แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเซียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเซียน แสดงบทความทั้งหมด

บริษัทในตลาดหุ้นไทย ที่ลงทุนไปได้สวยใน CLMV

 


บริษัทในตลาดหุ้นไทย ที่ลงทุนไปได้สวยใน CLMV

 เอาข้อมูลมาจาก ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหุ้นไทย หรือ Set ที่เขาลงรายชื่อแยกหมวดไว้ บางบริษัท

อาจจะลงทุนใน แถบ CLMV ซึ่งมีแนวโน้มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดดเด่น แต่ไม่มีใน

หมวดนั้น เราก็ยังจะไม่ลงไว้ก่อนน้าส่วน CLMV คือไร ก็คือ ล่าวคือเป็นกลุ่มประเทศ ในเขต

อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตามตัวอักษรเลย ถ้าอยากได้ละเอียดกว่านี้

ก็ตามลิ้ง CLMV คือ กลุ่มประเทศอะไร  เข้าไปดูได้

CLMV


มาลุยกันต่อ มาดูว่ามีบริษัท อะไรมั่ง



1. AJ บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) :  ผลิตและจำหน่ายแผ่นฟิล์ม


2. AMATA บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) : พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและ

ต่างประเทศ น้ำประปา กระแสไฟฟ้า และจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ 


3. AMATAV บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) : Holding Company


4. BANPU บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) : กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ  

การตลาด การค้า โลจิสติกส์ และการจัดหาเชื้อเพลิง และสายส่ง


5. BCP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : โรงกลั่นน้ำมันและการค้าน้ำมัน และธุรกิจการ

ตลาด ลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว 


6. BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 

ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน


7. BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) : โรงพยาบาลเอกชน ใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม 

คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบี เอ็น เอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท

 กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล 


8. BGC บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว 

ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหาร และยา


9. BGRIM บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) : Holding Company ธุรกิจหลักด้านการผลิต

และจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ 


10. BH บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) : โรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ 

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ในกรุงเทพมหานคร


11. BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) : สินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ ออกแบบ

บรรจุภัณฑ์  การกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาหารและกลุ่มเครื่องใช้ส่วนตัว เวชภัณฑ์และ

ทางเทคนิคธุรกิจค้าปลีก


12. BPP บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) : Holding Company ธุรกิจหลักด้านการผลิตและ

จำหน่ายไฟฟ้า


13. CBG บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : Holding Company ประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด

 จำหน่าย และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่น ๆ  คาราบาวแดง


14. CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) : บริษัทก่อสร้าง รับบริหารโครงการขนาดใหญ่ พัฒนา 

ลงทุน และบริหารโครงการสัมปทานระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่


15. CKP บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) : Holding Company ประกอบธุรกิจที่ผลิตและ

จำหน่ายไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ


16. CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร 

ธุรกิจอาหารสัตว์  ธุรกิจเลี้ยงสัตว์-แปรรูป ธุรกิจอาหาร  แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก ผลิตภัณฑ์

อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารพร้อมรับประทาน ค้าปลีกอาหารและร้านอาหาร


17. CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจค้าปลีกสินค้า 


18. DRT บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) : ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังคา 

แผ่นผนังและฝ้า ไม้สังเคราะห์ ติดตั้งหลังคาและสินค้าโครงสร้างของบ้าน ตราเพชร ตราหลังคา 

ตราอดามัส และตราเจียระไน


19. EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) : Holding company ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 

ให้บริการด้านเทคนิคการจัดการแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ 


20. GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) : จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง 

วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวน 


21. GULF บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) : Holding Company ผลิตและ

จำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน จัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ  ลงทุน

ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน


22. GUNKUL บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) : ผลิต จัดหา และจำหน่ายอปุกรณ์สำหรับ

ระบบไฟฟ้า ผลิต จัดหา และจําหน่ายผลติภัณฑ์ประหยัดพลังงาน ผลิตและจําหน่ายไฟฟ้าจากพลังงาน

ทดแทน  รับเหมาก่อสร้าง ให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ดำเนินธุรกิจการปลูกกัญชง และกัญชา 

เพื่อการจำหน่าย


23. ICHI บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจเครื่องดื่ม เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียว

พร้อมดื่ม อิชิตัน กรีนที เย็นเย็น  ไบเล่


24. INTUCH บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) : ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยี 

และดิจิทัลในรูปแบบ Holding Company ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ธุรกิจดาวเทียม


25. IRPC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจปิโตรเลียม โรงกลั่นน้ำมัน ผลิตและจำหน่าย 

น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา  เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ

ธุรกิจท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์  ขนถ่ายสินค้า บริหารจัดการทรัพย์สิน 


26. KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) : ธนาคารกสิกรไทยประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์  


27. KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ธนาคารพาณิชย์ 

ธุรกิจตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด 


28. KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) : ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ไฟฟ้า เอทานอล 

และปุ๋ยอินทรีย์


29. MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)  : โรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ

 ลานสเก็ตน้ำแข็ง ธุรกิจพื้นที่เช่าและศูนย์การค้า สร้างและการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และสื่อโฆษณา


30. MEGA บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) : จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 


31. MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรม 

ให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์


32. OR บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) : จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและ

ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการ ปํ๊ม ปตท กับ กาแฟอเมซอน


33. OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค  เครื่องดื่มบำรุงกำลัง

 เอ็ม-150 ลิโพ  เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟพร้อมดื่ม บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า


34. PTT บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร สำรวจและผลิต 

จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ น้ำมันและปิโตรเคมี


35. PTTEP บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) : สำรวจและผลิตปิโตรเลียม

ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  ขนส่งก๊าซทางท่อในต่างประเทศ


36. PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ของกลุ่ม ปตท.


37. RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : โรงไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานด้านอื่นๆ 

รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไร เพราะเป็น  Holding Company


38. RBF บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสม

ในอาหาร  


39. RCL บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) : ด้านโลจิสติคส์ เดินเรือ ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล


40. SAMART บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) :  สื่อสารไอทีและโทรคมนาคมครบวงจร 

ICT Solution and Service ธุรกิจสื่อสารข้อมูล ด้านดิจิตอลเทคโนโลยี Digital ธุรกิจ Call Center 

ธุรกิจบริการสาธารณูปโภค (Utilities & Transportations ) ธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ (Technology Related Services)


41. SCBx บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) : Holding Company ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 


42. SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) : Holding company ธุรกิจหลัก ได้แก่  ซีเมนต์

และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง


43. SCCC บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์และปูนสำเร็จรูป

 ตราสินค้า อินทรี 


44. SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) : Holding Company บรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร 

ธุรกิจเยื่อและกระดาษ 


45. SPRC บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) : โรงกลั่นน้ามันของบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์

ปิโตรเลียม ก๊าซปิโตรเลียมเหลว  น้ามันเบนซินไร้สารตะกั่วเกรดพิเศษและเกรดธรรมดา น้ามันดีเซลหมุนเร็ว 

น้ามันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ามันเตา 


ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โพรพิลีนเกรดโพลิเมอร์ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว แนฟทาเกรดปิโตรเคมี ก๊าซผสม 

C4 และรีฟอร์เมท


46. SSP บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : Holding Company ผลิตและ

จำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน  โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 


47. STARK บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : Holding Company ผลิตสายไฟฟ้าและ

สายเคเบิ้ล ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล


48. SUPER บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : รดูแลบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า

พลังงานทดแทน Holding Company ผลิตและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


49. TASCO บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) :  กิจการร่วมค้า และ บริษัทร่วม ผลิตและ

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางมะตอยสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างถนน และ ผิวทางวิ่งขึ้นลง ของสนามบิน 

ผู้รับเหมาก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน


50. THG บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : กลุ่มบริษัทประกอบกิจการสถานพยาบาล 

ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลธนบุรี"


51. TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) : กลั่น และจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 


52. TSTH บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) : Holding company ผลิตและจำหน่าย

สินค้าเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง


53. TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและ

บรรจุกระป๋อง  อาหารทะเล บรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ อาหารสัตว์ พัฒนาสายพันธุ์กุ้งเพื่อจำหน่าย


54. UTP บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายกระดาษคราฟท์ซึ่งใช้สำหรับ

อุตสาหกรรมหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ 


55. VNG บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) : ผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ (Panel Board) เพื่อใช้ทดแทน

