แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เขียนบทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เขียนบทความ แสดงบทความทั้งหมด

ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ 2




ข้อควรระวังในการเขียนบทความ 2




5.ภาพแทนข้อมูล (ไม่ใช่เฟสบุ๊ค)


ถ้าเป็นในเฟสบุ๊ค facebook นั้นการอัพเพจนั้นการใช้รูปสื่อสารกับลูกเพจกับคนอื่น

นั้นย่อมดูดีมากกว่าเพราะทำให้เข้าใจง่าย แต่ในเว็บหรือบล็อกนั้นคุณควรจะมีข้อมูล

ที่เป็นตัวหนังสือได้ด้วยเพราะมันมีผลต่อหน้าการค้นหาของ search engine ถ้ามีแต่

รูปไม่มีเนื้อหาจะเสียเปรียบในด้านนี้เป็นอย่างมาก



6.เว้นวรรค ย่อหน้า


การเขียนบทความนั้นจังหวะช่องไฟ เว้นวรรคก็สำคัญเว้นวรรคให้ถูกจังหวะให้คำ

ต่อเนื่องไม่ใช่พิมพ์2-3 ประโยคเว้นทีนึงแบบ งงๆ เช่นฉันไปเที่ยว ที่ภาคเหนือ 

แหม่มันช่างสวยงามมาก ฉันเลย คิดว่าจะ เขียนบทความ เพื่อเล่าเหตุการณ์ (-..-)

(เว้นเยอะไปไม่สวยเลย) กับแบบนี้  .. ฉันไปเที่ยวที่ภาคเหนือ แหม่ มันช่างสวยงาม

มาก ฉันเลยคิดว่าจะเขียนบทความเพื่อเล่าเหตุการณ์ดูดีกว่ากันตั้งเยอะเช่นเดียวกัน

กับการย่อหน้าสมควรย่อหน้าในช่วงที่กำลังขึ้นหัวข้อหรือพูดในเรื่องที่แปลกแยก

ออกไปจากเรื่องข้างต้นเช่นคุณพูดถึงเรื่องสัตว์เลี้ยงอย่างแมวอยู่ในย่อหน้าแรก 

พอจะมาพูดถึงสุนัขคุณควรขึ้นบรรทัดใหม่ แล้วย่อหน้าเป็นอีกเรื่องนึงให้ชัดเจน

ไปเลยคนอื่นจะได้เห็นความแตกต่างของเนื้อหาและอ่านง่ายขึ้น



7.ความถูกต้อง ภาษา และคำหยาบ


ความถูกต้อง - ของภาษาที่ใช้ เช่น สระ พยัญชนะ ภาษาอังกฤษ การเรียกทับซับ 

คำที่ให้ความหมายต้องชัดเจนและเข้าใจไม่เขียนคำผิด


ภาษา - อย่าพยายามใช้ภาษาวิบัติ หรือภาษาพูดนำมาเขียน เช่น อยู่ เขียนเป็น 

อยู่เป็น เขียนเป็น เปน อย่างนี้ต้องระวังครับ


คำหยาบ - อย่าพยายามใช้คำหยาบลงในบทความของเรามันจะทำให้ดูไม่สุภาพ

ผู้อ่านที่ชอบคำหยาบก็มีเยอะ คนที่ชอบก็มีแต่คนที่ชอบคำหยาบก็สามารถอ่านแบบ

ไม่หยาบได้ธรรมดามาตราฐานแต่คนที่ไม่ชอบคำหยาบนั้นถ้าเจอบทความหยาบๆ

ก็ปิดหนีไปเลยเสียผู้อ่านไปน่าเสียดายนะครับ



8.ไม่อคติ เอนเอียง


ควเขียนบทความตามความเป็นจริงไม่เอนเอียงหรืออคติต่อสิ่งใดมากเกินไป

คนที่เขียนได้ถูกหลักความเป็นจริง มีหลักฐานและหลักการไม่เอนเองมักได้รับความ

นิยมจากผู้อ่านเพราะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ลำบากใจแม้จะเป็นฝ่ายซ้ายหรือขวา

