แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด

วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง




วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง

วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง (อยากรู้ชื่อเดือนภาษาอังกฤษ ตามไปที่

>> เดือนภาษาอังกฤษ )

มีเดือนกุมภาพันธ์ และตุลาคมเยอะมาก

ไม่ได้ไปเน้นที่รายะเอียดยิบย่อย ซึ่งนาน อ้อบอกก่อนตามข้อมูล ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง*

มีทั้งหมด 12 พระองค์นะครับ จัดไป


1. จักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาชื่อ : 

พระราชสมภพ 21 กุมภาพันธ์ 1559 / ครองราชย์ 17กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1616 /

สวรรคต 30 กันยายน ค.ศ.1626


2. จักรพรรดิไท่จง : 

พระราชสมภพ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1592  / ครองราชย์ 1626  /

สวรรคต  21 กันยายน ค.ศ. 1643


3. จักรพรรดิซุ่นจื้อ : 

พระราชสมภพ 15 มีนาคม ค.ศ. 1638   / ครองราชย์  ตุลาคม 1643 /

สวรรคต   5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1661


4. จักรพรรดิคังซี : 

พระราชสมภพ  4 พฤษภาคม ค.ศ. 1654  / ครองราชย์  18 กุมภาพันธ์ 1661  /

สวรรคต    20 ธันวาคม ค.ศ. 1722


5. จักรพรรดิยงเจิ้ง : 

พระราชสมภพ  13 ธันวาคม ค.ศ. 1678  / ครองราชย์  27 ธันวาคม 1722  /

สวรรคต 8 ตุลาคม ค.ศ. 1735


6. จักรพรรดิเฉียนหลง : 

พระราชสมภพ  25 กันยายน ค.ศ. 1711  / ครองราชย์ 8 ตุลาคม 1735   /

สวรรคต 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1799


7. จักรพรรดิเจียชิ่ง : 

พระราชสมภพ  13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1760  / ครองราชย์ 9 กุมภาพันธ์ 1796  /

สวรรคต 2 กันยายน ค.ศ. 1820


8. จักรพรรดิเต้ากวง : 

พระราชสมภพ  16 กันยายน ค.ศ.1782  / ครองราชย์  3 ตุลาคม 1820  /

สวรรคต  25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1850


9. จักรพรรดิเสียนเฟิง : 

พระราชสมภพ  17 กรกฎาคม 1831  / ครองราชย์  9 มีนาคม 1850  /

สวรรคต  22 สิงหาคม 1861


10. จักรพรรดิถงจื้อ : 

พระราชสมภพ  27 เมษายน พ.ศ. 2399 (ค.ศ. 1856)  / ครองราชย์  11 พฤศจิกายน 1861  /

สวรรคต 12 มกราคม พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875)


11. จักรพรรดิกวังซวี่ : 

พระราชสมภพ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871)   / ครองราชย์  25 กุมภาพันธ์ 1875  /

สวรรคต 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908)


12. จักรพรรดิผู่อี๋ : 

พระราชสมภพ  7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2449(ค.ศ.1906)  / ครองราชย์  2 ธันวาคม พ.ศ. 2451  /

สวรรคต  17 ตุลาคม พ.ศ. 2510(ค.ศ.1967)





รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง




รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง

   ราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน เป็นยุคต่อมาจากราชวงศ์หมิงที่เข้ามายึกครองจีน

จากเหตุการณ์ที่มีกบฏเกิดขึ้นนำโดยหลี่จื้อเฉิงและ นำมาซึ่งการเปิดด่านของ อู๋ซานกุ้ย*

จนสามารรถเข้ามายึดครองเมืองหลวงปักกิ่งของหมิง ได้ รัฐแมนจูสถาปนาโดย

นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ ซึ่งเริ่มแรก เป็นขุนนางของราชวงศ์หมิง ครองที่ดินทางตะวันออกเฉียงเหนือ

หรือมณฑลแมนจูเรียในปัจจุบัน นู่เอ๋อร์ฮาชื่อตั้งตนเป็น จักรพรรดิไท่จู่  และตั้งรัฐแมนจู

ขึ้นใน พ.ศ. 2152 ซึ่งแน่นอน ราชวงศ์ชิง หรือ แมนจูนั้นไม่ได้ก่อตั้งโดยชาวฮั่นซึ่งเป็น

ชนส่วนใหญ่ของจีนแต่เป็นชาวแมนจูซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแมนจูเรีย ทางตะวันออกเฉียง

เหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน โดยชาวแมนจูในสมัยนั้นเป็นเพียงชน

เร่ร่อนเท่านั้น


      จักรพรรดิราชวงศ์ทรงอยู่ในราชสกุล อ้ายซินเจว๋หลัว ( อ้าย ซิน เจี๋ย หลอ )

เอาแบบอ่านง่ายๆ แบบในหนังพากย์ไทยแต่ถ้าอ่านให้ถูกต้องนอกวงเล็บ

รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้ ราชวงศ์หมิงมีทั้งสิน 12 พระองค์

(ไม่นับรวมซูสีไทเฮาและตัวเอ่อกุ่นที่คอยเชิด ฮ่องเต้ในยุคหลัง )


1. สมเด็จพระจักรพรรดิชิงไท่จู่ : Nurhaci นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ชิง


2. จักรพรรดิไท่จง : Hong Taiji หวงไท่จี๋ เป็นพระเจ้าแผ่นดินจีนในราชวงศ์ชิง ซึ่ง

รวมแผ่นดินจีนที่นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ


***** ตัวเอ่อร์กุ่น : Dorgon พระราชโอรสองค์ที่14ของจักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาชื่อ เป็น

ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในจักรพรรดิซุ่นจื้อโดยในช่วงต้นรัชกาลได้สถาปนาตนเองเป็น

จักรพรรดิอี้  แต่ถูกถอดจากตำแหน่งในปีค.ศ.1651หลังการสิ้นพระชนม์


3. จักรพรรดิซุ่นจื้อ : Shunzhi Emperor ในบางครั้งจะนับพระองค์เป็น ปฐมจักรพรรดิ

ของราชวงศ์ชิง ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ได้ประทับในพระราชวังต้องห้ามที่

กรุงปักกิ่ง และราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง สวรรคตไปด้วยพระชนมายุเพียง

24 พรรษา


4. จักรพรรดิคังซี : Kangxi Emperor ครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พรรษา

เพราะพระบิดาสวรรคตเร็วเกินไปทรงออกว่าราชการเองเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา

 เป็นในช่วงที่หนังจีนชอบเอาเรื่องในยุคพรองค์มาทำหนังกันหลากหลายรูปแบบ อย่าง

อุ้ยเสี่ยวป้อและปู้ปู้จิงซิน เป็นต้น


5. จักรพรรดิยงเจิ้ง : Yongzheng Emperor  เล่ากันว่า พระองค์ร่วมวางแผนกับหลงเคอตัว

ปลอมแปลงลายพระหัตถ์ของจักรพรรดิคังซีจากคำว่าองค์ชาย 14 ให้เป็นองค์ชาย 4 คือ

พระองค์เอง ในการสืบทอดราชบัลลังค์ ซึ่งมาจาก ความวุ่นวายในการแย่งชิงราชสมบัติ

กันเองระหว่างพี่น้อง ปลายรัชสมัยจักรพรรดิคังซี ซึ่งเป้นเพียงความเชื่อเพราะได้มีการพิสูจน์

และตั้งข้อสังเกตุแล้วว่า พระองค์ไม่ได้ปลอมแปลงเนื่องจากต้องเขียนกำกับไว้ในทั้ง ฉบับที่

เป็นตัวอักษรฮั่นและ ฉบับอักษรแมนจู ซึ่งแก้ไขไม่ได้ แต่พระองค์ก็ยังได้รับฉายาว่า

"จักรพรรดิบัลลังก์เลือด" หรือ "จักรพรรดิทรราช" อยู่ดี ทั้งๆที่เป็นคนทำให้บ้านเมืองกลับมา

มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะพระองค์ทรงจัดการค่าใช้จ่ายการเงินและการทุจริตออกไป

เป็นคนที่ละเอียดเรื่องเงินและประหยัดมาก ทำให้สมัยต่อมาจักรพรรดิเฉียนหลงมีเงินเอา

ไว้ทำสงครามมากมาย (เป็นการล้อ)


6. จักรพรรดิเฉียนหลง : Qianlong Emperor จักรพรรดิเฉียนหลงได้สร้างความเจริญ

มากมายให้กับประเทศจีน โดยเฉพาะการจัดทำสารานุกรม ซื่อคู่เฉวียนซู ถือเป็นมรดกโลก

ที่สำคัญชิ้นหนึ่ง ในรัชกาลของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจมากมาย จนมีคนนำ

