แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด

กลุ่ม G7 ประกอบไปด้วยประเทศใดบ้าง




กลุ่ม G7 ประกอบไปด้วยประเทศใดบ้าง


        หลังจากที่เราได้พูดไปแล้วเกี่ยวกับกลุ่ม CIS หรือพวกสหภาพโซเวียตเก่า ที่

เกิดจากการล่มสลายของสหภพโซเวียต กับ กลุ่ม BRICs ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา

อย่างรวดเร็ว วันนี้มาดูกันว่ากลุ่ม G7 นั้นซึ่ง เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ

ของโลก 7 ชาติ จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาในปี ค.ศ. 1975 (กลุ่มอาเซียน*ของเราตั้งก่อน 8 

ปีเลยนะเนี้ย)


ประเทศทั้ง 7 ของกลุ่ม  G7 ได้แก่


1. สหรัฐอเมริกา  


2. อังกฤษ


3. ฝรั่งเศส


4. เยอรมนี


5. อิตาลี


6. แคนาดา


7. ญี่ปุ่น


โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า รวมถึงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (มุ่งเน้น

เศรษฐกิจเหมือนกับ BRICs ที่ตั้งมาตอนหลังเน้นเรื่องนี้เช่นกัน) ก็เอามาคานอำนาจจาก

พวก  G7 นี่แหละนะกลุ่ม  G7 นี้มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นประเทศอุตสาหกรรม

ชั้นนำของโลก มาช่วยหันจัดระเบียบโลก (อุ๊ต๊ะ) แก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงของ

โลก ในปัจจุบันกลุ่ม G7 ได้เชิญประเทศรัสเซียเข้าร่วมประชุมผู้นำของ G7 เพื่อรับความ

ช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจเป็นประจำทุกปี ทำให้เรียกการประชุมแบบนี้ว่า  G8





ฝรั่งเศสอยากได้ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไป (ลาว )เพื่ออะไร




ฝรั่งเศสอยากได้ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

 ฝรั่งเศสอยากได้ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไป (ลาว )เพื่ออะไร


      ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอาณาจักรล้านช้างหรือประเทศลาวนั้นเสียให้แก่ฝรั่งเศส

ในสมัยรัชกาลที่ 5 พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 143,000 ตร.กม. ให้แก่ฝรั่งเศสในวันที่

 3 ตุลาคม 2436  ซึ่งถือว่าเป็นการเสียดินแดนครั้งใหญ่มากของสยาม ฝรั่งเศสนั้น

อ้างสิทธิเหนือดินแดนลาวเพราะให้เหตุอ้างว่าดินแดนลาว ลานช้างนั้นเคยเป็นของ

ญวนมาก่อน (ญวน คือเวียดนาม) 

เมื่อญวนตกอยู่ภายใต้อำนาจเป็นอาณานิคม

ของฝรั่งเศสแล้ว ลาวจึงต้องตกเป็นของฝรั่งเศส

ด้วย (เป็นความปรารถนาของนายโอกุสต์ ปาวี 

รองกงสุลฝรั่งเศสประจำนครกรุงเทพ)
นายโอกุสต์ ปาวี
    สยามไม่ยอมรับในข้อนี้จึงได้เกิดการต่อรบกันขึ้น โดยฝรั่งเศสนำเรือรบเข้ามาต่อสู้

กับสยามเข้ามาปิดแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วหันปากปืนใหญ่เข้ามาทีมหาราชวังพระบรม

มหาราชวังเหตุการณ์ครั้งนี้เรียกว่าวิกฤติการณ์ปากน้ำ( Paknam Incident )

13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 หรือวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสจึงยื่นคำขาดมาทาง

สยาม เราจึงจำต้องยกดินแดนให้ฝรั่งเศสไป พร้อมทั้งต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ชีวิต

และทรัพย์สินของฝรั่งเศสที่เสียหายจากการสู้รบอีกด้วยรัชกาลที่ 5 จำต้องเอา

เงินถุงแดง ออกมาใช้เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการรบให้ฝรั่งเศส


เพราะเหตุใดฝรั่งเศสจึงอยากได้ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงนัก 