ก็ตาม เพราะทุกอย่างอยู่บนหลักความเป็นจริง



9.ตรวจทาน


ตรวจสอบความถูกต้องของบทความ ทั้งภาษา การเขียน ข้อมูล และเรื่องที่จะเขียนว่า 

เขียนถูกเขียนครบ ตรงตามประเด็นหรือไม่


ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ



ประเภทนักเขียนบล็อก & บทความ







ประเภทนักเขียน 


          บทความนี้เราจะมาดูกันว่าประเภทของนักเขียนต่างๆที่ทางเรานั้นนำเสนอ

นั้นมีแบบใดกันมั่ง และถ้าท่านเป็นนักเขียนท่านจะอยู่ในประเภทใดมาลองดูกัน

ประเภทนักเขียน ต่างๆที่ทางเราพอจะจับประเด็นและแยกประเภทออกมาให้ท่านดู

ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่


การเขียนบทความ



1.ชี้นำ

ท่านเป็นผู้เขียนบทความที่สรุปและออกความเห็นของตัวเองเพื่อให้คนอื่นคล้อยตาม

จูงใจและผลักดันความคิดตัวเองหรือแม้กระทั่งนำเสนอ โปรโมทมักเป็นบทความที่ค่อน

ข้างเป็นไปตามความต้องการของผู้เขียนหรือบทความโปรโมท และขายสินค้าก็ตามแต่



2.ลาก Coppy & Paste

ไม่ต้องพูดมากมากความลอกของคนอื่นมาทั้งดุ้น ที่จริงไม่จัดอยู่ในผู้เขียนบทความ

หรือเขียนบล็อก แต่ที่หยิบมานั้นอยากจะบอกว่าทุกอย่างมีลิขสิทธิ เป็นของผู้สร้างสรรค์

ถ้าไม่ได้รับอนุญาตเจ้าของบทความสามารถดำเนินคดีกับคนที่ลอกบทความมาได้ แต่

ส่วนใหญ่มักใช้วิธีการให้เครดิต ทำลิ้งกลับ ต่างๆนานาแต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตซะก่อน

ก็ผิดอยู่ดี



3.จับนิดผสมหน่อย รีไรท์ (rewrite)

การเขียนจากบทความของคนอื่นนำมาดัดแปลงยำนิดผสมหน่อย ปรุงๆไป (แหมะพูด

ยังกะทำยำวุ้นเส้น) เอาบทความคนอื่นที่มีโครงอยู่แล้วมาเขียนเล่าใหม่ในแบบของ

ตนเองมาผสมกับตัวเราเอง ซึ่งมันก้ไม่ผิดอะไร แต่มันก็ดูจะไม่สมควรไปนิดแต่ก็ทำได้

ถ้าเราไม่ได้ลอกเขามาทั้งดุ้นแค่นำแนวทางมาเขียนต่อเป็นของตัวเองเป็นทางลือกที่ดี

สำหรับเวลาที่ไอเดียหรือบทความที่เรานำมาเป็นต้นแบบนั้นดีมากจนเราอยากจะเขียน

ใหม่ในแบบตัวเอง



4.เรื่อยเปื่อย

อยากพิมพ์ไรก็พิมไปบ่นไปตามเรื่องออกแนวไดอารี่ จับประเด็นนู้นนั่นที่อยากเขียน

มาเขียนแล้ววิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยในแบบของเราเอง



5.ขำขัน

คุณเป็นพวกที่เขียนบทความสไตล์ไหนก็แล้วแต่ มักจะแฝงความตกสนุกสนานเอาไว้

อยู่เสมอนี่เป็นอีกเทคนิคการเขียนบทความที่ทำให้ผู้อ่านติดตามในบทความที่คุณ

เขียนแต่บางทีตลกมากไปก็ไม่ได้สาระผู้อ่านอาจจะหนีก็เป็นได้



6.วิชาการ ความรู้ ประโยชน์

คุณเป็นผู้ให้ความรู้แน่นอนว่าข้อมูลที่ให้นั้นไม่ว่าจะเรื่องใด จำเป็นมากที่จะต้อง

เป็นความจริงและได้รับการยืนยันแล้วว่ามันจริงไม่งั้นคุณอาจจะซวยได้ถ้าโดน

ตอกกลับเรื่องข้อมูลหือโดนแฉว่ามั่วละก็ความน่าเชื่อถือของตัวคุณและบทความ

ที่คุณเขียนไม่ใช่แค่บทความที่มีปัญหาอย่างเดียวบทความก่อนหน้านี้และบทความ

หลังจากนี้ที่จะเขียนอาจจะโดนลดความน่าเชื่อถือลงไปอีก เรื่องข้อมูลที่ผิดนับเป็น

ข้อห้ามในการเขียนบทความ



7.เกาะกระแสสังคม

คุณมักจะเลือกเขียนสิ่งต่างๆรอบตัวที่เป็นกระแสสังคมหรือเป็นเรื่องที่คุณอาจจะจุด

ประเด็นมันขึ้นมาเองทำให้เป็นกระแส อยู่ที่คุณแล้วว่าจะเป็นผู้จุดหรือผู้ตามอันนี้

ค่อนข้างมาไวไปไว แต่ช่วงที่มันมานั้นด้วยกระแสจะทำให้มันเป็นที่สนใจอย่างมาก

จากทุกคน



8.ตั้งท่ารอจังหวะ สเต็ปพระเจ้า

คุณเป็นพวกรอของหวานด้วยความใจเย็นเวลามีเหตุการณ์อะไรจะชิงจังหวะชิงความ

ได้เปรียบผู้อื่นเปิดประเด็นหรือหาข้อมูลเชิงลึกของเรื่องนั้นๆและแสดงความเห็นด้วย

ความชาญฉลาดตบท้ายเหมือนรอจังหวะเออ ออ หรือเล่นตามน้ำถ้าดี ถ้าไม่ดีก็ชิง

จังหวะต่อต้านตามกระแสสังคมเหมือนผู้ที่สวรรค์ส่งมาโปรดไม่เคยผิดแพ้ไม่ได้

(สเต็ปพระเจ้า) ซึ่งเรียกว่าตีกินแบบนิ่มๆมักจะเป็นในหมวดของผู้ที่มีฐานผู้อ่านและ

ผู้ติดตามบทความของคุณอย่างหนาแน่นเรียกได้ว่าบางคนพูดไรเหล่าสาวกก็เชื่อ

ตามเลยทีเดียว



9.บทความ นิช niche

คุณมีความชำนาญเฉพาะทางเช่นกีฬา ฟุตบอล การเงิน การหาเงินทางเน็ต เรื่องหุ้น

เรื่องตกปลา การหาเงินจากเกมเรื่องที่เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มค่อนข้างเจาะจงถ้าคุณมี

ความชำนาญหรือเข้าใจและชอบในเรื่องที่เป็นเฉพาะเจาะจงและมีความต้องการ

ของผู้อ่านที่เยอะผู้สนใจที่เยอะแล้วละก็ รับรองว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องพึ่งการค้นหา

จาก เสิร์ช มากมายนักแค่โปรโมทและทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายดีๆเป็นการ

บอกต่อ ก็จะทำให้ผู้อ่านวนเวียนเข้ามาอ่านบทความของคุณไม่ขาดสายแล้ว

(ต้องเป็นบทความคุณภาพด้วยนะจ๊ะ)



10.ตามสภาพ แนะนำ (ไม่ชี้นำ)

คุณที่เขียนบทความสไตล์นี้ถ้าเป้นการเขียนถึงหนังก็คือการสปอยด์ดีๆนี่เอง ฮ่าๆๆ

แต่การเขียนแบบไม่ชี้นำแบบนี้แล้วถ้าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทำให้คนได้วิเคราะห์

ตามหลักการของตัวเองเหมือนการเอาข้อมูลมาให้คนเลือกข้อมูลที่เรามีมาใส่ลงไป

ในบทความแล้วผู้อ่านจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็เป็นวิจารณญาณของตัวผู้อ่านเอง

