แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

บทความน่าอ่าน 2




บทความน่าอ่าน 


  ต่อมาจาก หน้าแรก >> บทความน่าอ่าน  เอาบทความน่าอ่านที่น่าสนใจมาลงไว้ให้

ท่านผู้อ่านที่ติดตามบล็อกของเรานั้น ที่สนใจทั้งเรื่องราวต่างๆ ประวัติศาสตร์ รวมไปถึง

ความรู้รอบตัว เรื่องราวน่ารู้ต่างๆมากมายเอาไว้ในบล็อกนี้ หาอ่านตามหมดหมู่กันได้ 

ส่วนหน้านี้ บทความน่าอ่านจะลงเรื่องน่าอ่านที่น่าสนใจเอาไว้ครับลองหาอ่านดู


1. นิสัยเสียของคนไทย (และมนุษย์ป้า) ที่ทำให้ไม่ก้าวหน้า


2. 20 วิธีบอกปัด (ปฏิเสธ) ผู้ชายมาจีบ


3. การละเล่นสมัยเด็กๆ ที่คุณคิดถึง มีอะไรบ้าง


4. 8 ข้อควรระวังลักเด็ก ค้ามนุษย์


5. เหตุผลใดที่ทำให้คุณกินเยอะ กินจุ อ้วน


6. 10 สิ่งที่แฟนสาวต้องการจากคนรัก


7. ทำอย่างไรดีเมื่อ อกหัก


8. มือใหม่หัดขับ ควรทำอย่างไร


9. คิดบวกในการทำงาน


10. คนรักแบบไหน ที่ทำให้ความรักล่ม


11. พ่อแม่รังแกฉันเป็นอย่างไร


12. ข้อคิดเปลี่ยนชีวิต คิดบวก


13. คำคม ข้อคิดเพื่อประสบความสำเร็จ


14. ทัศนคติความรัก ที่ทำให้คุณโสด


15. 10 แนวทางประหยัดเงิน เงินไม่พอใช้


16. 10 สัญญาณแฟนมีกิ๊ก


17. 10 สัญญาณเตือนพ่อแม่ทำเด็กติดเกม


18. 10 เทคนิคการอ่านหนังสือ


19. กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร


20. ขนาดพื้นที่ ประชากร ศักยภาพ กลุ่มประเทศ BRICS

>>> หน้าถัดไป


อาจมีหน้าถัดไปถ้าบทความในหน้านี้ บทความน่าอ่าน เกิน 20 หัวข้อในหน้าที่ 2 นี้




ทำไมปืนใหญ่ถึงเป็น " ราชาแห่งสนามรบ "




ปืนใหญ่" ราชาแห่งสนามรบ "


      ทำไมปืนใหญ่ ถึงได้ถูกเรียกว่าเป็นราชาแห่งสนามรบ ในอดีตนั้นปืนใหญ่ อาเซน่อล

เอ้ยไม่ใช่ละ ปืนใหญ่นับว่าเป็นอาวุธหนัก อำนาจการทำลายล้างสูงส่งผลต่อการรบเป็น

อย่างมากเอาใกล้ๆตัวเลยก็ไทยรบกับพม่าจะเห็นได้ว่าปืนใหญ่มีส่วนสำคัญมาก ขนาด

ชาวบ้านบางระจันผู้ห้าวหาญยังต้องขยับตัวเองเพื่อมีปืนใหญ่ เพราะอะไรเพราะมัน

หมายถึงความได้เปรียบเป็นอย่างมากในสมรภูมิ ทั้งอำนาจการทำลายล้าง การข่มขวัญ

หนำซ้ำยังยิงไกลสามารถ ทำลายป้อมค่าย ถล่มกองทัพศัตรู ทหารม้า ช้างศึก เหมือน

ตอนที่เสียกรุงศรี ก็ไม่สามารถต้านทานปืนใหญ่ได้เมื่ออยู่ในระยะยิงของมันนี่แหละครับ

ความสุดยอดในการรบเวลามีปืนใหญ่ ของสมัยก่อน  แล้วปัจจุบันหละ ที่โลกเราพัฒนา

ไปมากมายมีขีปนาวุธพิสัย ใก้ล กลางไกล ยิงได้เป็น 20 -100 กิโล หรือพวกหมาอำนาจ

เอ้ย มหาอำนาจที่ยิงกันข้ามทวีป ข้ามหัวคนนับร้อยล้านพันล้านคนได้ (จรวดแบบนั้น

เรียกศัพท์ไม่ถูกแฮะ) หรือจะมี เครื่องบินรบ สมรรถนะ สูงๆ ถล่มกันตูมตาม บินด้วย

ความเร็วเสียง หรือเครื่องบินทิ้งระเบิด อาจจะมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธ

จากพื้นสู้พื้น จากเรือสู้พื้นอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ แต่ทำไม


ปืนใหญ่ก็ยังได้รับฉายาว่า ราชาแห่งสนามรบ อยู่อีกละ เรามาดูเหตุผลกันว่าทำไม

 ราชาแห่งสนามรบ ยังเป็นปืนใหญ่กันครับ

ทำไมปืนใหญ่ถึงเป็น " ราชาแห่งสนามรบ "


ปืนใหญ่" ราชาแห่งสนามรบ "


1. ข้อจำกัดที่น้อย : คือสามารถตั้งแล้วยิงได้เลยทั้งการบรรจุกระสุน ทั้งการย้าย ยิ่งเป็น

ปืนใหญ่อัตตาจร (ปืนใหญ่อัตตาจร คือ ปืนใหญ่ที่สามารถเคลื่อนที่ได้เอง) ยิ่งสบายย้าย

ง่าย ยิงเสร็จ เปลี่ยนตำแหน่งซึ่ง ถ้าใช้เครื่องบินไปบอมบ์ ไปทิ้งระเบิดจากจุดสู้รบนั้นยิง

