แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บล็อก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บล็อก แสดงบทความทั้งหมด

การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด




การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด



            แนวทางการหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด ผมว่าเพื่อนๆที่

ต้องการเขียนบทความลงบล็อกเว็บหรือโลกโซเชี่ยลนั้น เวลาเขียนหลายๆเรื่องแล้ว

มันออกแนวตื้อๆมึนๆไม่รู้จะเขียนอะไรอีกใช่ไหมครับไอเดียหมด ไม่รู้จะเขียนอะไรดี

วันนี้เรามี แนวทางการหาไอเดียในการเขียนบท   ความมาให้เพื่อนๆได้เอาไป

ลองใช้ดูครับ

การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด


1. ดูทีวี : ดูหนังเรื่อง NCIS ก็อยากรู้ตัวย่อพาลไปหาตัวย่อหน่วยงานอื่นอีกเห็นมะ

ได้ละบทความรวมชื่อตัวย่อหน่วยงานเท่ๆ จัดไป



2. Google Guru : เป็นที่ถามคำถามมากมายใครสงสัยอะไรก็ไปถามมีคนมาตอบ

เราเอาคำถามนั้นแหละมาหาคำตอบและเขียนเป็นบทความเชื่อเหอะไอคนที่สงสัย

เรื่องแต่ละเรื่องอะ มันไม่ได้มีคนเดียวหรอกใน จำนวนคนเล่นเน็ตเป็นล้านคนอะ

ยังไงซะก็มีคนอ่านอยู่ที่ว่าจะอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่ในการค้นหา ฮ่าๆ



3. พันทิป : เว็บ Pantip ศูนย์รวมเรื่องราว ร้อยพ่อพันแม่ ทุกอย่างครบวงจร ที่คุณ

อยากรู้เข้าไปดูแล้วหาประเด็นมาเล่นซะ



4. หนังสือ : หาประเด็นในหนังสือมาเขียนเอาก็ได้ว่ามีอะไรที่เราพอจะเอามาเขียน

บทความให้ผู้อ่านได้รับความรู้ สาระ ความรู้รอบตัว* ไปบ้าง



5. ก่อนนอน : ก่อนนอนสำหรับผม เรื่องต่างๆมันจะผุดขึ้นมาแบบดอกเห็ด ไม่รู้จะ

มาทำไม เลยไม่ได้นอนซะที 555+


6. จินตนาการ : สำคัญกว่าความรู้ หราาา บางคนก็ไม่ต่างจากการเพ้อเจ้อ ถ้าอยู่ใน

ขอบเขตที่พอดีก็น่าสนใจจ้า



7. การตั้งคำถาม : เช่น ถ้าตอนนั้นไม่มีขบวนการเสรีไทย ประเทศไทยจะเป็นยังไง

ในสงครามโลก หรือถ้าตอนนั้นซัวเรสไปกัดคนอื่นในสนามบอล ตอนนี้เขาจะยังอยู่ที่

ลิเวอร์พูลหรือไม่
ร่ายมันออกมาครับ ร่ายตามความเข้าใจและคำถามของเรา



8. เน็ตไอดอล : เน็ตไอดอลดีอย่างไร *  นี่แหละคำตอบคือเขามักมีเรื่องให้เรานำไป

เขียนได้อย่างแชร์กระทู้น่าสนใจมาให้แฟนคลับอ่าน ต่างๆนานา สร้างดราม่า บีบน้ำตา

 ตบกันหรือนำเรื่องราวดีๆมาให้ก็เหมือนเรามีเพื่อนในโลกออนไลน์ คนพวกนี้บางทีก็เอา

เรื่องราวต่างๆจากที่อื่นมาแชร์เราก็แค่หยิบเรื่องนั้นมาหาประเด็นที่น่าสนใจไปเขียนครับ



9. มนุษย์ป้า : เรื่องราวของมนุาย์ป้าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจหยิบมาเขียนได้อย่างไม่

รู้จบเชื่อผม



10. บทสนทนาโต๊ะข้างๆเวลาไปกินข้าว : ตามนั้นจ่ะ



11. งานที่ทำ : ทำงานเชื่อมเหล็ก ทำไมต้องไปเขียนเรื่องการต่อท่อประปาเล่า ในเมื่อ

องค์ความรู้เรามีเต็มเปี่ยมในด้านการเชื่อมเหล็ก เขียนไปเลยเกี่ยวกับเรื่องที่เราทำเป็น

งาน รับรองรุ่ง



12. กระแสสังคม : ตามนั้นครับอะไรที่กำลังเป็นกระแสเป็นที่พูดถึง มาไวไปไวนะ

ถ้าจะเขียนอะ



13. สิ่งที่ชอบ : ชอบเล่นเกมก็เขียนเรื่องเกม ชอบดาราก็เขียนเรื่องดารา ชอบ

ประวัติศาสตร์ก็เขียนประวัติศาสตร์ ทำสิ่งที่ตัวเองชอบรับรองว่าไม่มีตันแน่นอน



14. สิ่งที่กำลังศึกษา : กำลังศึกษาอย่างเช่นประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องของ

โอโอขุ และ เรื่องของ ไดเมียวและโชกุน* ก็เอาสิ่งที่ศึกษามาเขียนลงไปเลยง่าย

จะตาย



15. สิ่งที่เราสงสัย : สงสัยอยากรู้เรื่องอะไรก็ทำเรื่องนั้น จบปึ้ง



16. การสังเกตุสิ่งรอบข้าง : คำถามและคำตอบอยู่รอบตัวเราจงหาคำถามและหา

คำตอบออกมาเป็นบทความ



17. ความเพ้อเจ้อ : บางครั้งเราต้องเพ้อเจ้อและกล้าที่จะเขียนมันออกมาบ้างนะ

ครับ 55+


18. สิ่งที่คนถกเถียงกัน : ตามกระทู้ที่เถียงกันหลายๆเรื่อง เช่น เรื่องการเล่นหุ้น

การหารายได้จากเกมส์* แฟนบอลตีกัน บลาๆๆ



19. ความผิดพลาดของตัวเอง : เอาสิ่งที่เราเคยพลาดหรือเคยเขช้าใจผิดมาเขียน

ใหม่เป็นเหมือนการท่องจำผ่านการเขียนลงไปด้วยพิมพ์ให้คุ้นเคยจะได้ไม่พลาดอีก



20. ทุกที่ : จะบอกคือหาได้ทุกที่ที่เราต้องการเพียงแค่เราเป็นคนช่างสังเกตุกับ

เรื่องราวต่างๆ หาประเด็นของมัน จับจุดของมันได้ผมคิดว่าเราก็จะสามารถหา

ไอเดียในการเขียนบทความได้เช่นกัน



การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด มีอยู่รอบตัวเราอยู่ที่เราจะจับประเด็น

อะไรมาเล่นเท่านั้น










บล็อกดีกว่าเฟสบุ๊คอย่างไร (BLOG)




บล็อกดีกว่าเฟสบุ๊คอย่างไร

1. จัดข้อมูลง่าย : ข้อมูลที่ได้มานำมาเขียนบทความเราสามารถนำมาลงได้สะดวก

กว่า(ไม่ใช่ความเร็วนะ) คือจัดหน้า เว้รวรรค ย่อหน้า คาดสีเน้นคำได้ดูดีกว่าเฟสบุ๊ค

เพราะในเฟสบุ๊ค ต้องใช้ # เน้นเอา แต่ของบล็อกเน้นครับที่คิดว่ามีความสำคัญทั้ง

ตัวเอียง คาดกลาง ตัวหนา เน้นสี ซึ่งจะทำให้บทความมีประโยชน์ในการสื่อสารมาก

ขึ้นในการให้ความรู้ เรื่องต่างๆ ทั้งความรู้รอบตัว  ความรู้เฉพาะทาง หรือเรื่องราวที่

จะสื่อออกไปและเน้นให้ชัด


2. เป็นหมวดหมู่กว่า : อันนี้จริงๆเลย ครับจัดหมวดหมู่หาง่ายกว่า ตามอ่านได้ง่ายกว่า

เฟสบุ๊คเยอะเลย


3. สวยงามกว่า : รูปที่เอามาแต่งบล็อก ทำนู่นทำนี่ มันอิสระกว่าเฟสที่แต่งได้ไม่กี่

อย่าง


4. อ่านง่ายกว่า : สำหรับผมนะ มันดูเป็นระเบียบและการจัดวางมันดูอ่านง่ายกว่า

รวมถึงการวางโฆษณาเพื่อหาเงินจากบล็อก ก็จัดรูปแบบได้ง่ายกว่า


5. หาข้อมูลง่าย : ก็เพราะว่ามันเป็นหมวดหมู่เลยหาข้อมูลง่ายแถมยังสามารถติด

โค้ดของ google search ไว้ในบล็อกเพื่อช่วยค้นหาได้อีกด้วย


6. วางรูปได้ง่าย : ในเฟสบุ๊คมันมีแค่มิติเดียวอะครับคืออัพรูปแล้วใส่บทความข้อความ

ลงไป แต่ในบล็อกสามารถจัดได้หลายรอบใน 1 บทความแบบที่ว่าเอาให้ตรงกับข้อความ

ได้เลย เช่น ในบทึวามมี 10หัวข้อก็จัดรูปอธิบายเสริมไปได้ทั้ง 10 ถ้าจะทำในเฟสต้อง

อัพ 10 รูปแล้วอธิบายทีละรูปๆ มันดูไม่ต่อเนื่องและเวลาจะอ้างอิงไปยังหัวข้อก่อนหน้า

