้ใช้รองรับเหตุผลของตัวเองเท่านั้น

แต่เวลาเหตุผลของคนอื่นกลับไม่ยอมรับความคิดในพื้นฐานเหตุผลเดียวกัน


3.เกรียนทับถม : เกรียนพวกนี้เวลาชนะใครดีเด่นกว่าใครชอบทับถมเยาะเย้ยผู้อื่น

ให้อาย


4.เกรียนคีบอร์ด : เกรียนคีบอร์ดที่เก่งแต่อยู่หลังจอคอมพ์นั่งกดแป้นพิมพ์ด่าคนอื่น


ไปวันๆทำเป็นเก่ง


5.เกรียนสัญลักษณ์ : พวกนี้ป็นอินดี้มีความคิดเป็นของตัวเองไม่ใช่พวกก่อกวนเป็น

พวกที่แสดงความเห็นในแบบตน ตรงไปตรงมามักเป้นที่ชื่นชอบในวัยรุ่นด้วยกันแต่

มักไม่เข้าตาผู้ใหญ่ซักเท่าไหร่


6.เกรียนเด็กเรียน : เด็กพวกนี้มักโดนคนอื่นเรียกเอาเองว่าเกรียนทั้งๆที่นิสัยเค้าอาจ

จะจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบเข้าเส้นทั้งเรื่องเรียน เรื่องเกมส์ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร


7.เกรียนเอาใหม่ : เวลาทำอะไรไม่ได้ดี เช่นเล่นเกมส์ ทายผล หรือทำอะไรแข่งกับ

คนอื่นแล้วไม่ได้ดั่งใจ ก็มักขอเริ่มใหม่หรือ


8.เกรียนดราม่า : มักโผล่มาทำดราม่าหาเรื่องหรือยุยงให้คู่กรณีคนอื่นเขาตีกันหรือ

ทำให้เรื่องแย่ลงไปกว่าเดิม


9.เกรียนโลกสวย : พวกนี้ชอบทำตัวโลกสวยเวอร์อะไรก็ไม่สามารถทำร้ายเขาได้

แต่พอเจอด้วยตัวเองกลับโลกสวยไม่ลงซธงั้นด่ากราด หยาบคาย เอากับเขาละ


10.เกรียนขี้โกง : เกรียนพวกนี้ชอบหลอกล่อคนอื่นที่ไม่ทันตนหรือคิดหาวิธีหลอก

เพื่อหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งของผู้อื่น พูดง่ายๆพวกนี้ก็พวกขี้โกงฉ้อโกง เวลาโดนพวกนี้

หลอกไปเมื่อไหร่ ทุกคนมักพูดว่า โดนเกรียนแล้ว ต้องปราบเกรียน ให้สิ้นซาก


เกรียนมีหลายแบบ ทั้งแบบที่ไม่ทำร้าย หรือสร้างความรำคาญให้ใครกับพวกที่ชอบ

ระรานชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไปทั่ว เจอที่ไหนอย่าไปเสียเวลากับ

พวกนี้เลยครับ




วาเลนไทน์ Valentine's day






วาเลนไทน์ Valentine's day


    เดือนที่ 2 ของปีก็มาถึง เดือนกุมภาพันธ์ เอะ....พูดถึงเดือนนี้มันสำคัญยังไงนะ

คงจะหนีไม่พ้นกับวันแห่งความรักที่คู่รักจะแสดงความรักให้แก่กัน แต่ไม่ใช่เฉพาะ

คู่รักเท่านั้นที่จะแสดงความรักได้ มันเป็นวันที่เราสามารถจะบอกความรักให้กับคน

ที่เราเคารพนับถือ เพื่อน หรือพ่อ แม่ ก็ได้ จร้า แต่การแสดงความรักเราสามารถที่

จะแสดงให้แก่กันได้ทุกวันไม่ใช่


       เฉพาะวันนี้วันเดียวนะ เพ้อมาเยอะแล้ว เรามารู้จักกับวันวาเลยไทน์ หรือ

วันแห่งความรักกันก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก Valentine's day 





      ตามตำนานเล่าว่าวันวาเลนไทน์ มาจากชื่อของนักบุญท่านหนึ่ง ชื่อว่า

วาเลนไทน์ (St.Valentine) มีชีวิตอยู่ในยุคของกษัตริย์ Claudiusที่ 2 แห่งกรุงโรม

ในสมัยนั้นกษัตริย์ Claudius ได้ออกกฎห้าม ไม่ให้มีการทำพิธีแต่งงานในเขตเมือง

ปกครองของพระองค์กษัตริย์ ในช่วงยุคในสมัยนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย นิยม

ในการสงครามกว่าสิ่งอื่นใดกระหายสงครามและชัยชนะ เหตุผลที่ไม่ให้มีการ

แต่งงานเกิดขึ้นในโรมเพราะพระองค์มีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการแต่งงานมีพันธ

ผูกพันธ์ของผู้ชายจะทำให้ความรู้สึกในการรบนั้นลดลงการสนใจในการรบน้อยลง

กว่าการที่ไม่แต่งงานเพราะพระองค์กระหายในสงครามและต้องการผู้ชายที่รบได้

ทุกคนมาเป็นทหารเพื่อใช้ในการศึก


      และนักบุญวาเลนไทน์ หรือ “ เซนต์วาเลนไทน์ ” หรือ “วาเลนตินัส” ซึ่งดำรงชีพ

อาศัยอยู่ในกรุงโรมที่มีกฎนี้เช่นกันได้ไปร่วมมือกับ  เซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้

