แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด

ราชวงศ์เซี่ย (Xià)

 


ราชวงศ์เซี่ย (Xià) 


ราชวงศ์เซี่ย (ประมาณ 2070 ปีก่อนคริสตกาล – ประมาณ 1600 ปีก่อนคริสตกาล


เป็นราชวงศ์สืบสายตระกูลแรกของชนเผ่าในที่ราบภาคกลาง


เชื่อกันว่าโครงสร้างทางการเมืองของราชวงศ์เซี่ยประกอบด้วยพันธมิตรชนเผ่า


หลายกลุ่มหรือหัวหน้าเผ่าที่ซับซ้อน โดยมีชนเผ่าหลักเรียกว่าชาวเซี่ย


พระเจ้าอวี่ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ให้พระเจ้าฉี่ผู้สืบราชสมบัติเป็นครั้งแรกแบบบิดาสู่บุตร


เปลี่ยนแปลงระบบการสละราชสมบัติแบบดั้งเดิมของชนเผ่า ไปสู่ระบบ


การปกครองแบบสืบสายตระกูล จึงเป็นการเริ่มต้นระบอบกษัตริย์สืบสายตระกูล


ในจีนที่ยาวนานเกือบสี่พันปี ราชวงศ์เซี่ยดำรงอยู่เป็นเวลา 470 ปี


รวมทั้งหมดประมาณ 17 พระองค์ ครองราชย์ต่อเนื่องราว 400–500 ปี 


โดยมีการสืบทอดอำนาจถึง 14 ชั่วคนสืบทอดอำนาจจากบิดาสู่บุตร 


ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากสังคมชนเผ่าไปสู่รัฐรวมศูนย์เป็นครั้งแรกที่มีการ


สืบราชสมบัติแบบสายตรงจากบิดาสู่บุตร แทนระบบเลือกผู้นำจากชนเผ่า


ก่อนที่จะถูกโค่นล้มโดยราชวงศ์ชาง 


ราชวงศ์เซี่ยเป็นราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์จีนดั้งเดิม จึงมีสถานะทางประวัติศาสตร์สูง 


และคนรุ่นหลังมักเรียกตัวเองว่า "ฮวาเซี่ย" หรือ "จูเซี่ย" ทำให้คำนี้กลายเป็นคำพ้อง


ความหมายของประเทศจีน


ราชวงศ์เซี่ย เป็นราชวงศ์ศักดินาระบบศักดินาเกี่ยวข้องกับการมอบที่ดินศักดินา


โดยกษัตริย์และขุนนางปกครองแยกจากกัน ราชวงศ์เซี่ยเป็นราชวงศ์ศักดินาตระกูลสืบทอด


ทางสายเลือดราชวงศ์แรก  ในบรรดาโบราณวัตถุจากยุคเซี่ย มีวัตถุพิธีกรรมทำจากทองสัมฤทธิ์


และหยกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงปลายยุคหินใหม่และต้นยุคสำริด


ยังไม่พบหลักฐานโดยตรงที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากลเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของราชวงศ์เซี่ย


นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายคนจึงตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของราชวงศ์เซี่ย


เมืองหลวง: หยางเฉิง (Yangcheng)


ผู้ก่อตั้ง: พระเจ้าอวี่ (大禹, Yu the Great) ผู้มีชื่อเสียงจากการควบคุมน้ำท่วม


กษัตริย์องค์สุดท้าย: พระเจ้าเจี๋ย (桀) ซึ่งถูกโค่นโดยราชวงศ์ซาง


จำนวนกษัตริย์: ราว 17 พระองค์ ครองราชย์ต่อเนื่องประมาณ 400–500 ปี


ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “ราชวงศ์จีน” ที่ต่อเนื่องยาวนาน 


หลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับราชวงศ์เซี่ยยังไม่ชัดเจน บางนักวิชาการเชื่อว่าอาจเป็นเพียง


ตำนานที่บันทึกในสมัยราชวงศ์ฮั่น แต่ก็มีการค้นพบร่องรอยวัฒนธรรม Erlitou 


แหล่งโบราณสถานเอ๋อลี่โถวที่ค้นพบในมณฑลเหอหนานตะวันตกและมณฑลชานซีตอนใต้


ที่บางคนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เซี่ย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขาดบันทึกที่เป็นลายลักษณ์


อักษรร่วมสมัย ต้นกำเนิดจากราชวงศ์เซี่ยจึงยังไม่ได้รับการยืนยัน หลักฐานโบราณคดีน้อย


และยังเป็นข้อถกเถียง 


ราชวงศ์เซี่ยเป็น ราชวงศ์แรกของจีน ที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการปกครองแบบ


ราชาธิปไตยและการสืบทอดอำนาจ แม้ยังมีข้อสงสัยทางโบราณคดี แต่ในวัฒนธรรมจีน


ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ราชวงศ์ที่ต่อเนื่องยาวนาน จนถึงราชวงศ์ชิง


** รายพระนาม ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์เซี่ย ** 



*** หน้าที่เกี่ยวข้อง ***

🔥 ประวัติศาสตร์

🔥 การ์ตูนความรู้ ประวัติศาสตร์จีน

🔥 ประวัติศาสตร์จีน

🔥 หนังสือ ประวัติศาสตร์จีน: HISTORY OF CHINA

🔥 ประวัติศาสตร์สามก๊ก : จิตวิทยา พัฒนาตนเอง


++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ประวัติศาสตร์จีนตามยุค

 


ประวัติศาสตร์จีนตามยุค


ประวัติศาสตร์จีนมีความยาวนานและซับซ้อนมากกว่า 5,000 ปี นักประวัติศาสตร์มักแบ่งออกเป็น 3 ยุค

หลักเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ดังนี้


🏞️ 1. ยุคก่อนจักรวรรดิ (ก่อน 221 ปีก่อนคริสตกาล)

ยุคก่อนประวัติศาสตร์: มีหลักฐานมนุษย์ยุคหิน เช่น มนุษย์หยวนโหม่ว และมนุษย์ปักกิ่ง


ยุคหินใหม่: เริ่มมีการตั้งถิ่นฐาน การเพาะปลูก และการใช้เครื่องปั้นดินเผา


ยุคโลหะ: พบเครื่องสำริดในราชวงศ์ซางและโจว


ราชวงศ์โบราณ:


เซี่ย (Xià)


ซาง (Shāng)


โจว (Zhōu)


👑 2. ยุคจักรวรรดิจีน (221 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 1911)

เริ่มต้นโดย จิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ฉิน ผู้รวมจีนเป็นหนึ่งเดียว

ลำดับราชวงศ์จีนตามเวลา

ราชวงศ์สำคัญ:


ฮั่น – ยุคทองแห่งวัฒนธรรมและการค้าทางสายไหม


ถัง – ยุคทองแห่งบทกวี ศิลปะ และศาสนา


ซ่ง – พัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์และการพิมพ์


หยวน – ก่อตั้งโดยมองโกล


หมิง – สำรวจโลกและสร้างกำแพงเมืองจีน


ชิง – ก่อตั้งโดยแมนจู เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน


-- ลำดับราชวงศ์จีนตามเวลา -- 




3. ยุคจีนสมัยใหม่ (ค.ศ. 1911 – ปัจจุบัน)


การล่มสลายของราชวงศ์ชิง → ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน


สงครามกลางเมือง → การแบ่งแยกระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน


การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 1949 โดยพรรคคอมมิวนิสต์


ยุคปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเติ้งเสี่ยวผิง → จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ


ปัจจุบันยุค สีจิ้นผิง 


ยุคของสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัย โดยเริ่มต้นตั้งแต่

ปี ค.ศ. 2012 เมื่อเขาขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน และต่อมาเป็นประธานาธิบดี

ในปี 2013 จนถึงปัจจุบัน


ยุคสี จิ้นผิงจึงเป็นช่วงเวลาที่จีนมีความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกอย่างลึกซึ้ง 

เป็นพิเศษ เช่น เศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ




ลำดับราชวงศ์จีนตามเวลา

 


ลำดับราชวงศ์จีนตามเวลา





ราชวงศ์เซี่ย (Xià) – 2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล

ถือเป็นราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์จีนที่มีการปกครองแบบราชาธิปไตยโดยสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูก 

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบราชวงศ์จีนที่ดำเนินต่อมายาวนานหลายพันปี



ราชวงศ์ซาง (Shāng) – 1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล

ถือเป็นราชวงศ์แรกที่มีหลักฐานทางโบราณคดีรองรับอย่างชัดเจน เป็นยุคที่จีนเริ่มมีระบบการปกครอง

ที่ซับซ้อนมากขึ้น และมีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองโดยเฉพาะด้านโลหะสำริดและการเขียนอักษร



ราชวงศ์โจว (Zhōu)

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน โดยครองอำนาจนานถึงเกือบ 800 ปี 

ถือเป็นยุคที่วางรากฐานทางปรัชญา การเมือง และวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อจีนจนถึงปัจจุบัน


โจวตะวันตก – 1046–771 ปีก่อนคริสตกาล

เป็นช่วงแรกของราชวงศ์โจว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางการเมืองและวัฒนธรรมของจีนโบราณ 

โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง “อาณัติสวรรค์” และระบบศักดินา


โจวตะวันออก – 770–256 ปีก่อนคริสตกาล

ราชวงศ์โจวตะวันออก (東周, Dōng Zhōu) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

ในประวัติศาสตร์จีน โดยเริ่มต้นเมื่อราชวงศ์โจวต้องย้ายเมืองหลวงจากห่าวจิงไปยังลั่วหยางในปี 

770 ปีก่อนคริสตกาล หลังจากเมืองหลวงเดิมถูกโจมตีโดยชนเผ่าร่ง (Rong)

ราชวงศ์โจวตะวันออกแบ่งออกเป็น 2 ยุคย่อยที่มีความสำคัญทางปรัชญาและการเมือง:


1. ยุคชุนชิว (春秋, Chūnqiū) – 770–476 ปีก่อนคริสตกาล

มีรัฐต่าง ๆ เช่น ฉี จิ้น ฉู่ และหลู่ แข่งขันกันเพื่ออำนาจ


เป็นยุคที่ขงจื๊อ (Confucius) เกิดและเริ่มเผยแพร่แนวคิดลัทธิขงจื๊อ


มีการบันทึกเหตุการณ์ในหนังสือ “พงศาวดารชุนชิว” ซึ่งเป็นหนึ่งในคัมภีร์สำคัญของจีน


2. ยุคจ้านกั๋ว (戰國, Zhànguó) – 475–256 ปีก่อนคริสตกาล

รัฐต่าง ๆ เช่น ฉิน จ้าว เว่ย ฉู่ หาน เยี่ยน และฉี ทำสงครามกันอย่างต่อเนื่อง


เป็นยุคแห่ง “ร้อยสำนักปรัชญา” (百家爭鳴) ที่มีนักปรัชญาเกิดขึ้นมากมาย เช่น:


เล่าจื๊อ – ลัทธิเต๋า


เม่งจื๊อ – ขยายแนวคิดขงจื๊อ


หานเฟย – ลัทธินิติธรรม (Legalism)



ราชวงศ์ฉิน (Qín) – 221–207 ปีก่อนคริสตกาล

เป็นราชวงศ์แรกของจักรวรรดิจีนที่รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง ถือเป็นจุดเริ่มต้น

ของยุคจักรวรรดิที่มีระบบรวมศูนย์อำนาจและการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์



ราชวงศ์ฮั่น (Hàn)

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์จีน โดยครองอำนาจยาวนานกว่า 400 ปี 

และวางรากฐานทางวัฒนธรรม การเมือง และปรัชญาที่ส่งผลต่อจีนจนถึงปัจจุบัน



ฮั่นตะวันตก – 202 ปีก่อนคริสตกาล–ค.ศ. 8

เป็นช่วงแรกของราชวงศ์ฮั่น ซึ่งถือเป็นยุคทองของจีนโบราณในด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม 

และการขยายอาณาเขต โดยมีการวางรากฐานที่มั่นคงหลังจากความวุ่นวายของยุคราชวงศ์ฉิน



ฮั่นตะวันออก – ค.ศ. 25–220

เป็นช่วงฟื้นฟูของราชวงศ์ฮั่นหลังจากการแทรกแซงของราชวงศ์ซิน โดยมีบทบาทสำคัญในการสานต่อ

ความรุ่งเรืองของจีนโบราณ ทั้งในด้านการปกครอง วัฒนธรรม และการค้าระหว่างประเทศ



ยุคสามก๊ก (Sān Guó) – ค.ศ. 220–280

เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ทั้งในด้านการเมือง การทหาร และวรรณกรรม 

