แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระมหากษัตริย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระมหากษัตริย์ แสดงบทความทั้งหมด

8 มหาราชกษัตริย์ไทย




8 มหาราชกษัตริย์ไทย

  มหาราชกษัตริย์ไทย ราชวงศ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทยพระกษัตริย์ไทย ตั้งแต่

สุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี รวมไปถึง กรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบันมีพระองค์ใดกันบ้าง

หลังจากที่เราเคนพูดถึง มหาราชกษัตริย์พม่า ซึ่งพูดเกี่ยวกับ 3 กษัตริย์พม่าผู้ยิ่งใหญ่

ซึ่งถูกนับเป็นมหาราชมาบทความนี้เราจะมาเรียงพระมหาราชของไทยเราบ้างว่าทั้ง 8

พระองค์คือพระองค์ใดกันบ้าง

รูปสมเด็จพระนเรศวรในตอนที่บุกเข้าหงสา

มหาราชกษัตริย์ไทย


1. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  : พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วง

แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1841

ทรงสู้รบปกป้องขยายดินแดนทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง

และรวมไปถึงทรงประดิษฐ์อักษรไทย ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ

วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากว่าเจ็ดร้อยปี ทรงนำพุทธศาสนาเข้ามา

ในอาณาจักรอีกด้วย


2. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  : มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ กอบกู้เอกราช

ให้แก่อยุธยาหลังจากที่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ทำสงครามยุทธหัตถีสร้างชื่อ

ระบือไกลสู้รบปกป้องขยายดินแดนทรงรวบรวมอาณาจักรให้กว้างไกลสร้างความมั่นคง

ให้แก่อาณาจักร เป็นคนที่พม่าเกรงกลัวเป็นอย่างมากจนหลังจากพระองค์ทรงชนช้าง

กระทำยุทธหัตถีเอาชนะพระมหาอุปราชาได้ พม่าก็ไม่กล้ามาบุกไทยอีกเลยเป็นเวลา

นาน


3. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  : พระมหากษัตริย์ของอยุธยา ทรงพระปรีชา

สามารถอย่างยิ่ง ทรงสร้างความรุ่งเรือง สามารถพิชิตเชียงใหม่และหลายๆหัวเมือง

ของพม่าทางด้านการค้าขายเศรษฐกิจ รวมถึงการคบค้าสมาคมกับต่างขาติทรงพระ

ปรีชาในด้านกวี และทรงส่งเสริมการกวี  ซึ่งถือเป็นยุคทองแห่งวรรณคดีไทยมีการ

เจริญสัมพันธไมตรีกับชาวต่างชาติ อย่างฝรั่งเศส และพระองค์ยังได้นำวิทยาการสมัย

ใหม่ในยุโรปเข้ามาใหสยามมากมายเช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ

รวมทั้งยังมีการรับเทคโนโลยีการสร้างน้ำพุ จากชาวยุโรป และวางระบบท่อประปา

ภายในพระราชวังอีกด้วย


4. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  : เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัย

อาณาจักรธนบุรี ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

รวบรวมแผ่นดินจาก ชุมนุมหรือกลุ่มต่างๆที่แตกออกมาจากอาณาจักรเดิมให้กลับมา

เป็นปึกแผ่นมั่นคง


5. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  : ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์

จักรี ทรงทำศึกกับพม่าหลายครั้งเพื่อปกป้องแผ่นดินทรงวางรากฐานการปกครองและ

การป้องกันอาณาจักรเอาไว้อย่างมั่นคง ทรงสร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีที่เข้มแข็ง

ได้แก่ ป้อมปราการ, คลอง ถนนและสะพานต่างๆ มากมาย มีแม่น้ำเป็นคูเมืองธรรมชาติ

มีชัยภูมิเหมาะสม และสามารถรับศึกได้เป็นอย่างดี ศึกกับพม่าที่เป็นที่รู้จักดีในสมัยของ

พระองค์คือ สงคราม 9 ทัพ


6. สมเด็จพระปิยะมหาราช  : รัชกาลที่ 5 ทรงบริการพัฒนาประเทศไปในหลายๆ

ด้านทั้งเรื่องการปกครอง การรถไฟการไปรษณีย์ การไฟฟ้าและการประปาขึ้นเป็นครั้ง

แรก การเลิกทาส รวมทั้งการปกป้องประเทศ ยอมเสียดินแดนส่วนน้อย เพื่อรักษา

เอกราชของประเทศไว้ซึ่งอยู่ในช่วงยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ทรงการปฏิรูป