คนที่นับถือในพระเจ้า ศาสนาคริสต์หลายต่อหลายคู่ซึ่งเป็นการขัดคำสั่งและกฎหมาย

ที่กษัตริย์ได้กำหนดขึ้น ซึ่งเป็นการจัดพิธีแต่งงานแบบลับๆ แต่ความลับมักไม่มีในโลก

เมื่อความล่วงรู้ไปถึงหูของ กษัตริย์Claudius พระองค์ทรงกริ้วและได้สั่งให้นำทหารไป

จับนักบุญ เซนท์วาเลนไทน์มาประหารชีวิต ระหว่างนั้นเองตอนยังไม่ได้รับการประหาร

และต้องโดนขังอยู่ในคุก มีหนุ่มสาว คู่แต่งงานหลายคน หลายคู่ ที่ท่านได้เคยทำพิธี

แต่งงานอย่างลับๆให้ได้แอบเช้าไป (อาจจะติดสินบนผู้คุม) เยี่ยมเยียนท่านอยู่เสมอๆ

เพื่อแสดงน้ำใจ ....  ความรักมักเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกสถานการณ์และทุกที่ ท่าน

นักบุญวาเลนไทน์ได้พบรักกับหญิงสาวนางนึงซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้คุมห้องขัง

หญิงสาวผู้นั้นมักมีน้ำใจมาเยี่ยมพูดคุยกับท่านและเธอได้ชมชอบชื่นชมกับการ

กระทำของ เซนต์วาเลนไทน์ ว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คำพูดความเป็นมิตรเป็น

เพื่อนในวันที่ต้องรอความตาย เป็นเหมือนกำลังใจให้คนที่รอวันประหารในคุก

ได้รู้สึกถึงความรักที่สวยงาม นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ค.ศ.269 หรือบางแหล่งบอกว่าค.ศ. 270 ก่อนตายท่านได้เขียนจดหมายน้อยถึงนาง

เพื่อขอบคุณในมิตรภาพ กำลังใจความรู้สึกดี ความรักและชื่นชมที่นางมีให้

ลงท้ายด้วยคำว่า " Love from your Valentine. "


 (รัก จากวาเลนไทน์ของเธอ)


          นับตั้งแต่วันนั้น ชาวคริสต์ศาสนิกชน จึงถือว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็น

วันเซนต์วาเลนไทน? หรือวันวาเลนไทน์เพื่อแลกเปลี่ยนจดหมายรักแสดงความ

รักแก่กันในวันนั้นสืบต่อกันมากว่า 1,500 ปี  ซึ่ง Valentine's day เป็นวันที่เป็น

สัญลักษณ์สำคัญในการมอบความรัก มิตรภาพ กำลังใจที่ดีให้แก่กัน .....






นั่งแท็กซี่(คนเดียว)ให้ปลอดภัย




นั่งแท็กซี่(คนเดียว)ให้ปลอดภัย


            คุณเคยได้ยินข้าวเรื่องความไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินเวลานั่งแท็กซี่

ใช่มั้ย แท็กซี่ไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายแบบนั้นทุกคนแต่ๆๆๆ การพูดแบบนี้มันคือการประมาท

อย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเองเราควรมาเรียนรู้ว่า นั่งแท็กซี่อย่างไรให้ปลอดภัย

กันดีกว่าเพื่อที่จะได้ไม่เกิดการประมาทและรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรเวลาเราต้องใช้บริการ

รถแท็กซี่เหล่านั้น




1.จดจำป้ายทะเบียนรถและยี่ห้อ : เผื่อเวลาเกิดเหตุอะไรเราจะได้สืบสาวหาความ

ได้หรือโทรไปบอกว่าตนเองขึ้นรถอะไร ทะเบียนอะไร ยี่ห้ออะไร



2.มองหาทะเบียนขนส่ง :  แล้วถ่ายภาพส่งไปให้คนรู้จักคนสนิทของเราจะได้รู้ว่าเรา

ขึ้นรถคันไหน 



3.ถ่ายรูปตัวเลขข้างรถ : เหมือนข้อที่ 2 คือถ่ายส่งเหมือนกัน



4.นั่งด้านหลังคนขับ : เผื่อคนขับเกิดคิดมิดีมิร้าย คนขับจะได้เอี้ยวตัวมาลำบาก และ

เขามองเห็นเราไม่ถนัดอีกด้วย



5.ไหวตัวอยู่ตลอดเวลา : สังเกตุเส้นทางที่คนขับใช้ว่าคุ้นหรือออกนอกเส้นทางเป็น

ที่น่าสงสัยหรือไม่ หรือเกดอาการคลื่นไส้ เวียนหัว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโดนมอมยา 

วางยาให้รีบลงจากรถหรือโทรขอความช่วยเหลือ



6.ห้ามหลับ : เหตุผลเดียวครัลถ้าเขาเป็นคนเลวการที่คุณหลับ หมายถึงเป้านิ่งๆรอเชือด

อย่างเดียวเลย



7.อย่าตีสนิทคุยเรื่องส่วนตัว : การเปิดเผยพูดคุยในเรื่องส่วนตัวอาจนำพาให้คนขับ

เลวๆเก็บข้อมูลเอามาไว้ใช้วางแผนทำร้ายเราได้ทางที่ดีตัวใครตัวมันนิ่งๆไว้ดีกว่า

ไม่ต้องกลัวจะเสียมารยาทของผู้โดยสารที่จะเลือกไม่สุงสิงอะไรด้วยก็ได้ถ้าเราเกรง

ไม่ปลอดภัย



8.ออกทางประตูด้านซ้าย : หรือประตูตรงข้ามกับคนขับ ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นในทางที่

ไม่ดีจะได้ประวิงเวลาเดินอ้อมกับถูกล็อกได้



9.อย่าพูดว่าไม่รู้จักเส้นทาง : ถ้าพูดแบบนั้นออกไปจะเป็นการชี้ช่องให้คนขับที่คิด

มิดีมิร้ายฉวยโอกาศหลอกเราเอาได้



10.อย่าประมาท : อย่าคิดว่าไม่มีอะไรหรอก เรื่องไม่เกิดกับเราหรอก มันคงไม่มีอะไร 

ถ้ามองข้ามเรื่องนี้ไป ทั้ง 9 ข้อที่บอกมาก็ไร้ประโยชน์เพราะถ้าคุณไม่ประมาท คุณจะ

ทำตามคำแนะนำที่เราบอกคือระวังและมันคือวิธีที่ช่วยให้คุณรอดพ้นจากแท็กซี่บางคัน

ที่เลวร้าย หรือผ่อนหนักผ่อนเบาได้




10 เทคนิคการพูดดีๆมีเสน่ห์






10 เทคนิคการพูดที่ดี



บทความนี้จะพูดถึงเทคนิคการพูดให้ดูดีมีเสน่ห์ในการเข้าสังคมและเป็นที่ถูกตา

ต้องใจของผู้ที่ได้คุยสื่อสารด้วย เพราะการพูดเป็นศิลปะอย่างนึงที่สามารถมีวิธี

เทคนิคการพูดเพื่อใช้เป็นเสน่ห์มัดใจสาวในตัวของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