ก็ต้องกดย้อนกลับเพื่อไปดูอีกไม่เหมือนในบบล็อก ที่อยู่ในหน้าเดียวกันเลยแค่เลื่อน

ดูเอง


7. ลิ้งข้อมูลหากันง่าย : เฟสบุ๊คลิ้งไม่ได้นะครับนอกจากเป็นลิ้งของเพจหรือชื่อคน

ไม่สามารถทำลิ้ง ตัวหนังสือ Anchor Text ได้นะครับบล็อกจะได้เปรียบตรงนี้มาก

เพราะสามารถทำไปยังหน้าที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกันได้สามารถดึงผู้อ่านไว้ในบล็อก

ได้นานกว่าเฟสบุ๊ค เป็นอีกเทคนิคการเขียนบล็อก ให้ผู้อ่านอยู่กับบล็อกนานที่สุดครับ


8. ปลั๊กอินอำนวยความสะดวก : plugins ต่างๆที่เฟสบุ๊คไม่มีอะครับอย่างจัดการวาง

ตำแหน่งโฆษณาเพื่อหาเงินจากบล็อก การแต่งรูปการจัดรูป หรือช่วยในการ SEO

ก็มีนะ


9. ค้นหาลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เพื่อใช้ในการเขียนบทความอื่นๆต่อไป สามารถจัดเป็น

ระบบได้ง่ายโดยแบบหมวดหมู่และการลิ้งหากันแบบข้อที่ 7


10. ของแต่งเยอะ : พวกอย่างเช่นนาฬิกาติดเว็บ ราคาน้ำมัน ราคาหุ้น พยากรณ์

อากาศ อะไรทำนองเนี้ยะ หรือจะเป็น Chat box ตัววิ่งบอกข่าวสื่อสาร คือมันดิ้นได้

เยอะกว่าเฟสบุ๊คหนะครับ




บล็อกเด่นโดนใจ (ในสิ่งที่ผมคิด)





บล็อกเด่นโดนใจ 

          มาๆ บล็อกโดนใจในแบบของผม บทความที่แล้วเสนอเรื่องบล็อกน่าอ่านไป

มาบทความนี้ผมจะมาบอกเล่าว่าบล็อกที่ผมชอบและโดนใจมีลักษณะเป็นยังไงบ้าง

บทความ บล็อกน่าอ่านในบทความก่อนนั้นพูดแนวรวมๆว่าทำบล็อกให้น่าอ่านจะทำ

ยังไง ไม่ให้คนเบื่อ แต่บทความนี้ใช้ตัวเองเป็นหลักเลยครับว่าผมชอบบล็อกแนวนี้

ทำแบบนั้นแบบนี้นะ อะไรประมาณนี้ครับ ลองดูกันครับว่าท่านจะชอบแบบเดียวกัน

กับผมรู้เปล่า


1. สำนวนโดนใจ : สำนวนการเขียนดีๆมีวาทะศิลป์ มันพูดยากแหะ แต่ถ้าลองอ่าน

แล้วชอบในแนวทางการเขียนก็คือชอบเลยครับ


2. ไม่กั๊ก : ใส่ข้อมูลให้อย่างไม่กั๊ก เคล็ดลับแบบจัดเต็มใครๆก็ชอบใช่ป่ะครับ บล็อก

ไหนชอบกั๊กปล่อยไม่สุดบางทีผมก็ไม่อ่านอะประมาณว่าเห้ยยยมันไม่สุด มันคาใจ

บางทีก็ไม่อยากรู้ไอที่เขากั๊กไว้หรอกแค่มันรู้สึกว่ามันไม่สุด มันคาใจแค่นั้น


3. เข้าใจง่าย : บางครั้งเรื่องราววิชาการ ความรู้รอบตัวมันอาจจะเข้าใจยากในบาง

เรื่อง ถ้าบล็อกไหนที่อธิบายเรื่องที่เราคิดว่าเข้าใจยากให้มันเป็นเรื่องง่ายคงจะดี

ไม่น้อยมีบางเว็บบางล็อกข้อมูลแน่นมากแต่ผมอ่านจับต้นชนปลายเนื้อหาไม่ถูก

กับอีกบล็อกที่เนื้อหาไม่ได้เยอะจนเฟื่อ แต่เรียงลำดับเหตุการณ์และความเป็นมา

ของเรื่องจนเข้าใจผมเลือกแบบที่ 2 นะถ้าข้อมูลไม่ได้ผิดต่างจากกันมาก

(มันอยู่ที่วิธีการนำเสนอแหละผมว่านะ)


4. ชี้แนะแนวทาง : ประโยชน์ของการเขียนบล็อก ก็แบบนี้แลครับที่ผู้อ่านต้องการ

คือ หาข้อมูลและชี้แนะแนวทางให้แก่เราไงละ


5. ข้อมูลแน่นปั๊ก : แบบว่าข้อมูลแน่นมากอ่านทีเดียวไม่ต้องไปหาอ่านที่อื่นเลย

เช่นเป็นชุดข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ต่างๆที่เป็นเรื่องราวต่อๆกันมาแบบประมาณ

ว่าอยู่ในบล็อกนั้นบล็อกเดียวสามารถตอบในสิ่งที่เราต้องการอ่านได้ (แต่บางทีก็

ต้องหาข้อมูลจากที่อื่นมาเปรียบเทียบด้วยนะครับ)


6. มีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี : มีข้อมูลหรือความรู้ในสิ่งที่บล็อกอื่นๆไม่มี แล้วเราไปเจอ

มีเพียงเว็บเดียวบล็อกเดียวที่มีข้อมูลเรื่องนี้ ความรู้สึกจะประมาณว่า เอื้อ ฟินกับ

บล็อกนี้มากมีได้ไง บางเรื่องไม่คิดว่าจะมีแต่มีที่นี่ที่เดียว (เกิดการมองในแง่ดีกับ

บล็อกนี้ขึ้นมาในตอนแรกเลย)


7. มีรูปประกอบสวยๆ : รูปมักเป็นสื่อที่ทำให้เราเข้าใจในตัวบทความได้ง่ายขึ้น

นะครับการมีรูปสวยๆน่าดูเป็นอะไรที่ส่งเสริมกันมากกับบทความดีๆ


8. เปิดโลก : เช่นเว็บบล็อกเกี่ยวกับเรื่องต่างประเทศ (เปิดโลกไหมละ) ไม่ใช่

แบบนั้นฮ่าๆ แบบช่วยสอนและแนะนำ เคล็ดลับ วิธีการเช่น วิธีเอาตัวรอดจาก

รถจมน้ำวิธีทำสเลอปี้ อะไรทำนองนี้น่าสนใจน่าอ่านมากครับ


9. มีทีเด็ดเทคนิค : แบบเทคนิคในการเขียนบล็อกรึเปล่า ฮ่าๆ ก็ประมาณช่วยทำ

ให้การใช้โปรแกรมง่ายขึ้น การปอกผลไม้เร็วขึ้น เคล็ดลับหน้าใส กินอาหารแบบ

ไหนไม่อ้วนวิธีการใช้งานโปรแกรมตัดต่อให้ได้ประสิทธิภาพ การคัดกรองโฆษณา

ใน Adsense อะไรทำนองนี้ครับ


10. ไม่เอนเอียงหรือชี้นำ : ต้องการอ่านข้อมูลที่เป็นกลางและถูกต้องที่สุดไม่ต้อง

การ ให้ใครมาชี้นำหรือบิดเบือนข้อมูลจ้า





บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน(BLOG)





บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน



   บทความก่อนหน้านี้พูดถึงบล็อกน่าเบื่อกันไปแล้ววันนี้บทความนี้เรามาพูดถึง

บล็อกน่าอ่านกันมั่ว่า มีออะไรทำไมถึงน่าอ่านกันละ มาดูกันครับ

บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน(BLOG)


1. สบายตา : พื้นสีขาว วรรคตอนชัดเจนตัวหนังสือเรียบๆไม่มีสีฉูดฉาดจนตาลาย


2. สวยงาม : การแต่งบล็อกสวยงาม หัวข้อรูปสวย Header สวยเข้ากับเนื้อหา แต่

ไม่โหลดช้าจนเกินไป หรือรูปที่ใช้ประกอบบทความสวยและเข้าใจง่าย สื่อ

ความหมายได้ดี


3. ข้อมูลเป็นระเบียบ : เว้นวรรคดี ข้อมูลในบทความจัดเป็นตอนๆอย่างสวยงาม

ไม่ปนกับและยาวติดกันจนเกินไป มีขึ้นบรรทัดใหม่ เว้นช่องไฟได้น่าอ่าน


4. อ่านง่าย :  ตัวหนังสือไม่เล็กจนเกินไป (เป็นเทคนิคในการเขียนบล็อก) เพราะ

ถ้าเล็กไปจะต้องใช้บทความที่มากกว่าเดิมในการทำให้มันเต็มหน้า ขนาดพอดีๆ

อ่านง่ายคนชอบและยังทำให้แต่ละบรรทัดใช้คำน้อยกว่า ทำให้บล็อกในพื้นที่วาง

เนื้อหายาวขึ้นได้ด้วย (ในกรณีที่บทความไม่ได้ยาวเกิน)


5. เป็นหมวดหมู่ :  จัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เช่น ความรู้รอบตัว , เกร็ดความรู้ ,

สาระน่ารู้ , บทความน่าอ่าน จัดให้แยกชัดเจนจากกันจะทำให้หาบทความอ่านได้

ง่ายขึ้นครับ


6. ข้อมูลสัมพันธ์กัน :  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อกัน (แบบวิกิพีเดีย) ที่ข้อมูลนั้น

สามารถเชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆถ้าในบล็อกมีบทความที่เกี่ยวข้องให้พูดถึง เป็น