ไปทำละคร หนัง ซีรีย์ต่างๆ เช่น องค์หญิงกำมะลอ จอมใจจอมยุทธ์ เป็นต้น


7. จักรพรรดิเจียชิ่ง : Jiaqing Emperor ครองราชย์ในพระชนมายุได้ 37 พรรษา หลังจาก

ฮ่องเต้เฉียนหลงสละราชสมบัติ แต่ยังไม่มีอำนาจเด็ดขาด อำนาจทั้งหมดยังอยู่ที่พระบิดา

คือฮ่องเต้เฉียนหลง ค.ศ. 1799 จักรพรรดิเฉียนหลงได้สวรรคต และพระองค์จึงได้อำนาจ

ในการปกครองอย่างแท้จริง และกำจัด เหอเซิน ที่เป็นขุนนางกังฉิน โกงกินชาติ อดีต

คนสนิทของพระบิดา กำจัดทิ้งเสียไปให้พ้น


8. จักรพรรดิเต้ากวง : Daoguang Emperor ขึ้นครองราชย์ภายหลังการสวรรคตอย่าง

กะทันหันของจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง


9. จักรพรรดิเสียนเฟิง : Xianfeng Emperor พระองค์ไม่ใช่ องรัชทายาทแต่สามารถขึ้น

ครองราชย์ได้จากการเอาชนะใจพระบิดา ในตอนออกล่าสัตว์และพระองค์ไม่สังหารสัตว์

ที่มีลูกอ่อน พระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1861) ด้วยพระชนมายุเพียง 30 พรรษา

ด้วยพระโรคที่รุมเร้าเนื่องด้วยทรงเครียดจากเรื่องปัญหาของบ้านเมือง


10. จักรพรรดิถงจื้อ : Tongzhi Emperor ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนม์มายุ 5 พรรษา

ตลอดการครองราชย์ 12 ปีพระองค์ก็พยายามทำให้บ้านเมืองดีขึ้นจนมาถูกซูสีไทเฮายึด

อำนาจไว้ ในที่สุดทำให้พระองค์ไม่สามารถบริการบ้านเมืองได้อีก


11. จักรพรรดิกวังซวี่ : Guangxu Emperor เป็นพระโอรสในองค์ชายอี้ซวน ซึ่งเป็น

พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง พระราชชนนีคือพระขนิษฐาในพระนาง

ซูสีไทเฮาพระองค์ทรงครองราชย์ตั้งแต่พระชนม์มายุ 4 พรรษา ต่อมาเมื่อมีข่าวจาก

หยวนซื่อไข่ ว่าพระองค์จะทำรัฐประหารอำนาจจากซูสีไทเฮา ทำให้พระองค์โดนจับ

ด้วยข้อหามีความประพฤติที่เสื่อมเสียไม่สมควรที่จะเป็นจักรพรรดิที่บริหารบ้านเมืองอีก

และจับองค์พระจักรพรรดิไปคุมขังไว้ที่เกาะกลางทะเลสาบซึ่งอยู่เชื่อมต่อกับพระราชวัง

ต้องห้ามและอยู่ในการควบคุมของพระนางซูสีไทเฮา และ งานทั้งหมดของบ้านเมือง

พระนางซูสีไทเฮาก็บริหารเองแต่ก็ยังคงใช้ศักราชกวังซวี่ต่อไปตราบจนพระจักรพรรดิ

สวรรคต


12. จักรพรรดิผู่อี๋ : หรือปูยี Xuantong Emperor เป็นจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ชาวแมนจู

แห่งราชวงศ์ชิง และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์ชิง (นับเริ่มแต่จักรพรรดิซุ่นจื้อ) 

และเป็นองค์สุดท้ายของจีน





จิ๋นซีฮ่องเต้ (ตายเพราะอยากอมตะ)




จิ๋นซีฮ่องเต้ (ตายเพราะอยากอมตะ)



   จิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งแคว้นฉินทุกคนคงจะพอรู้กันว่า พระองค์นั้นมีความสามารถขนาดไหน

เป็นจักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนสามารถรวบรวมแคว้นเล็กแคว้นน้อยเข้ามารวมกัน

เป็นปึกแผ่น จิ๋นซีฮ่องเต้ นั้นพระองค์ทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล

และทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220  ก่อนคริสตกาล ทำให้สิ้นสุดยุค ยุครณรัฐ

     เก่งกาจฉกาจฉกรรณ์ไหมละครับ เป็นคนริเริ่มสร้างกำแพงเมืองจีน*จนได้รับฉายา

ทรราชกันมาแล้ว และยังทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประวัติศาสตร์จีน*

 ตำแหน่ง "หฺวังตี้" ที่แผ่นดินจีนจะมีพระเจ้าแผ่นดินหรือฮ่องเต้สืบต่อกันไปอีก นับพันปี

อย่างราชวงศ์ถัง* ราชวงศ์หมิง หรือฮั่น ชิง อะไรก็แล้วแต่

จิ๋นซีฮ่องเต้


      แต่ตามที่เราบอกนั่นแหละครับพระองค์ทรงเก่งกาจและอยากจะมีชีวติอยู่ได้นานๆ

ง่ายๆคือแสวงหาความเป็นอมตะนั่นเอง คือไม่อยากจะตาย อยากอยู่รักษาอำนาจเถลิง

ความยิ่งใหญ่ที่ตัวเองสร้างและทำต่อๆไปไม่รู้จบ ประมาณนั้น ขนาดโดนลอบสังหาร

โดนหักหลังต่างๆนานา ก็ยังไม่สามารถทำอะไร จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้เลยแม้แต่น้อย


  จิ๋นซีฮ่องเต้ นั้นมีความกลัวอย่างยิ่งเรื่องนึง กลัวอะไรนั่นหรือครับกลัวตายไง

จากหนังสือที่ผมอ่านท่านเก่งและโหดเหี้ยม แลดูไม่กลัวอะไรแต่สิ่งที่หลายๆคนกลัวและ

จิ๋นซีฮ่องเต้ เองก็กลัวคือกลัวตายนั่นแหละ


จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามหาสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเป็นอมตะ อย่างน้ำอมฤตถึงขนาดส่งคนออก

ไปเสาะหาตามภูเขาในตำนาน ภูเขาเปงไล ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าเซียน เชื่อว่ามียาวิเศษ

น้ำอมฤตที่ทำให้เป็นอมตะคนที่ส่งลงเรือไปหาก็ไม่กลับมาซักคนอะครับ ไม่รู้ว่าเรือแตก

จมน้ำตายกลางทาง หรือหาไม่เจอเลยไม่กลับไปดีกว่าโดนโดนตัดหัว หรือไม่รู้ว่าหาไม่

เจอแล้วไม่อยากกลับ ถือซะว่าหนีไปให้พ้นๆเสียดีมั้ยฮ่าๆ


    ด้วยความที่อยากเป็นอมตะไม่มีวันตาย อั๊วะจะเนเวอร์ดาย นะเฟ้ยจึงเป็นที่มาของ

การสวรรคตของพระองค์ซะอย่างนั้น โดนลอบฆ่าลอบสังหารกี่ครั้งก็ไม่เห็นจะทำอะไร

พระองค์ได้จะมาสิ้นพระชนม์ชีพอย่างไรกัน ก็เพราะความไม่อยากตายอยากจะเป็นอมตะ

นั่นแหละครับ ที่ทำให้พระองค์สวรรคตไป คือประมาณว่าแกให้หมอหลวงหรืออาจจะเป็น

แนวหมอผี นักเล่นแร่แปรธาตุทำนองนี้แหละปรุงยาอายุวัฒนะ (ชื่อเหมือนในหนังจีน)

ขึ้นมาแล้วพระองค์ก็ทรงเสวยเข้าไป เพราะเชื่อว่าจะต่ออายุหรือทำให้พระองค์เป็น

อมตะก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าพระองค์สวรรคซะอย่างนั้นตามในหนังสือที่อ่านเขาว่า

ตอนนั้นพระองค์เสด็จประพาสหัวเมืองในวันที่ 10 กันยายน 210 ก่อนคริสตกาล

พระองค์สวรรคตเพราะ เสวยยาเม็ดปรอท (โลหะเหลว) มากเกินไปทำให้  พระองค์

ตายอย่างปัจจุบันทันด่วนแบบไม่ปรึกษาใครเลย

(จากที่อยากจะอมตะ กลับตายง่ายๆซะงั้น)


หมอคนนั้คงไม่มีชีวิตรอดเหมือนกัน ตามในหนังสือบอกมาว่า คงได้ไปอยู่เป็นเพื่อน

จิ๋นซีฮ่องเต้ แน่นอนทีนี้วุ่นละครับ เสด็จประพาสหัวเมืองแต่องค์ฮ่องเต้ ผู้เป็นจักรพรรดิ