การปกครองให้ทัดเทียมเพื่อจะได้ไม่ล้าหลังชาติตะวันตก เป็นที่รักของประชาชน ผู้คน

มักออกพระนามว่า "ปิยมหาราช" แปลว่า มหาราชผู้ทรงเป็นที่รัก และว่า

"พระพุทธเจ้าหลวง"


7. สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า  : พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ทรงพระราชอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการ

เมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญ

ที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ทรงสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือ

วชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบันขึ้น องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง

สหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า

เจ้าอยู่หัว ว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่

ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี  ทรงตั้งกรมรถไฟหลวง ทรงตั้งกรมมหรสพ เพื่อ

ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทยทรงส่งทหารเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 เข้าร่วมกับ

ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรและชนะสงครามทำให้ประเทศไทยมีอำนาจในการเจรจา

เรื่องราวระหว่างประเทศได้มากขึ้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งวชิรพยาบาลและ

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทรงจัดตั้งกองเสือป่า  รวมถึงเมืองจำลอง "ดุสิตธานี" ซึ่ง

ปกครองในประบอบประชาธิปไตยไว้อีกด้วย


8. สมเด็จพระภัทรมหาราช  : พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ทรงมีพระปรีชาสามารถ

รอบด้าน ทรงแก้ปัญหาทุกข์ยากของราษฎร ทรงปัดเป่าทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชนใน

เขตทุรกันดาร  ทรงตั้งโครงการเพื่อพัฒนาด้านต่างๆ มากมาย ฝนเทียม ด้านการเกษตร

การชลประทาน การสาธารณสุข และอื่นๆอีกมากมาย  และมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือ

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกพระองค์นึง




วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรี






วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ 



 พระมหากษัตริย์ไทย ในราชวงศ์จักรี ของราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วันที่

แต่ละพระองค์ขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยคอยดูแลทำนุบำรุงบ้านเมือง

ปกป้องรักษาดูแลประชาชนของพระองค์ศึกษาไว้เป็นความรู้รอบตัวไว้ก็ดีครับ



รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


วันครองราชย์ : 6 เมษายน พ.ศ. 2325



รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย


วันครองราชย์ : 7 กันยายน พ.ศ. 2352 - 21



รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367



รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 2 เมษายน พ.ศ. 2394



รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช)


วันครองราชย์ : 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411



รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระมหาธีรราชเจ้า)


วันครองราชย์ : 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453



รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468



รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 

(พระอัฐมรามาธิบดินทร)


วันครองราชย์ : 2 มีนาคม พ.ศ. 2477



รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

(สมเด็จพระภัทรมหาราช)


วันครองราชย์ : 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489


ลิ้งแนะนำ

กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ อะไรบ้าง

พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์

พิธีบรมราชาภิเษก คือ

ตามที่กล่าวมาศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิ้งทั้ง 3 ด้านบนนี้ได้ครับจะได้ครอบคลุมและ

เป็นเนื้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกัน





บรมราชาภิเษก คือ coronation



บรมราชาภิเษก



บรมราชาภิเษก coronation บรมราชาภิเษกเพื่อเป็นความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่านได้เข้าใจ

พระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ เรียกว่าพระราชพิธีบรมราชา

ภิเษก  ของพระมหากษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์ซึ่งเป็นพิธีการที่สำคัญสำหรับประเทศ

ที่มีพระมหากษัตริย์หรือพระจักรพรรดิเป็นประมุข พิธีพระบรมราชาภิเษกถือเป็น

พิธีที่ต้องทำเพราะเป็นการเชิดชูเฉลิมพระเกียรติว่าเป็นพระราชาธิบดีของประเทศ

นั้นโดยสมบูรณ์แล้ว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเครื่องบรมราชาภิเษก


เป็นเสมือนการแสดงให้ประชาชนในประเทศได้รับรู้โดยทั่วกันว่า ประเทศได้มี

ประมุข และถือเป็นการให้การยอมรับจากประชาชนทั้งมวล ว่าคือกษัตริย์ที่พวกเขา

เคารพและจะคอยดูแลปกป้องพวกเขา ช่วยเหลือเมื่อประชาชนมีทุกข์ดูแลเมื่อ

ยามเกิดภัย คอยเป็นห่วงและให้ข้อคิดเตือนใจ แบบที่ในหลวงของเราทรงทำ

ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก นับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศ

กับพิธี บรมราชาภิเษก   ในต่างประเทศก็มีเช่นเดียวกัน พระราชพิธีราชาภิเษกเป็น

พิธีกรรมอันมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ต่อความเป็นรัฐชาติเพื่อเป็นการผูกเอา

สัญลักษณ์ของรัฐเข้ากับพระมหากษัตริย์ บ่อยครั้งที่พระราชพิธีราชาภิเษกจะมี

พิธีเจิม (anointing) ด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (holy oil) หรือด้วยน้ำมนต์ หรือตามหลัก

ปฎิบัติของแต่ละรัฐแต่ละประเทศ 





เงินถุงแดง คืออะไร





เงินถุงแดง


  ตอบ เงินถุงแดงคือเงินที่ที่ ร.3 หรือ รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงแต่งสำเภาสินค้าไปค้าขายกับทางเมืองจีนแล้วพระองค์ก็เก็บเงินใส่ในถุงแดงตั้งไว้

ข้างพระที่(ข้างที่นอนของพระองค์)แล้วทรงตรัสแต่ขุนนางว่านี่จะเป็นเงินไว้ไถ่บ้านไถ่เมือง

เป็นทรัพย์สินส่วนประองค์ที่ทรงพระราชทานไว้ให้เป็นทุนสำรองให้แก่แผ่นดินสำหรับใช้

ในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน หรืออยู่ในสภาวะที่จำเป็นต้องใช้เงินเหล่านี้ในยามฉุกเฉิน

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า


         เงินถุงแดงนี้ เป็นเงินจากการเก็บหอมรอมริบของพระองค์ในการได้กำไรจากการ

ค้าขายกับสำเภาสินค้าต่างๆทรงเก็บสะสมไว้นำใส่ถุงผ้าสีแดงแยกเป็นถุง ปิดปากถุงเก็บ

เข้าในหีบกำปั่นข้างพระแท่นบรรทม  เก็บไว้เรื่อยๆมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแยกส่วนจากเงินในท้อง

พระคลัง เงินนี้มักจะพูดกันง่ายๆพอเข้าใจว่า  เงินถุงแดง คือ เงินของพระมหากษัตริย์ 

ให้แก่พระมหากษัตริย์องค์ต่อๆไปที่จะขึ้นครองราชย์มีสิทธิใช้ มิใช่เงินส่วนพระองค์ขององค์

ใดองหนึ่งแต่เป็นเงินของพระมหากษัตริย์ไว้ใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองในยามทุกข์เข็ญ และก็

เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์ปากน้ำ หรือ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ไทยต้อง

เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่โดนฝรั่งเศสกดดัน และเรียกร้องค่าเสียหายจากการปะทะกัน

จนได้รับความเสียหาย พอฝรั่งเศสส่งเรือเข้ามาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วหันกระบอกปืน

มาทางพระบรมมหาราชและยื่นคำขาดให้ทางไทยหรือสยามในขณะนั้น ยกดินแดนฝั่งซ้าย

แม่น้ำโขง หรือลาวในปัจจุบัน และ จ่ายสินสงครามเพื่อเป็นค่าเสียหายแก่ทรัพย์และบุคลากร

ของฝรั่งเศสจำนวนเงินทั้งสิ้น 3 ล้านฟรังก์

       ทางรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช จึงต้องทรงนำเอา

" เงินถุงแดง "  ที่เก็บมาตั้งแต่สมัยของรัชกาที่ 3 มาใช้จ่ายในยามขับขันเช่นนี้ จึงช่วย

กู้วิกฤตให้ทางสยามในเรื่องภัยคุกคามของฝรั่งเศสให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี



** เงินถุงแดงบรรจุเป็นเหรียญทองเงินสเปนเป็นรูปนกอินทรี มีการตอกตราจักรและมงกุฎ

ไว้บนเหรียญนก ด้วยความปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 3 และสายพระเนตรที่ยาวไกล

มีส่วนช่วยให้สยามรอดพ้นวิกฤตเหล่านี้มาได้




กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ อะไรบ้าง





กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงค์ อะไรบ้าง


ตอบ ในสมัยอาณาจักรอยุธยามีพระมหากษัตริย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์และ


มีราชวงศ์เยอะที่สุด


คือ  5  ราชวงศ์ ได้แก่


1.ราชวงศ์อู่ทอง : ราชวงศ์แรกที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา


    ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ : พระเจ้าอู่ทอง


    ครองราชย์นานที่สุดของราชวงศ์ : พระเจ้าอู่ทอง 20 ปี


    เด่นที่สุดในราชวงศ์ : พระเจ้าอู่ทอง (ผู้ก่อตั้งและครองราชย์นานที่สุด)


