แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอล แสดงบทความทั้งหมด

13 กรกฎาคม 1930 ฟุตบอลโลกครั้งแรก

 


13 กรกฎาคม 1930 ฟุตบอลโลกครั้งแรก

FIFA World Cup หรือที่มักเรียกง่ายๆ ว่าฟุตบอลโลก เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ

ระหว่างทีมชาติชายสมาชิก Fédération Internationale de Football Association (FIFA) 

จัดขึ้นทุก ๆ สี่ปี ครั้งแรกจัดขึ้น ในปี 1930 ยกเว้นในปี 1942 และ 1946 เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง

โดยจัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาใต้ คือประเทศอุรุกวัย แชมป์บอลโลกครั้งแรก แชมป์คือ อุรุกวัย  

 โดยชนะ อุรุกวัย 4 - 2 อาร์เจนตินา  ทำให้อุรุกวัยเป็นชาติแรกที่เป็นเจ้าภาพและได้แชมป์บอลโลก

เป็นชาติแรก


ฟุตบอลโลกเป็นการแข่งขันฟุตบอลสมาคมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก รวมถึงเป็นการแข่งขันกีฬา

รายการเดียวที่มีผู้ชมและติดตามมากที่สุดในโลก


ถึงจะแข่งขันกันมาอย่างยาวนานแล้ว แต่มีเพียง 8 ประเทศเท่านั้น ที่เคยสัมผัสกับแชมป์รายการนี้ คือ


บราซิลชนะ 5 ครั้ง เป็นทีมเดียวที่ได้เล่นในทุกรอบทัวร์นาเมนต์ที่จัดแข่ง 


เยอรมนีและอิตาลี 4 ครั้ง 


อาร์เจนตินา 3 ครั้ง 


ฝรั่งเศส และ อุรุกวัย แชมป์เก่า คนละ 2 ครั้ง 


อังกฤษกับสเปนอย่างละ 1 ครั้ง ( ข้อมูลหลังจบ ฟุตบอลโลก 2022 ที่การ์ต้า ที่จัดขึ้นในเอเชีย )


การจัดแข่งขันครั้งแรกมาจากเหตุผลที่ว่า เพื่อเป็นการฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของการได้รับ

เอกราชในปี 1930 ของอุรุกวัย


ฟีฟ่าจึงเสนอชื่ออุรุกวัยเป็นประเทศเจ้าภาพของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก 


โดยทีมที่ได้เข้าแข่งขันครั้งแรกนี้มาจากการรับเชิญ 13 ทีม 7 ทีมจากอเมริกาใต้ 4 ทีมจากยุโรป 

และ 2 ทีมจากอเมริกาเหนือ

เดิม 16 ทีมต่อไปนี้ผ่านเข้ารอบสำหรับทัวร์นาเมนต์สุดท้าย อย่างไรก็ตาม มี 13 ทีมเข้าร่วมเนื่องจาก

การถอนตัวของอียิปต์ ญี่ปุ่น และสยาม ( โอ้ย สยามเพคะ )


- 7 ทีมจากอเมริกาใต้ = Uruguay / Peru / Chile / Bolivia / Paraguay / Argentina / Brazil


-  2 ทีมจากอเมริกาเหนือ = Mexico / United States


- 4 ทีมจากยุโรป = France / Belgium / Romania / Yugoslavia


โดยเริ่มแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 30 กรกฎาคม 1930 การแข่งขันทั้งหมดเล่นในเมืองหลวงของอุรุกวัย

 มอนเตวิเดโอ 


ส่วนใหญ่ที่สนาม Estadio Centenario ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันนี้ จุ 9 หมื่นที่นั่ง  

และยังมีสนาม Estadio Gran Parque Central / Estadio Pocitos


13 ทีมถูกแบ่งออกเป็นสี่กลุ่มโดยกลุ่ม 1 มีสี่ทีมและอีกสามทีม 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเล่นในรูปแบบ 

Round-Robin โดยผู้ชนะทั้งสี่กลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอาที่ 1 ของแต่ละกลุ่ม เข้าไปรอบรอง 

โดย มี อเมริกา ยูโกสลาเวีย อุรุกวัย อาร์เจนติน่า เข้ามาเป็นที่ 1 ของแต่ละกลุ่ม เข้ารอบรอง