โดยเกิดขึ้นหลังจากราชวงศ์ฮั่นตะวันออกล่มสลาย และจีนแตกออกเป็นสามอาณาจักรที่แข่งขันกันเพื่ออำนาจ

สามอาณาจักรหลัก:


จ๊กก๊ก (蜀漢, Shǔ Hàn) – ก่อตั้งโดย เล่าปี่ (Liu Bei) เมืองหลวงอยู่ที่เฉิงตู


วุยก๊ก (曹魏, Cáo Wèi) – ก่อตั้งโดย โจโฉ (Cao Cao) และสืบทอดโดย โจผี (Cao Pi) เมืองหลวงอยู่ที่ลั่วหยาง


ง่อก๊ก (東吳, Dōng Wú) – ก่อตั้งโดย ซุนกวน (Sun Quan) เมืองหลวงอยู่ที่หนานจิง



ราชวงศ์จิ้น (Jìn)

เป็นราชวงศ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดยุคสามก๊ก โดยมีบทบาทสำคัญในการรวมแผ่นดินจีนอีกครั้ง

หลังจากการแบ่งแยกเป็นสามอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์นี้ก็เผชิญกับความวุ่นวายภายใน

และการรุกรานจากชนเผ่าต่าง ๆ จนนำไปสู่การแตกแยกอีกครั้ง



จิ้นตะวันตก – ค.ศ. 266–316

เป็นช่วงแรกของราชวงศ์จิ้นในประวัติศาสตร์จีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรวมแผ่นดินจีนหลังยุคสามก๊ก 

แต่ก็เผชิญกับความวุ่นวายภายในและการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ จนนำไปสู่การล่มสลายอย่างรวดเร็ว



จิ้นตะวันออก – ค.ศ. 317–420

เป็นช่วงที่ราชวงศ์จิ้นฟื้นตัวขึ้นหลังจากการล่มสลายของจิ้นตะวันตก โดยมีบทบาทสำคัญในการรักษา

วัฒนธรรมจีนในภาคใต้ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองและการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ



ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ (Nán Běi Cháo) – ค.ศ. 420–589

เป็นช่วงเวลาที่จีนแตกแยกออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ภาคเหนือ และ ภาคใต้ โดยแต่ละภูมิภาคมีราชวงศ์

ของตนเอง และมีการปกครอง วัฒนธรรม และความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

การแบ่งภูมิภาค

🏯 ราชวงศ์เหนือ (北朝)

ปกครองโดยชนเผ่าต่างชาติ เช่น เซียงเป่ย (Xianbei)


ราชวงศ์สำคัญ:


เว่ยเหนือ (北魏)


เว่ยตะวันออก / เว่ยตะวันตก


โจวเหนือ (北周)


ฉีเหนือ (北齊)


🏯 ราชวงศ์ใต้ (Southern Dynasties)

สืบทอดจากราชวงศ์จิ้นตะวันออก


ปกครองโดยชาวฮั่นแท้


ประกอบด้วยราชวงศ์:


หลิวซ่ง (劉宋)


ฉี (齊)


เหลียง (梁)


เฉิน (陳)


เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมฮั่นและพุทธศาสนา โดยมีพระโพธิธรรม (ตั๊กม้อ) เดินทางมาเผยแผ่พุทธ

นิกายเซ็นในช่วงนี้


ราชวงศ์สุย (Suí) – ค.ศ. 581–618

เป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรวมแผ่นดินจีนหลังจากความแตกแยกในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ 

และเป็นสะพานเชื่อมสู่ยุครุ่งเรืองของราชวงศ์ถัง แม้จะมีอายุสั้นเพียงไม่ถึง 40 ปี แต่ก็สร้างรากฐาน

ที่มั่นคงให้กับจีนในหลายด้าน



ราชวงศ์ถัง (Táng) – ค.ศ. 618–907

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์จีน โดยถือเป็นยุคทองแห่งวัฒนธรรม 

ศิลปะ การค้า และการเปิดรับอิทธิพลจากต่างชาติ จีนในยุคนี้มีอำนาจและอิทธิพลกว้างไกลทั้งในเอเชีย

และโลกตะวันตก



ห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (Wǔ Dài Shí Guó) – ค.ศ. 907–960

เป็นช่วงเวลาที่จีนแตกแยกทางการเมืองหลังจากราชวงศ์ถังล่มสลาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์

อย่างรวดเร็วในภาคเหนือ และการตั้งอาณาจักรอิสระในภาคใต้ ถือเป็นยุคที่วุ่นวายแต่เต็มไปด้วย

ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการปกครอง

ห้าราชวงศ์ (ภาคเหนือ)

ราชวงศ์เหลียงหลัง (後梁, Hòu Liáng) – ก่อตั้งโดย จูเวิน (朱温)


ราชวงศ์ถังหลัง (後唐, Hòu Táng) – ก่อตั้งโดย หลี่ซือหยวน (李嗣源)


ราชวงศ์จิ้นหลัง (後晉, Hòu Jìn) – มีความสัมพันธ์กับชาวคิตาน


ราชวงศ์ฮั่นหลัง (後漢, Hòu Hàn) – มีอายุสั้นมาก


ราชวงศ์โจวหลัง (後周, Hòu Zhōu) – ราชวงศ์สุดท้ายก่อนราชวงศ์ซ่ง


สิบอาณาจักร (ภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้)

เป็นรัฐอิสระที่มีความมั่นคงมากกว่าภาคเหนือ และมีวัฒนธรรมเฉพาะตัว:


อาณาจักรอู๋ (吳) – เมืองหลวงที่หนานจิง


อาณาจักรอู๋เยว่ (吳越) – ร่ำรวยและเจริญด้านศิลปะ


อาณาจักรหมิ่น (閩) – อยู่ในฝูเจี้ยน


อาณาจักรฉู่ (楚) – อยู่ในหูหนาน


อาณาจักรฮั่นใต้ (南漢) – อยู่ในกวางตุ้ง


อาณาจักรถังใต้ (南唐) – สืบทอดวัฒนธรรมจากราชวงศ์ถัง


อาณาจักรจิ่นใต้ (南平) – เล็กและมีอิทธิพลจำกัด


อาณาจักรฉูเฉียน (前蜀) – อยู่ในเสฉวน


อาณาจักรฮูโฉว (後蜀) – สืบทอดจากฉูเฉียน


อาณาจักรจิ่งหนาน (荊南) – อยู่ในหูเป่ย



ราชวงศ์ซ่ง (Sòng)

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดของจีน โดยมีบทบาทโดดเด่นในด้านวัฒนธรรม วิทยาการ 

และการบริหารราชการ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางทหารจากชนเผ่าทางเหนือ 

แต่ก็ถือเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางปัญญาและเศรษฐกิจ



ซ่งเหนือ – ค.ศ. 960–1127

เป็นช่วงแรกของราชวงศ์ซ่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความมั่นคงของจีนหลังยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร 

โดยเน้นการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และความเจริญทางวัฒนธรรมอย่างสูง


ซ่งใต้ – ค.ศ. 1127–1279

เป็นช่วงที่ราชวงศ์ซ่งยังคงดำรงอยู่หลังจากซ่งเหนือล่มสลายจากการรุกรานของชาวจิน โดยซ่งใต้

ปกครองเฉพาะภาคใต้ของจีน และแม้จะสูญเสียดินแดนทางเหนือ แต่กลับเจริญรุ่งเรืองในด้านเศรษฐกิจ 

การค้า และวัฒนธรรมอย่างสูง



ราชวงศ์หยวน (Yuán) – ค.ศ. 1271–1368

เป็นราชวงศ์ที่ก่อตั้งโดยชาวมองโกล และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีนที่จักรพรรดิไม่ใช่ชาวฮั่น 

โดยราชวงศ์นี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงจีนกับโลกภายนอก ทั้งในด้านการค้า การเดินทาง และวัฒนธรรม



ราชวงศ์หมิง (Míng) – ค.ศ. 1368–1644

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ทรงอิทธิพลและมั่นคงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน โดยถือเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูวัฒนธรรมจีน

หลังจากการปกครองของชาวมองโกลในราชวงศ์หยวน และเป็นยุคที่จีนมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านศิลปะ 

การปกครอง และการสำรวจทางทะเล



ราชวงศ์ชิง (Qīng) – ค.ศ. 1636–1912

เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีนที่ปกครองโดยชนเผ่าแมนจู ไม่ใช่ชาวฮั่น โดยมีบทบาทสำคัญในการขยายอาณาเขต

ของจีนให้กว้างใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านการเมือง วัฒนธรรม 

และการเผชิญหน้ากับโลกตะวันตก


🏁 การล่มสลาย

ปลายยุคเกิดความอ่อนแอทางการเมืองและเศรษฐกิจ


การปฏิรูปล่าช้าและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก


ในปี ค.ศ. 1911 เกิด การปฏิวัติซินไฮ่ (辛亥革命) โดย ซุนยัตเซ็น → สิ้นสุดราชวงศ์ชิง


ปี ค.ศ. 1912 ปูยี สละราชสมบัติ → เริ่มต้น สาธารณรัฐจีน


เตียวเสี้ยน Diao chan

 


เตียวเสี้ยน  Diao chan 


เตียวเสี้ยน  Diao chan 

เตียวเสี้ยน  Diao chan


เตียวเสี้ยน  Diao chan  หรือ  เตียวฉาน   ฉายานามว่า "จันทร์หลบโฉมสุดา"  มีความหมายว่า "

ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้"

หรือคนไทยตั้งชื่อแบบขำขำ กันว่า ดาวจันทร์ ดาวฉันก็ว่าไปอะนะ 


เป็นตัวละคร ที่อยู่ในเรื่องสามก๊ก ที่บอกคือ วรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์จีนเรื่องสามก๊ก 

บุตรบุญธรรมของอ้องอุ้น เสนาบดีใหญ่ ของฮั่น


เตียวเสี้ยน นั้น เป็นบุตรบุญธรรมที่ อ้องอุ้น ได้เก็บมาชุบเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก พอนางโตขึ้นได้ 

อายุ 16 อ้องอุ้นที่ขณะนั้นกำลังรู้สึกเสียใจสะท้อนใจ ชะตากรรมของบ้านเมืองและราชวงศ์ฮั่น 

ที่อยู่ภายใต้คนใจหยาบช้าอย่างตั๋งโต๊ะ นางเห็นบิดามีเรื่องกลุ่มกังวลใจอย่างนั้นทำให้นางรู้สึก

เสียใจอย่างมาก มานั่งร้องไห้อยู่ตอนดึก อ้องอุ้นเองออกมาเห็นจึงได้ถามนางว่าเป็นอะไร 

เขาคิดว่านางอาจเสียใจจากการที่ไม่สมหวังในเรื่องความรัก แต่นางกลับตอบว่าเสียใจที่เห็นอ้องอุ้น

ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาของนาง นั้นทุกข์ใจอย่างมาก


  อ้องอุ้นเห็นใบหน้าของนางแล้วพลันคิดขึ้นมาได้ว่า แผ่นดินมีคนมาช่วยแล้ว อ้องอุ้นวางแผนให้ 

เตียวเสี้ยน ทำให้ตั๋งโต๊ะ และ ลิโป้ ลูกบุญธรรม นักรบคู่ใจของ ตั๋งโต๊ะ แตกคอกันด้วยเรื่องของผู้หญิง 

(เรื่องนี้สมัยไหนๆก็ใช้ได้อะนะ) โดยใช้ เตียวเสี้ยน เป็นเครื่องมือ  เตียวเสี้ยน รู้เช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจ

แต่ด้วยความรักบิดาและอยากช่วยบ้านเมืองจึงยอมตกลงทำ นางได้ใช้มารยาหญิงทำให้ทั้งตั๋งโต๊ะ

และลิโป้ หลงไหล โดยทำทีว่าจะยกนางให้ลิโป้ แต่ก็ทำทีว่ากลัวตั๋งโต๊ะ ที่มาขอนาง ทำให้ต้องยก

ให้ตั๋งโต๊ะไป สร้างความกินแหนงแคลงใจให้ทั้ง 2 คน พ่อลูกบุญธรรมแตกคอกันชัดเจน 

นางได้ทำแสร้งบอกแก่ลิโป้ตอนที่แอบไปพบกันที่ศาลาฟ่งอี้ว่า นางโดนตั๋งโต๊ะขืนใจ 


 ตั๋งโต๊ะกับลิโป้ก็แตกหักฟาดฟัน จนฆ่ากันเองในที่สุดหลังจากตอนนี้แล้ว เตียวเสียนก็ไปเป็นภรรยา