ได้น้อยความเสี่ยงสูงว่าจะโดนต่อต้านยิงตก พกอาวุธไปได้จำกัดต้องกลับฐานมาเติม

น้ำมันแล้วแบกอาวุธลูกจรวดไปใหม่ซึ่งเสียเวลาพอสมควรกว่าจะไปถึง กว่าจะปฏิบัติการ

แถมไปเจอ SAM (SAM คือ Surface-to-Air Missile อาวุธปล่อยจากพื้นสู่อากาศ )

ซึ่งมีหน้าที่สอยเครื่องบินรบราคาแพงหลักพันล้านของข้าศึก ได้อย่างไม่ยากเพราะ

เทคโนโลยี การตรวจจับการติดตามก้าวทันการโจมตีของเครื่องบินมานานแล้วถ้าอยู่ใน

พิสัยการยิงมาน้อย เจอดง SAM เข้าไปโดนล็อคเป้าก็ไม่รอดจ้า เพราะเหตุนี้ปืนใหญ่

ยิงสนับสนุนก็ยังมีข้อจำกัดที่น้อยกว่าใช้เครื่องบินเขาไปบอมบ์มากกว่าเสี่ยงน้อยกว่า

ทำเวลาได้ดีกว่า ปลอดภัยกว่าทางด้านการเปลี่ยนตำแหน่ง


2. ความรวดเร็ว : การใช้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนการเข้าแย่งชิงพื้นที่นั้นระบบ หนึ่ง ใช้เวลา

ไม่มากหน่วยเป้นนาทีซึ่งสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดีเป็นการ

ช่วยทหารราบรบได้ดีมากเพราะรวดเร็วและแม่นยำ การสื่อสารถ้าไม่โโนสอยไปเสียก่อน

ค่อนข้างอุ่นใจเวลาได้รับการสนับสนุน


3. ความคุ้มค่าและสูญเสีย : เครื่องบินลำละเท่าไหร่ กับจรวดลูกล่ะหลายล้าน กับปืนใหญ่

ที่อยู่แนวหลังคอยยิง กับลูกปืนใหญ่ราคาไม่แพงมากนักทำให้มีความคุ้มค่ากว่าไม่เปลือง

และความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียน้อยกว่าเครื่องบินหรือการเอารถถังเข้าไปฉะ


4. ความพร้อม : ฐานปืนใหญ่เมื่อตั้งแล้วสามารถพร้อมยิงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที อาจจะ

แค่ 5 นาทีด้วยซ้ำสามารถยิงคุ้มกันจากแนวหลัง ไปไกลได้กว่า30 กิโลเมตร ถ้ามีกระสุน

ต่อระยะอาจได้ไกลกว่านั้น และสามารถตอบโต้ป้องกันฐานรวมถึงทหารราบได้อย่างดี

ถ้าให้เครื่องบิน หรือรถถังอาจจะยานเกราะต่างๆประจำการ จะไม่สามารถพร้อมรบได้

อย่างมีประสิทธิภาพได้ในเวลาอันสั้นแบบ ปืนใหญ่


5. ภูมิประเทศ : เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ จะอยู่ตามแนวเขา ทะเลทรายที่ราบ ปืนใหญ่จะทำ

ได้ดีกว่าและเลือกที่ตั้งโจมตีได้ถนัดกว่ารถถังเพื่อสนับสนุนทหารราบ จะแพ้ก็ตรง

เครื่องบินรบที่สามารถบินเข้าไปทำภาระกิจในเขตข้าศึกได้เท่านั้นแต่ถือว่าปืนใหญ่นั้น

หลากหลายในเรื่องภูมิประเทศเป็นอย่างมาก


6. ตัวเปิด : ตามหลักแล้วการเปิดพื้นที่สู้รบหรือการแย่งชิงความได้เปรียบเพื่อแย่งชิง

พื้นที่กันจะต้องสาดกระสุนปืนใหญ่ทำลายแนวรบฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนวิธีการรบ เบี่ยงเบน

วิถีการรบได้ด้วยอำนาจการยิงเพื่อครองความได้เปรียบ หลังจากนั้นก็ส่งทหารราบเข้า

ไปยึดครองชิงพื้นที่มาแล้วคอยซับพอร์ตอยู่เบื้องหลังใช้ปืนใหญ่ในการสร้างความได้

เปรียบ เปิดฉากวางอาณาเขตการรบแล้วใช้ทหารราบในการสถาปนาเขตหน้าพื้นที่

การรบยึดพื้นที่เอาไว้


7. ยังไงก้ต้องโดน : เป็นหลักคิดแบบไม่เอาอะไรมากเหมือนที่โซเวียตใช้กับเยอรมัน

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัดหนักปืนใหญ่สาดใส่เยอรมันจนเป็นผลสำเร็จ สาดเข้าไป

อย่างเดียวจนเปิดทางให้รัสเซียสามารถนำทหารราบเข้าไปเคลียเข้าไปคุมพื้นที่ได้

หรือที่จีนยิงใส่เวียดนามเป็นพันๆลูก ในสงครามสั่งสอน ใส่แบบไม่ยั้งเอาให้โงหัวไม่ขึ้น

ปลอกกระสุนปืนใหญ่ เกลื่อนพื้นที่ คือถ้าใช้รถถังก็เสี่ยงต่อการโดยโจมตี เครื่องบินก็