    จำนวนพระมหากษัตริย์ : 3 พระองค์



2.ราชวงศ์สุพรรณภูมิ : เป็นราชวงศ์สิ้นสุดจากการเสียกรุงครั้งที่ 1


    ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ : สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ ขุนหลวงพะงั่ว


    ครองราชย์นานที่สุดของราชวงศ์ : สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ 40 ปี


    เด่นที่สุดในราชวงศ์ : สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ครองราชย์นานที่สุดใน

     อาณาจักรอยุธยาทรงจัดการอำนาจการปกครองหัวเมืองโดยเฉพาะการคาน

     อำนาจหัวเมืองเหนือ ของพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา


    จำนวนพระมหากษัตริย์ : 13 พระองค์



3.ราชวงศ์สุโขทัย : สืบเชื้อสายจากกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยโดยที่ พระเจ้าบุเรงนอง

     กษัตริย์พม่าให้สถาปนาขุนพิเรนทรเทพ ซึ่งมีส่วนช่วยเหลือ พระองค์ในการทำ

     สงครามกับกรุงศรีอยุธยา ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองกรุงศรีอยุธยา ภายใต้การเป็น

     เมืองขึ้นของพม่า


    ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ : สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช


    ครองราชย์นานที่สุดของราชวงศ์ : สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช 21 ปี


    เด่นที่สุดในราชวงศ์ : สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ทรงกอบกู้เอกราชของอยุธยา

      จากพม่าได้สำเร็จ)


    จำนวนพระมหากษัตริย์ : 7 พระองค์



4.ราชวงศ์ปราสาททอง : อยุธยารุ่งเรืองถึงขีดสุด ทางด้านความสัมพันธ์และการ

     ค้าขาย  กับต่างประเทศใน สมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


    ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ : สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง


    ครองราชย์นานที่สุดของราชวงศ์ : สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 32 ปี


    เด่นที่สุดในราชวงศ์ : สมเด็จพระนารายณ์มหาราช


    จำนวนพระมหากษัตริย์ : 4 พระองค์



5.ราชวงศ์บ้านพลูหลวง :  เป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง


    ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ : สมเด็จพระเพทราชา


    ครองราชย์นานที่สุดของราชวงศ์ : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ 26 ปี


    เด่นที่สุดในราชวงศ์ : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองเป็น

     อย่างดี มีขุนนางสำคัญเติบโตในยุคนี้หลายท่านเช่น สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี,

     พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)

    จำนวนพระมหากษัตริย์ : 6 พระองค์









พระมหากษัตริย์อยุธยาที่ครองราชย์นานที่สุด คือ






กษัตริย์อยุธยาครองราชย์นานที่สุด


            อาณาจักรอยุธยา เป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองและเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยมี


เมืองหลวงคือกรุงศรีอยุธยา เป็นอาณาจักไทยในอดีตตั้งแต่ พ.ศ. 1893 - 2310 เป็นเมือง


แห่งการติดต่อค้าขายกับนานาชาติมากมายและเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในแถบนี้มีอายุ


ประมาณ  417 ปี เป็นอาณาจักรที่มีอายุอยู่ได้นานที่สุดของไทยบทความนี้เรามาดูกัน


ว่าในกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใดที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดเอาไว้ประดับ


ความรู้แก่ผู้ที่สนใจนะครับ


พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดของอยุธยา


คือ   สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หรือ สมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร


ทรงครองราชย์นานถึง 40 ปี


เสด็จพระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ. 1974


ขึ้นครองราชย์  พ.ศ. 1991


สวรรคต  พ.ศ. 2031


พระมหากษัตริย์ลำดับที่ :  8


ราชวงค์ : สุพรรณภูมิ



 ----- อันนี้แถม อันดับ 2 และ 3 ที่ครองราชย์นานเป็นรองสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ คือ


2. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2  กษัตริย์ลำดับที่ 10 ของอยุธยา ครองราชย์นาน  38 ปี


พระองค์คือพระโอรสของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อีกด้วย


3. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 หรือที่รู้จักกันในพระนามว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราช


ทรงครองราชย์นาน  32 ปี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 27 ของอยุธยาเป็นพระมหา-


กษัตริย์ของราชวงค์ปราสาททอง พระราชบิดาของพระองค์เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงค์