โดยรอบรอง อุรุกวัยชนะ ยูโก 6-1 / อาร์เจนติน่า ชนะ อเมริกา 6-1


รอบชิง อุรุกวัย ชนะ อาร์เจนติน่า 4-2 


ดาวซัลโวของ บอลโลกครั้งแรกนี้ คือ Guillermo Stábile (กิเยร์โม เอสตาบิเล่) ที่ 8 ประตู


ทั้งทัวร์มีการทำ 70 ประตูจาก 18 นัด เฉลี่ย 3.89 ประตูต่อนัด




ฉายาทีมในบอล 2022 ปีนี้ คืออะไรกันบ้าง

 


ฉายาทีมในบอล 2022 ปีนี้ คืออะไรกันบ้าง

ข้างหน้าเป็นฉายาไทยที่คนไทยคุ้นเคยหรือเรียก และข้างหลังจะเป็นฉายาของสากลที่เรียกๆกัน

ทั่วโลก พร้อมคำแปลนะคับ แชมป์ 2018 ก่อนหน้านี้ คือ ฝรั่งเศส ส่วน  ปี2022 นี่จะเป็นใครมาดูกัน


ฉายาทีมในบอล 2022 ปีนี้ คืออะไรกันบ้าง


A


1. กาตาร์ : ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย (The Maroon) สีชาด สีแดงม่วงเข้ม



2. เอกวาดอร์ : ทีมแร้ง / La Tri (The Tri) La Tricolor (The Tricolors) สามสี หรือไตรรงค์



3. เซเนกัล : สิงโตแห่งเตรังก้า สิงโตแห่งกาฬทวีป **สิงโตเป็น 1 ใน สัตว์ BIG 5 ของ ทวีปแอฟริกา 

/ Lions of Teranga  สิงโตแห่งเตรังก้า



4. เนเธอร์แลนด์ : อัศวินสีส้ม, กังหันลม , กังหันสีส้ม , เดอะ ฟลายอิ้ง ดัทช์แมน /  (Oranje - สีส้ม ,

 Holland - ฮอลแลนด์ , Clockwork Orange - ฟันเฟืองสีส้ม , The Flying Dutchman)



B


5. อังกฤษ : สิงโตคำราม / The Three Lions สิงโตสามตัว



6. อิหร่าน : นักรบแห่งเปอร์เซีย / ทีมเมลลี Team Melli - ทีมชาติ ในภาษาเปอร์เซีย ,Persian Stars ,

 Shiran e Iran - สิงโตอิหร่าน , The Lions of Persia - สิงโตแห่งเปอร์เซีย , Shirdelan - หัวใจสิงโต ,

 Princes of Persia - เจ้าชายแห่งเปอร์เซีย , Youzpalangan - เสือชีตาห์ ส่วนใหญ่จะใช้อันแรก 

อันหลังๆนั้นเป็นฉายาเก่าหรือเอกลักษณ์เก่าๆที่เรียกกัน



7. สหรัฐอเมริกา : ยูเอสเอ็มเอ็นที , พญาอินทรี , เดอะ แยงส์ , ดวงดาวและลายพริ้ว / The Stars and

 Stripes , The Yanks 



8. เวลส์ : มังกรแดง (The Dragon)



C


9. อาร์เจนตินา : ฟ้า-ขาว (La Albiceleste อัลบิเซเลสเต้ )



10. ซาอุดีอาระเบีย : สิงห์ทะเลทราย , เหยี่ยวมรกต , เหยี่ยวอาหรับ (The Green Falcons - เหยี่ยวมรกต )

 The Green Men



11. เม็กซิโก : จังโก้  (El Tri - สามสี หรือ ไตรรงค์)



12. โปแลนด์ : อินทรีโปแลนด์ , ขาว-แดง , เมืองวอร์ซอร์ ( Biało-czerwoni - ขาว-แดง / Białe Orły -

 อินทรีขาว )



D


13. ฝรั่งเศส : ตราไก่ , เลอ เบรอส์   ( Les Bleus (The Blues) - สีน้ำเงิน ) ฉายาคล้ายๆ กะ เชลซี 

ทีมใน BIG 6 ที่ใช้คำว่า The Blues



14. ออสเตรเลีย : จิงโจ้ , พลพรรคซ็อคเกอร์รู (soccer + kangaroos) เป็น  Socceroos



15. เดนมาร์ก : ทัพโคนม (De Rød-Hvide - แดง-ขาว / Danish Dynamite - ไดนาไมต์เดนมาร์ก )