ไม้ธรรมชาติ  แผ่นเอ็มดีเอฟ และแผ่นปาร์ติเกิ้ล 


ความรู้ต่างๆ

✅  สงครามไทย ยุทธหัตถีครั้งแรก

✅ เมื่อตะวันตกล่าอาณานิคม ศตวรรษที่ 15-19

✅ ประวัติศาสตร์

✅ ท่องล้านนาบนหลังช้าง

✅ Timeline ประวัติศาสตร์ไทย มองไกลประวัติศาสตร์โลก

✅ ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยติกดิน

++++



CLMV คือ กลุ่มประเทศอะไร

 


CLMV คือ กลุ่มประเทศอะไร

CLMV ย่อมาจาก ชื่อประเทศในกลุ่มคือ


C = กัมพูชา (Cambodia)


L = ลาว (Laos)


M = เมียนมาร์ (Myanmar)


V = เวียดนาม (Vietnam)


กล่าวคือเป็นกลุ่มประเทศ ในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) หรือ 

อาจจะอนุมานว่าเป็นประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน ในตอนที่ตั้งขึ้น โดยมีการตั้ง CLMVT 

โดยการเพิ่มไทยเราเข้าไปด้วยอารมณ์คล้ายๆ อาเซียน+3+6+9  หน่อยๆประมาณนี้ ซึ่งประเทศเหล่านี้ 

เป็นประเทศต้นทางของแรงงานและ มีความสำคัญกับไทยเราเพราะมีพื้นที่ติดกับไทย

CLMV คือ กลุ่มประเทศอะไร


นิยมบริโภคสินค้าไทย และแทบทั้งหมดรับเงินบาทไทย โดยเฉพาะลาว เมียนมาร์ เวียดนาม นั่นชำระ

เงินบาทได้เลยในตามแหล่งท่องเที่ยว ในลาวหรือเมียนมาร์บางพื้นที่นั้นใช้เงินไทยได้ปกติเลยด้วยซ้ำ 

การเข้าไปทำธุรกิจหรือบุกตลาดประเทศเหล่านี้นั้นมีข้อพึงระวังอยู่นิดหน่อย เพราะระบบการปกครอง

ของประเทศค่อนข้างต้องศึกษาพอสมควรกับผู้ที่จะเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะในลาวนั้นอาจจะจำเป็น

ต้องศึกษามากเป็นพิเศษ


   เป็นประเทศที่มีค่าแรงถูก ไทยเราหรือต่างชาติเข้าไปลงทุนเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็น จีน เกาหลีใต้ 

และมีไทยพอสมควร





Soft Power คืออะไร





Soft Power คืออะไร

Soft Power คืออะไร หรือ อำนาจอ่อน ซอฟท์พาวเวอร์ เป็น อำนาจที่ไม่ใช่

การบีบบังคับไม่มีผลในทางผู้ที่ถูกกระทำใส่รู้สึกขัดข้องหมองใจ เป็นเรื่องของ

กระแสและความนิยมชมชอบมักใช้คำเหล่านี้ในทางการต่างประเทศหรือเรื่อง

ระหว่างประเทศซะส่วนใหญ่ อารมณ์การมีประโยชน์ร่วมกัน ซอฟท์ พาวเวอร์

ที่สำคัญอย่างนึงเลย คือเรื่อง วัฒนธรรม เช่น ศิลปะ ดนตรี ภาษา อัตลักษณ์

ประจำชาติ ที่สามารถแผ่ขยายไปทั่วโลกหรือตามประเทศต่างๆโดยประเทศใด

ประเทศนึง อย่าง ดารา นักกีฬา คนดังของไทย ก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