ของแผ่นดินดันขึ้นสวรรค์ไปซะแล้วจะทำยังไง อำมาตย์ที่ตามเสด็จก็แก้ปัญหากันความ

วุ่นวายเฉพาะหน้า เพื่อซ่อนปิดข่าวการสวรรคตของพระองค์ให้เป็นความลับ บ้านเมือง

จะได้ไม่วุ่นวาย เอาให้แบบว่าข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จไปด้วยก็ไม่รู้เลย


             - คือท่าน อำมาตย์ผู้นั้นจัดการซื้อปลาสดมาด้วยเอามาไว้ในขบวนเสด็จ

นั่นแหละ ให้อยู่นำหน้าและตามหลังราชรถของ จิ๋นซีฮ่องเต้แล้วปิดม่านบังราชรถกันไม่

ให้ใครเห็นพระศพที่เน่าเปื่อยเหม็นออกมา เพราะปลาสดเมื่อผ่านอากาศร้อนๆหลายวัน

เข้าก็เหม็นเน่า คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเน่าจากพระศพ เพื่อทำให้ไม่มีใครผิดสังเกตุ -


ท่านอำมาตย์ผู้นั้นตามหนังสือบอกก็ผลุบๆ โผล่ๆหน้าเข้าไปในราชรถของ จิ๋นซีฮ่องเต้

ที่คงทั้งเหม็นและดูไม่ได้อาจจะเน่าเปื่อย ตามอากาศและเวลา (สงสารท่านอำมาตย์จัง

คงต้องทนน่าดูเชียว) ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียว คือผลุบเข้าผลุบออกอยู่แบบนั้นทุกวันนะ

ตามเขาว่ามาแต่ไม่รู้ว่าวันละกี่รอบ ไอหย๊าาา คือทำเหมือนไปปรึกษาฮ่องเต้ พูดคุยกัน

ตลอดเวลา 2 เดือน (แม่เจ้า 2 เดือน ผมนี่อะเหื้อเลย) น่าสงสารและนับถือน้ำใจยิ่งนัก

จิ๋นซีฮ่องเต้ ทรงสวรรคตในวันที่ 10 กันยายน 210 ปีก่อนคริสตกาล













กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2




กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2

    ราชวงศ์หมิง ในหน้าแรกพูดไปแล้วสำหรับ "กษัตริย์และราชวงศ์หมิง

6 พระองค์ มาหน้านี้ต่อกันที่พระองค์ที่ 7 ถึง พระองค์สุดท้าย หรือคนสุดท้ายของ

ราชวงศ์หมิง กันเลยครับ

กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


7.จักรพรรดิจิ่งไท่ Jingtai Emperor : ยึดบัลลังก์มาจากพี่ชาย ภายหลังโดนยึด

คืนไป มนสมัยของพระองค์ทรงทำสงครามชนะมองโกลที่มารุกราย ทรงจัดการบ้าน

เมืองให้เรียบร้อย กำจัดอำนาจของขันทีออกไป (ขันทีอีกแล้ว) แต่ไม่ทรงที่จะกล้า

ไปรับพระเชษญากลับมาเพราะเกรงว่าจะทำลายความมั่นคงของราชบัลลังก์ที่พระองค์

นั่งอยู่แต่ในที่สุดก็ได้ไปรับอดีตฮ่องเต้กลับมาตามคำแนะนำของยู่เฉียน โดยให้มีคน

เฝ้าพระตำหนักไม่ให้พบปะคนนอกได้เพื่อป้องกันการยึดอำนาจคืนแต่ต่อมาฮ่องเต้จิ่งไท่

ก็ประชวรหนักขุนนางต่างหารือเพื่อหาทายาทขึ้นมาสืบบัลลังก์หารือว่าจะตั้งจูเจี้นเซิน

หรือจูเจี้ยนจี๋ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ทหารของ อดีตฮ่องเต้เจิ้งถง ก็เข้ามาล้อมวัง ยึดอำนาจ

ตั้งตนเองกลับเป็นฮ่องเต้เสียใหม่ ฮ่องเต้จิ่งไท่จึงได้สิ้นพระชนม์ในวันนั้นขุนนางฝ่าย

ของยูเฉียนจึงถูกประหารชีวิตไปมาก ข้อหาขบถทรยศต่อฮ่องเต้เจิ้งถง

กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


8. จักรพรรดิเฉิงฮว่า Chenghua Emperor : เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิเจิ้งถง

ทรงครองราชย์เมื่อพระชนม์ได้เพียง 17 พรรษา พระองค์ต้องเป็นฮ่องเต้อีกคนนึงซึ่ง

อ่อนแอ ไม่สามารถจัดการกับอำนาจของขันทีในวังได้ต้องตกอยู่ในวงอำนาจของเหล่า

ขันทีพวกนั้นทรงไม่มีอำนาจอะไรมากนักและไม่ชอบว่าราชกิจเพราะไม่ทรงแข็งพอ

ควบคุมขุนนาง งานต่างๆจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจขันทีแทน (ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง 

จูหยวนจางพระองค์ อุตส่าทำให้อำนาจขันทีลดลงแล้วแท้ๆ)


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


9. จักรพรรดิหงจื้อ Hongzhi Emperor :  เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิเฉิงฮัว

ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิหงจื้อ ขณะพระชนม์ 17 พรรษา ตลอด 18 ปีในรัชกาล

ทรงทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

10. จักรพรรดิเจิ้งเต๋อ Zhengde Emperor : ตลอดรัชกาลของพระองค์เริ่มมีชาติ

ในยุโรปเข้ามาติดต่อทำการค้าและเจริญสัมพันธไมตรีมากมายซึ่งทำให้เจริญก้าวหน้า

มากเพิ่มขึ้นจากสมัยของฮ่องเต้หงจื้อ


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

11. จักรพรรดิเจียจิ้ง Jiajing Emperor : ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเจียจิ้ง โดย

มีพระชนมายุเพียง 14 พรรษาในรัชกาลของพระองค์นั้นทรงมุ่งเน้นไปที่เป็นยุคแห่ง

ความเจริญด้านศิลปะและศาสนา ทรงเน้นเรื่องศิลปะโดยเฉพาะเครื่องลายคราม

และเรื่องศาสนาโดยเฉพาะลัทธิเต๋า โดยโปรดให้สร้างวิหารแห่งพระอาทิตย์รวมถึง

สร้างวิหารและสถาปัตรยกรรมทางศาสนาหลายแห่งรวมถึงต่อเติมหอสักการะแผ่นดิน

และฟ้า (เทียนตี้ถัน) และให้เปลี่ยนชื่อเป็น "หอสักการะฟ้า" (เทียนถัน)แต่ในรัชกาล

ของพระองค์ก็มีเหตุร้ายใหญ่อยู่ด้วย 1 อย่างคือ  เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดที่

มณฑลส่านซี ในปี ค.ศ. 1556 (พ.ศ. 2099) ตรงกับปีที่ 35 ในรัชกาล มีผู้เสียชีวิตกว่า

800,000 คน


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

12. จักรพรรดิหลงชิ่ง Longqing Emperor : ทรงเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ และทรง

บริหารราชการแผ่นดินได้ไม่ดี เป็นคนใจดีมีเมตตา เป็นที่รักของประชาชนแต่ด้วยความมี

เมตตาของพระองค์นั้นทำให้บรรดาขุนนางนั้นหาประโยชฃน์ทุจริตมากมายขุนนางไร้

ความสามารถ หาแต่ประโยชน์


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

13. จักรพรรดิว่านลี่ Wanli Emperor : พระองค์ทรงเป็นเด็กเฉลียวฉลาดและเป็น

ที่เชื่อฟังพระเสาวนีย์ของพระพันปีหลวง และเป็นศิษย์ที่ดีของพระอาจารย์ ด้วยการชี้นำ