1.สุภาพ : พูดจาสุภาพดูดีช่วยให้คนภายนอกมองคุณได้ว่าคุณนั้นไม่ใช่คนหยาบ

อะไรนัก


2.มีสาระ : พูดให้มีสาระได้ประโยชน์ไม่พูดเพ้อเจ้อ


3.ไม่พูดมาก : พูดมากจนน้ำลายเหนียวพูดจนคนอื่นไม่อยากฟัง อย่าทำ


4.พูดความจริง : ถ้าเกิดเขาจับได้ว่าคุณพูดโกหกไม่ว่าเรื่องใดก็ตามถ้าเขาแย้งขึ้น

มาคุณอาจเสียหน้าได้ หรือความน่าเชื่อถือของคุณอาจลดลงได้


5.ถูกกาละเทศะ : พูดให้ถูกที่ถูกเวลาถูกงานถูกสถานที่ เช่น งานมงคลไม่ควรพูด

ถึงเรื่องตายหรือไม่ดี งานศพไม่ควรเฮฮาหรือชวนกันกลับบ้านต่อหน้าศพ


6.สนในผู้ฟัง : ให้ความใส่ใจมองหน้าสบตาแก่ผู้ฟังและคำนึงด้วยว่าผู้ฟังเข้าใจ

รู้เรื่องหรือตามทันเราหรือไม่


7.คิดก่อนพูด  : ก่อนจะพูดอะไรออกมาควรกลั่นกรองความคิดก่อนว่าพูดไปจะดี

หรือเสียอย่างไรบ้างกับตัวเราและผู้อื่น คำพูดเป็นนายเรา เมื่อเราเอ่ยวาจาออกไป


8.ชัดเจน มั่นใจ : พูดด้วยความ ฉะฉานพูดให้ชัดเจน รู้เรื่อง และมั่นใจไม่อ้ำอึ้ง

หรือตะกุกตะกัก จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คุณได้ไม่ยาก


9.ทำนอง น้ำเสียงที่ดี : พูดในน้ำเสียงและทำนองที่เหมาะสมตามสถานการณ์

ไม่ตวาดหรือขึ้นเสียงใส่ผู้อื่น


10.ข้อมูลต้องแน่น : ข้อมูลที่จะนำมาพูดนอกจากจะเป็นความจริงแล้วยังต้อง

แม่นแน่นว่ามันใช่ถูกต้องแล้วไม่งั้นถ้ามีใครแย้งความถูกต้องของคุณขึ้นมาจะ

เสียหน้าเสียทรงเอาได้ ความน่าเชื่อถือในคำพูดของคุณจะลดลงไปอีกด้วย


         การพูดเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้พูดไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก้ตามมันจะ

ช่วยสื่อสารตัวตนและความต้องการของผู้พูดรวมถึงทัศนติออกมาได้แต่อย่างไร

ก็ตามต่อให้เขาพูดได้ดีมีสาระแค่ไหนก็ไม่สามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกนึกคิด

ภายในจิตใจมนุษย์ การพูดที่ดีทำให้มีเสน่ห์มากขึ้นแต่ไม่ได้หมายถึงคนๆนั้นจะ

ดีเหมือนอย่างคำพูดของเขาเพราะฉะนั้นการจะไว้ใจซักคนคุณอย่าใช้เพียงการ

พูดของเขาตัดสินจงคิดให้รอบคอบก่อนจะไว้ใจใคร





15 เสน่ห์มัดใจสาว






คาถา มหาเสน่ห์มัดใจ



          บทความนี้เรามาเน้นสาระเรื่องเรื่องผู้หญิงกันมั่ง มาดูกันว่าผู้ชายอย่างเราๆ

ท่านจะมีเสน่ห์มัดใจสาวในแบบใดได้มั่งวันนี้เรามีให้ท่านเลือก 15 ข้อว่าท่านผู้ชาย

ต้องการข้อไหนไปใช้เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองเวลาไปอยู่ต่อหน้าสาวๆหรือเข้าไปทำ

ความรู้จักกับพวกเธอเหล่านั้น


เสน่ห์มัดใจสาว


1.ไม่ขี้โม้  : ไม่คุยโตโอ้อวด พวกพูดชอบอวดตัวเองผู้หญิงเขาฟังแล้วจะรำคาญเอา

ใครฟังก็รำคาญไปขี้โม้



2.สุภาพ : ไม่มีนิสัยหยาบช้า หยาบคาย พูดจาและการกระทำที่ออกไปในแนวที่เถื่อน

ความประทับใจครั้งแรกอาจพังลงเพราะเราเผลอไปทำตัวเถื่อนให้เขาเห็นเอาได้



3.เป็นผู้ฟังที่ดี : รับฟังเวลาเธอพูดพยายามเข้าใจปัญหาของเธอไม่ตัดบท รับฟัง

ปัญหาเป็นที่ปรับทุกข์ที่ดี



4.มีมารยาทให้เกียรติผู้อื่น : ทำผิดขอโทษ เจอหน้าทักทายให้เกียรติทุกคนไม่เหยียด

คนที่ต่ำต้อยกว่า รู้จักกาละเทศมารยาทต่างๆ



5.หน้าตาดูเป็นมิตร : หน้าตาไม่บึ้งตึงดูโหด ทำหน้าทำตาให้ยิ้มแย้มแจ่มใสแลดูเป็น

มิตรน่าคบหาพูดคุยด้วย



6.มีทัศคติที่ดี : คิดบวก Positive Thinking เป็นการทำให้จิตใจเราผ่องใส เมื่อคิดดีแล้วจะ