ไม่คุ้ม ไม่ครอบคลุมพื้นที่พอสาดปืนใหญ่แบบไม่ยั้งหวังผลเอาความเสียหายเพียง

อย่างเดียวแบบที่ กัมพูชาสาดปืนใหญ่ใส่ไทย แบบไม่คิดมากจนไปโดนอาคารบ้าน

เรือนของฝ่ายพลเรือนซะมากส่วนของไทยส่วนใหญ่จะไปตกตรง ฐานปืนใหญ่ของเขา

หรือ ที่ตั้งทางทหารซะมากกว่า


8. กุนซือตัวสั่งการ : ปืนใหญ่มนการรบภาคพื้นเป็นเหมือนฐานสำคัญที่มีอำนาจเป็น

เหมือนฐานสั่งการรบ กำหนดวิถีการรบได้ด้วยอำนาจการยิง เพื่อให้ความสะดวกแก่

แนวหน้าและบีบข้าศึกไปตามที่ตนเองต้องการ หรือจะแก้ไขสถาการณ์เมื่อโดนรุกหนัก

มาจากทางใดทางนึงก้ใช้อำนาจของปืนใหญ่ที่ปัจจุบันอย่างที่ทราบว่ายิ่งได้ไกลหลาย

สิบกิโลเมตรขู่ข้าศึกไม่ให้เข้ามาในแนวที่เราไม่ต้องการได้ ยันกำลังข้าศึกที่รุกหนักๆได้

 เป็นเหมือนหัวใจในการรบภาคพื้นที่สำคัญเป็นตัวบ่งชี้แนวทางของสงครามในแต่ละ

ตำแหน่งได้เลยทีเดียว


เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้รอบตัว ที่น่าสนใจเอามาแนะนำเกี่ยวกับ ปืนใหญ่ อา่จจะไม่ครอบ

คลุมมากเท่าไหร่ แต่เพื่อให้พอเข้าใจที่ว่ามาทั้งหมดทั้งมวลทำให้ปืนใหญ่ในปัจจุบันก็

ยังเป็น ราชาแห่งสนามรบ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ใช้ว่าจะไม่มีข้อเสียเลย ปืนใหญ่นั้นไม่

สามารถเข้าไปในแนวลึกข้าศึกได้มากเท่าเครื่องบิน (การครองน่านฟ้า ครองกำลังทาง

อากาศได้) ย่อมส่งผลดีต่อทหารราบไม่น้อย และปืนใหญ่ถึงจะสามารถยิงทำลายเป้า

หมายได้แต่ก็ไม่สามารถครองพื้นที่ได้ยังต้องอาศัยทหารราบเพื่อเข้าไปยึดพื้นที่เพื่อทำ

การรบอยู่ดี แล้วถ้าเป็นปืนใหญ่ระบบเก่าการโดนตรวจจับถือว่าอันตรายมากว่าจะโดน

ละลายทั้งฐานโดยข้าศึก แต่ยังดีที่ ปืนใหญ่อัตาจร ที่เคลื่อนที่ได้มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ

และ อีกอย่างนึงคือเมื่อ ขาดการป้องกันจากทหารราบหรือโดนโจมตีปืนใหญ่เองไม่

สามารถป้องกันการโจมตีของทหารราบหรือ เครื่องบิน และยานเกราะ รถถังต่างๆของ

ข้าศึกได้เท่ากับไม่สามารถปกป้องตนเองได้ จะเห็นได้ว่าปืนใหญ่ถึงมีการโจมตีที่ดี

ประสิทธิภาพสูงแต่การป้องกันตัวเองถือว่าต่ำมาก การรบ ต้องมีทั้งอาวุธและการวาง

แผนรวมถึงใช้ความสามารถของอาวุธที่มีอย่างสมดุล ทั้ง อากาศ ราบ ระยะใกล้ไกล

จึงจะเกิดผล แต่ในสำหรับสนามรบ การมีปืนใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งสนามรบก็

สามารถควบคุมทิศทางของสงครามได้เป็นอย่างมาก




ประวัติศาสตร์พม่า




ประวัติศาสตร์พม่า


   ประวัติศาสตร์พม่า นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์เรื่อง

ราวที่ผ่านมาของประเทศพม่า หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพม่ามีการพูดถึงไว้เป็น

เรื่องของสาระ ความรู้รอบตัว เรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อน

บ้านของเรา ที่มักจะเกี่ยวข้องกับไทยเราเอง โดยเฉพาะทางด้านการสงคราม

และดินแดน

 ประวัติศาสตร์พม่า 

1. สัญญาปางหลวง (สัญญาหักหลัง)

2. ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม

3. 10 รูปแบบประเทศอาณานิคมต้องเจอ

4. ปัญหาต่างๆหลังจากได้รับเอกราช

5. 3 กษัตริย์พม่าผู้ยิ่งใหญ่

6. พระเจ้าอลองพญา : ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์คองบอง

7. กษัตริย์ และ ราชวงศ์สุดท้ายของพม่า

8. ฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน จากไทยและอังกฤษ

9. ยึด มะริด ทวาย ตะนาวศรี จากไทย

10. Timeline การเสียกรุงครั้งที่ 2 : พระเจ้ามังระตีกรุง

11. สาเหตุของการเอาชนะกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

12. สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง

13. รายพระนาม กษัตริย์พม่าราชวงศ์คองบอง

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

>>> หน้าถัดไป 

ประวัติศาสตร์พม่าจะลงไว้เรื่อยๆตามแต่โอกาศนะครับ ถ้าเกิน 20 หน้าแล้วจะมีลิ้ง

ไปหน้าถัดไปเพื่อไม่ให้ดูเยอะเกินไป ใน 1 หน้า และให้ดูเป็นระเบียบในการเข้ามา

อ่าน ประวัติศาสตร์พม่า






ประวัติศาสตร์






ประวัติศาสตร์



  ประวัติศาสตร์  รวมเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบเดิมกับหน้าประวัติศาสตร์ไทย

ในหน้านี้จะรวมประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั่วโลกเพื่อนบ้านเราด้วยเรื่องราวที่

ผ่านมา ที่เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อเอาไว้เป็นความรู้รอบตัว ให้ท่านผู้อ่านได้นำไป

ใช้เป็นประโยชน์หาความรู้ใส่ตัวกันครับ สำหรับหน้า ประวัติศาสตร์ นี้ก็จะอัพเดท

เรื่อยๆ ตามโอกาศและวาระ (ถ้าผู้เขียนว่างด้วยเช่นกัน ^_^ )

















20.  