ของจางจวีเจิ้ง ทำให้แผ่นดินมีความมั่นคงอย่างมาก เงินในท้องพระคลังมีมากมาย

มหาศาล แต่เมื่อพระองค์ทรงเจริญพระชันษาขึ้น ทรงเริ่มมีการเบื่อหน่ายในราชการ

แผ่นดิน ทำพระองค์เสเพล สรรหาแต่ความรื่นเริง จนเกือบโดนถอดออกจากฮ่องเต้

ในรัชกาลของพระองค์ได้มีบาทหลวงคณะเยซูอิตเข้ามาที่ต้าหมิง เพื่อเผยแผ่ศาสนา

ด้วย


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

14. จักรพรรดิไท่ชาง Taichang Emperor : เมื่อขึ้นครองราชย์ได้สัปดาห์เดียวก็

เกิดประชวรขึ้น เพราะพระองศ์ฝักใฝ่ในกามอารมณ์ สนมคนโปรดของจักรพรรดิหว่านลี่

ได้ส่งสาวงามไปให้จนพระองศ์ประชวร ขันทีผู้น้อยคนหนึ่งได้ถวายยาเม็ด เมื่อพระองศ์

เสวยแล้ว อาการก็ทรุดหนักลงจนสิ้นพระชนม์


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

15. จักรพรรดิเทียนฉี่ Tianqi Emperor : ขึ้นครองราชในตอน 15 พรรษาตลอด 7 ปี

ในรัชกาลมีกบฏเกิดขึ้นหลายครั้ง 1620 -1627


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

16. จักรพรรดิฉงเจิน Chongzhen Emperor : พรรดิฉงเจินทรงมุ่งมั่นที่จะกอบกู้

สถานการณ์ระส่ำระสายยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในราชสำนักจากความขัดแย้งระหว่างขันทีกับ

ขุนนางราชสำนักจีนต้องประสบภาวะภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ผู้คนขาดแคลนล้มตาย

ขุนนางในหัวเมืองฉ้อฉล ขูดรีดทรัพย์สิน กลั่นแกล้งประชาชนอย่างต่อเนื่อง ราชสำนัก

แก้ไขปัญหาไม่ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้างจนก่อเกิดเป็นกบฏ

ชาวนาหลี่จื้อเฉิง อดีตนายทหารผู้น้อย เริ่มรวบรวมสมัครพรรคพวกก่อการต่อต้านราช

สำนักขึ้นจนสามารถยึดเมืองซีอานได้และเข้าปิดล้อมปักกิ่งได้อย่างรวดเร็วทหารหลวง

ของหมิงไม่สามารถต้านทานได้ จนขันทีแอบเปิดประตูเมืองให้หลี่จื้อเฉิงเข้ามาได้ล้ม

ราชวงศ์หมิงลงจักรพรรดิฉงเจินเสด็จหนีขึ้นไปยังเขาเจียงซาน ด้านเหนือของพระราชวัง

หลวง และผูกพระศอองค์เองกับต้นไม้ สวรรคตขณะมีพระชนมายุสามสิบสี่ชันษาและ

เป็นเหตุให้ อู๋ ซานกุ้ยที่โดนหลี่จื้อเฉิง คุกคาม ขณะนั้นอู๋ ซานกุ้ยเป็นแม่ทัพใหญ่รักษา

ด่านซันไห่กวนอันเป็นด่านหนึ่งของกำแพงเมืองจีน เป็นด่านสำคัญที่ป้องกันการรุกราน

จากศัตรูทางทิศเหนือของปักกิ่ง อู๋ ซานกุ้ยไร้ทางเลือกจึงเปิดพด่านให้แมนจูเข้ามาปราบ

หลี่จื้อเฉิงได้สำเร็จและได้เข้ามาปกครอง จีนต่อจากราชวงศ์หมิงเป็นเหตุให้ราชวงศ์หมิง

อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่เป็นชาวฮั่นที่ปกครองจีนมานานกว่า 4,000 ปี ต้องล่มสลายลง

อู๋ ซานกุ้ยจึงได้รับราชการในแผ่นดินแมนจูต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผิงซีอ๋อง ปกครอง

มณฑลยูนนาน ชายแดนทางตอนใต้ ในรัชสมัยฮ่องเต้ซุ่นจื้อจักรพรรดิองค์ที่ 3 ของ

ราชวงศ์ชิงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ได้ประทับในพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่ง

และราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง





กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty




ราชวงศ์หมิง


กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

    ราชวงศ์หมิง หรือ ราชวงศ์เบ๋ง (ฮกเกี้ยน) หรือ ราชวงศ์เม้ง (แต้จิ๋ว)  นั้นเป็น

ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรจีนต่อจากราชวงศ์หยวนของมองโกล สามารถขับไล่ชน

ชั้นปกครองราชวงศ์หยวนออกไปจากแผ่นดินจีนและกำจัดศัตรูต่างๆออกไปได้แต่ก็มา

พ่ายแพ้ให้แก่ราชวงศ์แมนจู(ราชวงศ์ชิง) สืบเนื่องจากเกิดความไม่พอใจของประชาชน

จนเกิดกบฎชาวนาของหลี่จื้อเฉิง รวมถึงเป็นเหตุให้ อู๋ ซานกุ้ยขุนนางหมิง เปิดประตู

ให้ชาวแมนจูเข้ามาจนได้รวบรวมและโค่นล้มหมิงของชาวฮั่นลงเสีย นับว่า

ราชวงศ์หมิง เป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ ปกครองด้วยชาวฮั่นอย่างแท้จริงระยะเวลาการ

ปกครองของ ราชวงศ์หมิง คือ  พ.ศ. 1911 (ค.ศ. 1368) ถึง พ.ศ. 2187 (ค.ศ. 1644)

เป็นเวลารวม 276 ปี ของประวัติศาสตร์จีน


ฮ่องเต้ จักรพรรดิหรือกษัตริย์ที่ปกครองราชวงศ์หมิง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

1. จักรพรรดิหงอู่ .. หมิงไท่จู่ จูหยวนจาง Hongwu Emperor : จูหยวนจาง

ยกทัพบุกถึงนครต้าตูเมืองหลวงของราชวงศ์หยวน จักรพรรดิซุ่นตี้เห็นเหลือกำลังที่จะ

รับมือจึงพาเหล่าพระญาติพระวงศ์และชาวมองโกลหนีออกนอกด่านไปอยู่ที่เมืองซ่างตู

จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเป่ยผิง ประกาศตั้งราชวงศ์ต้าหมิง สถาปนาตนเองขึ้นเป็น

ฮ่องเต้ทรงพระนามว่าหมิงไท่จู่ ในรัชกาลแรกของพระองค์นี้ได้ทำการพัฒนาประเทศ

ไปในทางที่ดีทั้งเศรษฐกิจ การปกครอง ลงโทษผู้กระทำผิดและเป็นภัยต่ออำนาจ

พระองค์อย่างเด็กขาด ที่สำคัญทรงศึกษาความล้มเหลมของราชวงศ์อื่นๆมาปรับใช้

ทรงสั่งห้ามขันทีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง (แบบที่ราชวงศ์ถังช่วงกลางและปลายที่

ปัญหาเพราะขันทีมีอำนาจมากเกินไป) และรวบรวมอำนาจเข้ามาไว้ที่พระองค์ให้มาก

ขึ้นเรียกได้ว่าพระองค์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

2. จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน Jianwen Emperor : ในสมัยนี้เป็นสมัยแห่งสงคราม

กลางเมืองเนื่องจาก จูหยวนจางหรือจักรพรรดิหงอู่นั้น ส่งต่อราชบัลลังค์ให้แก่

หลานของตนซึ่งเป็นลูกของลูกรักพระองค์ทำให้ ลูกชายของพระองค์ เหล่าบรรดา

องค์ชายทั้งหลายไม่พอใจ ต่อมาเพื่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงครองราชย์ด้วยวัย

21 พรรษาแล้วนั้นได้ทำการลดทอนอำนาจของฮ๋องต่างๆ (พระเจ้าอาของพระองค์

นั่นเอง) ทั้งโยกย้ายกำลัง ปรับตำแหน่งต่างๆนาๆ เพื่อลดทอนอำนาจ ครั้นถึงคราว

รัฐเอี๋ยนของ จู้ตี้ต้องโดนแยกอำนาจนั้น เขาได้แก้ลำโดยการยกทัพโดยใช้เหตุผล

อ้างว่ามาปราบขุนนางชั่วรอบกายองค์จักรพรรดิ จึงได้เกิดเป็นสงครามกลางเมือง

ยืดเยื้อกันอยู่ 3 ปี จนในที่สุดสามารถเข้าเมืองหลวงและวังต้องห้ามได้ พบว่าวังต้อง

ห้ามนั้นเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ จักรพรรดิเจี้ยนเหวินหายไป เมื่อยึดครองเมืองอิ้งเทียน

ได้แล้ว จูตี้จึงปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทรงมีพระนามว่าหมิงเฉิงจู่ (หย่งเล่อ) 

ต่อมาอีก 39 ปี ในรัชศกจ้งถ่ง มีผู้พบพระภิกษุชรารูปหนึ่งที่มีคนจำได้ว่าคือจักรพรรดิ

ฮุ่ยตี้ (พระจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน)

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


3. จักรพรรดิหย่งเล่อ Yongle Emperor : พระองค์เป็นโอรสองค์ที่ 4 ของฮ่องเต้

จูหยวนจางปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง หลังจากสงครามกลางเมืองกับหลานของ