คนที่สองของลิโป้ แต่การตายของเตียวเสียนก็ไม่ปรากฏแน่ชัด จากเหตุการณ์นี้ทำให้สามารถกำจัด

ตั๋งโต๊ะ ทรราชและผู้เผด็จการไปได้  แต่ตัวลิโป้เองก็ต้องหนีออกมาพร้อมนางเตียวเสี้ยน เพราะถูก

ลูกน้องของตั๋งโต๊ะเข้าไล่ฆ่า ลิฉุยได้ร่วมมือกับกุยกี เตียวเจ หวนเตียว จัดตั้งกองทัพบุกยึดอำนาจ

ในเมืองหลวงมาได้ ทำให้ลิโป้ต้องหนีออกมา (ตามเนื้อเรื่องก็ยังไม่หมดเคราะห์ของราชวงศ์ฮั่น 

แค่กำจัดทรราชย์คนนึงออกไป แต่หลังจากนั้นคนใหม่ก็เข้ามาแทนนั่นเอง)





50 ฮ่องเต้จีนที่ดังๆ มีใครบ้าง สุดยอดฮ่องเต้

 


50 ฮ่องเต้จีนที่ดังๆ มีใครบ้าง สุดยอดฮ่องเต้ 

         จีนก่อนที่จะมาอยู่ในยุคปัจจุบันที่พัฒนาการมาจาก คอม ที่มาจากโซเวียต จนมาเป็นค่ายแดงของ

ตัวเองแผ่อำนาจ บารมีจนมาถึงในปัจจุบันถึงกับมีสิทธิ์ที่จะ วีโต้ ได้ในสหประชาชาติ สมัยก่อนนั้น 

จีนก็เป็นมหาอำนาจ มาในแต่ละยุคสมัย เว้นช่วงที่ มองโกล ของ เจงกิสข่าน ในรุ่นลูก หลาย อย่างราชวงศ์

หยวน เข้ามาครอบครองของนอกด่านที่อู๋ซานกุ้ย เปิดประตูให้เข้ามาแล้วมาเสื่อมถอยในช่วงท้ายของ

 ราชวงศ์ชิง  แม้แต่ช่วง ราชวงศ์หมิง หรือราชวงศ์ถัง เองก็มีฮ่องเต้ที่ทรงปรีชาสามารถนำพาชาติบ้านเมือง

เจริญ บางคนก็ทรราชย์สุดๆ บางคนก็ดังเป็นที่พูดถึงเพราะเมียเด่น อย่างบูเช็กเทียน 

บางคนก็ล้มราชวงศ์เก่าตั้งราชวงศ์ใหม่ อะไรทำนองนี้เอาที่มีชื่อไม่ว่าชื่อดีหรือเสีย ที่เห็นเคยอ่านกัน 

หรือเคยดูในหนังจีน เราพยายามรวมมาให้เลยละกัน


50 ฮ่องเต้จีนที่ดังๆ มีใครบ้าง สุดยอดฮ่องเต้



1. หวงตี้ : จักรพรรดิเหลือง หนึ่งในกษัตริย์ตามตำนานจีนและวีรบุรุษทางวัฒนธรรม 


2. พระเจ้าอวี่ : ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เซี่ย ซึ่งนับเป็นราชวงศ์แรกของจีนที่มีการสืบราชบัลลังก์โดย

สายโลหิต อวี่ผู้ยิ่งใหญ่ คิดค้นระบบชลประทานเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ในยุคโบราณ


3. พระเจ้าโจวเหวิน : ผู้สถาปนาก่อตั้งราชวงศ์โจว


4. พระเจ้าฉินฮุ่ยเหวิน : เป็นกษัตริย์แห่ง รัฐฉิน บรรพชนของ จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นกษัตริย์องค์แรกของรัฐฉิน

ที่ใช้สรรพนามว่า "หวัง" หรือ "อ๋อง"


5. พระเจ้าฉินเจ้าเซียง : สามารถ ยึดเมืองหยิง เมืองหลวงของรัฐฉู่  พิชิตเผ่าซีหรง ชนะศึกพิชิตทหาร

กว่า 4 แสนของรัฐจ้าว ล้มล้างราชวงศ์โจวตะวันออก ปูทางไปสู่การรวมประเทศจีนของฉิน


6. จิ๋นซีฮ่องเต้ : ปฐมจักรพรรดิฉิน จักรพรรดิพระองค์แรกของประเทศจีนที่ทรงผนวกรวมเข้าเป็นหนึ่ง 

ทรงผนวกดินแดนจีนทั้งมวลได้สำเร็จสิ้นสุดยุครณรัฐ เป็นผู้ริเริ่มสร้างกำแพงเมืองจีน


7. สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเกาจู : หลิว ปัง  จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งราชวงศ์ฮั่นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ 

หนึ่งในปฐมกษัตริย์จีนไม่กี่พระองค์ที่มาจากครอบครัวขาวบ้านทั่วไป


8. จักรพรรดิฮั่นอู่ : ฮ่องเต้ฮั่นอู๋ตี้ทรงมีชื่อเสียงมากในประวัติศาสตร์ของจีน ปกครองนานถึง 54 ปี

เป็นฮ่องเต้ ชาวฮั่น ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด ผลงานปรับปรุงประเทศและแผ่ขยายอิทธิพล 

เส้นทางการค้าจากจีน ไปยังกรุงโรม แห่งโรมัน 


9. หวัง หมั่ง : จักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวแห่งราชวงศ์ซินทรงปกครองอย่างเหี้ยมโหด บ้านเมืองก็เกิดกลียุค


10. จักรพรรดิฮั่นกวังอู่ : ปฐมจักรพรรดิในราชวงศ์ฮั่นตะวันออก


11. จักรพรรดิฮั่นหลิง : ฮั่นเลนเต้  


12. พระเจ้าเหี้ยนเต้ : เสวยราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 14 และพระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ ในช่วง

บ้านเมืองเกิดการแบ่งแยกเป็นยุคสามก๊ก


13. จักรพรรดิเว่ย์เหวิน : พระเจ้าโจผี หรือ เฉาพี ล้มล้างราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ปราบดาภิเษกเป็นปฐม

จักรพรรดิของราชวงศ์เว่ย (วุยก๊ก) 


14. จักรพรรดิเว่ย์หมิง : พระเจ้าโจยอย 


15. จักรพรรดิฮั่นเจาเลี่ย :  เล่าปี่ จ๊กก๊ก หรือ แคว้นสู่ ในยุคสามก๊ก


16. จักรพรรดิฮั่นเสี่ยวหวาย : เล่าเสี้ยน จักรพรรดิพระองค์ที่สองและพระองค์สุดท้ายของรัฐจ๊กก๊กในยุคสามก๊ก


17. จักรพรรดิอู๋ต้า : พระเจ้าซุนกวน พระมหากษัตริย์ของง่อก๊ก


18. จักรพรรดิจิ้นหวู่ : สุมาเอี๋ยน หลานปู่ของสุมาอี้  บีบให้โจฮวน สละราชสมบัติ และขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์

ราชวงศ์จิ้น ผนวกรวบรวมดินแดน สามก๊กเข้าเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง


19. จักรพรรดิเว่ย์เต้าอู่ : ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์เว่ย์เหนือ หนึ่งในราชวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินจีนใน 

ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ 


20. จักรพรรดิเว่ย์ไท่อู่ : ทั่วป๋า เต้า ในรัชสมัยของพระองค์เว่ย์เหนือได้เพิ่มขนาดเป็นสองเท่า เป็นการ

สิ้นสุดยุคสิบหกแคว้น


21. จักรพรรดิฉีเหวินเสวียน :  เกา หยาง เอาใจใส่ด้านการทหาร และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ

กองทัพ ลดการฉ้อรัฐโดยเสนอเงินเดือนให้ข้าราชการให้เพียงพอจะได้ไม่เกิดการทุจริต


22. จักรพรรดิโจวเหนืออู่ตี้ : จักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์เป่ยโจว  หลังจากนั้นเขาก็ปกครองอย่าง

มีประสิทธิภาพและสร้างพลังของกองทัพขึ้นมาใหม่ จนสามารถบุกทำลายและผนวกดินแดนราชวงศ์เป่ยฉี


23. จักรพรรดิหลิวซ่งอู่ : ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หลิวซ่งแห่งยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ เป็นรัฐบุรุษและ

นักยุทธศาสตร์ของจักรวรรดิจีนมาจากพื้นเพที่ต่ำต้อย แต่โดดเด่นหลังใช้ทักษะทางการเมืองและ

การทหาร รวบรวมอำนาจ  ทำการปลด จักรพรรดิจิ้นกง ลงจากราชบัลลังก์ทำให้ราชวงศ์จิ้นตะวันออก

สิ้นสุดลง และสถาปนาราชวงศ์หลิวซ่ง ได้พิชิตสองอาณาจักรจากสิบหกอาณาจักรเป็นนักรบไร้พ่าย

และถือเป็นฮ่องเต้ที่เก่งที่สุดในราชวงศ์หลิวซ่ง 


24. จักรพรรดิหลิวซ่งเฉ่า : สืบราชบัลลังก์ต่อจาก จักรพรรดิหลิวซ่งอู่


25. จักรพรรดิฉีอู่ : แห่งราชวงศ์ฉีใต้ จักรพรรดิองค์ที่สองของราชวงศ์ฉีใต้ของจีน โดยทั่วไปเขาถือว่า

เป็นจักรพรรดิที่มีความสามารถและขยันแม้ว่าเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้ดำเนินชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย


26. จักรพรรดิเหลียงอู่ : ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหลียง รัชกาลของพระองค์จนถึงสิ้นรัชสมัยเป็น

หนึ่งในราชวงศ์ที่มั่งคั่งและมั่นคงที่สุดในบรรดาราชวงศ์ใต้ ทรงก่อตั้งมหาวิทยาลัยและขยายเวลาการสอบ

ราชการของขงจื๊อห้ามการบูชายัญของสัตว์และต่อต้านการประหารชีวิต ทรงได้รับสมญานามว่าจักรพรรดิโพธิสัตว์ 


27. จักรพรรดิสุยเหวิน :  หยางเจียนจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์สุย ทรงเป็นจักรพรรดิที่ทรงพระ

ปรีชาสามารถ และทรงคุณธรรม เป็นช่วงเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรือง ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น

มีอาหารเพียงพอต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน กองทัพยังแข็งแกร่ง 


28. จักรพรรดิสุยหยาง : ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางสำหรับความสำเร็จของการบุกตี ราชวงศ์เฉิน

ทางใต้ ทรงสร้างโครงการขนาดใหญ่มากมาย สร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นใหม่ และยังทำสงครามขยาย

ดินแดนสุย จนมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุคนั้น เข้าไปรบกับจามปา เสียทหารไปเพราะมาเลเรียมากมาย 

และยังแพ้ศึกกับอาณาจักรโคกูรยอ ทำให้สุญเสียอำนาจการปกครองโดนประชาชนต้องลุกฮือ 

โกลาหล ทั่วอาณาจักร แม้จะมีหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จ แต่นักประวัติศาสตร์ยกให้พระองค์นั้น

เป็นฮ่องเต้ที่ทรราชย์ที่สุดของจีน และเป้นต้นเหตุให้ราชวงศ์สุยมีอายุที่สั้น เพราะหลังจากยุคของพระองค์

แล้ว ราชวงศ์สุยก็หมดอำนาจลงมีคนสืบทอดต่อแค่ 2 พระองค์และระยะสั้น ( หุ่นเชิดขุนนาง)


29. จักรพรรดิถังเกาจู่ : หลี่ยวน เมื่อราชวงศ์สุยล่มสลายลง พระองค์ก็รวบรวมกองทัพเข้าไปยึดครอง

นครฉางอัน ปลดจักรพรรดิเด็กหุ่นเชิดสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิถังเกาจู่ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์

ถังและก่อตั้งราชวงศ์ถังขึ้น เขามุ่งหน้า สร้างอาณาจักรรวมทั้งหมดให้ยิ่งใหญ่ปึกแผ่นด้วยความช่วยเหลือ

จากลูกชายคนรอง หลี่ซื่อหมิน จนประสบความสำเร็จในการรวมประเทศจีนทั้งหมดเข้าด้วยกัน


30. จักรพรรดิถังไท่จง : หลี่ซื่อหมิน เป็นยุคที่ประเทศจีนรุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน

เป็นประเทศมหาอำนาจของโลก และยิ่งใหญ่มาก


31.จักรพรรดิถังเกาจง : สวามีของบูเช็กเทียน


32. บูเช็กเทียน : เป็นสตรีองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีนอันยาวนานกว่าสี่พันปีที่ได้เป็นจักรพรรดิจีน


33. จักรพรรดิถังเสวียนจง : เป็นผู้ปกครองที่ขยันขันแข็งและเฉลียวฉลาดนำพาต้าถังกลับไปสู่ความ

รุ่งโรจน์อีกครั้ง ดังเช่นสมัย จักรพรรดิถังไท่จง ครองราชย์ยาวนานที่สุดในสมัยราชวงศ์ถัง 44 ปี 

พระนางหยางกุ้ยเฟย* เจ้าของฉายา มวลผกาละอายนาง 1 ใน 4 หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน ก็เป็นสนมเอก

ของพระองค์


34. จักรพรรดิถังเต๋อจง : เป็นจักรพรรดิที่ขยันขันแข็งและประหยัด พยายามที่จะปฏิรูปการเงินของ

ราชสำนักโดยการแนะนำกฎหมายภาษีใหม่ คิดกำจัดขุนศึกตามดินแดนต่างๆที่มีอำนาจมากเหล่าขุนพล

 ขุนนาง และฮ่องเต้ ระแวดระวังกันไปมาและเข้าหาพรรคพวกสร้างอำนาจกัน


35. จักรพรรดิเหลียงไท่จู่ : ขุนศึกในราชวงศ์ถังซึ่งโค่นราชวงศ์ถังแล้วขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกราชวงศ์

โฮ่วเหลียง ยึดครองจีนภาคกลางไว้ได้เกือบทั้งหมด


36. จักรพรรดิถังซวงจง : รวมกำลังมารบกับราชวงศ์เหลียงยุคหลังเพื่อกู้ราชวงศ์ถังและต่อมาได้

กลายเป็นจักรพรรดิผู้ก่อตั้งของราชวงศ์ถังภายหลัง ถือเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่มีความสามารถทางทหาร

มากที่สุดในยุคห้าราชวงศ์และสิบอาณาจักร


37. จักรพรรดิเหลียวต้าวจง  : แห่งราชวงศ์เหลียว ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 47 ปี มีชื่อเสียงในการ

ฟื้นชื่อเสียงราชวงศ์ ทรงให้มีการทำนุบำรุงศาสนา มีพระไตรปิฎกฉบับเหลียวและการสร้างเจดีย์ศากยมุนี

พระเจดีย์ 6 ชั้นที่วัดฟู่กง 


38. จักรพรรดิซ่งไท่จู่ : ขุนศึกคนสำคัญของราชวงศ์โจวยุคหลัง เป็นปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ใหม่ 

ปราบปรามรัฐต่าง ผนวกแผ่นดินเมืองจีนเป็นผลสำเร็จ นำไปสู่การสิ้นสุดของยุคห้าวงศ์สิบรัฐ 

ลดอำนาจการทหารพวกขุนศึก เพื่อรวมอำนาจไว้ศูนย์กลาง และใช้งานขุนนางพลเรือนในการบริหาร

งานแทน


39. จักรพรรดิซ่งเหรินจง : เป็นจักรพรรดิราชวงศ์ซ่งที่อยู่ในราชสมบัตินานที่สุด 


40. จักรพรรดิหยวนซื่อจู่ / กุบไล ข่าน : เป็นข่านสุดยอดจักรวรรดิอาณาจักร ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

อาณาจักรนึง อย่างจักรวรรดิมองโกลและยังเป็นฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์หยวน พระราชนัดดาใน

จักรพรรดิเจงกิส ข่าน สุดยอดนักรบของมองโกล 


41. จักรพรรดิหงอู่  : จูหยวนจาง  ผู้สถาปนาราชวงศ์หมิง ทรงนำทัพขับไล่มองโกล ออกจากแผ่นดินจีน

ได้สำเร็จ ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ด้วยความประหยัดมัธยัสถ์ ผ่อนปรน แก่ประชากร ฟื้นฟู

แผ่นดินจีน นำความเป็นปึกแผ่นอีกครั้งกลับสู่จงหยวน ทรงครองราชย์สมบัติเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปี 


42. จักรพรรดิเจียจิ้ง : จักรพรรดิหมิงซื่อจง ทรงปรีชาสามารถ มีประสิทธิภาพเป็นยุคแห่งความเจริญ

ด้านศิลปะและศาสนา


43. จักรพรรดิว่านลี่ : จักรพรรดิหมิงเฉินจง ครองราชย์ ยาวนานที่สุดในบรรดาจักรพรรดิราชวงศ์หมิง

ทั้งหมด


44. จักรพรรดิชิงไท่จู่ : พระเจ้าหนูเอ่อร์ฮาซื่อ เป็นปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ชิง ทำสงครามชนะต้าหมิง

 สามารถชนะทัพหมิงได้อย่างเด็ดขาด จึงได้เข้ามาปกครองแผ่นดินจีน ย้ายเมืองหลวงจากเฮ่อถูอาลามา

ที่เสิ่นหยาง 


45. จักรพรรดิชุ่นจื้อ : จักรพรรดิราชวงศ์ชิงพระองค์แรกที่ได้ครองสิบแปดมณฑล เป็นยุคที่มีการสั่งให้

ตัดผมอย่างแมนจู ( ครึ่งหัวไว้เปีย ) 


46. จักรพรรดิคังซี : สมเด็จพระจักรพรรดิชิงเชิ่งจู่ พระนามเต็ม อ้ายซินเจฺว๋หลัวเสฺวียนเย่ เป็นจักรพรรดิ

ที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดใน ประวัติศาสตร์จีน และมักเห็นในหนังอิงประวัติศาสตร์จีนบ่อยๆ

เพราะในยุคนี้มีเรื่องราวมากมาย เพราะครองราชย์นานที่สุด ครองบัลลังก์เมื่อพระชนมายุได้ 7 พรรษา  

ถือเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน ปราบ กบฏสามเจ้าศักดินา  (อู๋ซานกุ้ย / ซ่างเขอสี่ / เกิ่งจ้งหมิง)

ปราบมองโกลภาคเหนือให้จำนนต่อต้าชิง ทำสงครามกับ ซาร์ของรัสเซีย มีความสำเร็จทางทหารเป็น

อย่างมากมีความมั่นคงแข็งแกร่งมาก แต่ก็ใช้งบประมาณมากเช่นกัน อุ้ยเสี่ยวป้อ งานเขียนชื่อดังของ

  กิมย้ง ก็เขียนเล่าเรื่องราวในยุคนี้เอามาแต่งนิยายได้มีสีสันสุดยอดอีกเรื่องหนึ่ง


47. จักรพรรดิยงเจิ้ง : ครองราชย์ในช่วงที่มีความวุ่นวายในการแย่งชิงราชสมบัติกันเองระหว่างพี่น้อง

 ปลายรัชสมัยจักรพรรดิคังซี ทรงงานหนักมาก ตื่นเช้า บรรทมดึกทำงานดสรรระบบภาษี การเงินการคลัง

 และขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง จนกลายมาเป้นการสืบทอดสืบต่อความรุ่งเรืองของราชวงศ์ชิงมายาวนาน

จากพ่อสู่ลูกทำให้ประเทศจีนรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคของ คือ คังซี พ่อ ย้งเจิ้ง และ เฉียนหลง ลูกพระองค์ 


48. จักรพรรดิเฉียนหลง : จักรพรรดิเฉียนหลง พระราชนัดดาองค์โปรดของจักรพรรดิคังซี ฉลาดหลักแหลม 

ปรีชาสามารถ สร้างความเจริญมากมายให้กับประเทศจีน ครองราชย์ยาวนาน ต่อจากปู่ของพระองค์ 60 ปี

 คังซี 61 แต่ในยุคสมัยของพระองค์ก้ใช้จ่ายเงินที่เก็บมาอย่างมากมายในยุคของพระบิดา ทำให้การเงิน

ในยุคต่อๆไปของ ราชวงศ์ชิงนั้นหร่อยหรอ ลงไปมาก 


49. จักรพรรดิเจียชิ่ง : โอรสองค์ที่ 15 ของเฉียนหลง พยายามที่จะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยภายใน

จักรวรรดิชิงในขณะที่ควบคุมการลักลอบนำเข้าฝิ่นเข้ามาในจีน 


50. จักรพรรดิเซวียนถ่ง : ผู่อี๋ หรือ ปูยี ที่คนรู้จัก ฮ่องเต้คนสุดท้ายของราชวงศ์ชิง และถือเป็นพระองค์

สุดท้ายของจีนยุคราชวงศ์ 




วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง




วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง

วันเกิด ครองราชย์ สวรรคต ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง (อยากรู้ชื่อเดือนภาษาอังกฤษ ตามไปที่

>> เดือนภาษาอังกฤษ )

มีเดือนกุมภาพันธ์ และตุลาคมเยอะมาก

ไม่ได้ไปเน้นที่รายะเอียดยิบย่อย ซึ่งนาน อ้อบอกก่อนตามข้อมูล ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง*

มีทั้งหมด 12 พระองค์นะครับ จัดไป


1. จักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาชื่อ : 

พระราชสมภพ 21 กุมภาพันธ์ 1559 / ครองราชย์ 17กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1616 /

สวรรคต 30 กันยายน ค.ศ.1626


2. จักรพรรดิไท่จง : 

พระราชสมภพ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1592  / ครองราชย์ 1626  /

สวรรคต  21 กันยายน ค.ศ. 1643


3. จักรพรรดิซุ่นจื้อ : 

พระราชสมภพ 15 มีนาคม ค.ศ. 1638   / ครองราชย์  ตุลาคม 1643 /

สวรรคต   5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1661


4. จักรพรรดิคังซี : 

พระราชสมภพ  4 พฤษภาคม ค.ศ. 1654  / ครองราชย์  18 กุมภาพันธ์ 1661  /

สวรรคต    20 ธันวาคม ค.ศ. 1722


5. จักรพรรดิยงเจิ้ง : 

พระราชสมภพ  13 ธันวาคม ค.ศ. 1678  / ครองราชย์  27 ธันวาคม 1722  /

สวรรคต 8 ตุลาคม ค.ศ. 1735


6. จักรพรรดิเฉียนหลง : 

พระราชสมภพ  25 กันยายน ค.ศ. 1711  / ครองราชย์ 8 ตุลาคม 1735   /

สวรรคต 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1799


7. จักรพรรดิเจียชิ่ง : 

พระราชสมภพ  13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1760  / ครองราชย์ 9 กุมภาพันธ์ 1796  /

สวรรคต 2 กันยายน ค.ศ. 1820


8. จักรพรรดิเต้ากวง : 

พระราชสมภพ  16 กันยายน ค.ศ.1782  / ครองราชย์  3 ตุลาคม 1820  /

สวรรคต  25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1850


9. จักรพรรดิเสียนเฟิง : 

พระราชสมภพ  17 กรกฎาคม 1831  / ครองราชย์  9 มีนาคม 1850  /

สวรรคต  22 สิงหาคม 1861


10. จักรพรรดิถงจื้อ : 

พระราชสมภพ  27 เมษายน พ.ศ. 2399 (ค.ศ. 1856)  / ครองราชย์  11 พฤศจิกายน 1861  /

สวรรคต 12 มกราคม พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875)


11. จักรพรรดิกวังซวี่ : 

พระราชสมภพ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871)   / ครองราชย์  25 กุมภาพันธ์ 1875  /

สวรรคต 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908)


12. จักรพรรดิผู่อี๋ : 

พระราชสมภพ  7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2449(ค.ศ.1906)  / ครองราชย์  2 ธันวาคม พ.ศ. 2451  /

สวรรคต  17 ตุลาคม พ.ศ. 2510(ค.ศ.1967)





รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง




รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง

   ราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน เป็นยุคต่อมาจากราชวงศ์หมิงที่เข้ามายึกครองจีน

จากเหตุการณ์ที่มีกบฏเกิดขึ้นนำโดยหลี่จื้อเฉิงและ นำมาซึ่งการเปิดด่านของ อู๋ซานกุ้ย*

จนสามารรถเข้ามายึดครองเมืองหลวงปักกิ่งของหมิง ได้ รัฐแมนจูสถาปนาโดย

นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ ซึ่งเริ่มแรก เป็นขุนนางของราชวงศ์หมิง ครองที่ดินทางตะวันออกเฉียงเหนือ