Soft Power
Soft Power คืออะไร


ซอฟท์ พาวเวอร์ของไทย ที่มีแต่ประเทศในอาเซียนรอบข้าง

ไทยมี Soft Power อะไรต่ออาเซียนบ้าง เช่น หนัง ดนตรี ค่าเงิน สินค้า วัฒนธรรม

วิถีชิวิตการแต่งกายเครื่องแบบต่างๆ รวมไปถึง อาหารไทย  เป็นต้น ซึ่งหากเปรียบ

กับ Hard power หรือเราๆเรียกกันว่าการใช้อำนาจบาตรใหญ่ บีบบังคับ รังแกผู้อื่น 

เช่น กำลังทหาร การบีบด้วยการค้า การมีมาตราการทางเศรษฐกิจที่รุนแรง ต่อ

ประเทศที่เราต้องการ ซอฟท์พาวเวอร์ดูจะเป็นอะไรที่ดูดีขึ้นมามากและเหมาะ

กับประเทศเรามาก เพราะประเทศที่จะใช้ Hard power ได้นั้นต้องเป็นประเทศใหญ่

และมีศักยภาพ อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกหรือของภูมิภาค อย่าง สหรัฐ จีน 

รัสเซีย ญี่ปุ่น บราซิล ซาอุ ออสเตรเลีย เป็นต้น


อำนาจอ่อน หรือ ซอฟท์พาวเวอร์ นี้ จะพูดให้เป็นทางการหน่อยคือ สิ่งที่มี

ความสามารถดึงดูดให้เชื่อสร้างการมีส่วนร่วม และความร่วมมือกันอย่างดี

ไม่รู้สึกว่าถูกบีบบังคับ ใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างอิทธิพลต่างๆ

อำนาจในการโน้มน้าว ดึงดูด โดยผู้ถูกกระทำไม่รู้สึกว่าโดนบังคับแต่เป็นการ

ยินยอมที่จะทำโดยไม่รู้สึกว่าขัดใจอะไร


แหล่งทรัพยากรของ Soft power มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น

1. วัฒนธรรม

2. ค่านิยมทางการเมือง

3. นโยบายต่างประเทศ

4. เครื่องแต่งกาย

5. อาหาร - อาหารไทย ก็เป็นนะ

6. เพลง สิ่งบันเทิง

7. ภาษา ใช้ในการค้าขาย สื่อสาร ระหว่างประเทศ

8. ค่าเงินบาท ก็เกี่ยวเช่นกัน

9. ลักษณะเฉพาะ หรือคำเฉพาะ เช่น การยิ้มของคนไทย หรือ พิม 555 แทนหัวเราะ

10. วิถีชีวิต อันนี้เป็นเรื่องแข็งแกร่ง เพราะการจะทำให้ใครมาสนใจรักในวิถีชีวิตได้

คนๆนั้นต้องมาอาศัย มาซึมซับ มาเรียนร้อนในเวลาที่นานพอสมควร


ซอฟท์พาวเวอร์นั้นก็สรุปได้คือเป็นเสน่ห์ในการโน้มน้าวหรือใช้เป็นเครื่องมือ

ในการให้ได้มาซึ่งผลที่พอใจ ที่จะบอกว่าพึงระวังไว้ก็ดี เพราะบางทีมันก็มา

ในรูปแบบที่เราชอบใจ แต่อาจจะมีผลเสียมากมายในด้านต่างๆด้วยเช่นกัน

สำหรับในระดับประเทศ แต่ในระดับบุคคลก็เหมือนการที่เราทำให้ใครสักคน

ติดหรือชื่นชอบชื่นชมสามารถทำให้เชื่อฟัง โน้มน้าวเขาได้มันก็เป็นเรื่องที่

ต้องระวังไว้ด้วยอย่างนึง





20 ยอดเขาภูเขาสูงสุดในอาเซียน




20 ยอดเขาภูเขาสูงสุดในอาเซียน 

   ในบทความเกี่ยวกับเรื่องอาเซียนเราเคยเสนอไปบ้างแล้วหลายอเรื่อง เช่น

ชื่อสกุลเงิน อาเซียน , ขนาดพื้นที่ในอาเซียน ,  เมืองหลวง ของประเทศอาเซียน

และอื่นๆอีกมากมาย เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ >> อาเซียน* วันนี้เราจะมาดูกันครับว่า