เราลองมานั่งดูเหตุผลกันครับ


1. เพื่อเป็นเกียรติ-ความยิ่งใหญ่ : ฝรั่งเศสนั้นต้องการอาณานิคมเพื่อไว้ซึ่งเกียรติ

และความยิ่งใหญ่ของตัวเพื่อแข่งกับเจ้าอาณานิคมอื่นๆ อย่างอังกฤษที่ได้ชื่อว่า

(ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน) หรือฮอลันดา และอื่นๆอีก


2. รุกจีน : ฝรั่งเศส ต้องการที่จะใช้แม่น้ำโขงรุกเข้าทางตอนใต้ของจีนเพื่อผล

ประโยชน์ทางการค้า และเข้าไปยึดครองแผ่นดินบางส่วนของจีนอันนี้ก็ไม่สามารถ

ทราบได้ เพราะในจีนก็มีต่างชาติหลายประเทศเข้าไปมีอิทธิพลและส่วนแบ่งอยู่

พอสมควร รวมถึงรัสเซียด้วย ฝรั่งเศส แม้กระทั้งอังกฤษ ก็อยากจะเข้าไปร่วมด้วย

เช่นกัน


3. ทรัพยากร : ทรัพยากรนั้นดูแล้วฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงหรือลาวนั้นอาจจะมีน้อย

กว่า เวียดนาม โบราณสถานก็ไม่มากเท่าเขมร แต่ด้วยว่ามีไม้สักหรือคิดว่ามีทอง

ด้วยจึงอยากได้ไว้ อีกอย่างเพื่อคุมสายน้ำได้ด้วย (แม่น้ำโขง)


 3 ข้อเท่าที่พอสังเกตุได้ หลักๆเลยคือ รุกเข้าตอนใต้จีนเพื่อไปสร้างอิทธิพลจะการค้า

หรือดินแดนก็แล้วแต่ที่ฝรั่งเศสต้องการ แต่ก็เหมือนคราวที่แม่น้ำแดง คือฝรั่งเศส

ผิดพลาดในการสำรวจ จะใช้แม่น้ำโขงเดินเรือเข้าไปทางตอนใต้ของจีนน้ำทำแทบ

ไม่ได้เลยเพราะว่าเกาะแก่งในแม่น้ำโขงแก่งหิน ไม่เหมาะสมแก่การเดินเรือทำให้

ฝรั่งเศสตกไปในข้อนี้แต่ยึดมาได้แล้วเนี้ยก็หาทางยึดกันต่อ โดยฝรั่งเศสได้ตกลง

กับอังกฤษไว้ว่าจะแบ่งส่วนให้สยามเป็นเหมือนดินแดนกันชนเหลือไว้ถึงแค่

แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้วยพระปรีชาของรัชกาลที่ 5 ที่ไปผูกสัมพันธ์กับ เยอรมัน

รวมถึงรัสเซียเอาไว้ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นพระองค์เน้นวิธีเจรจาถ้อยทีถ้อย

อาศัยทำให้ประเทศไทยยังคงเหลือดินแดนไว้มากมายถึงเพียงนี้ ไม่งั้นภาคอีสาน

ทั้งภาคคงโดนฝรั่งเศสสอยไปแล้วเหลือไว้แค่กลางกับใต้เท่านั้น





ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม 2





ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม 2


5.ท้องถิ่นต้องการไปอยู่ : เช่น กษัตริย์เขมรสมเด็จพระหริรักษ์รามสุริยะมหาอิศ-

วรอดิภาพแอบส่งสารลับไปยังฝรั่งเศส โดยขอให้ฝรั่งเศสนั้นช่วยกู้ดินแดนและมา

ช่วยคุ้มครองเขมรให้พ้นจากทั้งอำนาจของสยามและญวน (เข้าทางฝรั่งเศสสิครับ)