ผู้เขียนเป็นแค่ผู้บอกเล่าบอกข้อเท็จจริงที่ได้พบ ได้เห็น ได้เจอ ได้รับมา เช่น

เหตุการณ์รถชนใครผิดหรือถูกไม่รู้แต่ผู้เขียนนำมาบอกเล่าเรื่องราวตามที่ได้เห็นมา

ทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับฟังและพิจารณาเอาเองโดยไม่ขี้นำ หรือการเล่าเรื่องหนังที่ไปดู

ว่ามีอารมณ์อย่างไร บทประมาณไหนแต่ไม่ได้ชี้นำว่าควรเป็นอย่างไร หรือการนำ

ข้อมูลตัวนักกีฬา การเมือง ข้อมูล ข้อเท็จจริงโดยพื้นฐานของความเป็นกลางไม่

บิดเบือนให้ผู้อ่านคิดเอาเองตามแต่ใครจะคิดยังไง (แนวนี้มันใกล้เคียงกับสื่อใน

อุดมคติเลยนะ ย้ำว่าสื่อที่ดีต้องเป็นแบบนี้)







ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ






ข้อห้ามควรระวังในการเขียนบทความ



                    การเขียนบทความตามเว็บไซค์ตามบล็อกหรือในเพจ facebook

ต่างๆคงรู้ว่างานเขียนถ้าทำได้ดีมีคนชอบในวลีในลายเซ็น(ลักษณะการเขียน)

ของเรานั้นย่อมส่งผลดีแก่ทั้งเราและผู้อ่านถ้าเรื่องที่เขียนนั้นดี แต่ทุกคนย่อม

ทราบว่างานเขียนบทความที่พลาดและไม่ระวังก็อาจจะดับอนาคตหมดทาง

ของคุณได้ถ้าคุณไม่ระวังในการเขียน สำหรับมือเก๋า นั้นแน่นอนว่ามีสไตล์และ

ความชำนาญและรู้วิธีการเขียนยังไงหรือทำยังไงให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

อยู่แล้ว


     แต่ถ้าเป็นมือใหม่ (แบบผม) จะทำยังไงดีละเราควรจะระวังตรงไหนและมี

ข้อห้ามอะไรที่สำคัญที่เราไม่ควรจะทำมั่ง วันนี้ตามที่ผมได้เขียนบทความลง

บล็อกมาก็พอจะสรุปได้ว่าข้อควรระวังและข้อห้าม ของการเขียนบทความ

สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการศึกษาว่าไม่ควรทำอย่างไรหรือควรทำแบบไหน

เวลาเขียนบทความของเรา

ข้อห้ามการเขียนบทความ


1.อย่าดัก


หัวข้อหรือการปูเรื่องทำให้น่าสนใจได้ด้วยหลายๆวิธี การชักจูงใจหยิบประเด็นน่า

สนใจต่างๆมาจั่วหัวข้อไว้ แต่อย่าตั้งหักข้อดัก เหมือนที่เขาเรียกว่า "   ดักควาย "

อย่าทำให้ผู้อ่านดูเหมือนคนโง่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ถ้าวลีไม่เจ๋งพอหรือบทความคุณ