พูดดีและทำดีอีกด้วย



7.พูดดีมีสาระ : คิดก่อนพูด คำพูดเมื่ออกจากปากแล้วนั้นมันจะเป็นนายเราพูดให้ดี


มีประโยชน์ไม่เพ้อเจ้อมาก ช่วยเสริมให้คุณเป็นคนน่าเชื่อถือ



8.มีน้ำใจ : ช่วยเหลือผู้อื่นยามลำบาก ให้ความช่วยเหลือแบ่งปันแก่ผู้ที่ต้องการ

นับว่าเป็นเสน่ห์ที่ถูกใจสาวๆมากเพราะเข้าไปช่วยเวลาที่เขาต้องการแบบนี้



9.มั่นใจในตัวเอง : ไม่หลบตาเวลาเจอหน้าสาวๆเขาจ้องมาเราจ้องตอบ มีความมั่นใจ

ในตัวเองเวลาทำอะไรต่อหน้าสาวๆไม่สั่นไม่ลน



10.แต่งกายดี สะอาด : แต่งตัวถูกกาละเทศะร่างกายสะอาดไม่เหม็น ดูแลร่างกายให้

แลดูสะอาดผ่องใส่อยู่เสมอ



11.นินทา : ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบผู้ชายขี้นินทาหรอกครับอย่าเผลอไปนินทาคนอื่น

ให้เธอฟังผู้หญิงจะหาว่าคุณขี้เม้าท์เอาได้ แค่แซวเล่นติดตลกขำๆอะพอได้



12.ตลกนิดหน่อย : ทำตัวเป็นคนมีอารมณ์ขันนิดๆหน่อยๆ แซวไปแซวมากำลังพอดี

ไม่มากเกินไปจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คุณมากขึ้นอีกโขเลยทีเดียว



13.ตรงไปตรงมาจริงใจ : ความจริงใจตรงไปตรงมา ไม่แอ๊บไม่แสร้งทำเป็นอะไรที่

ใครก็ชอบทั้งนั้นแลดูจริงใจแต่บางทีก็ไม่ต้องตรงเกินไปอ้อมนิดอ้อมหน่อยรักษาน้ำใจ

กัน



14.ชมเธอหน่อย : ใครๆก็ชอบคำชมมีเร๊อะสาวๆจะไม่ชอบ ว่าไง วันนี้ผมสวยจัง

ชุดซื้อที่ไหนสวยดี วันนี้ทาเล็บมาได้เข้ากับชุดมากเลย บลาๆๆ เอาแต่พอดีอย่า

ให้เลี่ยน



15.ผู้คุ้มครอง ดูแล และปกป้อง : ขายในฝันของผู้หญิงหายๆคนมักเป็นผู้ที่คุ้ม

ครองปกป้องตัวเขาได้ เผชิญปัญหา ดูแลและปกป้องเธอจากสิ่งต่าง แหม่เท่ไม่หยอก



              ผู้หญิงหลายคนหลายจิตใจหลายความความคิด ไม่สามารถเอาทุกข้อไปใช้

กับเธอเหล่านั้นได้หมดจงดูว่าเธอเป็นคนแบบไหนแล้วเลือกบางข้อไปใช้ไปทำตัวให้

เธอประทับใจในตัวเรา แต่เน้นข้อที่สำคัญที่สุดคือข้อ 3 ครับ

จริงใจ ความจริงใจตรงไปตรงมา   เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ














16 สิ่งที่ไม่ควรทำในการสัมภาษณ์งาน






สิ่งที่ไม่ควรเวลาสัมภาษณ์งาน


          สิ่งที่เราไม่ควรทำในการไปสัมภาษณ์งานเพื่อจะให้ได้งานทีเราต้องการ

มีอะไรบ้างควรทำอย่างไรหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านเพื่อนำไป

ใช้ในเทคนิคการสัมภาษณ์งานนะครัชเกียร์เบรก เพลา เอ้อ ไม่ตลก




1.มารยาทเสีย : ไม่ให้ความเคารพ เจอหน้าไม่ทักทายทำท่าทีไม่สนใจ อยากได้

งานรึเปล่านะ



2.กลัว หมดความมั่นใจ ตะกุกตะกัก : จงพกพาความมั่นใจมาให้พอสมควรทำ

อะไรเมื่อเรามั่นใจจะดูมีเสน่และดูดีในสายตาคนอื่น



3.ทำหน้าเบื่อโลก : อย่าทำหน้ายังงั้นเลยใครๆก็ไม่ชอบคนทำหน้าแบบนี้



4.พูดจาไม่สุภาพ : มารยาทปกติพูดจาไม่สุภาพก็ดูแย่แล้วมาเจอสัมภาษณ์งาน

ทำแบบนั้นสงสัยคงต้องไปหางานที่อื่นอีก



5.นินทาที่ทำงานเก่า : อย่าเด็ดขาดเป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างยิ่ง



6.มือไม้อยู่ไม่สุข : ทำตัวนิ่งๆสงบๆ ไม่ซนมือไม้อยู่ให้ดีตั้งสติไว้ๆ



7.ไม่สบตา : กรุณาสบตาแก่ผู้ที่มาสัมภาษณ์เราเพื่อแสดงถึงความสนใจและความ

มั่นใจของเรา



8.ไม่ท่าทำตัวโอเวอร์ : บางครั้งการแต่งกายท่าทางการแสดงออกไม่ควรโอเวอร์

เกินไปดูน่าหมั่นไส้



9.การแต่งกายและกาละเทศะ : แต่งกายให้เหมาะสมแก่สถานที่และเวลา และ

เหตุผลที่สมควรรู้จักกาละเทศะ



10.อย่าสบายเกินไป : ไม่นั่งพิงนั่งเอน นั่งยกขา ทำตัวสบายเกินไปเหมือนอยู่

บ้านตัวเองทำให้แลดูไม่มีมารยาท



11.เอกสารห้ามขาด : มันบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมของคุณความรอบคอบด้วย



12.อย่าเหม่อย่าเล่น : ตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ต่อหน้าให้ดีที่สุดอย่าไปเหม่อมองอะไร