>>> หน้าถัดไป 

ประวัติศาสตร์ ถ้าหน้านึงมีเกิน 20 บทความผมจะคัดไปไว้อีกหน้านึงนะครับ

เพื่อความเป็นนนระเบียบและไม่ยาวจนเกินไปสำหรับในหน้าประวัติศาสตร์








ประวัติศาสตร์ไทย






ประวัติศาสตร์ไทย



    ประวัติศาสตร์ไทย  ในหน้านี้จะอยู่ในหมวด " คลังความรู้ " นะครับ จะว่าด้วย

เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ และจะเอา

เรื่องที่เกี่ยบกับ พระมหากษัตริย์ไทยมาไว้ในหมวด ประวัติศาสตร์ไทย นี้ด้วย

เช่นกับครับเพราะค่อนข้างจะสัมพันธ์ในเรื่องประวัติศาสตร์ของไทยเช่นกันจะได้

ให้ผู้อ่านได้รับ สาระ ความรู้รอบตัว ในเรื่องประวัติศาสตร์ไทย กันแบบครอบคลุม

และทางบล็อกมีเวลาก็จะเขียนบทความมาลงไว้อย่างสม่ำเสมอเช่นกันครับ


1. พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์

2. พระมหากษัตริย์อยุธยาที่ครองราชย์นานที่สุด

3. กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ 

4. โอกุสต์ ปาวี ผู้พรากดินแดนไทย

5. สนธิสัญญาเบาว์ริง (สาระสำคัญ)

6. เจ้าอนุวงศ์ วีรบุรุษ หรือ กบฏ

7. เงินถุงแดง คืออะไร

8. วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112

9. อานามสยามยุทธ

10. การปราบฮ่อ

11. ไทยเสียดินแดน

12. ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม

13. บรมราชาภิเษก

14. กษัตริย์พม่าที่รบกับไทย

15. ไทยเสียดินแดนให้ชาติใดบ้าง

16. Timeline การเสียกรุงครั้งที่ 2 : พระเจ้ามังระตีกรุง

17. สาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

18. การเลิกทาสไพร่ในรัชกาลที่ 5 ดียังไง

19. เพราะเหตุใดจีนจึงช่วยไทยตอนเวียดนามบุก

20. 8 มหาราชกษัตริย์ไทย

21. การเลิกทาสไพร่ในรัชกาลที่ 5 ดียังไง

22. เพราะเหตุใดจีนจึงช่วยไทยตอนเวียดนามบุก (สงครามสั่งสอน)

23. สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง

>>> หน้าถัดไป

ถ้ามากเกินกว่า 23 บทความเราจะต่อไปที่หน้า 2 แทนนะครับเพื่อไม่ให้มันยาวจน

เกินไปและได้ดูเป็นระเบียบ มากยิ่งขึ่น (แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง 20 บทความที ฮ่าๆๆ)







วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรี






วันครองราชย์พระมหากษัตริย์ 



 พระมหากษัตริย์ไทย ในราชวงศ์จักรี ของราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วันที่

แต่ละพระองค์ขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยคอยดูแลทำนุบำรุงบ้านเมือง

ปกป้องรักษาดูแลประชาชนของพระองค์ศึกษาไว้เป็นความรู้รอบตัวไว้ก็ดีครับ



รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


วันครองราชย์ : 6 เมษายน พ.ศ. 2325



รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย


วันครองราชย์ : 7 กันยายน พ.ศ. 2352 - 21



รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367



รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 2 เมษายน พ.ศ. 2394



รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช)


วันครองราชย์ : 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411



รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระมหาธีรราชเจ้า)


วันครองราชย์ : 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453



รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันครองราชย์ : 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468



รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 

(พระอัฐมรามาธิบดินทร)


วันครองราชย์ : 2 มีนาคม พ.ศ. 2477



รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

(สมเด็จพระภัทรมหาราช)


วันครองราชย์ : 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489


ลิ้งแนะนำ

กษัตริย์อยุธยามีกี่ราชวงศ์ อะไรบ้าง

พระมหากษัตริย์สมัย สุโขทัย - กรุงรัตนโกสินทร์

พิธีบรมราชาภิเษก คือ

ตามที่กล่าวมาศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิ้งทั้ง 3 ด้านบนนี้ได้ครับจะได้ครอบคลุมและ

เป็นเนื้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกัน





บรมราชาภิเษก คือ coronation



บรมราชาภิเษก



บรมราชาภิเษก coronation บรมราชาภิเษกเพื่อเป็นความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่านได้เข้าใจ

พระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ เรียกว่าพระราชพิธีบรมราชา

ภิเษก  ของพระมหากษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์ซึ่งเป็นพิธีการที่สำคัญสำหรับประเทศ

ที่มีพระมหากษัตริย์หรือพระจักรพรรดิเป็นประมุข พิธีพระบรมราชาภิเษกถือเป็น

พิธีที่ต้องทำเพราะเป็นการเชิดชูเฉลิมพระเกียรติว่าเป็นพระราชาธิบดีของประเทศ

นั้นโดยสมบูรณ์แล้ว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเครื่องบรมราชาภิเษก


เป็นเสมือนการแสดงให้ประชาชนในประเทศได้รับรู้โดยทั่วกันว่า ประเทศได้มี

ประมุข และถือเป็นการให้การยอมรับจากประชาชนทั้งมวล ว่าคือกษัตริย์ที่พวกเขา

เคารพและจะคอยดูแลปกป้องพวกเขา ช่วยเหลือเมื่อประชาชนมีทุกข์ดูแลเมื่อ

ยามเกิดภัย คอยเป็นห่วงและให้ข้อคิดเตือนใจ แบบที่ในหลวงของเราทรงทำ

ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก นับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศ

กับพิธี บรมราชาภิเษก   ในต่างประเทศก็มีเช่นเดียวกัน พระราชพิธีราชาภิเษกเป็น

พิธีกรรมอันมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ต่อความเป็นรัฐชาติเพื่อเป็นการผูกเอา