หรือมณฑลแมนจูเรียในปัจจุบัน นู่เอ๋อร์ฮาชื่อตั้งตนเป็น จักรพรรดิไท่จู่  และตั้งรัฐแมนจู

ขึ้นใน พ.ศ. 2152 ซึ่งแน่นอน ราชวงศ์ชิง หรือ แมนจูนั้นไม่ได้ก่อตั้งโดยชาวฮั่นซึ่งเป็น

ชนส่วนใหญ่ของจีนแต่เป็นชาวแมนจูซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแมนจูเรีย ทางตะวันออกเฉียง

เหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน โดยชาวแมนจูในสมัยนั้นเป็นเพียงชน

เร่ร่อนเท่านั้น


      จักรพรรดิราชวงศ์ทรงอยู่ในราชสกุล อ้ายซินเจว๋หลัว ( อ้าย ซิน เจี๋ย หลอ )

เอาแบบอ่านง่ายๆ แบบในหนังพากย์ไทยแต่ถ้าอ่านให้ถูกต้องนอกวงเล็บ

รายพระนาม (ชื่อ) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้ ราชวงศ์หมิงมีทั้งสิน 12 พระองค์

(ไม่นับรวมซูสีไทเฮาและตัวเอ่อกุ่นที่คอยเชิด ฮ่องเต้ในยุคหลัง )


1. สมเด็จพระจักรพรรดิชิงไท่จู่ : Nurhaci นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ชิง


2. จักรพรรดิไท่จง : Hong Taiji หวงไท่จี๋ เป็นพระเจ้าแผ่นดินจีนในราชวงศ์ชิง ซึ่ง

รวมแผ่นดินจีนที่นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ


***** ตัวเอ่อร์กุ่น : Dorgon พระราชโอรสองค์ที่14ของจักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาชื่อ เป็น

ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในจักรพรรดิซุ่นจื้อโดยในช่วงต้นรัชกาลได้สถาปนาตนเองเป็น

จักรพรรดิอี้  แต่ถูกถอดจากตำแหน่งในปีค.ศ.1651หลังการสิ้นพระชนม์


3. จักรพรรดิซุ่นจื้อ : Shunzhi Emperor ในบางครั้งจะนับพระองค์เป็น ปฐมจักรพรรดิ

ของราชวงศ์ชิง ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ได้ประทับในพระราชวังต้องห้ามที่

กรุงปักกิ่ง และราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง สวรรคตไปด้วยพระชนมายุเพียง

24 พรรษา


4. จักรพรรดิคังซี : Kangxi Emperor ครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พรรษา

เพราะพระบิดาสวรรคตเร็วเกินไปทรงออกว่าราชการเองเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา

 เป็นในช่วงที่หนังจีนชอบเอาเรื่องในยุคพรองค์มาทำหนังกันหลากหลายรูปแบบ อย่าง

อุ้ยเสี่ยวป้อและปู้ปู้จิงซิน เป็นต้น


5. จักรพรรดิยงเจิ้ง : Yongzheng Emperor  เล่ากันว่า พระองค์ร่วมวางแผนกับหลงเคอตัว

ปลอมแปลงลายพระหัตถ์ของจักรพรรดิคังซีจากคำว่าองค์ชาย 14 ให้เป็นองค์ชาย 4 คือ

พระองค์เอง ในการสืบทอดราชบัลลังค์ ซึ่งมาจาก ความวุ่นวายในการแย่งชิงราชสมบัติ

กันเองระหว่างพี่น้อง ปลายรัชสมัยจักรพรรดิคังซี ซึ่งเป้นเพียงความเชื่อเพราะได้มีการพิสูจน์

และตั้งข้อสังเกตุแล้วว่า พระองค์ไม่ได้ปลอมแปลงเนื่องจากต้องเขียนกำกับไว้ในทั้ง ฉบับที่

เป็นตัวอักษรฮั่นและ ฉบับอักษรแมนจู ซึ่งแก้ไขไม่ได้ แต่พระองค์ก็ยังได้รับฉายาว่า

"จักรพรรดิบัลลังก์เลือด" หรือ "จักรพรรดิทรราช" อยู่ดี ทั้งๆที่เป็นคนทำให้บ้านเมืองกลับมา

มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะพระองค์ทรงจัดการค่าใช้จ่ายการเงินและการทุจริตออกไป

เป็นคนที่ละเอียดเรื่องเงินและประหยัดมาก ทำให้สมัยต่อมาจักรพรรดิเฉียนหลงมีเงินเอา

ไว้ทำสงครามมากมาย (เป็นการล้อ)


6. จักรพรรดิเฉียนหลง : Qianlong Emperor จักรพรรดิเฉียนหลงได้สร้างความเจริญ

มากมายให้กับประเทศจีน โดยเฉพาะการจัดทำสารานุกรม ซื่อคู่เฉวียนซู ถือเป็นมรดกโลก

ที่สำคัญชิ้นหนึ่ง ในรัชกาลของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจมากมาย จนมีคนนำ

ไปทำละคร หนัง ซีรีย์ต่างๆ เช่น องค์หญิงกำมะลอ จอมใจจอมยุทธ์ เป็นต้น


7. จักรพรรดิเจียชิ่ง : Jiaqing Emperor ครองราชย์ในพระชนมายุได้ 37 พรรษา หลังจาก

ฮ่องเต้เฉียนหลงสละราชสมบัติ แต่ยังไม่มีอำนาจเด็ดขาด อำนาจทั้งหมดยังอยู่ที่พระบิดา

คือฮ่องเต้เฉียนหลง ค.ศ. 1799 จักรพรรดิเฉียนหลงได้สวรรคต และพระองค์จึงได้อำนาจ

ในการปกครองอย่างแท้จริง และกำจัด เหอเซิน ที่เป็นขุนนางกังฉิน โกงกินชาติ อดีต

คนสนิทของพระบิดา กำจัดทิ้งเสียไปให้พ้น


8. จักรพรรดิเต้ากวง : Daoguang Emperor ขึ้นครองราชย์ภายหลังการสวรรคตอย่าง

กะทันหันของจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง


9. จักรพรรดิเสียนเฟิง : Xianfeng Emperor พระองค์ไม่ใช่ องรัชทายาทแต่สามารถขึ้น

ครองราชย์ได้จากการเอาชนะใจพระบิดา ในตอนออกล่าสัตว์และพระองค์ไม่สังหารสัตว์

ที่มีลูกอ่อน พระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1861) ด้วยพระชนมายุเพียง 30 พรรษา

ด้วยพระโรคที่รุมเร้าเนื่องด้วยทรงเครียดจากเรื่องปัญหาของบ้านเมือง


10. จักรพรรดิถงจื้อ : Tongzhi Emperor ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนม์มายุ 5 พรรษา

ตลอดการครองราชย์ 12 ปีพระองค์ก็พยายามทำให้บ้านเมืองดีขึ้นจนมาถูกซูสีไทเฮายึด

อำนาจไว้ ในที่สุดทำให้พระองค์ไม่สามารถบริการบ้านเมืองได้อีก


11. จักรพรรดิกวังซวี่ : Guangxu Emperor เป็นพระโอรสในองค์ชายอี้ซวน ซึ่งเป็น

พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง พระราชชนนีคือพระขนิษฐาในพระนาง

ซูสีไทเฮาพระองค์ทรงครองราชย์ตั้งแต่พระชนม์มายุ 4 พรรษา ต่อมาเมื่อมีข่าวจาก

หยวนซื่อไข่ ว่าพระองค์จะทำรัฐประหารอำนาจจากซูสีไทเฮา ทำให้พระองค์โดนจับ

ด้วยข้อหามีความประพฤติที่เสื่อมเสียไม่สมควรที่จะเป็นจักรพรรดิที่บริหารบ้านเมืองอีก

และจับองค์พระจักรพรรดิไปคุมขังไว้ที่เกาะกลางทะเลสาบซึ่งอยู่เชื่อมต่อกับพระราชวัง

ต้องห้ามและอยู่ในการควบคุมของพระนางซูสีไทเฮา และ งานทั้งหมดของบ้านเมือง

พระนางซูสีไทเฮาก็บริหารเองแต่ก็ยังคงใช้ศักราชกวังซวี่ต่อไปตราบจนพระจักรพรรดิ

สวรรคต


12. จักรพรรดิผู่อี๋ : หรือปูยี Xuantong Emperor เป็นจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ชาวแมนจู

แห่งราชวงศ์ชิง และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์ชิง (นับเริ่มแต่จักรพรรดิซุ่นจื้อ) 

และเป็นองค์สุดท้ายของจีน





จิ๋นซีฮ่องเต้ (ตายเพราะอยากอมตะ)




จิ๋นซีฮ่องเต้ (ตายเพราะอยากอมตะ)



   จิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งแคว้นฉินทุกคนคงจะพอรู้กันว่า พระองค์นั้นมีความสามารถขนาดไหน

เป็นจักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนสามารถรวบรวมแคว้นเล็กแคว้นน้อยเข้ามารวมกัน

เป็นปึกแผ่น จิ๋นซีฮ่องเต้ นั้นพระองค์ทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล

และทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220  ก่อนคริสตกาล ทำให้สิ้นสุดยุค ยุครณรัฐ

     เก่งกาจฉกาจฉกรรณ์ไหมละครับ เป็นคนริเริ่มสร้างกำแพงเมืองจีน*จนได้รับฉายา

ทรราชกันมาแล้ว และยังทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประวัติศาสตร์จีน*

 ตำแหน่ง "หฺวังตี้" ที่แผ่นดินจีนจะมีพระเจ้าแผ่นดินหรือฮ่องเต้สืบต่อกันไปอีก นับพันปี

อย่างราชวงศ์ถัง* ราชวงศ์หมิง หรือฮั่น ชิง อะไรก็แล้วแต่

จิ๋นซีฮ่องเต้


      แต่ตามที่เราบอกนั่นแหละครับพระองค์ทรงเก่งกาจและอยากจะมีชีวติอยู่ได้นานๆ

ง่ายๆคือแสวงหาความเป็นอมตะนั่นเอง คือไม่อยากจะตาย อยากอยู่รักษาอำนาจเถลิง

ความยิ่งใหญ่ที่ตัวเองสร้างและทำต่อๆไปไม่รู้จบ ประมาณนั้น ขนาดโดนลอบสังหาร

โดนหักหลังต่างๆนานา ก็ยังไม่สามารถทำอะไร จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้เลยแม้แต่น้อย


  จิ๋นซีฮ่องเต้ นั้นมีความกลัวอย่างยิ่งเรื่องนึง กลัวอะไรนั่นหรือครับกลัวตายไง

จากหนังสือที่ผมอ่านท่านเก่งและโหดเหี้ยม แลดูไม่กลัวอะไรแต่สิ่งที่หลายๆคนกลัวและ

จิ๋นซีฮ่องเต้ เองก็กลัวคือกลัวตายนั่นแหละ


จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามหาสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเป็นอมตะ อย่างน้ำอมฤตถึงขนาดส่งคนออก

ไปเสาะหาตามภูเขาในตำนาน ภูเขาเปงไล ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าเซียน เชื่อว่ามียาวิเศษ

น้ำอมฤตที่ทำให้เป็นอมตะคนที่ส่งลงเรือไปหาก็ไม่กลับมาซักคนอะครับ ไม่รู้ว่าเรือแตก

จมน้ำตายกลางทาง หรือหาไม่เจอเลยไม่กลับไปดีกว่าโดนโดนตัดหัว หรือไม่รู้ว่าหาไม่

เจอแล้วไม่อยากกลับ ถือซะว่าหนีไปให้พ้นๆเสียดีมั้ยฮ่าๆ


    ด้วยความที่อยากเป็นอมตะไม่มีวันตาย อั๊วะจะเนเวอร์ดาย นะเฟ้ยจึงเป็นที่มาของ

การสวรรคตของพระองค์ซะอย่างนั้น โดนลอบฆ่าลอบสังหารกี่ครั้งก็ไม่เห็นจะทำอะไร

พระองค์ได้จะมาสิ้นพระชนม์ชีพอย่างไรกัน ก็เพราะความไม่อยากตายอยากจะเป็นอมตะ

นั่นแหละครับ ที่ทำให้พระองค์สวรรคตไป คือประมาณว่าแกให้หมอหลวงหรืออาจจะเป็น

แนวหมอผี นักเล่นแร่แปรธาตุทำนองนี้แหละปรุงยาอายุวัฒนะ (ชื่อเหมือนในหนังจีน)