เทคนิคในการเขียนบล็อกที่ทำให้ทั้งบอทของกูเกิ้ลและผู้อ่านวนเวียนอยู่ในบล็อก

ของเรานานที่สุด


7. เขียนถูกต้อง : เขียนผิดบางทีผู้อ่านอาจจะหงุดหงิดรำคาญ เอ็งจะเขียนผิดเยอะ

ไปไหนเนี้ยไม่ไหวไม่อ่านละ ประมาณนี้ พยายามเขียนภาษาไทยหรืออังกฤษให้

ถูกด้วยครับ


8. ไม่เอนเอียงหรือใส่ร้าย : ถ้าผู้อ่านต้องาการความรู้ ข้อมูลแบบจริงจังการเอนเอียง

หรือใส่ร้ายป้ายสีจะทำให้ทัศนคติของผู้อ่านที่มีต่อบล็อกแย่ลงทันที รอบหน้าถ้าค้นหา

แล้วเปิดมาเจอบล็อกเราเขาก็ปิดทิ้งทันทีเลยครับ อย่าอคติเอนเอียงนะจ๊ะ


9. ใช้คำที่สุภาพ : ใครๆก็ไม่ชอบคำหยาบคาย สุภาพธรรมดาแบบการเขียนทั่วไป

ดีกว่าครับ


10. ข้อมูลไม่อัดจนดูเยอะ : ถ้าข้อมูลเยอะแนะนำว่า ตัดเป็นตอนๆแยกกันลงทีละ

บทความครับ เช่นข้อมูล เรื่อง การเสียดินแดนของไทย มีตั้ง 13ครั้งถ้าลงจริงจัง

ก็เยอะมากก็แยกไปครับ อย่าง การเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง  การเสียเขมรส่วนนอก

การเสียบันทายมาศ อย่างนี้เป็นต้น และยังเป็นข้อดีคือ ไม่ยาวจนน่าเบื่อ สามารถ

แยกเป็นตอนๆให้ผู้อ่านได้ติดตาม(ปล่อยออกมาวันละตอนยังได้เลย) ได้เนื้อหา

เน้นๆเฉาพะเรื่องที่สามารถโยงเข้าหากันได้ในแต่ละตอน (ส่งผลดีต่อการทำ SEO )

เป็นการเพิ่มหมวดหมู่ย่อยเข้าไปได้อีก









บล็อกน่าเบื่อ (เป็นแบบไหน)






บล็อกน่าเบื่อ (เป็นแบบไหน)



          บล็อกที่น่าเบื่อ ประโยชน์ของบล็อกนั้นมีมากมายครับ แต่ก็มีบ้างบางคนที่

ทำให้บล็อกเป็นพื้นที่ ที่น่าเบื่อไปเลย เนื่องจากอะไรบ้างนะหรือลองไปดูครับว่า

บล็อกหรือเว็บที่น่าเบื่อทั้งหลายบางบล็อกแค่หงุดหงิด บางบล็อกอาจจะต้องปิด

ไม่ดูไปเลย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นเขาทำอะไรทำไมถึงน่าเบื่อ ไปดูกันจ้า



10 แบบบล็อกน่าเบื่อ


1. โหลดช้า : โหลดหน้าเว็บเพจช้า รอนาน อืด ข้อมูลไม่มาซํกที อาจจะมาจาก

แต่งบล็อกมากเกินไป รูปเยอะเกินหรือโฆษณามากจนทิ้งภาระโหลดหน้าเว็บ

บล็อกอย่าอืด


2. ตาลาย : (อาจจะมีสาระแต่ข้อมูลเยอะจนท้อไม่เว้นวรรคไม่พักบรรทัด) หรือ

ใช้สีแสบตา สลับสีไปมาเยอะเกินความจำเป็นเล่นลวดลายเล่นสีกับตัวอักษร

จนคนอ่านมึนกันเลยทีเดียว


3. ปิดเพลงตรงไหน : เปิดมาปุ๊บเพลงขึ้นปั๊บ แบบเสียงดังน่ารำคาญเลย บ้าง

ก็เพลงที่ตั้งอาไว้ บ้างก็โค้ดวิทยุออนไลน์ (เอาเป็นว่าถ้าไม่ใช่เว็บฟังเพลงก็

อย่าไปเสี่ยงติดเลยครับ)มันอันตรายว่าผู้อ่านจะรำคาญแล้วยิ่งถ้าเขาหาที่ผิดไม่

เจอหรือคุณยัดไว้ในบล็อกไม่ให้ปิดยิ่งแย่เลยครับ เป็นเทคนิคการเขียนบล็อก 

ที่พลาดมากๆ เพราะถ้าเป็นผม จะหาที่ปิดเพลงก่อนถ้าไม่มีก็ปิดหน้าเว็บไปเลย


4. บังคับกดไลค์ : มี Box like เด้งขึ้นมาให้กดไลค์เพจเฟสบุ๊คก่อนเข้าเนื้อหา

ในบล็อก บางทีดีหน่อยมีให้กดปิดได้หรือ รอ 5 วิมันปิดเอง บางที่อย่างโหด

เลยครับบังคับว่าต้องกดไลค์ก่อนถึงจะอ่านข้อมูลได้ ผลสรุปคือ ปิดบล็อก

นั้นทิ้งเลยครับ ฮ่าๆๆ หรือถ้าสนใจเรื่องเนื้อหาในนั้นจริงๆก็กดไลค์ไปครับ

แล้วค่อยไปถอนไลค์คืนออกเชอะ !!!


5. โฆษณารอบทิศ : การที่เอาบล็อกมาหาเงิน ใช้บล็อกหาเงินนั้นเป็นเรื่อง

ที่ธรรมดามากครับ คนทำมาหากิน แต่บางทีก็ต้องระวังนิสนึง บางบล็อกท่านเล่น

วางโฆษณาด้านบน แถวยาว ด้านข้างแถวยาว ด้านล่าง อีกแถว ในเนื้อหาอีก 2

โอ้โห แม่เจ้าเยอะจนหน้าเพจโหลดช้า เยอะจนดูเละ ลายตาผู้อ่านถึงกับอึ้ง

นี่จะโฆษณา มากกว่าเนื้อหาซะอีก


6. ตัวเล็กมาก : ตัวหนังสือตัวเล็กมากๆเลย อ่านยากมากๆเลย


7. หลอกหาเงิน : พวกทำงานโดยการสมัครสมาชิกนั่นนี่ เก็บค่าแรกเข้า หรือ

ทำงาน 2-3 ชั่วโมง หรือพวกมานั่งคลิ๊กโฆษณา ต่างๆนานา ไม่ต้องสนครับ

เจอบ่อยไม่ได้ตังหรอกมันหลอกคุณ แล้วบล็อกพวกนี้เยอะด้วย คือพอเราจะหา

วิธีเพื่อหาเงินบทความผมโดนก๊อปเอาไปไว้ในบล็อกมันด้วยนะ แล้วมันใช้

บทความคนอื่นนี่แหละสร้างฐานบล็อกแนะนำการหาเงินของมัน พร้อมด้วย

วิธีการหาเงินของ(ที่หลอกลวง) ลงไปแจมกับเนื้อหาจากเว็บอื่นที่มีนขโมย

มาด้วย


8. มีแต่คีเวิร์ด tag : อันนี้ก็เป็นพวก SEO สายดำหวังผลให้ติดหน้า 1 อันดับต้นๆ

ในกูเกิ้ล เข้าไปไม่มีข้อมูลอะไรมีแต่ Tag นั่นนี่ ล้อบอทไม่ได้มีสาระประโยชน์แก่

ผู้อ่านเลยครับ


9. เขียนผิดๆถูกๆ : เขียนถูกๆผิดๆ (อันนี้บล็อกผมก็เป็นครับ ฮ่าๆๆ) ผู้อ่าน

บางท่านเขาค่อนข้างจะซีเรียสกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นภาษาไทยเขาคง

ไม่อยากให้เขียนผิดเขียนภาษาไทยให้ถูกกันเถอะครับ คำไหนไม่แน่ใจพิมพ์

ลงกูเกิ้ลดครับจะได้คำที่ถูกต้องมา ส่วนบล็อกผมที่ยังมีเขียนผิดอยู่บ้าง

จะพยายามปรับปรุงครับผม


10. ป๊อบอัพเด้งๆ : คือเปิดหน้าเว็บมา ป๊อปอัพเด้งมา อย่าน่าเบื่อ เช่น

เก็บหน้าเราไว้เป็นหน้าแรก  ไลค์เพจหน่อย หรือพอกดลิ้งไหนก็ตามจะเด้ง

โฆษณาไปอีกหน้านึงเปิดเพิ่มมาให้เฉยเลยอะไรทำนองนี้ มันทำให้

หงุดหงิดครับอย่าทำ







แนวทางการเขียนบล็อก






แนวทางการเขียนบล็อก



แนวทางการเขียนบล็อก การทำบล็อกถ้าใครยังไม่รู้จะหาหรือจะทำบล็อกยังไง

แบบไหนเรามานำเสนอกันซัก 12 แนวทางดูว่าท่านต้องการทำอย่างๆไร

แนวทางการเขียนบล็อก


1. บล็อกเฉพาะด้าน : เช่นฟุตบอล ตกปลา การ์ตูน เกม อะไรทำนองนี้เพื่อให้คน

ที่สนใจด้านนี้โดยเฉพาะใช้เป็นแหล่งข้อมูลกันครับ


2. เขียนมันทุกอย่าง : เขียนทุกเรื่องตามใจฉันในสำนวนของตตัวเองแนวนี้ก็ดี

เผื่อคนจะมีคนชอบ (ชอบในสำนวนของการเขียนเราก็เป็นได้)


3. กระแส : เรื่องที่มันเป้นกระแสข่าวในช่วงนั้นๆ เช่น มาดามเจนนี่ เอย  น้องโก้ย

กับโค้ชเช็ง หรือ ทักหมูทะ อะไรทำนองนี้


4. ความรู้รอบตัว : ให้ความรู้ผู้อื่นในทางที่ดีความรู้รอบตัว เป็นสิ่งที่ผู้ใช้อินเตอร์-