16. ตูนิเซีย : อินทรีแห่งคาร์เธจ  (Eagles of Carthage) ในอดีต คาร์เธจ หรือ ตูนิเซียในปัจจุบัน 

มียอดนักรบ อย่าง ฮันนิบัล บาก้า ที่มีชื่อเสียงเป็นอยางมาก



E


17. สเปน : กระทิงดุ (La Roja - สีแดง / La Furia Roja หรือ The Red Fury - แดงเดือด)



18. คอสตาริกา : กล้วยหอม ( Los Ticos - สำนวนที่ใช้สำหรับชาวคอสตาริกา ชาวคอสตาริกามักถูก

เรียกว่า ticos / El mata gigantes - ผู้ฆ่ายักษ์ ) 



19. เยอรมนี : อินทรีเหล็ก (Nationalelf - 11ขุนพลทีมชาติ ประมาณนี้ หรือแปลว่าทีมชาติ )



20. ญี่ปุ่น : ซามูไรสีน้ำเงิน , ทีมปลาดิบ (Samurai Blue) ซามูไร บูรุ



F


21. เบลเยียม :   ปีศาจแดง , ปีศาจแดงแห่งยุโรป  (Les Diables rouges - ปีศาจแดง ) The Red Devils 



22. แคนาดา : เมเปิ้ลแดง (The Canucks - แคนาดา / Les Rouges (The Reds))



23. โมร็อกโก : เสือร้ายจากกาฬทวีป , สิงโตแอตลาส ( The Atlas Lions) 



24. โครเอเชีย : หมากรุก , ตราหมากรุก , หมากรุกพิฆาต , เปลวไฟ ( Vatreni - คะนองเร้าร้อนรุนแรง 

หรือ สว่างโชาติช่วง )

 


G


25. บราซิล : แซมบ้า , เซเลเซา (A Seleção - เซเลเซา หมายถึง ผู้ที่ถูกเลือก เลือกติดทีมชาตินั่นแหละ 

ชื่อเท่ดีนะ เหล่าผู้ที่ถูกเลือก) อีกชื่อคือ  Canarinho (นกขมิ้นน้อย)



26. เซอร์เบีย : เซิร์บ , ทีมเซิร์บ (Plavi - สีฟ้า(น้ำเงิน)) (The Blues - สีฟ้า(น้ำเงิน) )



27. สวิตเซอร์แลนด์ : แดนนาฬิกา A-Team Nati(ทีมชาติ) (National Team) Rossocrociati กาชาด



28. แคเมอรูน : หมอผี / Les Lions Indomptables - สิงโตผู้ไม่ย่อท้อ (สิงห์ทรหด)



H


29. โปรตุเกส : ฝอยทอง / Navegadores(ผู้นำทาง) , Selecção (ผู้ถูกเลือก) Selecção das Quinas 

หมายถึงผู้ถูกเลือกจากธงชาติโปรตุเกส  *das Quinas คือห้าโล่ในธงชาติ



30. กาน่า : ดาวดำ (Black Stars)



31. อุรุกวัย : จอมโหด (La Celester, The Sky Blue - ฟ้าคราม)



32. เกาหลีใต้ : โสมขาว , เสือแห่งเอเชีย, พลังโสม  / (Taegeuk Warriors - นักรบแทกึก) 

ลายบนธงชาติเกาหลีใต้ (Tigers of Asia)




ทำเนียบแชมป์บอลโลก และเจ้าภาพ

 


ทำเนียบแชมป์บอลโลก และเจ้าภาพ


1. 1930 : แชมป์คือ อุรุกวัย   ฟุตบอลโลกครั้งแรก

        โดยชนะ อุรุกวัย 4 - 2 อาร์เจนตินา  เจ้าภาพคือ อุรุกวัย  ( ทำให้อุรุกวัยเป็นชาติแรกที่ได้แชมป์บอลโลก )