ตัวเองและสามารถก้าวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ในปี ค.ศ.1402 ทรงตัดไฟแต่ต้นลมประหาร

ขุนนางที่คิดว่าเป็นภัยต่อพระองค์ไปเบาๆ เกือบพันคน (นั่นเบาแล้วหรอ) ลดอำนาจอ๋อง

ต่างๆห้ามมีทหารรักษาประจำเมืองมีได้แค่ทหารรักษาพระองค์ของอ๋อง องค์นั้นๆ ห้าม

เจ้าเมืองต่างๆคิดติดต่อกันโดยไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระองค์ฮ่องเต้หย่งเล่อทรง

ย้ายราชธานีไปอยู่ที่เป่ยผิงอันเป็นฐานที่มั่นของพระองค์ด้วยเหตุผลว่าป้องการรุกราน

ของชนกลุ่มน้อยทางเหนือ (มีกำแพงเมืองจีนอยู่แล้วจะกลัวไร อ่ะล้อเล่น) และทรงให้

สร้างพระราชวังต้องห้ามขึ้นที่นั่นพระองค์จึงทรงย้าย จากกรุงนานกิงมาประทับที่กรุง

ปักกิ่ง เป็นการถาวร พระองค์ทรงมีการศึกต้องอกไปสู้กับมองโกลอยู่หลายครั้ง พระองค์

ทรงรวบรวมราชบัณฑิตกว่าสองพันคน พร้อมด้วยผู้อำนวยการใหญ่ 5 คน รองผู้อำนวย

การอีก 20 คน จัดทำ “หย่งเล่อต้าเตี่ยน” สารานุกรมรวบรวมความรู้ทางวิชาการสาขา

ต่างๆ เรียกว่าสารานุกรมหย่งเล่อ ในยุคสมัยของพระองคืนั้นยังได้สนับสนุนการออก

เดินทางไปรอบโลกนำโดย เจิ้งเหอ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก หย่องเล่อให้เป็นหัวหน้า

ขันที ต่อมาได้รับพระราชทานแซ่เจิ้ง จึงเรียกขานว่า "เจิ้งเหอ" โดยให้เดินทางสำรวจ

เดินเรือสำรวจทางทะเลในระยะเวลา 28 ปี กองเรือของเจิ้งเหอออกสำรวจทางทะเลรวม

 7 ครั้ง ไปไกลถึง อินเดีย แอฟริกา นำสินค้าไปแลกเปลี่ยนกับชาติต่างๆ รวมทั้งเข้ามา

ถึงกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ก็ยังมีสถาปัตยกรรมเด่นที่ปัจจุบันนับ

ว่าเป็นอีก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยทีเดียวนั่นก็คือ

                                                          เจดีย์กระเบื้องเคลือบที่นานกิง

พระองค์เป็นฮ่องเต้ที่มากด้วยความสามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่และทำให้แผ่นดิน

เป็นปึกแผ่นอีกด้วย

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


4. จักรพรรดิหงซี Hongxi Emperor :  องค์ชายจูเกาจื้อ ขึ้นครองราชย์ต่อจาก

พระราชบิดา มีพระนามว่าหมิงเหยินจง พระองค์มีแผนที่จะย้ายเมืองหลวงกลับมาที่

นานกิงเหมือนเดิม และจะยกเลิกกองเรือสำรวจของเจิ้งเหอ แต่ด้วยพระองค์ทรง

ประชวรและสวรรคตไปเสียก่อนทั้งๆที่เพิ่งครองราชย์ได้ไม่ถึง 10 เดือนทำห้ทุกอย่าง

ต้องล่มลง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


5. จักรพรรดิเซฺวียนเต๋อ ..หมิงซวนจง หรือ จูเจียนจี  Xuande Emperor :

ทรงมีพระทัยเมตตาในตอนต้นรัชกาลได้ปราบกบฎแต่ก็มิได้ลงโทษใดๆทรงให้เจิ้งเหอ

ออกเดินทางสำรวจครั้งที่ 7 (ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย) พรองค์ทรงครองราชย์ได้ 10 ปี ก็

สวรรคตเมื่อพระชนมพรรษา 36 พรรษา

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


6. จักรพรรดิเจิ้งถง Zhengtong Emperor : พระองค์ได้ถูกจับตัวไปเป็นเชลย

ตอนที่ไปรบกับมองโกลทางราชสำนักจึงตั้งพระอนุชา(น้องชาย)ของพระองค์ขึ้นครอง

ราชย์แทนเป็นจักรพรรดิจิ่งไถ่ เมื่อจักรพรรดิเจิ้งถ่งทรงถูกปลอยตัวกลับมาก็ถูกพระอนุชา

ที่เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่จับขังไว้ แต่พระองค์ก็ได้ทรงยึดอำนาจกลับขึ้นครองราชย์อีกครั้ง

ในรัชสมัยของพระองค์ยังมี กบฏเฉาฉิน ซึ่งเกิดมีเหตุให้โดนเผาประตูวังแต่ดีที่ฝนตกลง

มาดับเสียก่อน ฝ่ายกบฏ เห็นท่าสู้ไม่ได้เลยหนีกลับไป หัวหน้ากบฏเฉาฉินได้รับบาดเจ็บ

หนีกลับไปยังบ้านของตน และกระโดดบ่อน้ำที่บ้านตนเองเสียชีวิต


>>> หน้าถัดไป กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2


เนื่องจากจะยาวเกินเลยยกที่เหลือไว้ในหน้าถัดไปกดอ่านเรื่องราวของราชวงศ์หมิง

กันได้ต่อเลยครับ




พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง (ฮ่องเต้กษัตริย์จีน)




พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง


พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง (ฮ่องเต้กษัตริย์จีน)

   ชื่อเท่ๆ ดูดีๆวันนี้เรามาดูว่าพระนามของจักรพรรดิแต่ละพระองค์ของราชวงศ์ถัง นั้นมี

พระองค์ใดบ้าง ราชวงศ์ถังมีฮ่องเต้ปกครองกี่พระองค์ราชวงศ์ถังปกครองแผ่นดินจีน

คริสต์ศตวรรษที่ 7 - 10 หรือในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 15 ปีพ.ศ. 1161 - 1450 เป็น

เวลา 289 ปีแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ราชวงศ์ถัง และ ฟื้นฟูราชวงศ์ถัง เพราะไปสะดุดตรงช่วง

ราชวงศ์ราชวงศ์โจว(อู่โจว) ของพระนางบูเช็กเทียนสตรีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน

ที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินจีนทรงสถาปนาราชวงศ์ของพระนางเอง จึงต้องยกไว้และต่อมา

หลังจากสมัยของพระนางก็ได้มี การฟื้นฟูราชวงศ์ถังขึ้นมาใหม่ รวมทั้งสิ้น ราชวงศ์ถังมี

ฮ่องเต้ หรือองค์จักรพรรดิทั้งสิ้น 21 พระองค์ 23 รัชสมัย


1. จักรพรรดิถังเกาจู่ : มีพระนามเดิมว่า หลี่ยวน เมื่อราชวงศ์สุยใกล้ล่มสลายลง

หลี่ยวน ที่รักษาแดนไท่หยวน จึงประกาศตัวเป็นอิสระต่อราชสำนักและสามารถเข้า

ยึดครองนครฉางอันเป็นฐานที่มั่น และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิถังเกาจู่

ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ถังเมื่อพระชนม์ได้ 52 พรรษา

จักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง
จักรพรรดิถังไท่จง : หรือหลี่ซื่อหมิน
2. จักรพรรดิถังไท่จง : หรือหลี่ซื่อหมิน ในยุคของพระองค์นั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุด

ของราชวงศ์ถังเลยทีเดียว สามารถรวบรวมดินแดนแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นการปกครอง

เป็นไปได้ด้วยดี มีการถามความเห็นโต้แย้งความเห็นฮ่องเต้ได้อย่างเสรีไม่มีความผิด

แต่ห้ามไม่ให้มีการไปพูดลับหลังเพราะให้มีสิทธิ์โต้แย้งต่อหน้าพระพักต์ได้แล้วก็ควรจะ

พูดตรงนั้น ถ้าใครมีการไปนินทาว่าร้ายหรืออะไรลับหลังแล้วโดนจับได้พระองค์ก็จะ

ทรงลงพระอาญา เพราะถือว่าให้ได้วิจารณ์ได้อย่างเปิดเผยแล้วกลับไม่ทำแต่ไปทำ

ลับหลังพระองค์จงต้องโดนลงโทษให้เข็ดหลาบ


3. จักรพรรดิถังเกาจง : ถังไท่จงพระราชบิดาทรงเลือกองค์ชายหลี่จื้อเป็นรัชทายาท

แทน รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียน และ วุ่ยหวังหลี่ไท่ ที่แย่งชิงอำนาจกันจึงโดนปลดจาก