สัญลักษณ์ของรัฐเข้ากับพระมหากษัตริย์ บ่อยครั้งที่พระราชพิธีราชาภิเษกจะมี

พิธีเจิม (anointing) ด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (holy oil) หรือด้วยน้ำมนต์ หรือตามหลัก

ปฎิบัติของแต่ละรัฐแต่ละประเทศ 





รถบ้าน คือ





รถบ้าน คือ

        รถบ้านพอพูดถึงคำนี้หลายคนคงคิดว่ารถที่อยู่อาศัยได้มีที่นอนห้องน้ำ

เหมือนบ้านขนาดเล็กเคลื่อนที่ได้ไปไหนนอนนั่น ก็ใช่ครับรถบ้านแบบนั้นมีแน่นอน

ผมชอบซะด้วยสิเป็นรถที่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวได้เพราะว่าเวลาไปเที่ยว

ที่ไหนก็อาจขับรถบ้านไปได้โดยเราไม่จำเป็นต้องพักโรงแรมให้เสียตังหรือโดนผี

หลอก ฮ่าๆๆ ดูผจญภัยดีแต่ที่ผมจะพูดถึง คือ


  รถบ้าน วันนี้ที่เราจะมาบอกให้เป็นความรู้รอบตัวคือรถบ้านอีกแบบนึง นั่นก็คือ

รถบ้าน ที่เรียกกันว่ารถมือสองยังไงครับ รถที่คุณสามารถตกลงเจรจากับเจ้าของรถ

ได้โดยตรงทั้งสามารถต่อรองและรู้จักเจ้าของถามไถ่เรื่องรถที่เราสนใจจะซื้อได้

โดยตรงจากเจ้าของรถบ้าน นั่นเองเลยสามารถค้นประวัติต่างๆของรถที่ใช้มาว่า

เป็นมาอย่างไรกับเจ้าของรถทำให้เรามีความมั่นใจขึ้นอีกนิดเวลาตดสินใจ 

(นิดนึงก็ยังดีหนะ อิอิ) รถบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับแต่งอะไรจากเดิมมาก(หมายถึง

ไม่ค่อยไปทำสีหรือกลบรอยต่างๆมา) เพราะเขาอาจจะยังชั่งใจว่าขายได้ก็ขาย

ขายไม่ได้ก็ใช้ต่อ ซึ่งต่างจากที่เอาไปขายเต้นท์ที่อาจจะไปกลบรอย กลบตำหนิ

ถ้าเล็กก็ไม่เป็นไรดีไปถ้าเยอะๆ เราอาจเสียเปรียบเรื่องสภาพรถได้ ต่างจากรถบ้าน

ที่เราสามารถติดต่อกับเจ้าของได้และรู้ว่าเจ้าของนั้นเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชายดูจาก

การใช้รถ ลักษณะนิสัยว่าเป็นคนดูแลรถแค่ไหนจากสภาพรถ หลักๆเลยคือเป็น

เรื่องของการเจรจาต่อรองและเรื่องสภาพรถที่สามารถคุยกับเจ้าของได้โดยตรง

นั่นแหละครับที่ได้เปรียบกว่าอย่างอื่นถ้าคุณมีวาทะศิลป์ที่ดีอาจจะได้รถดีราคา

ถูกคุ้มๆซักคันก็เป็นได้





มิจฉาชีพตอนขับรถ ควรระวัง





มิจฉาชีพตอนขับรถ


          วันนี้บล็อกเราจะเสนอหัวข้อเกี่ยวกับ มิจฉาชีพที่มาตอนเราขับรถที่หมายจ้อง

จะปองร้ายชีวิตและทรัพย์สินเราว่ามีมาในแบบใดกันบ้างเอาไว้ให้ท่านๆทั้งหลายได้

เป็นความรู้ประดับตัวเตือนสติตัวเอง ไว้ป้องกันและรู้ทัน โจรชั่วเหล่านี้


1.จอดติดไฟแดง ระวังทำสัญญาณล็อครถให้หมดเวลาติดเครื่องอย่าปลดล็อกเด็ดขาดเพราะ

เวลาติดไฟแดงเราหนีไปไหนไม่ได้เลยยิ่งกลางคืนเปลี่ยวๆยิ่งต้องระวัง


2.แก๊งค์ ขับรถเฉี่ยวชน รถเราแล้วเรียกค่าเสียหาย พวกนี้ทำเป็นรูปแบบบขบวนการ

แกล้งชนรถเราแล้วให้เราลงมาเคลีย จากนั้นก็จัดการทำร้ายหรือฉกทรัพย์สิน ยิ่งผู้หญิง

อย่าลงจากรถง่ายๆนะครับ มันจะฉุดไปข่มขืนเอาได้ เกิดเรื่องแบบนี้ควรขับไปยังที่ที่มี

แหล่งชุมชน ป้อมตำรวจหรือโทรบอก เพื่อน พ่อแม่ ให้รับรู้ไว้ โทรหาประกันอย่ารีบเร่ง

ลงมาเคลียอาจเป็นอันตรายต่อตัวเราได้


3.รถจักรยานยนต์ ทำเป็นว่าโดนรถเราเฉี่ยวขา มาร้องขอค่าเสียหาย  ค่ารักษา

พยาบาลถ้าเป็นยังงั้นจริงๆก็ควรพาไปหาหมอแทนการให้เงิน แต่ทางที่ดีอย่าเพิ่งรีบ

ลงจากรถให้ตำรวจมาเคลียก่อน เพราะไม่รู้ว่ามีใครจะทำอันตรายอะไรเราบ้างหรือไม่

หรือไม่ก็พยายามทำให้คนแถวนั้นมามุงดูพวกที่คิดร้ายจะได้ไม่กล้าทำอะไรเรา แต่

ถ้าเราผิดจริงก็ให้ความช่วยเหลือพาไปหาหมอจ่ายค่าทำขวัญ ค่ารักษาพยาบาลให้เขา


4.อย่าเปิดกระจก เวลาคนมาขายของ เพราะเคยมีเหตุการณ์โดนวางยาเพราะเปิด

กระจกจากการที่คนเดินขายของมาเคาะแล้วโดนฉกทรัพย์สินของมีค่าไป ถ้าจะเปิด

ก็ลดกระจกลงแค่เล็กน้อยพอได้พูดคุยอย่าเปิดหมดทั้งบานหรือกว้างจนให้เขามา

ทำอะไรเราได้


5.โบกรถจอดเสีย หรือให้ช่วย เรื่องนี้พูดยากนะครับใจอยากจะช่วยก็อยากแต่กลัว

ก็กลัวทางที่ดีเราต้องคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อนดีกว่าครับ เพราะไม่รู้ว่า