นานหรือไปเล่นโทรศัพท์เล่นเกมส์ มันเสียมารยาทและบ่งบอกถึงเวลารับคุณเข้า

ไปแล้วอาจจะเสียงานได้



13.อย่ากวนผู้สัมภาษณ์ : ถ้าเยาไม่เล่นกับเราเราก็อย่าไปแหย่เขาบางทีเขาจริงจัง

เราก็ควรจริงจังด้วยเช่นกัน



14.อย่ามาสาย : เรื่องนี้เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ คงไม่ต้องอธิบายมากนะครับ



15.ให้เกียรติผู้อื่น : การแสดงอาการลบหลู่ เหยีดยด หรือหยามคนอื่นหรือคนที่

ต่ำต้อยกว่าเป็นการกระทำที่แย่โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ที่มาสัมภาษณ์เรา



16.ไม่ลากเข้าการเมือง : บางทีบางครั้งตอนเราตอบคำถามเพลินๆอาจจะไปแตะ

เอาเรื่องการเมืองได้เรื่องนี้ถ้าทัศนคติไม่ตรงกันคุณอาจจะวืดงานเอาได้ทางที่ดีมี

สติจับจ้องอย่าเผลอไปเรื่องนั้นเลย





12 พฤติกรรมเด่นของนักเล่นยูทูป Youtube








พฤติกรรมนักเล่นยูทูป Youtube 






1.เจ้าบทเจ้ากลอน ยอดคำคม : แต่งคำคม แต่งกลอน พร่ำเพ้อหรือเอาฮาไปตามเอ็มวี


เพลงเพื่อความสนุกสนาน




2.รำพึงรำพัน : คิดถึงพี่สมหอยจนไขมันย้อยเป็นตันๆ เมื่อไหร่เขาจะกลับมา น้องหมูบิน


คิดถึงยังจำรักของเราเมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้วไม่ลืมเลือน ... อุต๊ะ





3.ย้อนอดีต : สมัยนั้นเพลงนี้ทำให้เรามีแฟน ถึงจะนานเท่าไหร่เพลงนี้ยังคงอยู่ในใจเรา


เสมอเพลงสมัยนี้อะไรก็ไม่รู้




4.มุขปี : ใครฟังปี 2025 กดไลค์ (อีกคนสวนมาว่าปีไหนๆตูกูฟังเว้ย)




5.เกรียน นักเลงคีบอร์ด : คอมเม้นท์อย่างสร้างสรรค์ไม่เป็นด่าเป็นเกรียนแตก สร้างเรื่อง


ใส่ร้ายกวนทีน นี่แหละพวกเกรียน





6.ผมมาจาก : ประมาณว่าเพจในเฟสหรือเว็บอะไรที่มีคนติดตามมากเอาคลิปไปลงแล้วมี


คนตามเข้ามาเขาก็จะบอกว่าาจากที่นั่นที่นี่เพื่อประกาศศักดา



7.ถ้าได้ท๊อปเม้นจะ  : ถ้าผมได้ท็อปคอมเม้นกดไลค์เยอะๆจะถ่ายรูป18+ ให้ดู จะอมอึหมา


จะบอกรักคนที่แอบชอบ บางคนเล่นแรง (ท็อปเม้นพ่อตาย...สุดท้ายมันนั่นแหละได้ท็อปเม้น)



8.นำพาเข้าการเมือง : เรื่องราวดีๆ ฟังเพลงไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่จะมีคอมเม้นท์ง่าวๆ


ลากเข้าไปการเมืองให้ดราม่ากัน




9.พิมพ์ไทยในหน้าสากล : ชอบพิมไทยเห้ยไทยเว้ย แต่ก็นะมันเป็นสิทธิของคน บาง


ครั้งการพิมพ์ไทยเพื่อให้คนไทยที่ไม่เก่งอังกฤษเข้าใจอะไรในหน้ายูทูปที่เป็นภาษา


อังกฤษก็น่ารักดีนะ



10.เพื่อนบ้านชอบเสี้ยม : ทั้งเพื่อนบ้านที่ไม่รู้ภาษาไทยกับเพื่อนบ้านที่พิมพ์ไทยได้


ชอบเสี้ยมให้คนไทยตีกันชอบมามั่วก็เหมือนเราไปมมั่วเขานั่นแหละแต่พวกที่เสี้ยมให้


ตีกันเองนีน่าจัดมันซักดอก



11.กดไลค์ควมเห็นฝรั่ง : ไม่รู้มันพิมพ์อะไรหรอก กดไลค์ไว้ก่อนละกันฝรั่งนิ อิอิ



12.ชอบสร้างดราม่า : บางคลิปเขาเม้นกันอย่างสร้างสรรค์จะมีบางพวกมากวนหรือ


มาลากเข้าดราม่า สร้างความแตกแยกเห็นบ่อยบางครั้งเป็นคนละเรื่องกับในคลิปเลย

ก็มี





10 วิธีการประหยัดเงินในกระเป๋า







วิธีการประหยัดเงิน


                ในยุคที่ข้าวของแพงนั้นปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้ชีวิตต่างๆนั้นเราต้องอยู่

อย่างประหยัดเพื่อให้รายได้นั้นพอรายจ่าย และวันนี้เราจะมานำข้อเสนอแนะในวิธี

การประหยัดและอดออมให้แก้ผู้อ่านเผื่อท่านใดเห็นชอบด้วยจะนำไปปรับใช้ให้เข้า

กับชีวิตประจำวันของแต่ละท่านเพื่อสภาพคล่องทางการเงินหรือลดค่าใช้จ่ายต่างๆ

นานาๆที่จะต้องใช้ออกไปให้เหลือเงินเก็บไว้เพื่ออนาคตหรือบั้นปลายชีวิตตัวเอง

ได้อยู่อย่างไม่ลำบาก



การประหยัดอดออม


1.ตั้งเป้าหมาย : การทำอะไรให้ได้ดีนั้นการตั้งเป้าหมายมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งว่าเรา