แต่หลังจากนั้นพระองคค์ก็สวรรคตไปเรื่องนี้เลยตกไปแต่สุดท้ายฝรั่งเศสก็เข้ามามี

บทบาทในดินแดนแถบอินโดจีนมากขึ้นแล้วก็บีบให้กษัตริย์เขมรยอมจำนนแก่

ฝรั่งเศสได้เป็นผลสำเร็จผลทุดท้ายทำให้ไทยเสียดินแดนครั้งที่ 7 เขมรส่วนนอก 

ไปให้แก่ฝรั่งเศส


6.เกิดเหตุการณ์ (ฆ่าคนของเขา - ปราบกบฏ) : เรื่องที่ฝรั่งเศสเข้ามาปิดปาก

แม่น้ำเจ้าพระยาจนโดนสยามต่อต้านอย่างหนักเสียลูกเรือและ เรือเสียหายไปบาง

ส่วนเขาจึงต้องการสินสงครามเป็นที่มาของการยึดจันทบุรีและตราดไว้ ส่วนปราบ

กบฏตอนที่ ฮ่อ เข้าไปละรานดินแดนสิบสองจุไท ฝรั่งเศสก็ทำทีอ้างว่ามาช่วย

ปราบฮ่อทั้งๆที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เข้ามายึดคุมเมืองเอาไว้จนสุดท้ายต้องเจรจา

กันถึงที่สุดสยามก็จำต้องเสียให้ฝรั่งเศสไปอยู่ดี ปัจจุบันอยู่ในเขตเดียนเบียนฟู

ของเวียดนาม

เรือลูแตง หนึ่งในเรือฝรั่งเศสที่เข้ามาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา

7.หลักประกัน : เช่นในวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ที่ไทยต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฝรั่งเศส

หลังจากการสู้รบกันแล้วไทยต้องยอมแพ้เพราะฝรั่งเศสเอาเรือปืนมาจ่อที่พระบรมมหา

ราชวัง หลังจากนั้นเพื่อไม่ให้สยามหรือไทยเบี้ยวค่าเสียหายฝรั่งเศสเลยยึดจันทบุรีไว้

อ้างว่าเพื่อให้สยามปฎิบัติตามข้อตกลงในสัญญาและยึดตราดไว้แล้วอ้างว่าเพื่อเป็น

หลักประกันว่าสยามจะปฏิบัติตามอนุสัญญาใหม่โดยเคร่งครัด (โดนตลอดครับ)


<<< ย้อนกลับ หน้า1     

ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม  ข้ออ้างต่างๆในการล่าอาณานิคมของชาติ ตะวันตกนั้น