รัชทายาทส่วน วุ่ยหวังหลี่ไท่ โดนถอดยศเป็นสามัญชน รัชกาลของพระองค์ส่วนใหญ่

จะยุ่งกับการแก้ไขปัญหาในวังหลังเสียมาก


4. จักรพรรดิถังจงจง : เมื่อพระบิดา คือฮ่องเต้ถังเกาจง สิ้นพระชนน์ พระนาง

บูเช็กเทียนมารดาของพระองค์ก็ได้ยึดอำนาจไว้แล้วตั้งพระองค์ขึ้นเป็น จักรพรรดิ

แต่ให้หลัง 1 ปีก็โดนพระมารดาปลดลงแล้วตั้งให้พระอนุชาของพระองค์ คือ

จักรพรรดิถังรุ่ยจง ครองราชย์ต่อไป


5. จักรพรรดิถังรุ่ยจง  : พระนามเดิมว่า หลี่ตั้น เมื่อ จักรพรรดิถังจงจง พระเชษฐา

ถูกพระราชมารดาปลดออกจากราชสมบัติ พระนางบูเช็กเทียนก็ตั้งพระองค์ให้ขึ้น

ครองราชย์แทนแล้วก็เหมือนคนพี่อย่าง ถังจงจง เพราะถังรุ่ยจงก็โดนปลดอีกหลัง

จากครองราชย์ได้ไม่ถึง 1 ปี เพราะอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่พระนางบูเช็คเทียน


6. จักรพรรดิถังจงจง : จักรพรรดิถังจงจงได้ขึ้นครองราชย์เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่

ปลดไปเพราะพรนางบูเช็กเทียนที่ครองราชย์สถาปนาราชวงศ์โจวทรงสละราชสมบัติ

ด้วยวัย 85 ปี


7. จักรพรรดิถังชาง : ชางตี้ พระโอรสในจักรพรรดิถังจงจงเมื่อพระราชบิดาสวรรคต

ในปีค.ศ. 710พระองค์จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อมาเมื่อพระชนม์เพียง 15 พรรษาแต่

ครองราชย์ได้ไม่ถึงปีก็ทรงถูกปลดและสวรรคตเมื่อพระชนม์เพียง19พรรษาในปี

ค.ศ. 714


8. จักรพรรดิถังรุ่ยจง : ได้กลับมาทรงราชย์อีกครั้ง แต่ถังรุ่ยจงทรงครองราชย์ได้

เพียง 2 ปี ก็สละราชสมบัติให้องค์ชายขึ้นทรงราชย์เป็น จักรพรรดิถังเสวียนจง


9. จักรพรรดิถังเสฺวียนจง : หลังจากครองราชย์ต่อจากพระบิดาก็ทรงกวาดล้าง

อำนาจเก่า ปราบขุนนางกังฉิน (เหมือนจะดี) แต่เมื่อพระองค์รับสนมซึ่งได้ชื่อว่า

4 ยอดหญิงงามแห่งแผ่นดินจีน (บ้างก็บอก นางล่มเมือง) เท่านั้นแหละครับไม่ทรง

ปฏิบัติงานราชกิจอะไรเลย ลุ่มหลงแต่นางสนุมกุ้ยเฟย จนบ้านเมืองอ่อนแอหนำซ้ำ

ยังให้ญาติๆของ หยางกุ้ยเฟยเข้ามารับราชการโกงบ้านกินเมืองกระจุยกระจายใช้

อำนาจกร่างไปทั่วจนขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ไม่พอใจบุกเข้ายึดพระราชวังถังเสวียนจง

และหยางกุ้ยเฟยจึงต้อง อพยพย้ายหนีไปที่อื่นแต่ก็โดนตามทัน เหล่าทหารบังคับ

ให้หยางกุ้ยเฟยฆ่าตัวตายเพื่อลดความแค้นแก่ทหารและสนับสนุนหลี่เฮิงให้ขึ้นเป็น

จักรพรรดิถังซู่จง (นับจากสมัยของพระองค์ก็เข้าสู่ความตกต่ำของราชวงศ์ถังไป

เรื่อยๆ)


10. จักรพรรดิถังซู่จง : ขึ้นครองราชย์แทนจักรพรรดิถังเสวียนจง พระราชบิดาที่ถูก

เหล่านายทหารและขุนนางข้าราชการโค่นราชบัลลังก์ ในรัชกาลนี้มีกบฏอันลู่ซันตลอด

รัชกาลของเขานั้นอำนาจทั้งหมดตกอยู่ที่หลี่ ฝู่กั๋ว ขันทีมีชื่อ


11. จักรพรรดิถังไต้จง : ทรงขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 762 (พ.ศ. 1305) เป็นจักรพรรดิ

ที่อ่อนแอและไร้อำนาจ เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ในกำมือของขันทีหลี่ฝู่กั่วจักรพรรดิ

ถังไต้จงสวรรคตลงในปี ค.ศ. 779 (พ.ศ. 1322) ครองราชย์ได้ 17 ปี ขณะพระชนม์

ได้ 53 พรรษา


12. จักรพรรดิถังเต๋อจง : ทรงครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา ถังไต้จง ในปี ค.ศ. 779

(พ.ศ. 1312) ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 3 ในราชวงศ์ถังคือ 26 ปี


13. จักรพรรดิถังชุนจง : ทรงครองราชย์เพียง 6 เดือน ก็สละราชสมบัติให้องค์

รัชทายาทหลี่ซุน เนื่องจากทรงมีปัญหาเรื่องพระสุขภาพ


14. จักรพรรดิถังเสียนจง : พระองค์ทรงควบคุมอำนาจต่างๆโดยเฉพาะการทหาร

จากผู้ว่ามาไว้ที่พระองค์เองและราชสำนัก กวาดล้างอำนาจเก่าๆ ที่มีอยู่ให้อำนาจ

กลับมาอยู่ที่ราชสำนักแต่เหมือนเดิม ช่วงขันทีรุ่งเรืองอำนาจของราชสำนักที่พระองค์

นำกลับมา ตกอยู่ในมือขันทีชั่วซะเยอะ ต่อมาจักรพรรดิเสียนจงก็ถูกลอบปลงพระชนม์

โดยขันทีนามว่าเฉินหงจี ขณะพระชนม์ได้ 42 พรรษา


15. จักรพรรดิถังมู่จง : พระราชโอรสในจักรพรรดิถังเสียนจง ในสมัยของพระองค์นั้นมี

การทุจริตโกงกินกันเป็นอย่างมากส่งผลต่อความเป็นอยู่ของราษฎร รวมไปถึงสภาพ

เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ


16. จักรพรรดิถังจิงจง : โอรสองค์โตในจักรพรรดิถังมู่จงขึ้นครองราชย์สืบต่อมาขณะ

พระชนม์เพียง15พรรษาแต่ทรงครองราชย์ได้เพียง2ปี ก็ถูกปลงพระชนม์โดยขันทีชื่อ

หลิวเคอหมิง (จะเห็นได้ว่าหลังจากสมัยของถังเสวียนจง ขันทีจะมีบทบาทมากมีอำนาจ

มากเนื่องจากกษัตริย์และบ้านเมืองอ่อนแอ) ทำให้ราชวงศ์ค่อยๆอ่อนแอตามไปด้วย


17. จักรพรรดิถังเหวินจง : พระราชโอรสองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิมู่จง


18. จักรพรรดิถังหวู่จง :


19. จักรพรรดิถังซวนจง : เป็นพระราชโอรสใน จักรพรรดิถังเสียนจง เป็นพระอนุชา

ของจักรพรรดิถังมู่จง ครองราชย์สืบต่อจาก จักรพรรดิถังหวู่จง พระราชนัดดา


20. จักรพรรดิถังยี่จง :


21. จักรพรรดิถังซีจง : เป็นสมัยที่ราชวงศ์ถังอ่อนแอเป็นอย่างมากโดนกบฏหวงเฉา ลุกฮือ

แต่ได้จูเหวียนจง ทำให้อำนาจทั้งหมดตกอยู่ที่จูเหวียน (ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เป็นปฐมกษัตริย์

แห่งเหลียงยุคหลัง)


22. จักรพรรดิถังเจาจง : แน่นอนในสมัยพระองค์ทรงตกอยู่ในอำนาจของจูเหวียนจง

(ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิถังซีจง) พระองค์จึงจำเป็นต้องยืมอำนาจของจูเหวียนให้มาปราบขันที

ที่มีอำนาจต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังยุคของ ถังเสวียนจงจนปราบได้ราบคาบแต่ในปีถัดมา