เน็ตผู้อ่านยังต้องการใฝ่รู้ใฝ่เรียนเป็นอย่างมากเช่น บอยคอต มาจากอะไร

บุคคลสำคัญของโลก  - ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 20 อันดับของโลก อะไร

ประมาณนี้


5. หาเงินหารายได้ : พวกสอนการหาเงินจากเกม  หาเงินจากAdsense หรือ

พวกขายตรงโปรโมทสินค้า สอนผู้อื่นหาเงินการเปิดธุรกิจอะไรทำนองนี้ยังไง

เรื่องเงินก็ยังเป็นปัจจัยหลักในการค้นหาในอินเตอร์เน็ต


6. สอน How to : เช่นสอนการตัดต่อโฟโต้ช็อบ หรือ สอนการใช้งานโปรแกรม

ต่างๆ การซ่อมมือถือ การลงแอฟ การใช้งานเว็บไซต์แก่ผู้ที่สนใจ หรือจะเป็นการ

สอนการทำอาหารทำขนมก็ดีไม่น้อย


7. เทคโนโลยี : แนะนำมือถือรุ่นใหม่ของใช้ ไอที IT ที่มาใหม่ๆ แทบเล็ดเอ้ย

แท็บเล็ต คอมพ์ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ คนสนใจค้นหาเยอะมากครับ

เรื่องพวกนี้


8. อาหาร : ทั้งแบบรูปอาหารโชว์ การไปแฮงเอาท์ ข้างนอกแนะนำร้านอาหาร

อร่อย บรรยากาศดี ใช้เทคนิคการเขียนบล็อกให้ดี มีคนสนใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ

ยิ่งเรื่องกินนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยใครๆก็อยากกินของอร่อยบรรยากาศดีๆ


9. นิยาย เรื่องสั้น : นักแต่งเรื่อง สร้างเรื่องเอ้ย นักเขียนนักแต่งที่มีจินตนาการ

ลำเลิศ วาทะศิลป์แจ่มๆ สำนวนการเขียนดีๆ ไม่ยากที่จะประสบความสำเร็จ


10. อย่างว่า : พวกรักๆใคร่ ติดเรท อะไรทำนองนี้มีคนสนใจไม่น้อย แต่ก็นะ

ต้องระวังแนวทางที่ไม่ถูกเท่าไหร่แต่คนทำกันเยอะ


11. ทำสิ่งที่ชอบ : เราจะสนใจและใส่ใจกับมันได้ดีกว่าในรูปแบบอื่น


12. ทำสิ่งที่ถนัด : เล่นเกมเก่งทำบล็อกแนะนำเกม หรือทำเรื่องที่เราทำทุกวัน

เกี่ยวกับงาน หรือทำสวนเก่ง ก็สอนวิธีปลูกผัก ปลูกหญ้า ทำอาหารในร้านอาหาร

ก็ทำบล็อกเคล็ดลับการทำ สูตรอาหาร หรือวิธีทำก็ว่าไป


ทำอะไรก็แล้วแต่นะครับขอให้ทำบล็อกที่ให้ความรู้หรือข้อมุลที่ถูกต้องแก่ผู้อ่าน

อย่าไปบิดเบือน สร้างกระแสหรือใส่ร้ายป้ายสีใคร







10 อุปสรรคของการเขียนบล็อก






อุปสรรคของการเขียนบล็อก



อุปสรรคของคนที่ต้องการเขียนบความทำบล็อกนั้นมีมากมายหลายอย่างวันนี้

จะลองยกตัวอย่างอุปสรรคจากทัศนคติของผู้ที่เขียนบล็อกกันว่ามีอะไรบ้าง

อุปสรรคของการเขียนบล็อก


1. คิดเยอะ : คิดเยอะ และเยอะจนคิดมาก กังวลนู่นนี่ไปเสียหมด สรุปคือไม่ได้ทำ


2. คิดอย่างเดียว : คิดอย่างเดียว คิดแล้วก็คิดว่าจะทำ แต่ไม่ทำ อย่าเป็นแค่

นักคิดลองทำบ้างก็ดี


3. เริ่มต้น : จุดเริ่มต้นยากเสมอ ก้าวแรกมันก้าวยากแต่พอลองก้าวออกมาแล้วคุณจะ

รู้ว่าคุณทำได้


4. ท้อแท้ : ทำไปซักพักเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ก็จะท้อแท้ แต่ถ้าเราไม่มีความ

พยายามเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นี่แค่ใช้ความสามารถในการเขียนบล็อก

ยังท้อแล้วงานใหญ่กว่านี้รับผิดชอบกว่านี้จะทำได้อย่างไร " ความพยายามอยู่ที่ไหน

ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"    ยังใช้ได้เสมอ


5. ขี้เกียจ : อันนี้ปัญหาใหญ่ครับขี้เกียจก็เสร็จเลย ไม่ต้องพูดไรกันมาก ทำๆหายๆ

มันจะดีได้อย่างไร


6. ไม่ใฝ่รู้ : อย่าคิดว่าแค่นี้พอแล้วไม่เอาแล้วใฝ่รู้ซักนิดชีวิตจะดีขึ้น บล็อกเป็นได้

หลายอย่างบล็อกมีประโยชน์ทำให้เราใฝ่รู้เพื่อหาข้อมูลจงอย่าทำให้เรื่องนี้เป็น

อุปสรรคในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณ


7. ไม่เชื่อ : ไม่เชื่อมั่นในฝีมือตนเองไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้อันนี้เป็นทัศนคติที่

ไม่น่ามีนะครับ การถ่อมตัวไม่ได้แปลว่าไม่เชื่อมั่นในตัวเองนะครับจงเชื่อว่าคุณ

ทำได้แล้วคุณจะทำได้


8. ไม่ฟัง : ไม่ฟังความเห็นที่แตกต่างไม่สนใจ คำสอนของผู้อื่นไม่ใส่ใจแก่คำติติง

ของผู้อื่นที่หวังดี มันเป้นอุปสรรคในการพัฒนาฝีมือตนเองและบล็อกของเรามาก

นะครับ


9. โลกแคบ : เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่ เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ไม่เปิดโลก

ดูความเป็นไปของโลกภายนอกสนใจแต่ตัวเอง มั่นใจแต่เรื่องตัวเอง


10. หวังผล : การหวังผลด้านผลประโยชน์ หรือเงินนั้น บล็อกหาเงิน ให้กับเรา

ได้ครับ แต่ต้องทำให้มันดีๆ ก่อนจะหวังผลจากมันจงใส่ใจทำมันให้ดีก่อน

จะได้กินยาวๆครับ







ได้อะไรจากการเขียนบล็อก (อย่างจริงจัง)






ได้อะไรจากการเขียนบล็อก (อย่างจริงจัง)



การเขียนบล็อกอย่างจริงจังและ มุ่งมั่นกับมัน จะส่งผลดีกับเราอย่างไรลองมาดู

กันครับ ว่าสิ่งที่เราได้จากการเขียนบล็อกแบบจริงจังนั้นจะมีอะไรบ้าง

ได้อะไรจากการเขียนบล็อก (อย่างจริงจัง)


1. ความรู้ : ก่อนเราจะเขียนบล็อกเราต้องมีความรู้ที่จะทำบทความดีๆ เพื่อเอา

มาลงบล็อกของเรา อย่าง ความรู้รอบตัวก็ต้องพยายามหาข้อมูลทำให้เราได้

ความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมเข้าไปด้วย หรือข้อมุลที่เรามีและรู้ดีอยู่แล้วก็เอามาปรับปรุง

ใช้วิธีสื่อสารเพื่อให้ความรู้ผู้อื่นได้เช่นกัน


2. ฝึกตนวินัย : สม่ำเสมอ การทำบล็อกอย่างจริงจังนั้นอุปสรรคของการทำบล็อก

เลยคือความสม่ำเสมอหรือความขยันในการอัพบทความให้ได้สม่ำเสมอได้อย่าง

ต่อเนื่องที่สุด เพื่อเป็นความเคลื่อนไหวในบล็อกซึ่งเปนผลดีต่อการทำ SEO

รวมถึงผู้อ่าน


3. มุมมองใหม่ๆ : การได้เจอข้อมูลใหม่ๆ เรื่องราวที่เรากำลังนำมาเขียนบล็อก

สามารถช่วยให้เราเกิดมุมมองในรูปแบบใหม่ทั้งการนำเสนอรวมถึงตัวข้อมูลเอง


4. รายได้ : แน่นอนเมื่อเราทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับบล็อกของเราทำด้วยความรู้สึก

ที่อยากจะทำ ทำอย่างจริงจัง เราก็สามารถหาเงินจากบล็อก ของเราได้เช่นกัน

เป็นการหาเงินที่ยั่งยืนกว่าการหาเงินจากการเล่นเกม ด้วยซ้ำไป (ต้องบอกว่ามาก

กว่าเยอะถ้าทำให้ดี)