จะทำไปทำไมทำเพื่ออะไรหาเป้าหมายในการประหยัดและออมเงินของคุณซะ



2. ทำบัญชี รายรับ - รายจ่าย : การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะทำให้เรามองเห็น

ว่าใน 1 วัน เดือนปี เราเสียเงินไปกับอะไรที่ไม่สมควรหรือใช้เงินกับอะไรไปบ้างเผื่อ

บางทีเราจะได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนั้นลงเสีย การทำแบบนี้จะทำให้เรามองเห็นภาพรวม

ของพฤติกรรมการใช้เงิน  ของเราได้



3.อย่ากินใหญ่ : กินเพื่อความอร่อยก็จริงแต่ไม่จำเป็นต้องอลังการ นานๆครั้งก็ได้

ถ้าคิดว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มันสูงต่อเดือนก็ควรจะลดการใช้จ่ายส่วนนี้ลงเอาแต่พอดี

ไม่อลังการมากเกินไปปรับปรุงรูปแบบของกินของใช้ให้เหมาะสมเพื่อจะได้มีเงินเหลือ

เก็บเหลือออม ประหยัดเงินไว้ดีแล้ว



4.อนาคต : ไม่ว่าจะเป็นของตัวเราเอง ของลูกเมีย หรือภาระต่อพ่อแม่ของเราจงพึง

ระลึกเอาไว้ว่าเรามีภาระอะไรบ้างนี่อาจจะเป็นเป้าหมายที่เรากล่าวไว้ในข้อ 1 ก็ได้



5.ค่าน้ำ ค่าไฟ : ประหยัดได้ก็ควรประหยัดไม่ใช้ไฟแบบไร้ประโยชน์ดวงไหนไม่ใช้

ก็ปิดไปไม่ควรเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เพราะมันเปลืองไฟโดยใช่เหตุใช้น้ำอย่าง

ประหยัด ซ่อมแซมก็อกที่รั่ว ที่เสียเพื่อประหยัดน้ำได้อีกทางนึงด้วย



6.ของ Sale : ของลดราคาพิเศษมักล่อตาล่อใจเรามากแต่บางทีลดแล้วไงถ้าไม่จำเป็น

ก็ไม่ต้องซื้อมาให้รกพื้นที่ หรือรบกวนเงินในกระเป๋าเราซื้อของที่คิดว่าจำเป็นต่อเราดีกว่า

ถ้าคุณอยากประหยัด



7.ซื้อของให้เป็น : เดินดูให้ทั่วไปหลายๆห้าง เทียบราคาความคุ้มค่าและปริมาณเอา

มาเทียบกันอาจจะต้องซื้อแพงกว่าถ้าซื้อเยอะๆแต่ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ราคาที่แพงอาจ

จะคุ้มกว่า คิดให้ดีของซื้อของคำนวนถึงการใช้งานและความคุ้มค่า



8.ผักสวนครัว รั้วกินได้ : เช่น พริก กระเพรา ผักบุ้ง และหลายๆอย่างที่ปลูกง่ายๆ ถ้ามี

พื้นที่ก็ปลูกเยอะหน่อยถ้าอยู่ในคอนโดก็หากระถางมาปลูกไว้ที่น้อยที่มากก็ปลูกได้อยู่

ที่การบริหารจัดการของเรา ของเหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าอาหารเราได้เยอะทีเดียว



9.ทำกับข้าวกินเอง : ยิงถ้าทำแกงหม้อใหญ่เอาไว้ ค่าอาหารข้าวแกงสมัยนี้ต่ำสุด

35 ไปถึง50 บาทเข้าให้แล้ว แกงหม้อนึงใช้เงินไป 150 บาทครอบครัวละ 3 คนกินได้

เกิน 4 มื้อแน่นอน หรือจะเป็นผัดกระเพราะผัดไว้กระทะใหญ่เก็บไว้กินได้หลายมื้อ

อยู่ที่ใครจะชอบแบบไหนครอบครัวละ 3 คน คนละ 35 บาท ก็105 บาทแล้วครับต่อมื้อ

ถ้าทำกับข้าวกินเองอยู่ได้หลายมื้อเฉลี่ยต่อมื้อถูกมากลองเอาไปดัดแปลงกันดูครับ

ผมทำมาแล้วได้เยอะกว่าต่อคนต่อจานจากที่ร้านให้อีกครับ



10.ทำเอง : หัดทำอะไรด้วยตัวเองบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น ทำกับข้าวเอง จะได้

ไม่ต้องซื้อเขาแพงๆทั้งประหยัดทั้งปลอดภัย หัดซ่อมของใช้ในบ้านเองจะได้ไม่ต้อง

จ้างช่างมาทำให้เสียตัง นอกจากมันจะทำไม่ได้จริงๆว่ากันอีกที


ไม่ยากใช่มั้ยละครับไม่จำเป็นต้องทำให้ได้หมดทุกข้อทำเป็นบางข้อท่านก็ประหยัด

ได้แล้วครับผม










คำนิยาม มนุษย์ป้า คืออะไร






คำนิยาม มนุษย์ป้า คืออะไร

         บทความไว้คลายเครียดขำบ้างไม่ขำบ้างนะครับวันนนี้เราจะไขปริศนาของ

คำว่ามนุษย์ป้าที่หลายคนเรียกกันนั้นมีลักษณะหรือเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใดถึงได้