ปราสาททอง คือ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5






พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์ 2





รายพระนามพระมหากษัตริย์ไทย อยุธยา - รัตนโกสินทร์



       จากหน้าที่แล้วมาถึงกลางๆราชวงค์สุพรรณภูมิในสมัยอยุธยาถึงตอนสมเด็จพระ

มหินทราธิราช เสียกรุงครั้งที่ 1 หน้านี้มาต่อกันเลยว่ามี รายพระนามกษัตริย์องค์ใด

มาต่อมั่ง จะจบภายในหน้าที่ 2 ทั้ง อยุธยา  กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์


  17.สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช  (ราชวงศ์สุโขทัย) พระราชบิดาของสมเด็จ

     พระนเรศวรมหาราช


  18.สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  (ราชวงศ์สุโขทัย) มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงกอบกู้

     เอกราชให้แก่กรุงศรีอยุธยา


  19.สมเด็จพระเอกาทศรถ  (ราชวงศ์สุโขทัย) เป็นพระอนุชาของพระสุพรรณกัลยา

     และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


  20.สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์  (ราชวงศ์สุโขทัย) เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ใน

     สมเด็จพระเอกาทศรถ ด้วยพระวรกายที่อ่อนแอจึงโดนแย่งชิงอำนาจไป


  21.สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม  (ราชวงศ์สุโขทัย)


  22.สมเด็จพระเชษฐาธิราช  (ราชวงศ์สุโขทัย)


  23.สมเด็จพระอาทิตยวงศ์  (ราชวงศ์สุโขทัย)ขึ้นครองราชย์ เมื่อพระชนมายุได้เพียง

     9 พรรษา ด้วยความเป็นเด็กซุกซนไม่เหมาะแก่การดูแลบ้านเมือง ขุนนางทั้งหลาย

     เลยเห็นชอบให้ เชิญเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ต่อไป

     โดยมีพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง


  24.สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง  (ราชวงศ์ปราสาททอง) เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์

     ปราสาททอง ราชวงศ์ลำดับที่ 4 ของอาณาจักรอยุธยา


  25.สมเด็จเจ้าฟ้าไชย  (ราชวงศ์ปราสาททอง) พระองค์ทรงครองราชสมบัติอยู่ได้ 9 เดือน

     ก็โดนชิงราชสมบัติ


  26.สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา  (ราชวงศ์ปราสาททอง) ได้ร่วมมือกับสมเด็จพระนารายณ์

     ชิงบัลลังค์ สมเด็จเจ้าฟ้าไชย แต่พระศรีสุธรรมราชาก็ครองราชย์ได้อีก2 เดือนเศษก็โดน

     สมเด็จพระนารายณ์มหาราชชิงราชสมบัติไปอีกที


  27.สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  (ราชวงศ์ปราสาททอง) ทรงปกครองบ้านเมืองเป็น

     อย่างดี อีกทั้งการสงครามก็เข้มแข็ง การต่างประเทศก็มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับ

ฝรั่งเศสการค้าขายเป็นไปปได้อย่างดี ประชาชนอยู่ดีมีสุขจนได้รับ มหาราชต่อท้าย

ชื่อพระองค์


  28.สมเด็จพระเพทราชา  (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง) ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์

บ้านพลูหลวงราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา


  29.สมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี (พระเจ้าเสือ)   (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง)


  30.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ  (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง) ครองราชย์ 24 ปี


  31.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง)


  32.สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร/ ขุนหลวงหาวัด  (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง) หลังจาก

เสียกรุงได้โดนกวาดต้อนไปอยู่ที่พม่าและสวรรคตที่นั่น


  33.สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์/ พระเจ้าเอกทัศ  (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง)

     เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2



อาณาจักรกรุงธนบุรี


  1.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ราชวงศ์ธนบุรี) เป็นกษัตริย์องค์แรกและองค์

สุดท้ายของราชวงค์ พระองค์ทรงปราบขุมนุมต่างๆและกอบกู้เอกราชจากพม่าภาย

หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง



อาณาจักรรัตนโกสินทร์ ราชอาณาจักรสยาม และราชอาณาจักรไทย


มีราชวงค์เดียว คือ ราชวงค์จักรี


  รัชกาลที่ 1.พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


  รัชกาลที่ 2.พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย


  รัชกาลที่ 3.พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


  รัชกาลที่ 4.พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


  รัชกาลที่ 5.พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


  รัชกาลที่ 6.พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


  รัชกาลที่ 7.พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


  รัชกาลที่ 8.พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล


  รัชกาลที่ 9.พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


 หน้าที่แล้ว >>> รายพระนามพระมหากษัตริย์ไทย 1

พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์