ไม่ดึงดูดพอบางครั้งหัวเรื่องกับเนื้อหาแทบไม่เกี่ยวกันเลยแทนที่จะให้ผู้อ่านอภัย

ให้คุณในการตั้งชื่อบทความแบบดักควายแบบนี้คุณเองก็อาจโดนด่าเละเทะได้

เหมือนกัน



2.อย่าทำให้ฉันตาลาย


สีฟอนท์ ตัวอักษรถ้าเป็นในเฟสบุ๊คคงจะไม่มีปัญหาเพราะส่วนใหญ่เลือกสีไม่ได้

นอกจากวิธีพิเศษ (มั้งนะครับไม่แน่ใจ) แต่ในเว็บหรือบล็อกแล้วไซร้การเล่นสีเน้น

คำนั้นทำได้แต่อย่าให้ลายไปทั้งหน้า จนดูสกปรกและอ่านยากมากครับอันนี้บอก

เลยไม่ได้สวยอะไรเลย ทำสีที่หัวข้อนั้นเพื่อเน้นหัวข้อหลักได้ และเป็นการเน้นที่ดี

แต่ถ้าจะเล่นสีไปทั้งหน้านั้นบอกเลยว่าอย่าทำตาลายแลดูสกปรกไม่น่าอ่านเลย

แม้บทความคุณจะดีแต่อ่านยากเขาก็ไม่อยากจะอ่านนะครับตัวอย่าง  .....

ตาลายมั้ยละ ครับท่นผู้ชมมมมมมมมมโฮ๊ะๆๆๆ  



3.ไม่ต้องทำซาวด์ประกอบ


ถ้าบล็อกคุณสร้างมาเพื่อลงบทความให้คนได้อ่านกัน ไม่ต้องมี วิดเจ็ตหรือ

วิทยุอะไรที่มีเสียงแทรกในตัวเว็บไซค์หรือเว็บบล็อกหรอกครับนอกจจากบางที

โหลดช้าแล้วยังทำลายสมาธิผู้อ่านที่จะต้องมานั่งปิด บางทีซ่อนไว้หาที่ปิด

ไม่เจออีกถ้าจะเขียนบทความควรมุ่งไปที่ตัวบทความให้ผู้อ่านเข้ามาอ่าน

มากกว่า



4.โหลดหน้าเว็บช้า


ของแต่งเว็บ บริการเสริมนั่นนี่ โชว์รูปใหญ่ๆกินทรัพยากรมหาศาลก็เพลาๆลงไป

มั่งนะครับสงสารคนเน็ตเต่าด้วยบางครั้งตั้งใจจะเข้ามาอ่านบทความเจอเว็บ

โหลดช้าเข้าไปถึงกับตัดใจไม่อ่านเลยก็ได้ ถ้าปัญหาไม่ได้เกิดที่เราเกิดที่ผู้ให้

บริการเซิฟเวอร์ ก็ควรแจ้งให้เขาแก้ไขหรือหาผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและไร้

ปัญหาตามเว็บบอร์ดทำเว็บไซค์มีให้คุณปรึกษามากมายครับเรื่องผู้ให้บริการ

>>> หน้าถัดไป

----------------------------------------------------------------------


การเขียนบทความ และ บล็อก(Blog)





บล็อก (Blog) และการเขียนบทความ


       หมวดหมู่นี้พูดถึงเรื่องการเขียนบทความ และ การเขียน Blog และ

การเขียนบทความลงใน บล็อก ต่างๆ เรื่องเกี่ยวกับการเขียนบทความ 

ลงในบล็อก

















     11. บล็อก มีประโยชน์อย่างไร


     12. บล็อก (Blog money) หาเงินอย่างไร


     13. 11 เทคนิคการเขียนบล็อกดัง (เรียกคนเข้าเยอะๆ)
   

     14. ได้อะไรจากการเขียนบล็อก (อย่างจริงจัง)


     15. 10 อุปสรรคของการเขียนบล็อก


     16. แนวทางการเขียนบล็อก


     17. บล็อกน่าเบื่อ (เป็นแบบไหน)


     18. บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน(BLOG)


     19. บล็อกดีกว่าเฟสบุ๊คอย่างไร (BLOG)


     20. บทความที่ดีควรเป็นอย่างไร


     21. การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด

หน้าถัดไป >>>


เมื่อบทความในหน้านี้ที่เกี่ยวกับเรื่องของ บล็อก และบทความนั้นมีตำนวนมากกว่า

30 บทความแล้วทางเราจะขอนำไปไว้ในหน้าถัดไปเพื่อไม่ให้ลิ้งในแต่ละหน้าเยอะ

เกินไปครับ และจะได้ดูสบายตามากขึ้นด้วย สำหรับบทความเกี่ยวกับบล็อก