ส่วนใหญ่มีอะไรกันบ้าง





ปัญหาต่างๆหลังจากได้รับเอกราช





ปัญหาต่างๆหลังจากได้รับเอกราช


สรุปรวม ปัญหาต่างๆที่ฝรั่งเศสและอังกฤษทิ้งไว้ให้ผู้คนในดินแดนแถบนั้นคือ


1.ฝรั่งเศสเรื่องทิ้งปัญหาเรื่องเขตแดน ที่ตัวเองขีดมั่วๆวางอาณาเขตอาณานิคม

ของตัวเองพอฝรั่งเศสได้ดินแดนแถบนั้นไปหมดก็ขีดเส้นแบ่งส่วนเอาตามใจชอบ

พอปลดปล่อยอาณานิคมก็ปรากฎว่าเป็นดังแผนที่ปัจจุบัน ซึ่งเขมรพยายามโวย

มาตลอดว่ามีดินแดนของเขมรที่ติดไปกับทั้งลาวและเวียดนามจนต่อมาประเทศ

เหล่านั้นได้เอกราชก็มาเถียงเรื่องดินแดนกันต่อเช่นลาวกับเวียดนาม ลาวเขมร

เขมรเวียดนาม  เขมรไทย ซึ่งดูจะรุนแรงที่สุดเพราะ 3 ราย คือเวียด เขมร ลาว

 เขาอยู่ในเครือเดียวกันระบบการปกครองแนวเดียวกัน ผ่านสงครามมาด้วยกัน

เกาะกลุ่มฝั่งเดียวกันมาเหนียวแน่น ซึ่งต่างจากไทยที่ไม่ได้ไปสุงสิงหรือเป็นพวก

เขาแต่แรก


2.อังกฤษ เรื่องเชื้อชาติ แบ่งฐานวัฒนธรรมเช่น ชาวโรฮิงยาที่อยู่ในพม่าที่

อังกฤษนำบรรพบุรุษพวกเขาเข้ามาใช้แรงงานในเขตพม่าและยังคงอยู่ในที่นั้น

จนมีเหตุวิวาทบ่อยครั้ง หรือเรื่องการรวมตัวกันของชนเผ่า รัฐต่างๆ ชนกลุ่มน้อย

ที่ยังมีปัญหาในพม่า การสร้างเกราะด้วยการให้แต่ละเขตพื้นที่มีอำนาจพอๆกัน

ทำให้การรวบรวมประเทศในช่วงแรกของการได้เอกราชยุ่งยากมากหนำซ้ำบาง

ประเทศในขณะนี้ยังไม่สงบดีเลยด้วยซ้ำไปยังพยายามแบ่งแยกพวกพ้องของตน

อยู่ตลอดเพราะพื้นเพไม่ใช่คนพวกเดียวกันหรือไม่ถูกกันอยู่ก่อนที่อังกฤษจะเข้า

มาแล้วผลกระทบคือ ความแตกต่างทาง ศาสนา , เชื้อชาติ และ การอพยพ

(การนำพาแรงงานต่างที่เข้ามาอาศัยมากเกินไปในสมัยก่อน) ซึ่งเป็นความขัดแย้ง

ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก




ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม 1





ล่าอาณานิคม


         วันนี้เรามาดูกันว่าข้ออ้างต่างๆในการล่าอาณานิคมของชาติ ตะวันตกนั้น

ส่วนใหญ่มีอะไรกันบ้าง เอาใกล้ๆตัวก็ ฝรั่งเศสและอังกฤษที่เข้ามาล่าอาณานิคม

แถบนี้แล้วกันครับเอาไว้เผื่อจะได้เป็นความรู้รอบตัว เรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ



1.ผู้คนในแถบนั้นจึงมักจะก่อเรื่อง : หาเหตุให้ตัวเองเข้ามาขอควบคุมดูแล

ความปลอดภัยคนของตัวเองและสินค้าของตนแล้วจึงค่อยๆ แผ่ขยายอำนาจ กดดัน

เจ้าเมืองหรือลิดรอนอำนาจการปกครองของผู้ปกครองเดิมไปทีละนิดจนสุดท้าย

ต้องยอมปล่อยให้ไป


2.เคยเป็นของอาณานิคมเขามาก่อน : เช่นดินแดนเขมรที่ไทยปกครองอยู่

ฝรั่งเศสอ้างว่าญวณเคยปกครองมาก่อนดังนั้นก็ต้องตกเป็นของฝรั่งเศสด้วย

เอาละสิครับ เสียดินแดนอย่างแน่นอน สู้ฝรั่งเศสไม่ได้ T_T

พิธีมอบตราดให้ฝรั่งเศส 

3.ทำผิดสัญญา : จะเป็นเรื่องสิทธิของคนอังกฤษและฝรั่งเศสในไทย หรือการที่

เขาเสนอข้อสัญญามาแล้วเราไม่สามารถปฏิบัติได้เขาก็ยึดเมืองนั่นเมืองนี่หาข้อมา

กล่าวหาไปได้เลยหรือบางทีเขาเองแหละที่ผิดสัญญาอย่างเช่น สัญญาว่าจะคืน

เกาะกง(เมืองประจันตคีรีเขตต์)ในครั้งการเสียดินแดนมณฑลบูรพา ก็ไม่ทำจนใน

ที่สุดปัจจุบันเกาะกงก็ตกเป็นของกัมพูชาไป


4.การค้าเปิดเสรี : บางครั้งก็ปิดอ่าวรอบุกแบบที่ญี่ปุ่นเคยโดนสมัยเอโดะของ

โชกุนตระกูลโตกุกาวะ นั่นคือในระบอบโชกุนของญี่ปุ่น ของไทยก็เช่นเดียวกัน

เป็นการบีบบังคับให้ทำการค้าเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาค้าขายและการเก็บภาษีที่

ทำได้น้อยลง เพราะฝั่งอังกฤษบอกว่าถ้าไม่ทำตามจะส่งเรือรบเข้ามาปิดปากน้ำ

ของไทยเอาเรือปืนเข้ามาบุกขยี้สยามเหมือนที่เคยบุกเข้าไปขยี้พม่ามาแล้วมีการ

ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศโดยเป็นทางสยามที่เสียเปรียบต่อ

อังกฤษและสิทธิสภาพของคนในปกครองของอังกฤษที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดีโดย

ศาลไทย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เรื่อง >> สนธิสัญญาเบาว์ริง


 >>> อ่านต่อหน้า 2

ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม ของแต่ละประเทศบางอันก็ไม่สมเหตุสมผลหรอก

ครับ แค่จะเอาเท่านั้นเอง




เสียดินแดนครั้งที่ 11 ฝั่งขวาแม่น้ำโขง





ฝั่งขวาแม่น้ำโขง


       เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง  : ในช่วงรัชกาลที่ 5 พื้นที่รวม  25,500 ตร.กม.