ข้างทางมีใครแอบอยู่หรือไม่ถึงจะเป็นสาวๆโบกก็เถอะ ใครจะไปรู้ทางที่ดีควรโทร

เรียกช่างหรือหาคนช่วยเหลือให้เขาแทนจะดีกว่าอย่าลงไปเองดีที่สุด


6.รถชน เรื่องนี้เตือนไว้นะครับ ถ้าคุณเกิดไปชนใครหรือทำให้ใครได้รับบาดเจ็บแล้ว

ต้องลงมาเคลีย (คือเป็นผู้กระทำเขาเอง) ก็ลงมาได้ครับแต่ล็อครถด้วยเพราะเคยมี

เรื่องที่คนขับรถยนต์ชนมอเตอร์ไซค์ล้มแล้วลงมาช่วยแต่ลืมล็อครถตัวเอง เด็กวัยรุ่น

ขี่รถผ่านมาเห็น มากันเป็นกลุ่มแยกกัน 2ทาง ทางนึงไปทำทีว่าช่วยเพื่อบังไม่ให้คน

ขับรถยนต์เห็นอีกพวกที่กำลังเปิดรถขโมยของของตนเองอยู่ร้ายจริงๆ เป็นมิขฉาชีพ

อีกแบบที่มาจากอุบัติเหตุของผู้คน แย่มากๆ


7.พวกหัวหมอ อีกเรื่องละกัน คือจะมีพวกเด็กๆหรือการกระทำแบบกากๆคือวิ่งมาให้

รถชนแล้วเรียกค่าเสียหาย ที่ต่างประเทศมีให้เห็นบ่อยจนส่วนใหญ่ติดกล้องไว้ในรถ

มองเห็นบันทึกภาพไว้ได้โจรพวกนี้ก็เสร็จเราแต่ถ้าไม่มีก็ต้องคุยกันยาวเลย เผลอๆ

มีพยานปลอมมาด้วยเรายิ่งซวยใหญ่เลย รถขับมาช้าๆหรือกำลังออกตัวจากไฟแดง

มีคนวิ่งเข้ามาชนเองแล้วหาว่าเราไปชนเขาบางคนเลือกจะจ่ายให้เล็กน้อยแทนที่จะ

เสียเวลา แบบนี้ครั้งต่อไปพวกมันยิ่งได้ใจใหญ่เลยอย่าทำครับเรียกตำรวจมาคุยแก้

เผ็ดมันให้ได้อย่าให้ไปทำกับคนอื่นอีก


** เรื่องแบบนี้ต้องพึงระวังตัวเองไว้ก่อนเป็นดีที่สุดครับ ที่สำคัญมีมารยาทในการขับรถ

คนอื่นจะได้ไม่หมั่นไส้เอามาแกล้งเรา รวมไปถึงหลอกล่อเป็นมิจฉาชีพ ป้องกันไว้เพื่อ

ความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว




รูปแบบสไตล์บล็อกที่คุณอยากเป็น






สไตล์บล็อกที่คุณอยากเป็น



1.นิชบล็อก (Niche) : เป็นบล็อกที่พูดถึงเรื่องที่มีผู้สนใจเยอะมีความต้องการจะรู้หรือการ

ค้นหาสูงแต่มีคู่แข่งน้อยเป็นบล็อกแบบเฉพาะทางค่อนข้างจะอยู่ในความชอบส่วนตัวของ

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหรือกลุ่มที่สนใจแบบจำเพราะเจาะจงถ้าเราทำดีๆเขียนเนื้อหาได้ดีเราจะ

สามารถรักษาฐานผู้ชมยูสเซฮร์ให้อยู่ในบล็อกของเราได้อย่างยาวนานและเหนียวแน่น

การทำเงินจากบล็อกประเภทนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


2.บล็อกนิยาย : เป็นบล็อกที่แสดงตัวตนต่างๆของนักเขียนผ่านเรื่องเล่านิยายของเขา

ออกมา ยิ่งถ้าผู้ใดมีความสามารถในการเขียนนิยาย เขียนดีเล่าสนุกรวมถึงความสม่ำเสมอ

ในการอัพเดทที่คงที่แล้วละก็ คุณก็จะได้ผู้อ่านที่ยอมบุ๊คมาร์คลิ้งบล็อกของคุณหรือเก็บไว้

อ่านต่อยาวๆรักษาลูกค้าหรือผู้อ่านได้อย่างดีเลยทีเดียวถือเป็นการเขียนบล็อกที่ใช้ความ

สามารถในด้านการเขียนการเล่าเรื่องและจินตนาการสร้างผู้อ่านผู้ชมขาประจำให้กับบล็อก

เราได้อย่างแน่นอน


3.ไดอารี่ : เป็นบล็อกสไตล์ชีวิตฉันของฉันเป็นการจดบันทึกประจำวันของเราแน่นอนเมื่อ

เรานำมันมาลงในโลกอินเตอร์เน็ตถึงมันจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวแต่ก็ต้องมีคนเข้ามาอ่านบ้าง