รับฉายาว่า" มนุษย์ป้า "  เพื่อไปเกียรติขนาดนี้ จีจีนะ


มนุษย์ป้า


1.มนุษย์ป้าถูกเสมอ มนุษย์ป้าอยู่เหนือทุกสิ่ง มนุษย์ป้าเนเวอร์ดาย มนุษย์ป้าผู้

ไม่แพ้


2.เรื่องอื่นฉันไว้รู้ฉันอยากทำอะไรต้องได้ต้องทำ ใครเดือดร้อนช่างหัวมัน

เพราะฉันคือ มนุษย์ป้าาาา


3..ต่อคิวนะหรอทำไมต้องต่อทำไม่เป็นหรอกที่บ้านลูกหลานไม่สอน ฉันหน่ะ

คนแก่ข้อเข่าไม่ดี ยืนต่อคิวนานๆเดี๋ยวเป็นลมงั้นขอแซงเลยละกัน


4.อะไรนะมีของแจกหรองั้นไปเอาเลยของลดของแจก ป้าไปทุกงานป้าแก่แล้ว

มาไม่ทันขอป้าเถอะแต่ถ้าป้ามาก่อนแต่ผิดกติกาป้าไม่ได้ แก๊งมนุษย์ป้าจะ

โวยวายลั่นเลย


5.กฎหน่ะมีข้อยกเว้นสำหรับป้า มนุษย์ป้าอยู่เหนือทุกกฎยิ่งถ้ากฎไหนป้าเสีย

เปรียบป้ายิ่งไม่ต้องทำตาม


6.ผลประโยชน์ต่างๆ มนุษย์ป้าถือว่าเป็นส่วนตัวส่วนรวมป้าไม่สนหรอกเรื่อง

ของป้าเธอไม่เข้าใจ


7.มนุษย์ป้าผู้ใช้ความอาวุโสชนะทุกสิ่ง


8.มนุษย์ป้าทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย(ของตัวเอง) โดยไม่สนสิ่งรอบข้าง


9.มนุษย์ป้าละเอียดรอบคอบไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบ


10.ถ้าป้าโดนเอาเปรียบป้าจะโวยวายไปให้ถึงดาวอังคาร แต่เวลาป้าเอาเปรียบ

ใครได้ป้าจะเฉยและนิ่งเงียบยิ้มมุมปากแบบกรุ้มกริ่ม


11.มนุษย์ป้าคือ ระบบเผด็จการหาความเป็นประชาธิปไตยความเท่าเทียมกันนั้น

...ไม่มี


12.มนุษย์ป้าผู้มีมารยา 1พันล้านเล่มเกวียนนนน


13.มนุษย์ป้าถ้ายกพวกมาเป็นแก๊งค์ไม่เคยแพ้ใคร มนุษย์ป้าพ่อทุกสถาบัน


14.บางครั้งมนุษย์ป้าก็เสียงดังโวยวายเหมือยอยู่ในกรงลิงอุรังอุตัง


15.มนุษย์ป้ามีสายตาที่จิกกัดและริมฝีปากที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น


16.สงสัย งุนงง ไม่เข้าใจ หรือมีปัญหาไหนไม่เคลีย ย้อนกลับไปดูข้อที่ 1

 ขำขำนะครับ ถ้าคุณไม่แน่ใจอย่าได้ไปแหยมกับมนุษย์ป้า ยิ่งถ้าป้าแกมาเป็น

พวกรับรองหายนะเกิดแน่นอนถ้าไปมีเรื่องกับแก นี่เตือนด้วยความหวังดีนะ

บอกเลย



15 ข้อควรรู้เด็กฝึกงานและพนักงานที่ดี






ข้อควรรู้เด็กฝึกงาน และพนักงานที่ดี


              งานนั้นหาไม่ง่ายได้ไว้แล้วก็จงรักษามันไว้ให้ดีที่ไหนมีงานดีจงทำตัวและ

ประพฤติตัวให้สามารถทำงานนั้นได้นานๆวันนี้เรามีบทความแนะนำที่จะทำให้ท่าน

เป็นพนักงานดีเด่นหรือเด็กฝึกงานที่ได้รับความเอ็นดูจากพี่ที่ทำงานเพื่อคะแนนที่ดี

ในการฝึกงานฮ่าๆ


เด็กฝึกงานและพนักงานที่ดี


1.ปรับตัวในการทำงาน : เช่นเรื่องเวลาในการทำงาน เพื่อนที่ทำงาน รูปแบบของ

การทำงานเจ้านายเพื่อนร่วมงาน ต่างๆให้เข้ากัน



2.สำรวจข้อบกพร่อง : เป็นการกำจัดจุดอ่อนของตัวเอง สำรวจจุดบกพร่องว่าใน

เรื่องงานเรายังมีข้อเสียตรงไหนให้ปรับแก้ไขบ้าง



3.มองโลกในแง่ดี : การมองโลกในแง่ดีนอกจากไม่เครียดแล้วยังส่งผลให้เพื่อน

ร่วมงานเห็นว่าเราเป็นคนอัธยาศัยดีและเป็นมิตร และเป็นคนคิดบวก



4. นั่งจับกลุ่มนินทา : ข้อนี้เลี่ยงได้ควรเลี่ยงที่สุดเป็นนิสัยอันตรายที่คนดีๆเขาไม่

ชอบทำกันหรอกเสียเวลาสร้างศัตรูเปล่าๆ



5.ตรงต่อเวลา : เป็นเรื่องสำคัญมากมันบ่งบอกถึงความรับผิดชอบของคุณถ้าแค่

เรื่องตรงต่อเวลายังทำไม่ได้งานใหญ่ๆใครจะไว้ใจเรา



6.พยายามเรียนรู้ : ศึกษาและเรียนรู้เพื่อเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ตัวเองแลดูมีประโยชน์

กับที่ทำงานมากขึ้นจะได้เปรียบคนอื่นไม่น้อย



7.ขยันทำงาน : เป็นข้อดีมากสำหรับเรื่องนี้ คนขยันเจ้านายชอบส่งผลดีต่อเราใน

อนาคตแต่ระวังเพื่อนร่วมงานแย่ๆหมั่นไส้เอา



8.เปิดใจยอมรับคำติ : ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วรับสิ่งใหม่ๆนอกจากเรียนรู้แล้วยังเป็น

เรื่องข้อผิดพลาดที่เราเองมักมองตัวเองไม่เห็นแต่คนอื่นนั้นเห็นจงรับเอาคำติชม

ไปปรับแก้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง



9.เล่นเกมส์ ติดเฟส : ถ้าว่างงานเสร็จคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นไปได้อย่าเลยเขา

จ้างเรามาทำงานไม่ได้ให้มาเล่นเกมส์เล่นเฟสบุ๊ค



10.จุดยืนทางการเมือง : เรื่องนี้ควรระวังเพื่อนกันยังทะเลาะกันได้ ไฉนเล่ากับ

เพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเป็นไปได้อย่าไปแตะมันเลยเรื่องนี้