2. 1934 : แชมป์คือ อิตาลี   

        โดยชนะ อิตาลี 2 - 1 เชโกสโลวาเกีย ( ต่อเวลาพิเศษ )  เจ้าภาพคือ อิตาลี


3. 1938 : แชมป์คือ อิตาลี   

        โดยชนะ อิตาลี 4 - 2 ฮังการี  เจ้าภาพคือ ฝรั่งเศส


**ค.ศ. 1942 และ ค.ศ. 1946 ไม่มีการจัดการแข่งขันบอลโลก เพราะสงครามโลกครั้งที่สอง



4. 1950 : แชมป์คือ อุรุกวัย   

        โดยชนะ อุรุกวัย 2 - 1 บราซิล  เจ้าภาพคือ บราซิล


5. 1954 : แชมป์คือ เยอรมนีตะวันตก    

        โดยชนะ เยอรมนีตะวันตก 3 - 2 ฮังการี   เจ้าภาพคือ สวิตเซอร์แลนด์


6. 1958 : แชมป์คือ บราซิล   

        โดยชนะ บราซิล 5 - 2 สวีเดน  เจ้าภาพคือ สวีเดน


7. 1962 : แชมป์คือ บราซิล   

        โดยชนะ บราซิล 3 - 1 เชโกสโลวาเกีย  เจ้าภาพคือ  ชิลี


8. 1966 : แชมป์คือ อังกฤษ   

        โดยชนะ อังกฤษ 4 - 2 เยอรมนีตะวันตก ( ต่อเวลาพิเศษ ) เจ้าภาพคือ อังกฤษ


9. 1970 : แชมป์คือ บราซิล   

        โดยชนะ บราซิล 4 - 1 อิตาลี  เจ้าภาพคือ เม็กซิโก


10. 1974 : แชมป์คือ เยอรมนีตะวันตก  

        โดยชนะ เยอรมนีตะวันตก 2 - 1 เนเธอร์แลนด์ เจ้าภาพคือ เยอรมนีตะวันตก


11. 1978 : แชมป์คือ อาร์เจนตินา   

        โดยชนะ อาร์เจนตินา 3 - 1 เนเธอร์แลนด์ ( ต่อเวลาพิเศษ )  เจ้าภาพคือ อาร์เจนตินา


12. 1982 : แชมป์คือ อิตาลี   

        โดยชนะ อิตาลี 3 - 1 เยอรมนีตะวันตก  เจ้าภาพคือ สเปน


13. 1986 : แชมป์คือ อาร์เจนตินา   

        โดยชนะ อาร์เจนตินา  3 - 2 เยอรมนีตะวันตก  เจ้าภาพคือ เม็กซิโก


14. 1990 : แชมป์คือ เยอรมนีตะวันตก   

        โดยชนะ เยอรมนีตะวันตก 1 - 0 อาร์เจนตินา  เจ้าภาพคือ อิตาลี


15. 1994 : แชมป์คือ บราซิล   

        โดยชนะ บราซิล 0-0 อิตาลี ดวลลูกโทษ (3 - 2)   เจ้าภาพคือ สหรัฐ


16. 1998 : แชมป์คือ ฝรั่งเศส   

        โดยชนะ ฝรั่งเศส 3 - 0 บราซิล  เจ้าภาพคือ ฝรั่งเศส


17. 2002 : แชมป์คือ บราซิล   

        โดยชนะ บราซิล 2 - 0 เยอรมนี  เจ้าภาพคือ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นครั้วแรกที่ ทวีปเอเชีย

        ได้เป็นเจ้าภาพบอลโลก


18. 2006 : แชมป์คือ อิตาลี   

        โดยชนะ อิตาลี 1 - 1 ฝรั่งเศส ดวลลูกโทษ (5 - 3)  เจ้าภาพคือ เยอรมนี


19. 2010 : แชมป์คือ สเปน   

        โดยชนะ สเปน 1 - 0 เนเธอร์แลนด์ ( ต่อเวลาพิเศษ )  เจ้าภาพคือ แอฟริกาใต้  เป็นครั้งแรก

        ที่ทวีปแอฟริกาได้เป็นเจ้าภาพบอลโลก


20. 2014 : แชมป์คือ เยอรมนี   

        โดยชนะ เยอรมนี 1 - 0 อาร์เจนตินา ( ต่อเวลาพิเศษ )  เจ้าภาพคือ บราซิล


21. 2018 : แชมป์คือ ฝรั่งเศส 

        โดยชนะ ฝรั่งเศส 4 - 2 โครเอเชีย  เจ้าภาพคือ รัสเซีย


22. 2022 : แชมป์คือ    โดยชนะ   เจ้าภาพคือ กาตาร์


23. 2026 : แชมป์คือ    โดยชนะ   เจ้าภาพคือ แคนาดา / เม็กซิโก / สหรัฐ



มาดูกันว่า ครั้งต่อไปใครจะได้แชมป์


คำนิยามของคำว่า " เคยดูบอลหรือเปล่า ? "