เสียให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อเอาไปแลกเอาจันทบุรีคืนจากฝรั่งเศส


   สาเหตุ : หลังจากวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ที่ฝรั่งเศสนำเรือรบมาปิดอ่าวไทยและแม่น้ำ

เจ้าพระยาโดยการวางแผนของนายโอกุสต์ ปาวี ซึ่งอ้างสิทธิเหนือดินแดนลาวฝั่งซ้าย

แม่น้ำโขงทำให้สยามต้องเสียดินแดนส่วนนั้นพร้อมกับจ่ายค่าเสียหายให้แก่ฝรั่งเศส

เป็นเงินจำนวนมากอีกด้วย

นายโอกุสต์  ปาวี

    ซึ่งมาในรอบนี้เป็นการเสียแผ่นดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง 2 จุดห่างกันแต่เสียพร้อมกัน

ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.122 (พ.ศ.2446) ซึ่งการเสียดินแดนครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก

วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ที่ฝรั่งเศสเล่นแง่กับสยามโดยหลังจากที่สยามยอมทำสนธิสัญญา

ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศสไปแล้วนั้น ทางฝรั่งเศสยังไม่ยอมลดละที่

จะหาเรื่องไทย หรือสยามในขณะนั้นด้วยการไปยึดเอาเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน เพื่อ

ให้สยามยอมทำตามได้ปฏิบัติตามสัญญาแต่เมื่อสยามทำตามสัญญาครบถ้วนแล้ว

ฝรั่งเศสก็ไม่ยอมถอนทหารออกไปฝรั่งเศสทำการยึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 10 ปี

สาเหตุหลักใหญ่ใจความเลยคือ ดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงนั้นแหละที่ฝรั่งเศส

ยังไม่ได้ไปหลังจากเหตุการณ์ ร.ศ. 112  ทำให้ฝรั่งเศสเล่นแง่กับทางสยาม เพราะใน

พื้นที่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารอยู่พอสมควรและที่สำคัญเลยคือ

บ่อเกลือที่มีอยู่มากมาย ฝรั่งเศสเล็งเห็นผลประโยชน์ในดินแดนเหล่านั้นและจะเป็น

การจัดระเบียบพื้นที่ผลประโยชน์ของตัวเองได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยต้องการอยากจะ

ได้ไปจากสยามหรือไทยซึ่งดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ฝรั่งเศสได้ไปนั้น

อยู่ในเขตที่ติดกับภาคเหนือของไทยตรงข้ามกับหลวงพระบาง ปัจจุบันคือแขวง

ไชยบุรีของลาวกับที่อยู่ตรงภาคอีสานตรงข้ามกับจำปาศักดิ์ของลาว (ปัจจุบีนมีพื้นที่

อยู่ในแขวงจำปาศักดิ์) ซึ่งมีพื้นที่ติดเขมรคือจังหวัดสตึงแตรงอยู่ทางตอนเหนือสุด

ของเขมรและจังหวัดพระวิหารด้วยเหตุที่สยามยอมแลกเพราะจันทบุรีเป็นเมืองสำคัญ

เมืองใหญ่และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทะเลที่ไม่ควรจะต้องตกเป็นของศัตรู รวม

ถึงง่ายต่อการจัดระเบียบการปกครองในมณฑลพายัพอีกด้วยทำให้เขตแดนทางทะเล

เพิ่มขึ้นและอีกเหตุผลสำคัญคือในจันทบุรีคนส่วนใหญ่เป็นไทย ซึ่งสำคัญต่อประเทศ

มากกว่าเลยต้องยอมแลก โดยมีการทำสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส ร.ศ. 122 (พ.ศ.2446)

ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญเรื่องการกำหนดเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรสยามกับดินแดน

ในปกครองของฝรั่งเศส การลงนามฝั่งไทยคือ พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค)

พระยาสุริยานุวัตร (เกิดบุนนาค)


และทางฝรั่งเศสคือ  เธโอพีล เดลกาสเซ (Theophile Delcasse) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การต่างประเทศของทางฝรั่งเศสการเจรจามีขึ้น ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 122 (พ.ศ.2446)  และมีการลงนามในวันที่ 13 กุมภาพันธ์

ร.ศ. 122 (พ.ศ.2446)




เสียดินแดนครั้งที่ 10 ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง





อาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาว


เป็นการเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พื้นที่รวมทั้งสิ้น

ประมาณ 143,000 ตร.กม. ให้แก่ฝรั่งเศสในวันที่  3 ตุลาคม 2436



 ผู้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ครั้งนี้คือนายโอกุสต์ ปาวี รองกงสุลฝรั่งเศสประจำ

นครกรุงเทพ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่มีบทบาทในตอนที่ไทยเสีย สิบสองจุไทให้แก่ฝรั่งเศส

นายปาวีเป็นนักการทูตฝรั่งเศสที่มีอุดมการณ์ที่จะแสวงหาอาณานิคมให้กับประเทศของ

ตนอย่างแรงกล้าโดยเฉพาะในแถบอินโดจีน และแน่นอนในลาวก็เป็นสิ่งที่นายปาวี

ปรารถนาลึกๆแล้วฝรั่งเศสต้องการดินแดน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง หรือ ลาวอยู่แล้วตั้งแต่

ได้สิบสองจุไทไป เลยอ้างสิทธิ (อ้างสิทธิตามเคย) ว่าดินแดนลาว ลานช้างนั้นเคยเป็น

ของญวนมาก่อนเมื่อญวนตกเป็นของฝรั่งเศสดินแดนต่างๆที่เคยเป็นของญวนก็ต้องตก

เป็นของฝรั่งเศสด้วยทางสยามนั้นไม่ยอมทำตามเลยเกิดการต่อสู้กัน ฝรั่งเศสนำเรือรบ

จากพนมเปญเข้ามาทางอ่าวไทยเพื่อปิดแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อที่จะเข้ามายังพระนคร

เรือรบฝรั่งเศส 3 ลำถูกโจมตีโดยป้อมปืนของสยามและเรือปืน 5 ลำจอดทอดสมอ

อยู่ด้านหลังแนวสิ่งกีดขวาง 


ประกอบไปด้วย เรือมกุฎราชกุมาร, เรือทูลกระหม่อม, เรือหาญหักศัตรู, เรือนฤเบนทร์บุตรี

 และ  เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ ทางไทยไม่สามารถยอมได้ จึงมีการปะทะต่อสู้กัน เรือของ

ทางฝรั่งเศสหลุดเข้ามาได้ 2 ลำ เข้ามาปิดแม่น้ำเจ้าพระยาเขาได้ทำการปิดล้อมและ

หันกระบอกปืนมาทางพระบรมมหาราชวังเหตุการณ์ครั้งนี้เรียกว่าวิกฤติการณ์ปากน้ำ

( Paknam Incident ) 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 หรือวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ในขณะนั้น

นายโอกุสต์ ปาวี รองกงสุลฝรั่งเศสประจำนครกรุงเทพฯ  ได้ทำการยื่นคำขาดมาแก่

ทางสยามจำต้องยอมยกดินแดนลาวฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และต้องจ่าย

เงินค่าเสียหายให้แก่ฝรั่งเศส ในวันที่  3 ตุลาคม 2436  ทั้งสิ้น 3 ล้านฟรังก์ รัชกาลที่ 5

จำต้องเอาเงินถุงแดง (พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ได้จากการค้าสำเภาที่เป็นมรดก

จากรัชกาลที่ 3) และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 5 มาชำระให้แก่ฝรั่งเศส

ซึ่งใน 3 ล้านฟรังก์นั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 2 ล้านฟรังก์แรกเป็นค่าเสียหายจากการรบ

อีก 1 ล้านฟรังก์ เป็นค่าทำขวัญครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตของทหารฝรั่งเศส ซึ่งแบ่ง