 ถังเจาจงทรงถูกสังหารโดยจูเหวียนจง (น่าจะมาจากที่จูเหวียนจงไม่ต้องมาคานอำนาจกับ

ขันทีแล้วเพราะมีอำนาจเต็มที่กว่าแต่ก่อนมาก)


23. จักรพรรดิถังไอ : หรือจักรพรรดิไอตี้ เขาถูกจูเหวียนจง ตั้งขึ้นมาตอนพระชนม์เพียง

13 พรรษา เพื่อเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดของเขา ต่อมาทรงครองราชย์ได้เพียง 3 ปีใต้อำนาจ

ของ จูเหวียนจง  จักรพรรดิไอตี้ ก็โดนปลด เมื่อพระชนม์เพียง 16 พรรษา จูเหวียนจง

ได้ตั้งราชวงศ์โฮ่วเหลียงขึ้น ทำให้ราชวงศ์ถังล่มสลายลงไปในที่สุด

** ถึงราชวงศ์ถังจะยิ่งใหญ่อยู่ช่วงนึงแต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งมาตลอดในช่วงยุคหลังๆนั้น

ก็ไม่มีอะไรโดดเด่น การสร้างกำแพงเมืองจีนต่อเนื่องจึงไม่มีในยุคนี้จนไปถึงยุคของ

ราชวงศ์ซ้องก็ไม่ได้ ทำการต่อเติมในจุดของกำแพงเมืองจีน มาต่อเติมก็ช่วงเด่นๆหลักๆ

คือในราชวงศ์หมิงอีกที (เกร็ดเล็กน้อยจ้า) ส่วนเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ก็สร้างใน

ยุคของราชวงศ์หมิงเช่นกัน ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์สุดท้ายของชาวฮั่นด้วยนะจ๊ะ

ก่อนจะโดนแมนยูเอ้ย แมนจูยึดครอง ปละกลายเป็นราชวงศ์ชิง




ประวัติศาสตร์จีน




ประวัติศาสตร์จีน


   ประวัติศาสตร์จีน หน้านี้เป็นหมวดของประวัติศาสตร์จีน เราจะพยายามรวบ

รวมเหตุการณ์เรื่องราว ที่เกี่ยวกับประเทศจีน ในประวัติศาสตร์ที่เป็นอดีต ที่น่าสนใจมา

ให้ผู้อ่านได้ลองอ่านหรือเรื่องราวที่คิดว่าน่าจะเอามาแนะนำที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีน

มาให้ ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันครับ เพราะประวัติศาสตร์เรื่องราวในอดีตของจีนนั้นมีสิ่ง

ประวัติศาสตร์จีน













13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

>>> หน้าถัดไป

ถ้ามีบทความเกิน 20  จะขึ้นบรรทัดใหม่ในหมวดหมู่ประวัติศาสตร์จีนนี้ ก็จะขึ้นหน้าใหม่

ให้ครับ




ทำไม " อู๋ ซานกุ้ย " จึงเปิดประตูเมือง




อู๋ ซานกุ้ย



         อู๋ ซานกุ้ย หรือ หวู๋ ซานกุ้ย นั้นเป็นขุนพลแม่ทัพขุนนางใหญ่ในราชวงศ์

หมิง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น แม่ทัพปกป้องด่านซันไห่กวน  "ด่านภูเขาทะเล" ซึ่ง

เป็นป้อมประตูหนึ่งของกำแพงเมืองจีน เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ป้องกันกรุง

ปักกิ่งจากทางทิศเหนือ (ถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์หมิง) หมิงไท่จู่ฮ่องเต้

(จูหยวนจาง) ได้โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากอนารยชนทาง

ภาคเหนือ ซึ่งหมายถึง ชาวมองโกลและชาวเติร์ก

อู๋ ซานกุ้ย


  อู๋ ซานกุ้ยเป็นคนมณฑลเจียงซู  เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1612 เป็นบุตรชายเพียงคนเดียว

ของอู๋เซียง ขุนนางใหญ่ในราชวงศ์หมิง


  ทำไม " อู๋ ซานกุ้ย " จึงเปิดประตูเมือง


    ก่อนหน้านั้น อู๋ ซานกุ้ย ตั้งทัพรับกับกองธงน้ำเงินของ แมนจูอยู่ที่เขตชายแดน

แต่ภายในของราชวงศ์หมิงนั้นเกิดปัญหามากมายและหนึ่งในนั้น นำโดย


  หลี่ จื้อเฉิง หัวหน้ากบฏชาวนาหรือ นักปฏิวัติที่ออกมากระทำการต่อต้าน

การกดขี่ของชนชั้นศักดินาของราชวงศ์หมิงได้ทำการบุกโดยใช้กองกำลังชาวนา

ที่ถูกราชสำนัก เจ้าหน้าที่รีดไถ รวมกับ ชาวบ้าน โจรป่าที่ไม่พอใจในราชสำนักหมิง

มาเป็นกองทักเข้าตีปักกิ่งสามารถปิดล้อมและเข้าตีปักกิ่งได้เป็นผลสำเร็จทำให้

ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงได้ผูกพระศอสวรรคต หลี่จื้อเฉิงเป็นนักการ

ทหารอัจฉริยะเป็นนักรบชาวนาที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เมื่อตีเข้าปักกิ่งยึด

เมืองหลวงได้แล้วก็ได้จับเอาครอบครัวอู๋ ซานกุ้ยไปเพื่อให้อู๋ซานกุ้ยยอมจำนน

 บ้างว่าที่ อู๋ ซานกุ้ย  ยอมเปิดประตูเมืองให้ แมนจูเข้ามานั้นเพราะโดนแย่ง

เมียน้อย (ซึ่งเป็นการเอามาล้อในงิ้ว) แต่สาเหตุจริงๆนั้นน่าจะมาจากที่

อู๋ ซานกุ้ย นั้นเป็นชนชั้นศักดินา ที่หลี่ จื้อเฉิงเกลียดไม่คิดอยากจะใช้งานแต่

ที่ต้องส่งคนไปบีบ เอาครอบครัวของอู๋ ซานกุ้ย มาต่อรองนั้นเพราะต้องการอำนาจ

ทหารนับแสนที่เขาปกครองอยู่  อู๋ซานกุ้ยนั้นล่วงรู้ว่าถ้าตัวยอมจำนนต่อ

หลี่ จื้อเฉิงแล้ว เมื่ออำนาจทางทหารหมดไปซักวันก็ต้องโดนเล่นงานเข้าจนได้

เขาเองก็เป็นที่เกรงๆของแม่ทัพฝั่งแมนจูอยู่ เป็นเช่นนี้นั้นการเจรจาลักษณะนี้

รวมทั้งถ้ายอมจำนนเขาก็เป็นได้แค่ขุนนางขี้แพ้แห่งต้าหมิง ไร้ซึ่งเกียรติใดๆ งั้นสู้

เอาความชอบจากแมนจูไม่ดีกว่าหรือ ??


   อู๋ ซานกุ้ย  เปิดประตูเมือง : อู๋ ซานกุ้ยจึงนัดแนะกับแมนจูเปิดประตูเมือง

ด่านซันไห่กวนให้แมนจูเข้ามาในดินแดนฮั่น และไม่นานหลังจากนั้นก็สามารถบุก

เข้าปักกิ่งและพระราชวังต้องห้ามตีจนทัพของหลี่ จื้อเฉิง หนีแตกกระจายออก

จากปักกิ่งไป แมนจูจึงเข้ายึดครองแผ่นดินฮั่นและราชวงศ์หมิงอันเป็นราชวงศ์

สุดท้ายที่เป็นชาวฮั่นที่ปกครองจีนมานานกว่า 4,000 ปี ต้องล่มสลายลง

ในที่สุดหลี่จื้อเฉิงหลังจากหนีไปเรื่อยๆก็แพ้ และถูกสังหารในที่สุด


  บทวิเคราะห์ : จากการที่ได้อ่านๆมาจากผู้รู้ในอินเตอร์เน็ต บางท่านจะบอกว่าผล

ประโยชน์ไม่ลงตัวบ้าง บางท่านก็บอกว่าเดิมที อู๋ ซานกุ้ย กะให้แมนจูเข้ามาช่วย

เคลีย หลี่ จื้อเฉิง ให้แต่เขาคาดการณ์ผิดพลาดตรงที่คิดว่าทัพของ หลี่ จื้อเฉิงจะ

รับมือได้ยากกว่านี้ แต่กลับแตกพ่ายไปโดยง่ายทำให้เขาต้องปล่อยเลยตามเลย

เข้าเป็นพวกแมนจูให้แมนจูครองแผ่นดินแล้วเขาก็ได้รับความดีความชอบเป็น

ขุนศึกที่มีความชอบมหาศาล ช่วยให้แมนจูได้ครองแผ่นดิน ได้การยอมรับจาก

ราชวงศ์ใหม่แทนการเป็นแม่ทัพต้าหมิงขี้แพ้ ในสายตา หลี่ จื้อเฉิงและคนทั่วไป

(แต่แมนจูเองก็คงระแวง คนผู้นี้ไม่น้อยขนาดชาติเดียวกันยังหักหลังได้) จาก

ตอนแรกที่คิดว่าจะให้แมนจูเข้ามาช่วยแล้วยกแผ่นดินให้บางส่วนแล้วตั้ง

องค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมาให้ตัวเองเชิดแต่การที่ หลี่ จื้อเฉิงแพ้โดยง่าย