ขึ้นมาแล้วพระองค์ก็ทรงเสวยเข้าไป เพราะเชื่อว่าจะต่ออายุหรือทำให้พระองค์เป็น

อมตะก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าพระองค์สวรรคซะอย่างนั้นตามในหนังสือที่อ่านเขาว่า

ตอนนั้นพระองค์เสด็จประพาสหัวเมืองในวันที่ 10 กันยายน 210 ก่อนคริสตกาล

พระองค์สวรรคตเพราะ เสวยยาเม็ดปรอท (โลหะเหลว) มากเกินไปทำให้  พระองค์

ตายอย่างปัจจุบันทันด่วนแบบไม่ปรึกษาใครเลย

(จากที่อยากจะอมตะ กลับตายง่ายๆซะงั้น)


หมอคนนั้คงไม่มีชีวิตรอดเหมือนกัน ตามในหนังสือบอกมาว่า คงได้ไปอยู่เป็นเพื่อน

จิ๋นซีฮ่องเต้ แน่นอนทีนี้วุ่นละครับ เสด็จประพาสหัวเมืองแต่องค์ฮ่องเต้ ผู้เป็นจักรพรรดิ

ของแผ่นดินดันขึ้นสวรรค์ไปซะแล้วจะทำยังไง อำมาตย์ที่ตามเสด็จก็แก้ปัญหากันความ

วุ่นวายเฉพาะหน้า เพื่อซ่อนปิดข่าวการสวรรคตของพระองค์ให้เป็นความลับ บ้านเมือง

จะได้ไม่วุ่นวาย เอาให้แบบว่าข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จไปด้วยก็ไม่รู้เลย


             - คือท่าน อำมาตย์ผู้นั้นจัดการซื้อปลาสดมาด้วยเอามาไว้ในขบวนเสด็จ

นั่นแหละ ให้อยู่นำหน้าและตามหลังราชรถของ จิ๋นซีฮ่องเต้แล้วปิดม่านบังราชรถกันไม่

ให้ใครเห็นพระศพที่เน่าเปื่อยเหม็นออกมา เพราะปลาสดเมื่อผ่านอากาศร้อนๆหลายวัน

เข้าก็เหม็นเน่า คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเน่าจากพระศพ เพื่อทำให้ไม่มีใครผิดสังเกตุ -


ท่านอำมาตย์ผู้นั้นตามหนังสือบอกก็ผลุบๆ โผล่ๆหน้าเข้าไปในราชรถของ จิ๋นซีฮ่องเต้

ที่คงทั้งเหม็นและดูไม่ได้อาจจะเน่าเปื่อย ตามอากาศและเวลา (สงสารท่านอำมาตย์จัง

คงต้องทนน่าดูเชียว) ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียว คือผลุบเข้าผลุบออกอยู่แบบนั้นทุกวันนะ

ตามเขาว่ามาแต่ไม่รู้ว่าวันละกี่รอบ ไอหย๊าาา คือทำเหมือนไปปรึกษาฮ่องเต้ พูดคุยกัน

ตลอดเวลา 2 เดือน (แม่เจ้า 2 เดือน ผมนี่อะเหื้อเลย) น่าสงสารและนับถือน้ำใจยิ่งนัก

จิ๋นซีฮ่องเต้ ทรงสวรรคตในวันที่ 10 กันยายน 210 ปีก่อนคริสตกาล













กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2




กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2

    ราชวงศ์หมิง ในหน้าแรกพูดไปแล้วสำหรับ "กษัตริย์และราชวงศ์หมิง

6 พระองค์ มาหน้านี้ต่อกันที่พระองค์ที่ 7 ถึง พระองค์สุดท้าย หรือคนสุดท้ายของ

ราชวงศ์หมิง กันเลยครับ

กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


7.จักรพรรดิจิ่งไท่ Jingtai Emperor : ยึดบัลลังก์มาจากพี่ชาย ภายหลังโดนยึด

คืนไป มนสมัยของพระองค์ทรงทำสงครามชนะมองโกลที่มารุกราย ทรงจัดการบ้าน

เมืองให้เรียบร้อย กำจัดอำนาจของขันทีออกไป (ขันทีอีกแล้ว) แต่ไม่ทรงที่จะกล้า

ไปรับพระเชษญากลับมาเพราะเกรงว่าจะทำลายความมั่นคงของราชบัลลังก์ที่พระองค์

นั่งอยู่แต่ในที่สุดก็ได้ไปรับอดีตฮ่องเต้กลับมาตามคำแนะนำของยู่เฉียน โดยให้มีคน

เฝ้าพระตำหนักไม่ให้พบปะคนนอกได้เพื่อป้องกันการยึดอำนาจคืนแต่ต่อมาฮ่องเต้จิ่งไท่

ก็ประชวรหนักขุนนางต่างหารือเพื่อหาทายาทขึ้นมาสืบบัลลังก์หารือว่าจะตั้งจูเจี้นเซิน

หรือจูเจี้ยนจี๋ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ทหารของ อดีตฮ่องเต้เจิ้งถง ก็เข้ามาล้อมวัง ยึดอำนาจ

ตั้งตนเองกลับเป็นฮ่องเต้เสียใหม่ ฮ่องเต้จิ่งไท่จึงได้สิ้นพระชนม์ในวันนั้นขุนนางฝ่าย

ของยูเฉียนจึงถูกประหารชีวิตไปมาก ข้อหาขบถทรยศต่อฮ่องเต้เจิ้งถง

กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


8. จักรพรรดิเฉิงฮว่า Chenghua Emperor : เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิเจิ้งถง

ทรงครองราชย์เมื่อพระชนม์ได้เพียง 17 พรรษา พระองค์ต้องเป็นฮ่องเต้อีกคนนึงซึ่ง

อ่อนแอ ไม่สามารถจัดการกับอำนาจของขันทีในวังได้ต้องตกอยู่ในวงอำนาจของเหล่า

ขันทีพวกนั้นทรงไม่มีอำนาจอะไรมากนักและไม่ชอบว่าราชกิจเพราะไม่ทรงแข็งพอ

ควบคุมขุนนาง งานต่างๆจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจขันทีแทน (ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง 

จูหยวนจางพระองค์ อุตส่าทำให้อำนาจขันทีลดลงแล้วแท้ๆ)


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty


9. จักรพรรดิหงจื้อ Hongzhi Emperor :  เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิเฉิงฮัว

ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิหงจื้อ ขณะพระชนม์ 17 พรรษา ตลอด 18 ปีในรัชกาล

ทรงทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

10. จักรพรรดิเจิ้งเต๋อ Zhengde Emperor : ตลอดรัชกาลของพระองค์เริ่มมีชาติ

ในยุโรปเข้ามาติดต่อทำการค้าและเจริญสัมพันธไมตรีมากมายซึ่งทำให้เจริญก้าวหน้า

มากเพิ่มขึ้นจากสมัยของฮ่องเต้หงจื้อ


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

11. จักรพรรดิเจียจิ้ง Jiajing Emperor : ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเจียจิ้ง โดย

มีพระชนมายุเพียง 14 พรรษาในรัชกาลของพระองค์นั้นทรงมุ่งเน้นไปที่เป็นยุคแห่ง

ความเจริญด้านศิลปะและศาสนา ทรงเน้นเรื่องศิลปะโดยเฉพาะเครื่องลายคราม

และเรื่องศาสนาโดยเฉพาะลัทธิเต๋า โดยโปรดให้สร้างวิหารแห่งพระอาทิตย์รวมถึง

สร้างวิหารและสถาปัตรยกรรมทางศาสนาหลายแห่งรวมถึงต่อเติมหอสักการะแผ่นดิน

และฟ้า (เทียนตี้ถัน) และให้เปลี่ยนชื่อเป็น "หอสักการะฟ้า" (เทียนถัน)แต่ในรัชกาล

ของพระองค์ก็มีเหตุร้ายใหญ่อยู่ด้วย 1 อย่างคือ  เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดที่

มณฑลส่านซี ในปี ค.ศ. 1556 (พ.ศ. 2099) ตรงกับปีที่ 35 ในรัชกาล มีผู้เสียชีวิตกว่า

800,000 คน


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

12. จักรพรรดิหลงชิ่ง Longqing Emperor : ทรงเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ และทรง

บริหารราชการแผ่นดินได้ไม่ดี เป็นคนใจดีมีเมตตา เป็นที่รักของประชาชนแต่ด้วยความมี

เมตตาของพระองค์นั้นทำให้บรรดาขุนนางนั้นหาประโยชฃน์ทุจริตมากมายขุนนางไร้

ความสามารถ หาแต่ประโยชน์


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

13. จักรพรรดิว่านลี่ Wanli Emperor : พระองค์ทรงเป็นเด็กเฉลียวฉลาดและเป็น

ที่เชื่อฟังพระเสาวนีย์ของพระพันปีหลวง และเป็นศิษย์ที่ดีของพระอาจารย์ ด้วยการชี้นำ

ของจางจวีเจิ้ง ทำให้แผ่นดินมีความมั่นคงอย่างมาก เงินในท้องพระคลังมีมากมาย

มหาศาล แต่เมื่อพระองค์ทรงเจริญพระชันษาขึ้น ทรงเริ่มมีการเบื่อหน่ายในราชการ

แผ่นดิน ทำพระองค์เสเพล สรรหาแต่ความรื่นเริง จนเกือบโดนถอดออกจากฮ่องเต้

ในรัชกาลของพระองค์ได้มีบาทหลวงคณะเยซูอิตเข้ามาที่ต้าหมิง เพื่อเผยแผ่ศาสนา

ด้วย


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

14. จักรพรรดิไท่ชาง Taichang Emperor : เมื่อขึ้นครองราชย์ได้สัปดาห์เดียวก็

เกิดประชวรขึ้น เพราะพระองศ์ฝักใฝ่ในกามอารมณ์ สนมคนโปรดของจักรพรรดิหว่านลี่

ได้ส่งสาวงามไปให้จนพระองศ์ประชวร ขันทีผู้น้อยคนหนึ่งได้ถวายยาเม็ด เมื่อพระองศ์

เสวยแล้ว อาการก็ทรุดหนักลงจนสิ้นพระชนม์


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

15. จักรพรรดิเทียนฉี่ Tianqi Emperor : ขึ้นครองราชในตอน 15 พรรษาตลอด 7 ปี

ในรัชกาลมีกบฏเกิดขึ้นหลายครั้ง 1620 -1627


กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty

16. จักรพรรดิฉงเจิน Chongzhen Emperor : พรรดิฉงเจินทรงมุ่งมั่นที่จะกอบกู้

สถานการณ์ระส่ำระสายยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในราชสำนักจากความขัดแย้งระหว่างขันทีกับ

ขุนนางราชสำนักจีนต้องประสบภาวะภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ผู้คนขาดแคลนล้มตาย

ขุนนางในหัวเมืองฉ้อฉล ขูดรีดทรัพย์สิน กลั่นแกล้งประชาชนอย่างต่อเนื่อง ราชสำนัก

แก้ไขปัญหาไม่ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้างจนก่อเกิดเป็นกบฏ

ชาวนาหลี่จื้อเฉิง อดีตนายทหารผู้น้อย เริ่มรวบรวมสมัครพรรคพวกก่อการต่อต้านราช

สำนักขึ้นจนสามารถยึดเมืองซีอานได้และเข้าปิดล้อมปักกิ่งได้อย่างรวดเร็วทหารหลวง

ของหมิงไม่สามารถต้านทานได้ จนขันทีแอบเปิดประตูเมืองให้หลี่จื้อเฉิงเข้ามาได้ล้ม

ราชวงศ์หมิงลงจักรพรรดิฉงเจินเสด็จหนีขึ้นไปยังเขาเจียงซาน ด้านเหนือของพระราชวัง

หลวง และผูกพระศอองค์เองกับต้นไม้ สวรรคตขณะมีพระชนมายุสามสิบสี่ชันษาและ

เป็นเหตุให้ อู๋ ซานกุ้ยที่โดนหลี่จื้อเฉิง คุกคาม ขณะนั้นอู๋ ซานกุ้ยเป็นแม่ทัพใหญ่รักษา

ด่านซันไห่กวนอันเป็นด่านหนึ่งของกำแพงเมืองจีน เป็นด่านสำคัญที่ป้องกันการรุกราน

จากศัตรูทางทิศเหนือของปักกิ่ง อู๋ ซานกุ้ยไร้ทางเลือกจึงเปิดพด่านให้แมนจูเข้ามาปราบ