5. สร้างสังคม : คือเราสามารถสร้างสังคมออนไลน์ร่วมกันในสังคมบล็อกกับ

บล็อกเกอร์คนอื่นอีกด้วย และสร้างสังคมอีกอย่างคือ การประชาสัมพันธ์สิ่งดีๆ

ให้แก่สังคมได้อีกทางนึง


6. ประสบการณ์ : ไม่ต้องอธิบายอะไรมากครับ มันคือประสบการณ์ในทุกๆอย่าง

ที่เราได้จากมันไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่


7. ฝึกทักษะ : ฝึกทักษะในการเขียนบทความ การสร้างสรรค์ผลงาน สำนวนการ

เขียนต่างๆเพื่อทำให้บล็อกของเรามีบทความที่ผู้อ่านชอบ รวมไปถึงการคิดหา

เทคนิคในการเขียนบล็อกในแบบของตัวเอง


8. แบ่งเวลา : การทำอะไรสักอย่าง ที่จริงจังก็ต้องมีบ้างแหละที่ต้องแบ่งเวลา

ให้สามารถจัดการเรื่องต่างๆได้และในกรอบเวลาที่เราต้องการอย่างเช่น บทความ

นี้ต้องเสร็จภายในวันนี้ๆ และต้องดีและเสร็จทันเวลา มันส่งผลให้เราเกิดความ

รับผิดชอบต่อเวลาอีกด้วย


9. คุณค่า : ได้เห็นถึงคุณค่าของการเป็นผู้สร้างสรรค์ จะได้รู้ว่าการสร้างสรรค์

ผลงานอย่างจริงจังนั้นยากและต้องใช้พลังงานมากแค่ไหน (จะได้ไม่มีความ

อยากที่จะไปก็อปงานและผลงานของคนอื่นมา)แต่ถ้าคุณยังทำแบบที่ว่าไว้คือ

ลอกเลียนผลงานคนอื่นมาทั้งหมด (ไม่คิดเองบ้างเลย) คุณอย่ามาเป็น

บล็อกเกอร์เลยดีกว่า มันไม่เวิร์ค


10. เปิดโลก : ข้อมูล ข่าวสาร และเรื่องราวต่างๆที่เราได้เจอได้อ่าน ได้คิด

ได้วิเคราะห์เพียงแค่เราเปิดใจรับมันมาวิเคราะห์ก็เหมือนกับเราได้เปิดโลกที่

กว้างขวางทางข้อมูลรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะ เรื่องราว ข้อมูล และวิธีการ

คิดในแบบของตัวเอง






11 เทคนิคการเขียนบล็อกดัง (เรียกคนเข้าเยอะๆ)






เทคนิคการเขียนบล็อกให้ดัง 



การทำให้บล็อกดัง การโปปรโมทเว็บ ให้มีทราฟฟิกเยอะๆ การทำบล็อกให้คนชอบ

คนสนใจมีคนเข้าเยอะๆวันนี้ลองมาเสนอแนวทางกันดูครับ 11 แนวทางเอาไปปรับ

ใช้กันดูครับเผื่อจะมีประโยชน์กับท่านอื่นๆ

11 เทคนิคการเขียนบล็อกดัง (เรียกคนเข้าเยอะๆ)


1. ให้ความรู้ : เป็นบล็อกที่พูดง่ายๆคือให้ความรู้กับผู้อ่านจะเป็นเรื่องความรู้รอบตัว

แบบบล็อกของเรา (แหนะมีแอบโปรโมท) หรือความรู้เฉพาะด้านแบบบล็อกเกม

ตกปลา  รถยนต์ พระเครื่อง ขอแค่ให้ความรู้แนะนำให้สิ่งดีๆแก่ผู้อ่านเชื่อว่าจะมี

ผู้อ่านกลับมาอ่านบล็อกท่านและถ้าเขาเห้นว่าบล็อกของท่านมีประโยชน์ เขาจะ

บุ๊คมาร์ค(เซฟลิ้ง)ของบล็อกท่านไว้ในเว็บเบราเซอร์เอาไว้มาอ่านอีกรอบแน่นอน


2. รู้จักใช้โซเชียล : อาจจะสร้างเพจ แชร์ลงเพจ สร้าง G+ (แรงดีนะ) เอาไปแปะ

ในข่าวตามเพจ (ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยหละ) หรือ pinterestทวิตเอยอะไรเอย

หรือในยูทูปทำคลิปแล้วโยงมายังบล็อก มาลงที่บทความที่เกี่ยวข้องกันเพื่อความ

ครอบคลุมของลูกค้า (ผู้อ่าน)


3. อย่าหยิ่ง : ไปเม้นบล็อกคนอื่นบ้างไปเข้าสังคมไปแสดงความคิดเห้นบ้างโดย

ใช้ล็อกอินจากบล็อกเราเองนี่แหละไป แต่ไม่ต้องเอาบล็อกเราไปโปรโมทนะมัน

เสียมารยาท ให้เขาตามบล็อกเราขากคอมเม้นท์ที่สร้างสรรค์ของเราดีกว่า


4. ฝากลิ้ง : ไม่ใช่ฝาขวดน้ำกลิ้งนะ ฝาก- ลิ้งไว้ตามเว็บ ฝากลิ้ง เว็บบอร์ด หรือเว็บ

 bookmark ที่ต่างๆ สะพานบอท (หาที่ที่มีคุณภาพหน่อย) และอย่าลืมนำไปฝากไว้

กับgoogle ซับมิท (พิมพ์คำว่า google submit ในกูเกิ้ลเลยครับเจอแน่ๆ) และอีกที่คือ

bing submit ค้นในกูเกิ้ลนั่นแหละเหมือนเดิมเพื่ออะไรหล่ะ ก็เพื่อให้ google รวมถึง

bing ซึ่งเป็นเว็บเครื่องมือช่วยค้นหา (search engine) เข้ามาเก็บข้อมูลของบล็อกเรา

ไปจัดอันดับในหน้าแรกหรือหน้าไหนก็แล้วแต่เพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่สนใจได้

เข้ามาค้นเจอและเข้ามายังบล็อกของเรา เรียนรู้การใช้เครื่องมือเพื่อช่วยให้

search engine ช่วยบล็อกเราในการเรียกคนหรือ การทำ SEO ได้ที่เว็บ

thaiseoboard.com หาความรู้ได้เยอะมากครับ


5. วาทะศิลป์ : ข้ออื่นๆนั่นเป็นการพูดถึงเรื่องเทคนิค แต่ข้อนี้เป็นการพูดถึงการ

นำเสนอที่ต้องใช้สไตล์ส่วนตัว วาทะศิลป์ของผู้เขียนเป้นหลักซึ่งสามารถฝึกกันได้

ฝึกเอาจากประสบการณ์รวมภึงการเปิดใจเป็นผู้อ่านเยอะๆ ด้วยเช่นกัน ว่าการนำ

เสนอยอ่างไรการเขียนสื่อออกมาแบบไหนทำให้ผู้ชม (ลูกค้า หรือผู้อ่าน) บล็อก

ของเราชอบบ้าง


6. อย่าขี้เกียจ : หมั่นอัพเดทบทความ ปรับแก้เว็บบล็อก อัพบทความตามติดกระแส

อย่างห่างหายไปนานมันจะทำให้ขาประจำของบล็อกเราที่ติดตามอ่านอยู่หายหน้า

หายตาไปได้เพราะเราไม่อัพบทความต่อเนื่องจนเขาคิดว่าเราไม่อัพบล็อกแล้ว

คนที่ตามอ่านเราก็จะห่างหายไปจนเลิกดูเลิกนิยม


7. โปรโมทโฆษณา : อาจจะต้องไปซื้อโฆษณาหรือไปโปรโมทกับเว็บดัง อาจจะ

เป็นคนดัง ดารา เน็ตไอดองจต่างๆ ช่วยโปรโมท (ต้องใช้ทุนมากหน่อยไม่แนะนำ)

แต่ก็ได้ผลอยู่พยายามฉวยโอกาสในการโปรโมทในช่วงแรกทำให้ผู้อ่านติดคุณ

หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเหมือนการโปรโมทสินค้าแบบอื่นๆแล้ว


8. Content is king : เนื้อหาคือทุกสิ่ง เป็นตัวเอกของเรื่องถถ้าเนื้อหาของ

บทความเราดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ทำบทความให้ดีในแบบของเราถ้าบทความดี

เราจะหาเงินจากบล็อก โปรโมทสินค้า นำเสนอผลงาน อะไรก้ง่ายเลยครับถ้า

เนื้อหาของเราดี


9. สะดวก : บล็อกเข้าง่ายโหลดเร็ว ไม่เกะกะไม่ดูสีฉูดจนแสบตา ไม่ต้องมานั่งหา

ที่ปิดเพลง (บางบล็อกตั้งเพลงไว้ด้วยเข้ามาถึงหาที่ปิดเพลงสิ เพราะมันรำคาญ)


10. ข้อมูล : ต้องพยายามหาข้อมุลที่ถูกต้อง และเป็นกลางให้มากที่สุดถ้าข้อมูลผิด

ให้ข้อมุลผิดๆแก่ผู้อ่านไป อาจเป็นผลเสียแก่ตัวบล็อกได้ในภายหลัง (ความเชื่อมั่น

ของผู้อ่านและเครดิตที่เสียไปกับข้อมูลมั่วๆ)


11. สร้างแบรนด์ : พยายามทำให้บล็อกของเราเป็นที่รู้จักเริ่มด้วย Url ที่น่าจำ

จำง่าย ชื่อที่สะดุดหูและจำง่าย แนวทางเอกลักษณ์ ต่างๆของเรา


ภาษาที่ใช้ บ่งบอกถึงเรื่องราวของบล็อกพยายามาสร้างจุดเด่นและเสนอเรื่องที่เป็น

กระแสหรือเรื่องราวเฉพาะด้านที่ดีกว่าเว็บหรือบล็อกในแนวเดียวกันทำไปเรื่อยๆครับ

ไม่ต้องไปซีเรียสเครียด ทุกอย่างจะสร้างและบ่มเพาะวิธีการเฉพาะตัวในแบบของ

เราจากประสบการณ์การทำบล็อกของตัวเองอะไรที่เหมาะกับเราอะไรที่ทำแล้วดี

เราจะเรียนรู้มันขึ้นมาทีละอย่าง สำคัญแค่เปิดใจ อ่านให้เยอะและอย่าหยุดเรียนรู้










บล็อก (Blog money) หาเงินอย่างไร






หาเงินจากบล็อก 



การหาเงินจากบล็อกนั้นมีมากมายหลายวิธีการ หลายรูปแบบบทความนี้เราจะ

ลองมานำเสนอบางส่วนของการหารายได้ด้วยบล็อกว่ามีอะไรกันบ้าง

blog

1. จากตัวแทน : เช่นโฆษณาอย่าง Adsense BumQ Nipa หรือของเจ้าอื่นๆที่เราจะ

เอามาติดไว้เพื่อหารายได้จากเนื้อหาของเรา


2. โฆษณา : ถ้าบล็อกของท่านเป็นที่สนใจหรือมีทราฟฟิกเยอะๆ บางครั้งก็จะมี

โฆษณาที่มีเนื้อหาไปในทางเดียวกับบล็อกของท่านมาลงสร้างรายได้เพิ่มเติม

ได้อีกทางนึง


3. ขายของ : ครีมหน้าเด้ง พระเครื่อง งานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์อะไรทำนองนี้