ทำให้ทุกอย่างผิดคาดไปหมด (นี่คือจากที่อ่านบทวิเคราะห์ของผู้รู้มาครับ)


เหตุที่ หลี่ จื่อเฉิง แพ้โดยง่าย อาจจะมาจากการที่บุกเข้าปักกิ่งได้แล้ว ความ

ทะเยอะทะยานของทหารบางส่วนที่ต้องการล้มราชสำนักหมดลงบางส่วน

กอบโกย โดยการปล้นบ้านเรือนชาวบ้านในปักกิ่งแทน (นิสัยโจรป่าเก่า)  

บางส่วนอยากกลับบ้าน (คนที่ติดตาม หลี่ จื้อเฉิงมาจากบ้านเกิดส่านซีที่เขาคิด

จะให้เป็นเมืองหลวงใหม่) บางส่วนหลังความสำเร็จแล้วก็ต้องการยศฐาบรรดา-

ศักดิ์ รวมไปทั้ง หลี่ จื้อเฉิงคงไม่คิดว่า อู๋ ซานกุ้ย จะชักนำต่างชาติเข้ามาเช่นนี้

ต่อให้แม่ทัพเก่งแค่ไหนถ้าเกิดความประมาทขึ้นมาแม้เพียงน้อย รวมไปถึงทหาร

ในกองทัพไม่มีใจจะรบ คนหลักแสนหลักล้านก็เหลือเพียงไม่กี่หมื่นได้ในพริบตา..


ปัจจุบัน จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ คนไม่น้อยประณาม อู๋ ซานกุ้ย ว่า คนขายชาติ 

และยกย่องให้ หลี่ จื้อเฉิงเป็นนักปฏิวัติที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค

คอมมิวนิสต์จีนนั้น ให้ความนับถือหลี่จื้อเฉิงไม่น้อยมีอนุสาวรีย์ของ หลี่จื้อเฉิง

เพื่อบันทึกวีรกรรมในการล้มล้างศักดินากดขี่ชาวจีนของต้าหมิงและเป็น

สัญลักษณ์ตัวแทนที่ใช้ชู้ขึ้นมาของการปฎิวัติประชาชน




ทำไมฮ่องเต้มีนางสนมเยอะ





ทำไมฮ่องเต้มีนางสนมเยอะ


      บทความนี้ก็ชิวๆเล่นๆนะครับอย่าไปซีเรียส อาจจะได้ความรู้รอบตัวบ้าง ไม่ได้

บ้างมั่วบ้างสาระบ้างไร้สาระบ้างสาเหตุที่ฮ่องเต้ต้องมีเมียเยอะหรือสนมเยอะเพราะ

เหตุใดลองคิดกันเล่นๆดูผมคิดมาได้ 10 ข้อดังนี้ครับ

ฮ่องเต้เฉียนหลง

1.เขาเลือกให้ : ไทเฮาเลือกคู่ครองให้อาจจะเป็นสกุลญาติๆ ดั้งเดิมของไทเฮาจะ

ให้เข้ามาสืบทอดอำนาจในฝ่ายใน หรือหญิงสาวที่ถูกอกถูกใจคนที่ฮ่องเต้ต้องฟัง

เช่น ถูกใจลุง ป้า ไทเฮาอะไรก็ว่าไป ถามว่าที่บอกมานี้จำมาจากหนังใช่มั้ย ขอ

ตอบเลยว่า... ใช่ ฮ่าๆๆๆ

พระนางซูสีไทเฮา ไทเฮาผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าในยุคราชวงศ์ชิง

2.ความสัมพันธ์กับขุนนาง : ลูกสาวขุนนางท่านนั้นท่านนี้ที่มีความสำคัญที่ต้อง

ใช้เป็นมือเป็นไม้ทำงานให้ตนบางครั้งก็ต้องรักษาความสัมพันธ์โดยการรับลูกสาว

ของท่านนั้นๆเข้ามาเป็นนางสนมเพื่อรักษาไมตรีกับบรรดาขุนนางคนสำคัญของ

ราชสำนักเอาไว้


3.พอใจส่วนตัว : ข้อนี้อาจจะไม่ใช่ความรักอาจจะเอาไว้เป็นการบำเรอผ่อนคลาย

ก็ได้


4.เจริญสัมพันธไมตรี : ข้อนี้ก็มีความสำคัญจะเป็นการเต็มใจเจริญหรือการบังคับ

เอามาเพื่อเป็นตัวประกันก็แล้วแต่เป็นอุบายการเจริญความสัมพันธ์กับชนเผ่าต่างๆ

นอกด่าน หรือกับดินแดนอื่นๆเพื่อเป็นไมตรีต่อกัน เพื่อใช้ประโยชน์ในการค้าขาย

หรือความสงบตามชายแดนและพื้นที่ที่ต้องการความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกันต่อไป

พระมเหสีหรง จากเผ่าอุยกูร์ที่ห่างไกลทางตะวันตกของจีน

ปัจจุบันเป็นเขตปกครองตนเองของจีน

เป็นมเหสีชาวมุสลิมคนเดียวของจักรพรรดิเฉียนหลง

5.ดูแลการงานต่างๆ : การมีเยอะๆก็ไม่ใช่เรื่องอะไรมากแค่เอาไว้แบ่งเบาภาระ

ของไทเฮาฮองเฮา ที่ต้องจัดการเรื่องภายในแต่บางทีเอามาช่วยงานบางครั้งก็มา

ทะเลาะกัน (เอามาจากหนังอีกตามเคย 555+)


6.พักผ่อน : เอาไว้เพื่อความสำราญส่วนตัวของตัวฮ่องเต้เอง


7.ฐานอำนาจ : บางครั้งบางทีต้องรักษาฐานอำนาจเช่น อภิเษกกับลูกสาวของน้า

ของป้าของลุง หรือในตระกูลที่เป็นญาติๆของฮองเฮาเพื่อเวลาจะใช้งานการอันใด

จะยังพอมีอำนาจในการคุยกับคนในตระกูลนั้นๆ ซึ่งเป็นญาติสนิทชิดเชื้อกัน เหมือน

คนกันเองเพื่อรักษาผู้จงรักภักดีเอาไว้ให้เหนียวแน่น


8.โอกาศที่จะได้มีพระโอรส ทายาท : นี่น่าจะเป็นอีกสาเหตุหลักๆคือการสืบ

ทายาทเชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะพระโอรสที่มีความสำคัญต่ออนาคตของราชวงศ์

บางครั้งต้องมีมเหสีหลายคนมีสนมเยอะๆเพราะโอกาศในการได้พระโอรสซึ่งคน

จีนนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการมีบุตรชายซึ่งบางครั้งบางคน สนมบางองค์

ก็ไม่สามารถมีให้ได้จึงต้องมีมากกว่า 1 คนเพื่อเพิ่มโอกาศให้มากขึ้น เรื่องนี้ถือ

เป็นเรื่องจริงจังถ้าสนม มเหสีองค์ใดมีพระโอรสให้ฮ่องเต้ได้จะถือว่าตัวเองได้รับ

ความสำคัญขึ้นอย่างมากมีทั้งอำนาจและความยำเกรงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมทีเดียว



9.ความรัก : มันคงเป็นความรักที่ทำให้ตัวฉันยังยืนอยู่ตรงนี้.... ชอบพอพอใจใน

หญิงผู้นั้นโดยจักรพรรดิหรือฮ่องเต้เกิดความรักใคร่ชอบพอ (อันนี้คือวิธีปกติ

ชอบก็จัดการพิธีการให้ มาคู่ครองกัน)



10.ประเพณี : คือการตัดสาวงามเพื่อเข้ามารับใช้ในวังคนไหนลักษณะดีเป็นที่

พอใจก็จะได้มาเป็นนางในนางสนมรับใช้งานในวัง


 ข้อมูลบทความนี้เอาไว้ขบคิดเล่นๆกันเรื่อยเปื่อยอย่าได้ไปซีเรียสกับมันมากครับ

เพราะไม่มีหลักฐานอ้างอิงเป็นเรื่องเป็นราวเน้นวิเคราะห์แสดงความเห็นเฉยๆ