คำนิยามของคำว่า " เคยดูบอลหรือเปล่า ? "

  ทำไมเวลาถามเรื่องฟุตบอล ถึงชอบตอบว่า "เคยดูบอลหรือเปล่า?"  ทำไมคำนี้ถึงพูด

ใช้แสดงความเห็นแบบโดดๆ โดยไม่มีคำอธิบายอะไรในตัวมันเลย มักจะมีคำนี้ออกมาใน

ทางที่โต้แย้งหรือถกเถียงกัน วันนี้ลองมานิยามกันดูว่าคำนี้มีความหมาย และภาพรวม

ของมันไปในทางไหนได้บ้าง เอาไว้เป็นความรู้รอบตัว*กันครับอยู่ในหมวดของ ภาษาน่ารู้*

แล้วกันนะครับ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตีความหมายและภาษา


1. เคยดูบอลหรือเปล่า : คือความมหายตรๆเลยว่าเคยดุบอลไหม ถามแบบ นิยามดีๆ

(แต่นิยามแบบนี้มีน้อย)


2. ความเห็นต่างไม่เห็นด้วย : คือคนที่ถูกถามอาจแสดงความเห็นแล้วคนถามไม่

เห็นด้วย อย่างแรงเลยถามแบบนั้นออกไปเพื่อเป็นการกระทบกระแทกโต้ตอบ


3. ดูบอลเป็นหรือเปล่า : คือบางครั้ง กติกาฟุตอลมันมีมากและต้องทำความเข้าใจ

มากกว่าที่เห็น อย่างโดนทำฟาล์ว แต่กรรมการไม่เป่าเพราะเป็นลูกได้เปรียบ

แต่นายเอ โวยวายไม่รู้เรื่อง นายบีเลยถามด้วยความรำคาญว่า ดูบอลเป็นรึเปล่า


4. คนไม่เคยดูบอลสินะ : ถึงได้แสดงความเห้นแบบนี้ออกมา (น่าจะเป็นความคิดเห็น

หรือพูดออกมาจากคนที่ไม่มีความรู้ ซึ่งมีหรือไม่มีอยู่ที่คนฟังว่าจะคิดเช่นไร)แต่ไม่

สามารถบอกได้ว่าคนพูดนั้น รู้เรื่องจริงหรือไม่ เพราะถ้าคนพูด พูดในเหตุผลที่เหมาะสม

แต่ไม่เข้าหูคนฟัง อันนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณของคนฟังเองที่จะตัดสิน ไม่มีใครผิด


5. คำตอบเท่ๆ : ตอบแบบกำปั้นทุบดินเท่ๆ แล้วไม่อธิบายต่อ เอาไว้ข่มผู้อื่น


6. เหยียดหยามดูถูก : ตามนั้น ทำเท่ดูถูก


7. คำถามเพื่อโชว์ภูมิไว้ข่มผู้อื่น : โชว์ภูมิว่าเอ้ยเอ้งดูบอลเป็นเปล่าวะ ไม่ได้เรื่อง

บลาๆๆๆ


8. ถ้าเคยดูจะไม่พูดแบบนี้ : คือคนพูดอาจจะพูดอะไรที่ไร้ซึ้งสาระมากจนทำให้

คนฟังถามแบบนี้ออกมา เพราะที่พูดมาอาจไม่เข้าเรื่องเข้าราวอย่างแรง


เลยต้องถามจี้จุดใจดำว่า เคยดูบอลหรือเปล่า ที่ปากพ่นๆออกมาแต่ละคำหนะ

เคยดูไหม ถามจริง (อะไรทำนองนี้) เช่นทีมชาติไทยชุด AFF*ทำไม ไม่เอากองหลังดีๆ

มาเล่นแทนธนบูรณ์ บลาๆ (ในเมื่อหลังเจ็บและเปลี่ยนผู้เล่นในทัวร์นาเม้นท์ไม่ได้)

จะให้ไปเอากองหลังจากไหนมาเพิ่ม