เป็นจ่ายเป็นเงินเหรียญ  2.5 ล้านฟรังก์ และอีก 5 แสนฟรังก์จ่ายเป็นเช็คส่งไปที่ไซ่ง่อน


The French Wolf And Siamese Lamb เป็นการ์ตูนล้อเลียน ว่าหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างฝรั่งเศส

กำลังข่มเหงรังแกแกะน้อยอย่างสยามในดินแดนที่เป็นของแกะน้อยมาก่อนหมาป่าอย่าง

ฝรั่งเศส



           เรือลูแตง (Lutin )หนึ่งในเรือที่เข้ามาปิดแม่น้ำเจ้าพระยาและหันปากกระบอกปืนมาที่

พระบรมมหาราชวัง



เสียดินแดนครั้งที่ 7 เขมรส่วนนอก





เขมรส่วนนอกและเกาะ 6 เกาะ


            ในรัชกาลที่ 4 พื้นที่มากถึง 124,000 ตร.กม. วันที่ 15 กรกฎาคม 2410

        สาเหตุ : เนื่องจากไทยกับญวนทำสงครามเพื่อแย่งชิงเขมรส่วนนอกกันมานาน

หลายปีสงครามครั้งนั้นเรียกว่า อานามสยามยุทธ สู้รบกันอยู่นานหลายสิบปีจนมีการ

สงบศึกกันโดยตกลงกันว่าจะให้เขมรเป็นประเทศราชของสยามต่อไปแต่ก็ต้องส่ง

บรรณาการไปให้ญวนเสมือนประเทศราชของญวนด้วย (แต่ไทยมีสิทธิในการสถา

ปนากษัตริย์เขมรดั่งเดิม)



ต่อมารัชกาลที่ 3 พรบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรง โปรดเกล้าฯ สถาปนา

กษัตริย์แห่งเขมรโดยให้ นักองด้วง ขึ้นครองราชย์ เป็นสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี

หรือสมเด็จพระหริรักษ์รามสุริยะมหาอิศวรอดิภาพ ในปี 2397 เขมรได้แอบส่งสารลับ

ไปยังฝรั่งเศส โดยขอให้ฝรั่งเศสนั้นช่วยกู้ดินแดนที่เสียไปให้ญวณ ให้กลับมาอยู่กับ

เขมรอีกครั้งและมาช่วยคุ้มครองเขมรให้พ้นจากทั้งอำนาจของสยามและญวน แต่

ไม่กี่ปีถัดมาสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดีก็เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็กพระจอม

เกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯให้ นักองราชาวดี หรือสมเด็จพระนโรดมพรหม

บริรักษ์ ขึ้นเป็นกษัตริย์เขมรองค์ต่อไป หลังจากที่โดนน้องชายอย่างพระสีวัตถาและ

ลุงคือ สนองสู จ้องและได้ทำการแย่งบัลลังค์แต่ด้วยความช่วยเหลือจากทางสยาม

จึงได้ครองราชย์สำเร็จในช่วงก่อนปี 2406 นั้นฝรั่งเศสได้เข้ามามีอำนาจในดินแดน

แถบอินโดจีนหรือ ญวนมากขึ้นและได้เข้ามาบีบบังคับโดยใช้กำลังทั้งทางกองเรือ

และทางการทูตให้สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ยอมให้อำนาจแก่ฝรั่งเศสในการ

เข้ามาปกครองและให้เขมรเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสและพระองค์ยังคงเป็น

กษัตริย์อยู่ และได้ทำสัญญากันในปี 2406ฝรั่งเศสเข้ามาเอาผลประโยชน์โดยเอา

เปรียบทางการค้ากับไทยและต้องการดินแดนเพื่อเข้าไปใกล้กับแม่น้ำโขงเพราะ

ต้องการจะล่องเรือเข้าไปยังจีนผ่านทางนั้นและเมื่อรู้ว่าไทยได้ทำสัญญาลับกับ

เขมรว่าดินแดนเขมรส่วนนอก

ยังเป็นของไทยไม่ใช่ของฝรั่งเศสทางฝรั่งเศสจึงยื่นคำขาดกับไทยให้ยกเลิกสัญญา

ฉบับนั้นและยอมสละดินแดนเขมรส่วนนอกให้ฝรั่งเศสเสียฝรั่งเศสจึงได้ส่งกองเรือ

เข้ามาประชิดเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อข่มขุ่ทางฝ่ายสยามหลายครั้งทางไทย