11.ช่วยเหลือ : การเป็นคนมีน้ำใจทำให้เราเป็นคนน่ารักใครเห็นใครก็ชอบพอ



12.ซื่อสัตย์ ไม่โกหก ไม่โกง : ใครๆก็ไม่ชอบคนโกงซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน 


เตือนตัวเองไว้ครับ บาปกรรมมีจริง



13.เข้าสังคม : บางครั้งต้องรู้จักเข้าสังคม หรือ สังสรรค์ในหมู่ที่ทำงานเพื่อสร้าง

ความสัมพันธ์กับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานกันบ้างจะดีเอย



14.ประจบประแจง : ถ้าเจ้านายดีๆเขาจะไม่ชอบพวกขี้ประจบหรอกครับ แน่นอน

เพื่อนร่วมงานก็ไม่ชอบเหมือนกันอย่าทำเลยเสียเปล่าๆ



15.ข้อเสนอแนะ : ควรมีข้อเสนอแนะในการทำงานการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวให้

เขาได้เห็นวิสัยทัศน์ได้เห็นว่าเราก็มีส่วนร่วมด้วยจะถูกจะผิดว่ากันอีกที มันช่วยสงเสริม

การทำงานเป็นทีมได้อย่างดีอีกด้วย



      หวังว่าเรื่อง ข้อควรรู้เด็กฝึกงาน และพนักงานที่ดี ที่เรานำว่าเป็นสาระ ความรู้แก่

ท่านผู้อ่านจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้หลายๆท่านได้นำไปปรับใช้กันนะครับ












15 การเตรียมตัวก่อนรับปริญญา






รับปริญญา

เตรียมตัวก่อนรับปริญญา



                 เรามาดูกันว่าก่อนที่เราจะรับปริญญานั้นเราควรต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

เรียนมาในมหาลัยจะ 4 ปี 5 ปี 6 ปี หรือกี่ปีวันสำคัญที่ทำให้ครอบครัวเราภูมิใจคือ

วันที่เราเรียนจบและวันที่เรา  รับปริญญานั่นเองวันนี้เราจะมาดูกันว่าควร

การเตรียมตัวก่อนรับปริญญา นั้นต้องทำยังไงบ้างเพื่อเอาไว้เป็นแนวทางให้คนที่

ถึงคิวจบการศึกษารับปริญญานั้นได้นำไปปรับใช้กับตัวเองเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

ก่อนรับปริญญา

ขอบคุณรูปภาพจาก http://blog88.exteen.com


1.เตรียมตัวเตรียมใจ : เอาจริงนะอย่าได้ไปทำอะไรที่เสี่ยงจะไม่สบายหรือเกิด

อุบัติเหตุเดี๋ยวจะพลาดงานสำคัญได้


2.เช่าชุด : เลือกร้านจากการสอบถามผู้มีประสบการณ์และวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายไป

ด้วยในตัว


3.หาร้านแต่งหน้า : ถ้าแต่งเองก็แล้วไปคิดคอนเซ็ปตัวเองได้เลย


4.ความมั่นใจ : พกมันไปให้เต็มที่เราจบการศึกษาเป็นบัณฑิตแล้ววันนี้เป็นวัน

ของเรา


5.ช่างภาพ : สำคัญเลยวันนี้วันสำคัญต้องแช๊ะภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก ถ้ามีช่างภาพ

ส่วนตัวก็ลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยครับ หรือถ่ายเองให้พ่อแม่พี่น้องถ่ายให้จบ


6.ของเติมสวย : เครื่องแป้ง ลิปเอยอะไรเอย ที่ช่วยให้ความสวยเราลดลงตามกาล

เวลาที่ยาวนานของการรับปริญญา จัดไปเลยจ้า


7.ร่ม กันแดดฝน : เป็นอกีอย่งที่อย่าลืมเด็ดขาดเพราะเราไม่รู้เหตุการณืล่วงหน้า

จะฝนตกแดดออก กันแดดร้อนแรง กันฝนเปียกปอนกันไป


8.รองเท้าแตะ : เวลาใส่ส้นสูงแล้วเมื่อยเท้า เอาอีแตะไปเผื่อเวลายืนพักบ้างอะไรบ้าง


9.แบตมือถือ / กล้อง สำรอง : สำคัญนะพื้นที่กว้างหากันไม่เจอ โทรหากันหรือเล่น

เกมฆ่าเวลาไป แบตสำรองจำเป็นโดยเฉพาะกล้องที่ถ่ายกันโหดแน่ๆในวันนั้น


10.เครื่องปรับอากาศส่วนตัว : พัดเอย พัดลมมือถือ เอาไว้เวลาอากาศร้อนจะได้ไม่


เป็นลมกัน


11.ถุงใส่ขยะ : สำคัยญเหมือนกันพื้นที่ใหญ่คนเยอะรวมๆกันหาถังชยะคงไม่ง่ายและ


คงมีไม่มากทุกที่พกใส่กระเป๋าไว้ก็สะดวกดี


12.กระเป๋าใบใหญ่ : ไว้ใส่สัมพาระทั้งหลายแหล่ที่เราสาธยายมาทั้งหมดนั่นแหละครับ


13.เสบียง : เอาไว้เวลาหิวอย่าให้ท้องร้องหรือหิวจนเป็นลม


14.ยา  : โรคส่วนตัวยาแก้ปวดยาดม ยาหม่อง ยาอะไรที่ช่วยให้คุณสะดวกขึ้นเตรียมๆตัว

ไว้เลยครับอย่าประมาท


15.ทีมงานและกำลังใจ : แน่นอนทั้งหมดที่ว่ามาคุณทำคนเดียวไม่ได้ต้องมีทีมงาน

คอยถือของ ถ่ายรูป บลาๆๆเยอะครับ ซึ่งก็คือ พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนย่า ยาย หลานป้า

อาอี๋ อาเจ้เยอะอะ ทีมงานเราและทีมงานนั้นก็คือกำลังใจของเราด้วยแน่นอนครับ