หลี่จื้อเฉิงได้สำเร็จและได้เข้ามาปกครอง จีนต่อจากราชวงศ์หมิงเป็นเหตุให้ราชวงศ์หมิง

อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่เป็นชาวฮั่นที่ปกครองจีนมานานกว่า 4,000 ปี ต้องล่มสลายลง

อู๋ ซานกุ้ยจึงได้รับราชการในแผ่นดินแมนจูต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผิงซีอ๋อง ปกครอง

มณฑลยูนนาน ชายแดนทางตอนใต้ ในรัชสมัยฮ่องเต้ซุ่นจื้อจักรพรรดิองค์ที่ 3 ของ

ราชวงศ์ชิงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ได้ประทับในพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่ง

และราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง





กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty




ราชวงศ์หมิง


กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

    ราชวงศ์หมิง หรือ ราชวงศ์เบ๋ง (ฮกเกี้ยน) หรือ ราชวงศ์เม้ง (แต้จิ๋ว)  นั้นเป็น

ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรจีนต่อจากราชวงศ์หยวนของมองโกล สามารถขับไล่ชน

ชั้นปกครองราชวงศ์หยวนออกไปจากแผ่นดินจีนและกำจัดศัตรูต่างๆออกไปได้แต่ก็มา

พ่ายแพ้ให้แก่ราชวงศ์แมนจู(ราชวงศ์ชิง) สืบเนื่องจากเกิดความไม่พอใจของประชาชน

จนเกิดกบฎชาวนาของหลี่จื้อเฉิง รวมถึงเป็นเหตุให้ อู๋ ซานกุ้ยขุนนางหมิง เปิดประตู

ให้ชาวแมนจูเข้ามาจนได้รวบรวมและโค่นล้มหมิงของชาวฮั่นลงเสีย นับว่า

ราชวงศ์หมิง เป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ ปกครองด้วยชาวฮั่นอย่างแท้จริงระยะเวลาการ

ปกครองของ ราชวงศ์หมิง คือ  พ.ศ. 1911 (ค.ศ. 1368) ถึง พ.ศ. 2187 (ค.ศ. 1644)

เป็นเวลารวม 276 ปี ของประวัติศาสตร์จีน


ฮ่องเต้ จักรพรรดิหรือกษัตริย์ที่ปกครองราชวงศ์หมิง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

1. จักรพรรดิหงอู่ .. หมิงไท่จู่ จูหยวนจาง Hongwu Emperor : จูหยวนจาง

ยกทัพบุกถึงนครต้าตูเมืองหลวงของราชวงศ์หยวน จักรพรรดิซุ่นตี้เห็นเหลือกำลังที่จะ

รับมือจึงพาเหล่าพระญาติพระวงศ์และชาวมองโกลหนีออกนอกด่านไปอยู่ที่เมืองซ่างตู

จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเป่ยผิง ประกาศตั้งราชวงศ์ต้าหมิง สถาปนาตนเองขึ้นเป็น

ฮ่องเต้ทรงพระนามว่าหมิงไท่จู่ ในรัชกาลแรกของพระองค์นี้ได้ทำการพัฒนาประเทศ

ไปในทางที่ดีทั้งเศรษฐกิจ การปกครอง ลงโทษผู้กระทำผิดและเป็นภัยต่ออำนาจ

พระองค์อย่างเด็กขาด ที่สำคัญทรงศึกษาความล้มเหลมของราชวงศ์อื่นๆมาปรับใช้

ทรงสั่งห้ามขันทีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง (แบบที่ราชวงศ์ถังช่วงกลางและปลายที่

ปัญหาเพราะขันทีมีอำนาจมากเกินไป) และรวบรวมอำนาจเข้ามาไว้ที่พระองค์ให้มาก

ขึ้นเรียกได้ว่าพระองค์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty

2. จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน Jianwen Emperor : ในสมัยนี้เป็นสมัยแห่งสงคราม

กลางเมืองเนื่องจาก จูหยวนจางหรือจักรพรรดิหงอู่นั้น ส่งต่อราชบัลลังค์ให้แก่

หลานของตนซึ่งเป็นลูกของลูกรักพระองค์ทำให้ ลูกชายของพระองค์ เหล่าบรรดา

องค์ชายทั้งหลายไม่พอใจ ต่อมาเพื่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงครองราชย์ด้วยวัย

21 พรรษาแล้วนั้นได้ทำการลดทอนอำนาจของฮ๋องต่างๆ (พระเจ้าอาของพระองค์

นั่นเอง) ทั้งโยกย้ายกำลัง ปรับตำแหน่งต่างๆนาๆ เพื่อลดทอนอำนาจ ครั้นถึงคราว

รัฐเอี๋ยนของ จู้ตี้ต้องโดนแยกอำนาจนั้น เขาได้แก้ลำโดยการยกทัพโดยใช้เหตุผล

อ้างว่ามาปราบขุนนางชั่วรอบกายองค์จักรพรรดิ จึงได้เกิดเป็นสงครามกลางเมือง

ยืดเยื้อกันอยู่ 3 ปี จนในที่สุดสามารถเข้าเมืองหลวงและวังต้องห้ามได้ พบว่าวังต้อง

ห้ามนั้นเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ จักรพรรดิเจี้ยนเหวินหายไป เมื่อยึดครองเมืองอิ้งเทียน

ได้แล้ว จูตี้จึงปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทรงมีพระนามว่าหมิงเฉิงจู่ (หย่งเล่อ) 

ต่อมาอีก 39 ปี ในรัชศกจ้งถ่ง มีผู้พบพระภิกษุชรารูปหนึ่งที่มีคนจำได้ว่าคือจักรพรรดิ

ฮุ่ยตี้ (พระจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน)

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


3. จักรพรรดิหย่งเล่อ Yongle Emperor : พระองค์เป็นโอรสองค์ที่ 4 ของฮ่องเต้

จูหยวนจางปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง หลังจากสงครามกลางเมืองกับหลานของ

ตัวเองและสามารถก้าวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ในปี ค.ศ.1402 ทรงตัดไฟแต่ต้นลมประหาร

ขุนนางที่คิดว่าเป็นภัยต่อพระองค์ไปเบาๆ เกือบพันคน (นั่นเบาแล้วหรอ) ลดอำนาจอ๋อง

ต่างๆห้ามมีทหารรักษาประจำเมืองมีได้แค่ทหารรักษาพระองค์ของอ๋อง องค์นั้นๆ ห้าม

เจ้าเมืองต่างๆคิดติดต่อกันโดยไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระองค์ฮ่องเต้หย่งเล่อทรง

ย้ายราชธานีไปอยู่ที่เป่ยผิงอันเป็นฐานที่มั่นของพระองค์ด้วยเหตุผลว่าป้องการรุกราน

ของชนกลุ่มน้อยทางเหนือ (มีกำแพงเมืองจีนอยู่แล้วจะกลัวไร อ่ะล้อเล่น) และทรงให้

สร้างพระราชวังต้องห้ามขึ้นที่นั่นพระองค์จึงทรงย้าย จากกรุงนานกิงมาประทับที่กรุง

ปักกิ่ง เป็นการถาวร พระองค์ทรงมีการศึกต้องอกไปสู้กับมองโกลอยู่หลายครั้ง พระองค์

ทรงรวบรวมราชบัณฑิตกว่าสองพันคน พร้อมด้วยผู้อำนวยการใหญ่ 5 คน รองผู้อำนวย

การอีก 20 คน จัดทำ “หย่งเล่อต้าเตี่ยน” สารานุกรมรวบรวมความรู้ทางวิชาการสาขา

ต่างๆ เรียกว่าสารานุกรมหย่งเล่อ ในยุคสมัยของพระองคืนั้นยังได้สนับสนุนการออก

เดินทางไปรอบโลกนำโดย เจิ้งเหอ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก หย่องเล่อให้เป็นหัวหน้า

ขันที ต่อมาได้รับพระราชทานแซ่เจิ้ง จึงเรียกขานว่า "เจิ้งเหอ" โดยให้เดินทางสำรวจ

เดินเรือสำรวจทางทะเลในระยะเวลา 28 ปี กองเรือของเจิ้งเหอออกสำรวจทางทะเลรวม

 7 ครั้ง ไปไกลถึง อินเดีย แอฟริกา นำสินค้าไปแลกเปลี่ยนกับชาติต่างๆ รวมทั้งเข้ามา

ถึงกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ก็ยังมีสถาปัตยกรรมเด่นที่ปัจจุบันนับ

ว่าเป็นอีก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยทีเดียวนั่นก็คือ

                                                          เจดีย์กระเบื้องเคลือบที่นานกิง

พระองค์เป็นฮ่องเต้ที่มากด้วยความสามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่และทำให้แผ่นดิน

เป็นปึกแผ่นอีกด้วย

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


4. จักรพรรดิหงซี Hongxi Emperor :  องค์ชายจูเกาจื้อ ขึ้นครองราชย์ต่อจาก

พระราชบิดา มีพระนามว่าหมิงเหยินจง พระองค์มีแผนที่จะย้ายเมืองหลวงกลับมาที่

นานกิงเหมือนเดิม และจะยกเลิกกองเรือสำรวจของเจิ้งเหอ แต่ด้วยพระองค์ทรง

ประชวรและสวรรคตไปเสียก่อนทั้งๆที่เพิ่งครองราชย์ได้ไม่ถึง 10 เดือนทำห้ทุกอย่าง

ต้องล่มลง

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


5. จักรพรรดิเซฺวียนเต๋อ ..หมิงซวนจง หรือ จูเจียนจี  Xuande Emperor :

ทรงมีพระทัยเมตตาในตอนต้นรัชกาลได้ปราบกบฎแต่ก็มิได้ลงโทษใดๆทรงให้เจิ้งเหอ

ออกเดินทางสำรวจครั้งที่ 7 (ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย) พรองค์ทรงครองราชย์ได้ 10 ปี ก็

สวรรคตเมื่อพระชนมพรรษา 36 พรรษา

กษัตริย์และราชวงศ์หมิง Ming dynasty


6. จักรพรรดิเจิ้งถง Zhengtong Emperor : พระองค์ได้ถูกจับตัวไปเป็นเชลย

ตอนที่ไปรบกับมองโกลทางราชสำนักจึงตั้งพระอนุชา(น้องชาย)ของพระองค์ขึ้นครอง

ราชย์แทนเป็นจักรพรรดิจิ่งไถ่ เมื่อจักรพรรดิเจิ้งถ่งทรงถูกปลอยตัวกลับมาก็ถูกพระอนุชา

ที่เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่จับขังไว้ แต่พระองค์ก็ได้ทรงยึดอำนาจกลับขึ้นครองราชย์อีกครั้ง

ในรัชสมัยของพระองค์ยังมี กบฏเฉาฉิน ซึ่งเกิดมีเหตุให้โดนเผาประตูวังแต่ดีที่ฝนตกลง

มาดับเสียก่อน ฝ่ายกบฏ เห็นท่าสู้ไม่ได้เลยหนีกลับไป หัวหน้ากบฏเฉาฉินได้รับบาดเจ็บ

หนีกลับไปยังบ้านของตน และกระโดดบ่อน้ำที่บ้านตนเองเสียชีวิต


>>> หน้าถัดไป กษัตริย์ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 2


เนื่องจากจะยาวเกินเลยยกที่เหลือไว้ในหน้าถัดไปกดอ่านเรื่องราวของราชวงศ์หมิง

กันได้ต่อเลยครับ




พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง (ฮ่องเต้กษัตริย์จีน)




พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง


พระนามจักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง (ฮ่องเต้กษัตริย์จีน)

   ชื่อเท่ๆ ดูดีๆวันนี้เรามาดูว่าพระนามของจักรพรรดิแต่ละพระองค์ของราชวงศ์ถัง นั้นมี

พระองค์ใดบ้าง ราชวงศ์ถังมีฮ่องเต้ปกครองกี่พระองค์ราชวงศ์ถังปกครองแผ่นดินจีน

คริสต์ศตวรรษที่ 7 - 10 หรือในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 15 ปีพ.ศ. 1161 - 1450 เป็น

เวลา 289 ปีแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ราชวงศ์ถัง และ ฟื้นฟูราชวงศ์ถัง เพราะไปสะดุดตรงช่วง

ราชวงศ์ราชวงศ์โจว(อู่โจว) ของพระนางบูเช็กเทียนสตรีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน

ที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินจีนทรงสถาปนาราชวงศ์ของพระนางเอง จึงต้องยกไว้และต่อมา

หลังจากสมัยของพระนางก็ได้มี การฟื้นฟูราชวงศ์ถังขึ้นมาใหม่ รวมทั้งสิ้น ราชวงศ์ถังมี