แต่ก่อนจะขายได้ก็คงต้องสร้างบทความที่มีประโยชน์เป็นที่น่าเชื่อถือและให้

ความรู้แก่ผู้ชมก่อนถึงจะดี


4. ตัวแทนจำหน่าย  : เช่นพวกขายของผ่านตัวแทนหักค่าคอมมิชชั่น affiliate

เป็นหนทางหารายได้อีกทางนึงสำหรับผู้ที่ถนัดในการขาย มีทั้งการขายของทั่วไป

อีบุ๊ค ก็มีนะของไทย Affiliate ของต่างประเทศถ้าไม่ถนัดของไทยก็มีหลายเจ้าครับ

ลองศึกษากันมาทำเงินดู โดยใช้บล็อกนี่แหละเป็นฐานในการขาย


5. รับโปรโมท : ถ้าคุณสร้างบล็อกแล้ว ทำมันอย่างดีจนมีผู้สนใจติดตาม

(เรียกง่ายๆว่าดัง) ก็สามารถรับงานโดยการรับโปรโมทสินค้า โปรโมทประชา

สัมพันธ์งานของลูกค้าเรียกเงินเข้ากระเป่าได้อีกทางนึงไม่ยากเลย


6. สร้างฐาน : ให้ความรู้ สร้างฐานแฟนคลับ ในเฉพาะทางของตัวเอง เช่น

การทำบล็อกการหาเงินก็สร้างแนวทางนั้นเป็นกูรูเพื่อขาย อีบุ๊ค เปิดสัมนา

เรียกเก็บค่าเข้าฟัง การทำบล็อกแนะนำการหาเงินจากเกมบล็อกความรู้รอบตัว

เพื่อการศึกษาหรือทำบล็อกท่องเที่ยว อนาคตอาจจะทำทริป จัดทริปเที่ยว

หารายได้อีกทางนึง หรือเป็นนักเขียนตามบล็อก เพื่อปุทางไปสู่การเขียนที่ใหญ่

กว่านั้นอย่างเขียนลงหนังสือเจ้าใหญ่ๆ


ทุกอย่างมีทางหาเงินในแบบของมันอยู่ที่เราจะใช้ไปในทางไหนครับ

(ผมก็กำลังทำในแบบที่ผมต้องการอยู่ สำเร็จหรือไม่อีกเรื่องนึง 

แค่ได้ทำรึเปล่าแค่นั้น)






บล็อก มีประโยชน์อย่างไร






บล็อก มีประโยชน์อย่างไร



    บล็อก (Blog) เป็น เว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ฮิตฮอตมาก่อนโลกโซเชี่ยลอย่างอื่น

เช่น เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินตราแกรม อะไรทำนองนั้นค่อนข้างจะอยู่ในรูปแบบ

สำเร็จรูป (ไม่ใช่บะหมี่) สามารถปรับแก้และใช้งานได้สะดวกสบายกว่าการเขียน

เว็บทั่วๆไปมี ปลั๊กอิน ให้เลือกมีของให้ตกแต่งมีรูปแบบการจัดการให้ผู้ใช้สามารถ

ปรับแต่งได้ตามใจชอบตามความถนัดและความสามารถแบบ Blogger นี่ไงละครับ

มาดูกันว่า บล็อกนั้นมีประโยชน์อย่างไรกันบ้างสำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหรืออะไร

ก็แล้วแต่ที่ต้องการข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไปใช้หรือถ่ายทอดมันลงมา

blog



บล็อก มีประโยชน์อย่างไร


1. สร้างสังคมส่วนตัว : เป็นกลุ่มบล็อกของตัวเองหรือสังคมกว้างๆ อย่าง บล็อก

ของExteen ที่มีสังคมบล็อกของผู้ใช้รวมตัวกัน แชร์กันทั้งเรื่องข้อมูล งานเขียน

บันเทิง กีฬา (ครอบคลุมทุกเรื่อง) อาจจะไม่เด็ดดวงเท่าสังคมออนไลน์อย่าง

เฟสบุ๊คหรือ ทวิตเตอร์ แต่ก็เป้นสังคมที่อยู่กันอย่างมีระเบียบกว่าและค่อนข้างจะ

สงบมีมารยาทกว่าพอสมควร


2. ความรู้ : บล็อกที่ใช้เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ สาระ ต่างๆ ความรู้รอบตัว 

เรื่องราวที่เป้นประโยชน์ต่อผู้อื่นสิ่งผู้เขียนจะได้เอามาแชร์และบอกเล่าให้ผู้คน

ในโลกอินเตอร์เน็ตได้รับรู้และเรียนรู้กับเขาด้วย


3. ผลงาน : บล็อกที่นำเสนอผลงาน อย่างเช่น บล็อกของนักวาดรูป นักตัดต่อ

หรือของนักประดิษฐ์สิ่งเล็กๆ อะไรทำนองนี้เพื่อเอาไว้ใช้โชว์ผลงานของตนเอง


4. ไดอารี่ : เรื่องราวส่วนตัวเรื่องราวของเราในชีวิตประจำวัน เรื่องราวในอดีต

หรือสิ่งที่เรามีความคิดเห็นสามารถเอาลงเป้นช้อมุลใช้ให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วยเช่นกัน

ครับ


5. หารายได้ : เช่น การติดโฆษณา  การแนะนำโปรโมทสินค้า การทำ affiliate

การติด Adsense อะไรทำนองนี้เพื่อสร้างรายได้หาเงินจากบล็อกให้ตัวบล็อก-

เกอร์เอง (ต้องมีเนื้อหาที่คนสนใจด้วยนะถึจะทำได้)


6. ติดต่อ : ไว้ใช้ติดต่อกับแฟนคลับหรือเพื่อนของตน อย่างนักฟุตบอลต่างชาติ

ในประเทศไทยหลายคนก้มีบล็อกส่วนตัวไว้เขียนบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่ตนเอง

ได้เจอมาให้แฟนคลับได้รับรู้ ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา


7. จัดเก็บข้อมูล : บล็อกเป็นเว้บสำเร็จรูปที่สามารถจัดเก็บข้อมุลต่างๆได้ง่าย

(ถ้าเราแยกให้ดี) ง่ายกว่าพวกเฟส หรือ ทวิต แน่นอนครับ และไม่มั่วอีกด้วย ง่าย

ต่อการดูแลจัดเก็บข้อมุลของเราเป็นอย่างมาก


8. นำเสนอ  : เช่นนายแพทย์นำเสนอเรื่องราว ข่าวเกี่ยวกับวงการแพทย์ หรือ

น้องๆสาวๆสวยๆนำเสนอเกี่ยวกับตัวเอง ความสวยความน่ารัก หรือนักคอสเพลย์

ตี้ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น


9. ความคลั่งไคล้ : ประมาณ แฟนคลับ ดีทูบี (เก่าไปมั้ย ฮ่าๆ) แฟนคลับโค้ชเช

แฟนคลับคนนั้นคนนี้ เป้นที่รวมข้อมุลของศิลปินและคนที่เราชื่นชอบเอาไว้สำหรับ

เหล่าติ่งทั้งหลายของคนๆนั้น


10. นักเขียน  : นักเขียนเรื่องสั้น นักแต่งนิยาย นักเขียนหนังสือเอามาลงแทนที่

จะเอาลงแค่ในเว็บบอร์ดให้คนในเว็บอ่านอย่างเดียวก็เอามาลงไว้ในบล็อกด้วย

เป็นการเก็บข้อมูลไปในตัวรวมถึงให้สังคมบล็อกนั้นๆด้วยบางคนอาจจะเห็น

บล็อกเป็นได้อีกหลายๆอย่าง ทำประโยชน์จากมันได้อีกเยอะ เช่นเป็นที่ของเรา

 2 คน (เรื่องความรัก) เป็นที่เอาไว้สำรองข้อมูล เป็นที่เอาไว้ฉุกเฉินเวลาเว็บ

หลักเราเดี่ยง หรือเอาไว้กระจายข่าวจากบล็อกหรือเว็บอื่นๆ ไว้โปรโมท อะไร

ที่ต้องการ บล็อกมีทั้งแบบเสียตังและฟรีเรื่องใช้กันได้ตามสบายครับส่วน

Blogger แห่งนี้ฟรีแน่นอน







ประเภทของบทความ 2





ประเภทของบทความ
6.บทความชีวประวัติ นำเสนอประวัติบุคคลที่ค่อนข้างจะเป้นที่สนใจหรือมีความ

สำคัญพอที่จะมีคนต้องการประวัติความเป็นมาของบุคคลนั้นๆ



7.บทความโปรโมทโฆษณา  เพื่อโฆษาโปรโมท ขายสินค้าและสิ่งต่างๆและ

หวังผลในทางใดทางนึงในการเขียนบทความ บางครั้งบางทีอาจหมายถึงการ

โปรโมทตัวบุคคลหรือเป็นสื่อไปในตัว




8.บทความสื่อสาร ใช้บทความนี้เพื่อต้องการบอกเล่าข่าวสาร สื่อสารถึงผู้อ่าน

ให้รู้ข้อมูลความเป็นไปความรู้ในเรื่องที่ผู้เขียนนำเสนอเป็นเหมือนกับจับความ

เคลื่อนไหวอัพเดตข่าวสารต่างๆให้ผู้อ่านได้รู้ในเรื่องที่สนใจอยู่ว่ากำลังทำอะไร

ไปถึงไหนแล้ว ตามติดกระแสสังคม



9.บทความโต้แย้งและกระตุ้นจิตสำนึก  บทความที่ถกเถียงต่างๆนานาเพื่อ

ชวนให้คิดเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของผู้อ่าน หรือบทความที่ใช้เพื่อตอบโต้การ