สนใจในชีวิตเราก็พอมีอยู่ยิ่งถ้าผู้เขียนมีววาทะในการใช้สำนวนในการเขียนที่ดีน่าสนใจ

แล้วด้วยละก็เผลอๆจะมีผู้ติดตามสนใจมากขึ้นไปด้วย สร้างแบรนด์สร้างตัวเองให้น่าสนใจ

สามารถต่อยอดไปต่างๆนานๆได้อีกเยอะ ก็คล้ายๆเฟสบุ๊คไม่ผิดแน่ๆ


4.วิชาการความรู้ : บล็อกที่ให้ความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่านมีอยู่มากมายครับ ถ้าคิดจะทำบล็อก

แนวนี้ต้องมีการนำเสนอที่แตกต่างน่าสนใจอ่านง่ายที่สำคัญเลยข้อมูลที่ใส่ลงไปต้องเป็น

ข้อมูลที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน ข้อดีของการทำบล็อกสไตล์นี้นั้นนอกจากให้ความรู้แก่ผู้อื่น

แล้วยังเป็นการให้ความรู้แก่ตัวเองอีกด้วยซึบซับจากการเขียนบทความของตัวเราเองทำให้

เรานั้นมีความรู้เหมือนได้อ่านข้อมูลนั้นตามไปด้วย ปล.อย่าไปก็อปเขามาหล่ะแทบจะไม่ได้

อะไรเลยแบบนั้น ถ้าจะทำก็อ่านให้เข้าใจสรุปความหมายของสิ่งเหล่านั้นมาจะดีที่สุด


5.ความเห็นส่วนตัว / วิจารณ์ : บล็อกแนวนี้เป็นการหยิบเรื่องที่เราต้องการจะแสดง

ความเห็นหรือวิจารณ์มาพูดคุยกับผู้อ่านในแบบของตัวเองข้อสำคัญเลยที่ท่านจะต้อง

ระลึกไว้เสมอๆคืออย่าไปกันความคิดผู้อื่นยอมรับความเห็นที่แตกต่างและไม่อคติใน

การนำเสนอข้อมูลถ้ามีอคติหรือเอนเอียงก็ไม่ต่างจากบล็อกปลุกปั่นหรือภาษาบ้านๆ

เรียกว่า " เสี้ยม "  นั่นเอง


6.เกาะกระแส : ง่ายๆอะครับ อะไรที่เป็นที่พูดถึงหรือฮือฮาอยู่ในกระแสสังคมท่านก็

จับเอามาเป็นประเด็นขยี้ๆมันซะ เช่น เรื่องวอลเล่บอล หมีแพนด้า คุณตันแจกนั่นแจกนี่

วงโยขอทานดาราคนนั้นได้กับคนนี้การจะทำบล็อกแนวนี้ท่านจะต้องเป็นคนที่ติดตาม

ข่าวสารกระแสสังคมมากคนนึงเลย หูไวตาไวเพราะกระแสพวกนี้ผ่านมาผ่านไปช้าอด

ไม่ทันกินเขาถ้าใครสามารถเดาเหตุการณ์หรือวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ล่วงหน้าว่ากระแส

ที่น่าจะจุดติดในอนาคตคืออะไรก็เล่นมันไว้เบาๆก่อนพอเริ่มมีกระแสคนก็จะเริ่มค้นหา

หลังจากนั้นท่านก็เอามาขยี้อีกทีทำลิ้งต่อมาจากสิ่งที่เล่นเอาไว้ก่อนหน้านั้น รับรองฉลุย


7.นำเสนอข่าว : การเสนอข่าวโดยทั่วไปแน่นอนท่านคงสู้เว็บข่าวดังๆไม่ได้หรอกลอง

ใช้ข้อมูลเนื้อหาของข่าวมาเล่า คุยข่าวใส่ความเห็น เสริมความรู้ทัศนคติส่วนตัวลงไป

ดูสิครับและบางครั้งก็โยนโจทย์ในข่าวนั้นๆกลับไปให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นบ้าง

เป็นการสื่อสารกับผู้อ่านได้ดีอีกทางนึงเลยทีเดียว


8.เอนเตอร์เทน : ไม่ต้องคิดไรมากอะไรที่สร้างสรรคืสนุกน่าสนใจไม่ต้องอิงวิชาการ

ไม่ต้องใช้ความเห็นอะไรมากมายเอาสนุกคลายเครียดจัดไปเลยครับแต่ต้องอยู่ใน

ขอบเขตไม่ไป" ละเมิดลิขสิทธิ์ "ใครเขาหล่ะ


 บล็อกเทพ  : เป็นประเภทนักเขียนบล็อกข้าของข้าอยากทำไรก็ทำจะพิมพ์อะไรลง

ไปจะทำอะไรที่ใจอยากตามสบายชิวๆไม่เน้นอะไรทั้งนั้นเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่องตาม

ราวขอแค่ไม่ไปทำผิดต่อใครไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียผิดกฏหมายก็พอแล้ว จริงไหมละครับ

บรรดาบล็อกเทพ


 * แต่สิ่งที่ทุกบล็อกทุกสไตล์ต้องการ ยกเว้น " บล็อกเทพ " คือ " การโปรโมต "  ให้คน

รู้จักที่เหลือก็อยู่ที่คุณภาพของเนื้อหาคุณแล้วหล่ะครับ




SOS คืออะไร





SOS คืออะไร 


             ตอบ SOS อาจจะ ย่อมาจาก Save Our Souls(โปรดช่วยรักษาวิญญาณของเรา)

(เซฟ อาวเวอรฺ โซลส์) เป็นคำ ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ขอความช่วยเหลือ เมื่อ

เวลามีเหตุคับขันใช้ในการขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การขอความช่วยเหลือ เมื่อ

เกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นรหัสมอร์สไว้ใช้เมื่อในภาวะฉุกเฉินเป็นสัญญาณแสดงภัยพิบัติสากล