ฮ่องเต้ หรือองค์จักรพรรดิทั้งสิ้น 21 พระองค์ 23 รัชสมัย


1. จักรพรรดิถังเกาจู่ : มีพระนามเดิมว่า หลี่ยวน เมื่อราชวงศ์สุยใกล้ล่มสลายลง

หลี่ยวน ที่รักษาแดนไท่หยวน จึงประกาศตัวเป็นอิสระต่อราชสำนักและสามารถเข้า

ยึดครองนครฉางอันเป็นฐานที่มั่น และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิถังเกาจู่

ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ถังเมื่อพระชนม์ได้ 52 พรรษา

จักรพรรดิ ราชวงศ์ถัง
จักรพรรดิถังไท่จง : หรือหลี่ซื่อหมิน
2. จักรพรรดิถังไท่จง : หรือหลี่ซื่อหมิน ในยุคของพระองค์นั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุด

ของราชวงศ์ถังเลยทีเดียว สามารถรวบรวมดินแดนแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นการปกครอง

เป็นไปได้ด้วยดี มีการถามความเห็นโต้แย้งความเห็นฮ่องเต้ได้อย่างเสรีไม่มีความผิด

แต่ห้ามไม่ให้มีการไปพูดลับหลังเพราะให้มีสิทธิ์โต้แย้งต่อหน้าพระพักต์ได้แล้วก็ควรจะ

พูดตรงนั้น ถ้าใครมีการไปนินทาว่าร้ายหรืออะไรลับหลังแล้วโดนจับได้พระองค์ก็จะ

ทรงลงพระอาญา เพราะถือว่าให้ได้วิจารณ์ได้อย่างเปิดเผยแล้วกลับไม่ทำแต่ไปทำ

ลับหลังพระองค์จงต้องโดนลงโทษให้เข็ดหลาบ


3. จักรพรรดิถังเกาจง : ถังไท่จงพระราชบิดาทรงเลือกองค์ชายหลี่จื้อเป็นรัชทายาท

แทน รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียน และ วุ่ยหวังหลี่ไท่ ที่แย่งชิงอำนาจกันจึงโดนปลดจาก

รัชทายาทส่วน วุ่ยหวังหลี่ไท่ โดนถอดยศเป็นสามัญชน รัชกาลของพระองค์ส่วนใหญ่

จะยุ่งกับการแก้ไขปัญหาในวังหลังเสียมาก


4. จักรพรรดิถังจงจง : เมื่อพระบิดา คือฮ่องเต้ถังเกาจง สิ้นพระชนน์ พระนาง

บูเช็กเทียนมารดาของพระองค์ก็ได้ยึดอำนาจไว้แล้วตั้งพระองค์ขึ้นเป็น จักรพรรดิ

แต่ให้หลัง 1 ปีก็โดนพระมารดาปลดลงแล้วตั้งให้พระอนุชาของพระองค์ คือ

จักรพรรดิถังรุ่ยจง ครองราชย์ต่อไป


5. จักรพรรดิถังรุ่ยจง  : พระนามเดิมว่า หลี่ตั้น เมื่อ จักรพรรดิถังจงจง พระเชษฐา

ถูกพระราชมารดาปลดออกจากราชสมบัติ พระนางบูเช็กเทียนก็ตั้งพระองค์ให้ขึ้น

ครองราชย์แทนแล้วก็เหมือนคนพี่อย่าง ถังจงจง เพราะถังรุ่ยจงก็โดนปลดอีกหลัง

จากครองราชย์ได้ไม่ถึง 1 ปี เพราะอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่พระนางบูเช็คเทียน


6. จักรพรรดิถังจงจง : จักรพรรดิถังจงจงได้ขึ้นครองราชย์เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่

ปลดไปเพราะพรนางบูเช็กเทียนที่ครองราชย์สถาปนาราชวงศ์โจวทรงสละราชสมบัติ

ด้วยวัย 85 ปี


7. จักรพรรดิถังชาง : ชางตี้ พระโอรสในจักรพรรดิถังจงจงเมื่อพระราชบิดาสวรรคต

ในปีค.ศ. 710พระองค์จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อมาเมื่อพระชนม์เพียง 15 พรรษาแต่

ครองราชย์ได้ไม่ถึงปีก็ทรงถูกปลดและสวรรคตเมื่อพระชนม์เพียง19พรรษาในปี

ค.ศ. 714


8. จักรพรรดิถังรุ่ยจง : ได้กลับมาทรงราชย์อีกครั้ง แต่ถังรุ่ยจงทรงครองราชย์ได้

เพียง 2 ปี ก็สละราชสมบัติให้องค์ชายขึ้นทรงราชย์เป็น จักรพรรดิถังเสวียนจง


9. จักรพรรดิถังเสฺวียนจง : หลังจากครองราชย์ต่อจากพระบิดาก็ทรงกวาดล้าง

อำนาจเก่า ปราบขุนนางกังฉิน (เหมือนจะดี) แต่เมื่อพระองค์รับสนมซึ่งได้ชื่อว่า

4 ยอดหญิงงามแห่งแผ่นดินจีน (บ้างก็บอก นางล่มเมือง) เท่านั้นแหละครับไม่ทรง

ปฏิบัติงานราชกิจอะไรเลย ลุ่มหลงแต่นางสนุมกุ้ยเฟย จนบ้านเมืองอ่อนแอหนำซ้ำ

ยังให้ญาติๆของ หยางกุ้ยเฟยเข้ามารับราชการโกงบ้านกินเมืองกระจุยกระจายใช้

อำนาจกร่างไปทั่วจนขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ไม่พอใจบุกเข้ายึดพระราชวังถังเสวียนจง

และหยางกุ้ยเฟยจึงต้อง อพยพย้ายหนีไปที่อื่นแต่ก็โดนตามทัน เหล่าทหารบังคับ

ให้หยางกุ้ยเฟยฆ่าตัวตายเพื่อลดความแค้นแก่ทหารและสนับสนุนหลี่เฮิงให้ขึ้นเป็น

จักรพรรดิถังซู่จง (นับจากสมัยของพระองค์ก็เข้าสู่ความตกต่ำของราชวงศ์ถังไป

เรื่อยๆ)


10. จักรพรรดิถังซู่จง : ขึ้นครองราชย์แทนจักรพรรดิถังเสวียนจง พระราชบิดาที่ถูก

เหล่านายทหารและขุนนางข้าราชการโค่นราชบัลลังก์ ในรัชกาลนี้มีกบฏอันลู่ซันตลอด

รัชกาลของเขานั้นอำนาจทั้งหมดตกอยู่ที่หลี่ ฝู่กั๋ว ขันทีมีชื่อ


11. จักรพรรดิถังไต้จง : ทรงขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 762 (พ.ศ. 1305) เป็นจักรพรรดิ

ที่อ่อนแอและไร้อำนาจ เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ในกำมือของขันทีหลี่ฝู่กั่วจักรพรรดิ

ถังไต้จงสวรรคตลงในปี ค.ศ. 779 (พ.ศ. 1322) ครองราชย์ได้ 17 ปี ขณะพระชนม์

ได้ 53 พรรษา


12. จักรพรรดิถังเต๋อจง : ทรงครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา ถังไต้จง ในปี ค.ศ. 779

(พ.ศ. 1312) ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 3 ในราชวงศ์ถังคือ 26 ปี


13. จักรพรรดิถังชุนจง : ทรงครองราชย์เพียง 6 เดือน ก็สละราชสมบัติให้องค์

รัชทายาทหลี่ซุน เนื่องจากทรงมีปัญหาเรื่องพระสุขภาพ


14. จักรพรรดิถังเสียนจง : พระองค์ทรงควบคุมอำนาจต่างๆโดยเฉพาะการทหาร

จากผู้ว่ามาไว้ที่พระองค์เองและราชสำนัก กวาดล้างอำนาจเก่าๆ ที่มีอยู่ให้อำนาจ

กลับมาอยู่ที่ราชสำนักแต่เหมือนเดิม ช่วงขันทีรุ่งเรืองอำนาจของราชสำนักที่พระองค์

นำกลับมา ตกอยู่ในมือขันทีชั่วซะเยอะ ต่อมาจักรพรรดิเสียนจงก็ถูกลอบปลงพระชนม์

โดยขันทีนามว่าเฉินหงจี ขณะพระชนม์ได้ 42 พรรษา


15. จักรพรรดิถังมู่จง : พระราชโอรสในจักรพรรดิถังเสียนจง ในสมัยของพระองค์นั้นมี

การทุจริตโกงกินกันเป็นอย่างมากส่งผลต่อความเป็นอยู่ของราษฎร รวมไปถึงสภาพ

เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ


16. จักรพรรดิถังจิงจง : โอรสองค์โตในจักรพรรดิถังมู่จงขึ้นครองราชย์สืบต่อมาขณะ

พระชนม์เพียง15พรรษาแต่ทรงครองราชย์ได้เพียง2ปี ก็ถูกปลงพระชนม์โดยขันทีชื่อ

หลิวเคอหมิง (จะเห็นได้ว่าหลังจากสมัยของถังเสวียนจง ขันทีจะมีบทบาทมากมีอำนาจ

มากเนื่องจากกษัตริย์และบ้านเมืองอ่อนแอ) ทำให้ราชวงศ์ค่อยๆอ่อนแอตามไปด้วย


17. จักรพรรดิถังเหวินจง : พระราชโอรสองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิมู่จง


18. จักรพรรดิถังหวู่จง :


19. จักรพรรดิถังซวนจง : เป็นพระราชโอรสใน จักรพรรดิถังเสียนจง เป็นพระอนุชา

ของจักรพรรดิถังมู่จง ครองราชย์สืบต่อจาก จักรพรรดิถังหวู่จง พระราชนัดดา


20. จักรพรรดิถังยี่จง :


21. จักรพรรดิถังซีจง : เป็นสมัยที่ราชวงศ์ถังอ่อนแอเป็นอย่างมากโดนกบฏหวงเฉา ลุกฮือ

แต่ได้จูเหวียนจง ทำให้อำนาจทั้งหมดตกอยู่ที่จูเหวียน (ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เป็นปฐมกษัตริย์

แห่งเหลียงยุคหลัง)


22. จักรพรรดิถังเจาจง : แน่นอนในสมัยพระองค์ทรงตกอยู่ในอำนาจของจูเหวียนจง

(ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิถังซีจง) พระองค์จึงจำเป็นต้องยืมอำนาจของจูเหวียนให้มาปราบขันที

ที่มีอำนาจต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังยุคของ ถังเสวียนจงจนปราบได้ราบคาบแต่ในปีถัดมา

 ถังเจาจงทรงถูกสังหารโดยจูเหวียนจง (น่าจะมาจากที่จูเหวียนจงไม่ต้องมาคานอำนาจกับ

ขันทีแล้วเพราะมีอำนาจเต็มที่กว่าแต่ก่อนมาก)


23. จักรพรรดิถังไอ : หรือจักรพรรดิไอตี้ เขาถูกจูเหวียนจง ตั้งขึ้นมาตอนพระชนม์เพียง

13 พรรษา เพื่อเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดของเขา ต่อมาทรงครองราชย์ได้เพียง 3 ปีใต้อำนาจ

ของ จูเหวียนจง  จักรพรรดิไอตี้ ก็โดนปลด เมื่อพระชนม์เพียง 16 พรรษา จูเหวียนจง

ได้ตั้งราชวงศ์โฮ่วเหลียงขึ้น ทำให้ราชวงศ์ถังล่มสลายลงไปในที่สุด

** ถึงราชวงศ์ถังจะยิ่งใหญ่อยู่ช่วงนึงแต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งมาตลอดในช่วงยุคหลังๆนั้น

ก็ไม่มีอะไรโดดเด่น การสร้างกำแพงเมืองจีนต่อเนื่องจึงไม่มีในยุคนี้จนไปถึงยุคของ

ราชวงศ์ซ้องก็ไม่ได้ ทำการต่อเติมในจุดของกำแพงเมืองจีน มาต่อเติมก็ช่วงเด่นๆหลักๆ

คือในราชวงศ์หมิงอีกที (เกร็ดเล็กน้อยจ้า) ส่วนเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ก็สร้างใน

ยุคของราชวงศ์หมิงเช่นกัน ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์สุดท้ายของชาวฮั่นด้วยนะจ๊ะ

ก่อนจะโดนแมนยูเอ้ย แมนจูยึดครอง ปละกลายเป็นราชวงศ์ชิง