กระทำอย่างใดอย่างนึงกับเรื่องบางเรื่องที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเห็นต่างจึงต้องเขียน

บทความออกมาเพื่อโต้แย้ง



10.บทความเชิงเปรียบเทียบ เป็นการเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบหรือหาข้อดี

ข้อเสียของแต่ละอย่างของข้อมูลที่แตกต่างกันมาเปรียบเทียบหรือบุคคล

ตัวละครหนัง หนังสือ ละคร ซีรีย์ เพื่อหาสิ่งที่ดีกว่าหรือสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ที่

สุดแล้วก็แล้วแต่ผู้อ่านว่าจะชอบแบบไหน (หรือบางครั้งผู้เขียนอาจจะใส่ความ

คิดเห็นของตัวผู้เขียนเองก็ได้)



ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ 2




ข้อควรระวังในการเขียนบทความ 2




5.ภาพแทนข้อมูล (ไม่ใช่เฟสบุ๊ค)


ถ้าเป็นในเฟสบุ๊ค facebook นั้นการอัพเพจนั้นการใช้รูปสื่อสารกับลูกเพจกับคนอื่น

นั้นย่อมดูดีมากกว่าเพราะทำให้เข้าใจง่าย แต่ในเว็บหรือบล็อกนั้นคุณควรจะมีข้อมูล

ที่เป็นตัวหนังสือได้ด้วยเพราะมันมีผลต่อหน้าการค้นหาของ search engine ถ้ามีแต่

รูปไม่มีเนื้อหาจะเสียเปรียบในด้านนี้เป็นอย่างมาก



6.เว้นวรรค ย่อหน้า


การเขียนบทความนั้นจังหวะช่องไฟ เว้นวรรคก็สำคัญเว้นวรรคให้ถูกจังหวะให้คำ

ต่อเนื่องไม่ใช่พิมพ์2-3 ประโยคเว้นทีนึงแบบ งงๆ เช่นฉันไปเที่ยว ที่ภาคเหนือ 

แหม่มันช่างสวยงามมาก ฉันเลย คิดว่าจะ เขียนบทความ เพื่อเล่าเหตุการณ์ (-..-)

(เว้นเยอะไปไม่สวยเลย) กับแบบนี้  .. ฉันไปเที่ยวที่ภาคเหนือ แหม่ มันช่างสวยงาม

มาก ฉันเลยคิดว่าจะเขียนบทความเพื่อเล่าเหตุการณ์ดูดีกว่ากันตั้งเยอะเช่นเดียวกัน

กับการย่อหน้าสมควรย่อหน้าในช่วงที่กำลังขึ้นหัวข้อหรือพูดในเรื่องที่แปลกแยก

ออกไปจากเรื่องข้างต้นเช่นคุณพูดถึงเรื่องสัตว์เลี้ยงอย่างแมวอยู่ในย่อหน้าแรก 

พอจะมาพูดถึงสุนัขคุณควรขึ้นบรรทัดใหม่ แล้วย่อหน้าเป็นอีกเรื่องนึงให้ชัดเจน

ไปเลยคนอื่นจะได้เห็นความแตกต่างของเนื้อหาและอ่านง่ายขึ้น



7.ความถูกต้อง ภาษา และคำหยาบ


ความถูกต้อง - ของภาษาที่ใช้ เช่น สระ พยัญชนะ ภาษาอังกฤษ การเรียกทับซับ 

คำที่ให้ความหมายต้องชัดเจนและเข้าใจไม่เขียนคำผิด


ภาษา - อย่าพยายามใช้ภาษาวิบัติ หรือภาษาพูดนำมาเขียน เช่น อยู่ เขียนเป็น 

อยู่เป็น เขียนเป็น เปน อย่างนี้ต้องระวังครับ


คำหยาบ - อย่าพยายามใช้คำหยาบลงในบทความของเรามันจะทำให้ดูไม่สุภาพ

ผู้อ่านที่ชอบคำหยาบก็มีเยอะ คนที่ชอบก็มีแต่คนที่ชอบคำหยาบก็สามารถอ่านแบบ

ไม่หยาบได้ธรรมดามาตราฐานแต่คนที่ไม่ชอบคำหยาบนั้นถ้าเจอบทความหยาบๆ

ก็ปิดหนีไปเลยเสียผู้อ่านไปน่าเสียดายนะครับ



8.ไม่อคติ เอนเอียง


ควเขียนบทความตามความเป็นจริงไม่เอนเอียงหรืออคติต่อสิ่งใดมากเกินไป

คนที่เขียนได้ถูกหลักความเป็นจริง มีหลักฐานและหลักการไม่เอนเองมักได้รับความ

นิยมจากผู้อ่านเพราะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ลำบากใจแม้จะเป็นฝ่ายซ้ายหรือขวา

ก็ตาม เพราะทุกอย่างอยู่บนหลักความเป็นจริง



9.ตรวจทาน


ตรวจสอบความถูกต้องของบทความ ทั้งภาษา การเขียน ข้อมูล และเรื่องที่จะเขียนว่า 

เขียนถูกเขียนครบ ตรงตามประเด็นหรือไม่


ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ



รูปแบบสไตล์บล็อกที่คุณอยากเป็น






สไตล์บล็อกที่คุณอยากเป็น



1.นิชบล็อก (Niche) : เป็นบล็อกที่พูดถึงเรื่องที่มีผู้สนใจเยอะมีความต้องการจะรู้หรือการ

ค้นหาสูงแต่มีคู่แข่งน้อยเป็นบล็อกแบบเฉพาะทางค่อนข้างจะอยู่ในความชอบส่วนตัวของ

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหรือกลุ่มที่สนใจแบบจำเพราะเจาะจงถ้าเราทำดีๆเขียนเนื้อหาได้ดีเราจะ

สามารถรักษาฐานผู้ชมยูสเซฮร์ให้อยู่ในบล็อกของเราได้อย่างยาวนานและเหนียวแน่น

การทำเงินจากบล็อกประเภทนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


2.บล็อกนิยาย : เป็นบล็อกที่แสดงตัวตนต่างๆของนักเขียนผ่านเรื่องเล่านิยายของเขา

ออกมา ยิ่งถ้าผู้ใดมีความสามารถในการเขียนนิยาย เขียนดีเล่าสนุกรวมถึงความสม่ำเสมอ

ในการอัพเดทที่คงที่แล้วละก็ คุณก็จะได้ผู้อ่านที่ยอมบุ๊คมาร์คลิ้งบล็อกของคุณหรือเก็บไว้

อ่านต่อยาวๆรักษาลูกค้าหรือผู้อ่านได้อย่างดีเลยทีเดียวถือเป็นการเขียนบล็อกที่ใช้ความ

สามารถในด้านการเขียนการเล่าเรื่องและจินตนาการสร้างผู้อ่านผู้ชมขาประจำให้กับบล็อก

เราได้อย่างแน่นอน


3.ไดอารี่ : เป็นบล็อกสไตล์ชีวิตฉันของฉันเป็นการจดบันทึกประจำวันของเราแน่นอนเมื่อ

เรานำมันมาลงในโลกอินเตอร์เน็ตถึงมันจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวแต่ก็ต้องมีคนเข้ามาอ่านบ้าง

สนใจในชีวิตเราก็พอมีอยู่ยิ่งถ้าผู้เขียนมีววาทะในการใช้สำนวนในการเขียนที่ดีน่าสนใจ

แล้วด้วยละก็เผลอๆจะมีผู้ติดตามสนใจมากขึ้นไปด้วย สร้างแบรนด์สร้างตัวเองให้น่าสนใจ

สามารถต่อยอดไปต่างๆนานๆได้อีกเยอะ ก็คล้ายๆเฟสบุ๊คไม่ผิดแน่ๆ


4.วิชาการความรู้ : บล็อกที่ให้ความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่านมีอยู่มากมายครับ ถ้าคิดจะทำบล็อก

แนวนี้ต้องมีการนำเสนอที่แตกต่างน่าสนใจอ่านง่ายที่สำคัญเลยข้อมูลที่ใส่ลงไปต้องเป็น

ข้อมูลที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน ข้อดีของการทำบล็อกสไตล์นี้นั้นนอกจากให้ความรู้แก่ผู้อื่น

แล้วยังเป็นการให้ความรู้แก่ตัวเองอีกด้วยซึบซับจากการเขียนบทความของตัวเราเองทำให้

เรานั้นมีความรู้เหมือนได้อ่านข้อมูลนั้นตามไปด้วย ปล.อย่าไปก็อปเขามาหล่ะแทบจะไม่ได้