มีภูเขายอดเขาอะไรบ้างของอาเซียนที่มีความสูงจะบอกยังไงดีละ คือเอาเป็นว่า

ยอดเขาสูงในประเทศอาเซียนมีชื่อว่าอะไรสูงเท่าไหร่บ้าง อยู่ประเทศไหน เราจะรวบ

รวมรายชื่อมาให้ครับ (เรียงลำดับ จัดไปครับ) มียอดเขาสูงที่สุดในโลก*ไปแล้ว

มาดูที่สุงที่สุดในอาเซียนกันบ้าง


1. Hkakabo Razi : เมียนร์มาร์ 5,881 เมตร (19,295 ฟุต)  กินพื้นที่ 3 ประเทศคือ

จีน พม่า อินเดีย อยู่ในรัฐ คะฉิ่นของพม่า  ทิเบตของจีน และ รัฐอรุณาจัลประเทศ

ของอินเดีย


2. Gamlang Razi : เมียนมาร์ 5,870 เมตร (19,259 ฟุต) อยู่ในแถบเดียวกันเหมือนกัน

กับข้อแรก


3. Puncak Jaya : อินโดนีเซีย จังหวัดปาปัว ติดทวีป ออสเตรเลีย 4,884 เมตร (16,024 ฟุต )


4. Sumantri : อินโดนีเซีย จังหวัดปาปัว 4,870 เมตร (15,978 ฟุต )


5. Ngga Pulu : อินโดนีเซีย 4,862 เมตร (15,951 ฟุต)


6. Puncak Mandala : อินโดนีเซีย 4,760 เมตร (15,617 ฟุต)


7. Puncak Trikora : อินโดนีเซีย 4,750 เมตร (15,584 ฟุต)


8. Ngga Pilimsit : อินโดนีเซีย 4,717 เมตร (15,476 ฟุต)


9. Pangramrazi : เมียนมาร์ 4,655 เมตร (15,272 ฟุต)


10. Phonnyinrazi : เมียนมาร์ 4,560 เมตร (14,961 ฟุต)


11. Mount Kinabalu : มาเลเซีย 4,095 เมตร (13,435 ฟุต)


12. Mount Saramati : เมียนมาร์ 3,826 เมตร (12,552 ฟุต)


13. Mount Kerinci : อินโดนีเซีย 3,805 เมตร (12,484 ฟุต)


14. Rinjani : อินโดนีเซีย 3,727 เมตร (12,228 ฟุต)


15. Semeru : อินโดนีเซีย 3,677 เมตร (12,064 ฟุต)


16. Phonkanrazi : เมียนมาร์  3,655 เมตร (11,991 ฟุต)


17. Mount Slamet : อินโดนีเซีย 3,428 เมตร (11,247 ฟุต)


18. Mount Sumbing : อินโดนีเซีย 3,371 เมตร (11,060 ฟุต)


19. Mount Arjuno : อินโดนีเซีย 3,339 เมตร (10,955 ฟุต)


20. Mount Lawu :  อินโดนีเซีย 3,265 เมตร (10,712 ฟุต)


แถมกันอีกครับ เพราะเท่าที่ดู 20 อันดับมี เมียนมาร์ กับอินโด เยอะมาก มาเลย์ 1 มั้ง

เดี๋ยวจะไม่ทั่วถึง  เลยจัดอันดับ 1 ของแต่ละประเทศในอาเซียนมาด้วยเลยละกัน


1. เมียนร์มาร์ : Hkakabo Razi :  5,881 เมตร (19,295 ฟุต)


2. อินโดนีเซีย : Puncak Jaya :  4,884 เมตร (16,024 ฟุต )


3. มาเลเซีย : Mount Kinabalu :  4,095 เมตร (13,435 ฟุต)


4. เวียดนาม : Fansipan 3,143 เมตร (10,312 ฟุต)


5. ติมอร์ เลสเต้ : Mount Ramelau 2,963 เมตร (9,721 ฟุต) นับติมอ ด้วยละกัน


6. ฟิลิปปินส์ : Mount Apo 2,954 เมตร (9,692 ฟุต)


7. ลาว : Phou Bia 2,819 เมตร (9,249 ฟุต)


8. ไทย -   ดอยอินทนนท์ Doi Inthanon : สูง 2,565 เมตร หรือ 8,415 ฟุต

สูงที่สุดของประเทศไทย 77 จังหวัด >> 10 อันดับยอดเขาสูงในไทย*


9. บรูไน : Bukit Pagon 1,850 เมตร (6,070 ฟุต)


10. กัมพูชา : Phnom Aural 1,813 เมตร (5,948 ฟุต)


11. สิงคโปร์ : Bukit Timah 163.63 เมตร (537 ฟุต)








10 เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก




10 เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  หากไม่นับพื้นทวีป แล้ว วันนี้เราจะมาหากันว่า 10เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น มีเกาะ