(...  ––– ...) รหัสมอร์ส จุด 3 ขีด 3 จุด 3 ซึ่งบัญญัติตั้งแต่ปีค.ศ.1908 ให้เป็นสัญญาณ

แสดงภัยพิบัติสากล



... คือตัว S --- คือตัว O ... คือตัว S ได้เป็น SOS เป็นรหัสมอร์สที่ง่ายมากและสะดวกที่

จะใช้ขอความช่วยเหลือที่เร่งด่วนซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในเหตุรายทางทะเล เพราะ ชาวเรือ

ใช้แค่รหัสมอร์สในการติดต่อสื่อสารโดยเฉาะในเหตุด่วนเหตุร้ายเช่น เรือประสบอุบัติเหตุ

เรือจะล่ม ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ บางคนอาจจะแปลว่า Save Our Ship (ช่วย

เรือของพวกเราด้วย) หรือ Save Our Sea ก็ได้ (ใช้ในเรือ) แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่

ภาษาที่ใช้สื่อสารปกติหรอกครับไม่น่าจะมีคำแปลเพราะเป็นแค่รหัสมอร์สที่เข้าใจตรงกัน

ว่า ข้อความช่วยเหลือในเหตุคับขันอย่างเร่งด่วน  ศึกษารหัสมอร์สได้ ที่นี่ ครับ เอาไว้

เป็นสาระ ความรู้ ว่า SOS  มันคือรหัสขอความช่วยเหลือแล้วกันครับ

SOS คืออะไร สำหรับท่านที่สงสัยมานานคงพอทราบคตำตอบกันบ้างแล้วนะครับ



บทความน่าอ่าน




บทความน่าอ่าน

     หมวดหมู่นี้เป็นการรวบรวมเอาบทความที่น่าสนใจ บทความน่าอ่าน สาระ

ความรู้รอบตัวมาไว้ให้ผู้อ่านได้มาหาความรู้ที่ท่านได้สนใจจัดเรียงเอาไว้ในหมวด

หมู่ของบล็อกเราแล้วครับ
















     8. 11 คําถามสัมภาษณ์งาน ที่ได้ยินบ่อย


     9. 15 การเตรียมตัวก่อนรับปริญญา


     10. 15 ข้อควรรู้เด็กฝึกงานและพนักงานที่ดี


     11. คำนิยาม มนุษย์ป้า คืออะไร


     12. 10 วิธีการประหยัดเงินในกระเป๋า


     13. 12 พฤติกรรมเด่นของนักเล่นยูทูป Youtube


     14. 16 สิ่งที่ไม่ควรทำในการสัมภาษณ์งาน


     15. 15 เสน่ห์มัดใจสาว


     16. 10 เทคนิคการพูดดีๆมีเสน่ห์


     17. นั่งแท็กซี่(คนเดียว)ให้ปลอดภัย


     18. เกรียน 10 จำพวก


     19. คาถาปราบเกรียนคีย์บอร์ด


     20. คุณมีเพื่อนร่วมงานแบบไหน


     21. วิธีการโฆษณาโปรโมทสินค้า


     22. การละเล่นสมัยเด็กๆ ที่คุณคิดถึง มีอะไรบ้าง



     23. ทำไมฮ่องเต้มีนางสนมเยอะ


     24. รถบ้าน คือ


     25. รถ suv คือ


     26. วิธีดูรถบ้าน รถมือสอง รถเต้นท์


>>> หน้าถัดไป บทความน่าอ่าน 2

ถ้ามีข้อมูลและบทความเยอะกว่านี้ ทางบล็อกจะเขี้นหน้าใหม่เพื่อความเป็นระเบียบ

ง่ายต่อการจัดการครับผม




ชื่อสกุลเงิน อาเซียน




ชื่อสกุลเงิน อาเซียน


วันนี้เราจตะมาดูกันว่าในอาเซียนมีสกุลเงินชื่อว่าอะไรกันมั่ง ของประเทศอะไร

ชื่ออะไรอัตราแลกเปลี่ยนนั้นอยู่ที่ประมาณไหน



1.ประเทศบรูไนดารุสซาลาม


 - ดอลล่าร์บรูไน  BND  (สารมารถใช้ใน บรูไน และ สิงคโปร์ได้)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1 ดอลลาร์บรูไน (BND) =  25.53 บาทไทย (THB)



2.ประเทศกัมพูชา


 - เรียลกัมพูชา (KHR)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 124.56 เรียลกัมพูชา (KHR) =  1 บาทไทย (THB)



3.ประเทศินโดนีเซีย


 - เงินรูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1,000 รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) =  2.65 บาทไทย (THB)



4.ประเทศลาว


 - กีบลาว (LAK)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1,000 กีบลาว (LAK) =  4.01 บาทไทย (THB)



5.ประเทศมาเลเซีย


 -  ริงกิตมาเลเซีย (MYR)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1 ริงกิตมาเลเซีย (MYR) =  9.89 บาทไทย (THB)



6.ประเทศพม่า (เมียนม่าร์)


 -จ๊าดพม่า (MMK)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 100 จ๊าดพม่า (MMK) =  3.26 บาทไทย (THB)



7.ประเทศฟิลิปปินส์


 - เปโซของฟิลิปปินส์ (PHP)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 10 เปโซของฟิลิปปินส์ (PHP) =  7.26 บาทไทย (THB)



8.ประเทศสิงค์โปร


 - ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) =  25.53 บาทไทย (THB)



9.ประเทศไทย


 - บาทไทย (THB)(อย่างไม่เป็นทางการ แถบประเทศลาวในบางเมืองสามารถใช้


เงินไทยซื้อสินค้าได้)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 32.05 บาทไทย (THB) =  1 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)



10.ประเทศเวียดนาม


 - ด่งเวียดนาม (VND)(หรือบางคนติดบาทว่าเงินดอง หรือ ด่ม)


อัตราแลกเปลี่ยน :: 1,000 ดงเวียดนาม (VND) =  1.52 บาทไทย (THB)



*** อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาไม่แน่นอน