อะไรเลยแบบนั้น ถ้าจะทำก็อ่านให้เข้าใจสรุปความหมายของสิ่งเหล่านั้นมาจะดีที่สุด


5.ความเห็นส่วนตัว / วิจารณ์ : บล็อกแนวนี้เป็นการหยิบเรื่องที่เราต้องการจะแสดง

ความเห็นหรือวิจารณ์มาพูดคุยกับผู้อ่านในแบบของตัวเองข้อสำคัญเลยที่ท่านจะต้อง

ระลึกไว้เสมอๆคืออย่าไปกันความคิดผู้อื่นยอมรับความเห็นที่แตกต่างและไม่อคติใน

การนำเสนอข้อมูลถ้ามีอคติหรือเอนเอียงก็ไม่ต่างจากบล็อกปลุกปั่นหรือภาษาบ้านๆ

เรียกว่า " เสี้ยม "  นั่นเอง


6.เกาะกระแส : ง่ายๆอะครับ อะไรที่เป็นที่พูดถึงหรือฮือฮาอยู่ในกระแสสังคมท่านก็

จับเอามาเป็นประเด็นขยี้ๆมันซะ เช่น เรื่องวอลเล่บอล หมีแพนด้า คุณตันแจกนั่นแจกนี่

วงโยขอทานดาราคนนั้นได้กับคนนี้การจะทำบล็อกแนวนี้ท่านจะต้องเป็นคนที่ติดตาม

ข่าวสารกระแสสังคมมากคนนึงเลย หูไวตาไวเพราะกระแสพวกนี้ผ่านมาผ่านไปช้าอด

ไม่ทันกินเขาถ้าใครสามารถเดาเหตุการณ์หรือวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ล่วงหน้าว่ากระแส

ที่น่าจะจุดติดในอนาคตคืออะไรก็เล่นมันไว้เบาๆก่อนพอเริ่มมีกระแสคนก็จะเริ่มค้นหา

หลังจากนั้นท่านก็เอามาขยี้อีกทีทำลิ้งต่อมาจากสิ่งที่เล่นเอาไว้ก่อนหน้านั้น รับรองฉลุย


7.นำเสนอข่าว : การเสนอข่าวโดยทั่วไปแน่นอนท่านคงสู้เว็บข่าวดังๆไม่ได้หรอกลอง

ใช้ข้อมูลเนื้อหาของข่าวมาเล่า คุยข่าวใส่ความเห็น เสริมความรู้ทัศนคติส่วนตัวลงไป

ดูสิครับและบางครั้งก็โยนโจทย์ในข่าวนั้นๆกลับไปให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นบ้าง

เป็นการสื่อสารกับผู้อ่านได้ดีอีกทางนึงเลยทีเดียว


8.เอนเตอร์เทน : ไม่ต้องคิดไรมากอะไรที่สร้างสรรคืสนุกน่าสนใจไม่ต้องอิงวิชาการ

ไม่ต้องใช้ความเห็นอะไรมากมายเอาสนุกคลายเครียดจัดไปเลยครับแต่ต้องอยู่ใน

ขอบเขตไม่ไป" ละเมิดลิขสิทธิ์ "ใครเขาหล่ะ


 บล็อกเทพ  : เป็นประเภทนักเขียนบล็อกข้าของข้าอยากทำไรก็ทำจะพิมพ์อะไรลง

ไปจะทำอะไรที่ใจอยากตามสบายชิวๆไม่เน้นอะไรทั้งนั้นเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่องตาม

ราวขอแค่ไม่ไปทำผิดต่อใครไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียผิดกฏหมายก็พอแล้ว จริงไหมละครับ

บรรดาบล็อกเทพ


 * แต่สิ่งที่ทุกบล็อกทุกสไตล์ต้องการ ยกเว้น " บล็อกเทพ " คือ " การโปรโมต "  ให้คน

รู้จักที่เหลือก็อยู่ที่คุณภาพของเนื้อหาคุณแล้วหล่ะครับ




การเขียนบทความ (ฉบับมือใหม่)




การเขียนบทความ


               วันนี้นำเสนอการเขียนบทความลงบล็อกหรือที่ไหนก็แล้วแต่ครับ

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองแล้วกล้าๆกลัวๆว่าจะทำอย่างไร ลองมาอ่าน

บทความนี้ดูครับว่าเราควรทำอย่างไรถ้าเราอยากจะเขียนบทความ



1.เรื่องที่ชอบและสนใจ : เมื่อได้ทำเรื่องที่เราชอบหรือเรื่องที่เราสนใจ ข้อมูล

เชิงลึกหรือความคิดเห็นรวมทั้งทัศนคติส่วนตัวที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงของเรา

จะลงลึกไปยังบทความของเราด้วยทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนได้รับข้อมูลที่วิเคราะห์

วิจารณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เขาคิดและมีประโยชน์มากขึ้นถ้าเรื่องนั้นเรามี

ความสนใจยิ่งรู้ลึกเจาะลึกรู้ถึงแก่นของมันยิ่งทำให้ผู้อ่านที่สนใจในเรื่องนั้นติดตาม

บทความของคุณต่อๆไปด้วยอย่างแน่นอน



2.นำเสนอแปลกออกไป : แตกต่างเพื่อเป็นที่สนใจเรื่องนี้ต้องพยายามทำไม่ใช่

เรื่องง่ายหรือบางทีนึดหลัก เราเป็นตัวเราก็พอ ไม่ก็ลองหาแนวทางจากนักเขียน

หรือเจ้าของเพจดังที่มีสไตล์ของตัวเองดูว่าเขามีวิธีการเทคนิคในการเขียน

บทความแบบไหนยังไงแต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้น " ตัวตน " ของเราอยู่ดี



3.ร่างแบบลงกระดาษ : เขียนแบบร่างไว้บนกระดาษร่างซะก่อนที่จะเอาลงใน

กระดาษจริงหรือบนโซเชี่ยล ในบล็อกหรือที่ใดก็ตามแต่ให้เราได้กลั่นกรองลอง

เขียนลองซึมซับข้อมูลของตัวเองผ่านปากกาลงบนกระดาษว่าสิ่งที่เราเขียนไป

นั้นเราจดจำช่วงไหน ส่วนไหนต้องเน้นเรียบเรียงให้สวยได้บ้าง



4.เขียนเสร็จทิ้ง : เขียนเสร็จก็ทิ้งไว้ก่อนแล้วนำมาอ่านใหม่เพื่อปรับ เขียนแล้ว

กลับมาอ่านอีกทีเราจะได้มุมมองใหม่ๆเพิ่มเติมลงไปหรือแก้ไขให้บทความเรา

ลื่นขึ้น



5.ข้อมูลถูกต้อง : ความเชื่อมั่นของผู้อ่านสำคัญมากนะครับถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง

หรือตั้งใจป้อนข้อมูลผิดๆให้เข้าไป วันนึงเขารู้ทันและจับได้ คุณก็เป็นแค่นักเขียน

กากๆ ข้อมูลพลาดๆ หรือเป็นได้แค่พวกเสี้ยมยุแยงเท่านั้น



6.อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ : อย่าไปยึดติดว่าเราต้องทำตามรูปแบบประเภท

บทความต่างๆให้เราฟรีสไตล์ไปก่อนในช่วงเริ่มต้นแล้วค่อยมาหาแนวทางของ

ตัวเองบางทีเมื่อเราเจอสไตล์ของตัวเองแล้ว เรากก็ไม่ต้องไป เดินตามรูปแบบ

ใครหรือทำให้บทความเราเป็นประเภทใดประเภทนึง ทำให้บทความเราเป็นแบบ

ที่เราอยากให้เป็น



7.สอดแทรก  : ข้อมูลเกร็ดเล็กๆน้อยๆไว้เป็นความรู้ และประกอบบทความให้

ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น(แต่อย่าเยอะจนออกทะเลไปเรื่องอื่นหล่ะ)



8.ไม่ต้องไปกังวล : ว่าคนจะอ่านเยอะหรือไม่ ชอบหรือเปล่า ไม่สำคัญเท่า

กับว่าเราพอใจมันหรือยัง มีตรงไหนที่ยังไม่ดีในสายตาเรา มีอะไรที่เราต้อง

ปรับปรุงในการเขียนครั้งหน้าอย่าไปกังวลต่อความผิดพลาด ให้เรื่องเหล่านั้น

เป็นข้อเตือนใจไว้ปรับปรุงแก้ไขในคราวหน้า ถือว่ามันเป็นประสบการณ์

ของเราในการทำให้บทความของเราเป็นบทความคุณภาพ



9.อ่านง่าย : คำที่ใช้อ่านง่าย เว้นบรรทัด เว้นวรรค เอาให้ผู้อ่านเข้าใจอย่าง

ให้มันดูน่ารำคาญการใช้สีกับตัวอักษรก็ให้ดูเป็นระบบอย่าเล่นสีซะเหมือนชุด

ลิเกมันดูสกปรกและรำคาญสายตาครับ



10.สนุกไปกับมัน : ถ้าเมื่อไหร่ที่การเขียนบทความของเราเป็นเรื่องเบื่อแต่

จำใจต้องทำ ความน่าสนใจของบทความจะลดลงผิดกับสิ่งที่เราลุ่มหลง

สนใจบทความที่เขียนออกมาจะเต็มไปด้วยความน่าสนใจ ที่ตัวเราถ่ายทอด

ลงมาบนตัวหนังสือและรับไปถึงผู้อ่าน



            อ่านแล้วก็เริ่มทำมันซะ !! บทความในนิยามง่ายๆที่ผมอยากจะสื่อเลย

คือเหมือนเราพูดคุยกับเพื่อนทุกคำพูดทุกสิ่งที่สื่อไปสามารถเอามาเขียนเป็น

บทความได้ทั้งหมดขอแค่ให้มันอยู่บนพื้นฐานความจริงไม่เสียดสีใส่ร้ายผู้ใด

คุณจะบ่น จะเพ้ออะไรอย่างไรสื่อออกมาให้ผู้อ่านรู้ในทุกตัวอักษรที่กลั่นออกมา

จากความคิดคุณเท่านี้มันก็เป็นบทความที่ดีได้แล้วครับไม่จำเป็นต้องเก่งเวอร์

เฟอร์เฟ็ค (เขียนถูกป่าวนิ ฮ่าๆ) ขอแค่มีใจรักที่จะเล่าจะเขียน จะแชร์ไม่ใช้มันเพื่อ

ทำร้ายทำลายใคร ก็พอ