เห็นว่าไม่มีทางจะต่อสู้กับฝรั่งเศสได้ จึงต้องยอมไปในพ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) -

ไทยจำต้องยอมลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศส รับรองให้เขมรส่วนนอกด้าน

ติดกับโคชินไชนารวมเกาะอีก 6 เกาะเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส หลังจากฝรั่งเศส

บังคับกษัตริย์นโรดมพรหมบริรักษ์แห่งเขมรให้ยอมยกดินแดนดังกล่าวไปอยู่ใต้การ

ปกครองของตนในปี พ.ศ. 2406




เงินถุงแดง คืออะไร





เงินถุงแดง


  ตอบ เงินถุงแดงคือเงินที่ที่ ร.3 หรือ รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงแต่งสำเภาสินค้าไปค้าขายกับทางเมืองจีนแล้วพระองค์ก็เก็บเงินใส่ในถุงแดงตั้งไว้

ข้างพระที่(ข้างที่นอนของพระองค์)แล้วทรงตรัสแต่ขุนนางว่านี่จะเป็นเงินไว้ไถ่บ้านไถ่เมือง

เป็นทรัพย์สินส่วนประองค์ที่ทรงพระราชทานไว้ให้เป็นทุนสำรองให้แก่แผ่นดินสำหรับใช้

ในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน หรืออยู่ในสภาวะที่จำเป็นต้องใช้เงินเหล่านี้ในยามฉุกเฉิน

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า


         เงินถุงแดงนี้ เป็นเงินจากการเก็บหอมรอมริบของพระองค์ในการได้กำไรจากการ

ค้าขายกับสำเภาสินค้าต่างๆทรงเก็บสะสมไว้นำใส่ถุงผ้าสีแดงแยกเป็นถุง ปิดปากถุงเก็บ

เข้าในหีบกำปั่นข้างพระแท่นบรรทม  เก็บไว้เรื่อยๆมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแยกส่วนจากเงินในท้อง

พระคลัง เงินนี้มักจะพูดกันง่ายๆพอเข้าใจว่า  เงินถุงแดง คือ เงินของพระมหากษัตริย์ 

ให้แก่พระมหากษัตริย์องค์ต่อๆไปที่จะขึ้นครองราชย์มีสิทธิใช้ มิใช่เงินส่วนพระองค์ขององค์

ใดองหนึ่งแต่เป็นเงินของพระมหากษัตริย์ไว้ใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองในยามทุกข์เข็ญ และก็

เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์ปากน้ำ หรือ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ไทยต้อง

เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่โดนฝรั่งเศสกดดัน และเรียกร้องค่าเสียหายจากการปะทะกัน

จนได้รับความเสียหาย พอฝรั่งเศสส่งเรือเข้ามาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วหันกระบอกปืน

มาทางพระบรมมหาราชและยื่นคำขาดให้ทางไทยหรือสยามในขณะนั้น ยกดินแดนฝั่งซ้าย

แม่น้ำโขง หรือลาวในปัจจุบัน และ จ่ายสินสงครามเพื่อเป็นค่าเสียหายแก่ทรัพย์และบุคลากร

ของฝรั่งเศสจำนวนเงินทั้งสิ้น 3 ล้านฟรังก์

       ทางรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช จึงต้องทรงนำเอา

" เงินถุงแดง "  ที่เก็บมาตั้งแต่สมัยของรัชกาที่ 3 มาใช้จ่ายในยามขับขันเช่นนี้ จึงช่วย

กู้วิกฤตให้ทางสยามในเรื่องภัยคุกคามของฝรั่งเศสให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี



** เงินถุงแดงบรรจุเป็นเหรียญทองเงินสเปนเป็นรูปนกอินทรี มีการตอกตราจักรและมงกุฎ

ไว้บนเหรียญนก ด้วยความปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 3 และสายพระเนตรที่ยาวไกล

มีส่วนช่วยให้สยามรอดพ้นวิกฤตเหล่านี้มาได้