อะไรกันบ้าง (ไม่ใช่เกาะแน่นๆหน่อยนะน้องนะ แน่นอน)รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแแบกหามครับ

ฮ่าๆ ความรู้รอบตัว* อะนะ จัดไป


1. เกาะกรีนแลนด์ : Greenland มีพื้นที่  2,130,800 ตารางกิโลเมตร หรือ 822,706

ตารางไมล์ เป็นดินแดนทางเหนือสุดของโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกและเป็นเกาะ

ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อบู่ในฐานะของดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก

น่าจะเหมือนเขตปกครองตนเองของจีน * สถานะเดียวกัน


2. เกาะนิวกินี : New Guinea Island มีพื้นที่  785,753  หรือ 303,381  ตารางไมล์

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของจังหวัดปาปัวและจังหวัด

ปาปัวตะวันตก ของประเทศอินโดนีเซีย ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของ แผ่นดิน

ใหญ่ของรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี


3. เกาะบอร์เนียว : Borneo Island  มีพื้นที่  748,168  หรือ 288,869  ตารางไมล์

เป็นเกาะใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของทั้ง 3 ประเทศคือ  มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย อยู่บริเวณ

ใจกลางกลุ่มเกาะมลายู  มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในเอเชียตะวัน

ออกเฉียงใต้ (อาเซียน)


4. เกาะมาดากัสการ์ : Madagascar Island มีพื้นที่  587,713 หรือ 226,917

ตารางไมล์  เกาะมาดากัสการ์ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกาบนมหาสมุทร

อินเดีย มีช่องแคบโมซัมบิกคั่นระหว่างเกาะกับฝั่งทวีปแอฟริกาห่างกันเพียง 300 ไมล์

มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยและประเทศสเปนอยู่เล็กน้อย


5. เกาะแบฟฟิน : Baffin Island มีพื้นที่ 507,451 หรือ 195,928 ตารางไมล์ เป็น

เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของ

โลกอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะกรีนแลนด์ ติดกับอ่าวแบฟฟิน ,คาบสมุทร

คัมเบอร์แลนด์


6. เกาะสุมาตรา : Sumatra มีพื้นที่ 443,066 หรือ 171,069 ตารางไมล์ เป็นเกาะ

ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย เกาะใหญ่ที่สุดของอินโดเกือบเท่าทั้งประเทศ

ไทยเลยนะเนี้ย (ข้อมูล ขนาดพื้นที่ประเทศอาเซียน*) กลุ่มเกาะหมู่เกาะซุนดาใหญ่

พื้นที่นี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่ออินโดนีเซียเป็นอย่างมาก ทั้งทรัยากรทาง

ธรรมชาติ เช่นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ ป่าชื้นเขตร้อน

หลายชนิดอย่างเช่น  ลิงอุรังอุตัง สมเสร็จ และ เสือสุมาตรา


7. เกาะฮอนชู : Honshu มีพื้นที่ 225,800 หรือ 87,182 ตารางไมล์ เกาะที่ใหญ่ที่สุด

ของประเทศญี่ปุ่น  เกาะตรงกลางของประเทศ มีพื้นที่คิดเป็น ร้อยละ60ของประเทศ

ทั้งหมด เป็นเกาะที่มีประชากรหนาแน่นแห่งนึงของโลก ตามดูได้ที่

 >> อันดับประชากรเยอะที่สุดในโลก* จะเห็นว่า ญี่ปุ่นติดอยู่ด้วยและเกาะฮอนชู

นั้นเป็นเกาะตรงกลางประเทศย่อมเป็นที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นจากประชาการกว่า 130

ล้านคนแน่นอน


8. เกาะเกรตบริเตน หรือ บริเตนใหญ่ : Great Britain มีพื้นที่ 218,595 หรือ

84,400 ตารางไมล์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะบริเตน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียง

เหนือของภาคพื้นทวีปยุโรป มีเกาะไอร์แลนด์ตั้งอยู่ทางตะวันตก เกาะบริเตนใหญ่

เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป  เป็นที่ตั้งของอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์


9. เกาะวิกตอเรีย : Victoria Island มีพื้นที่ 217,291 หรือ 83,897 ตารางไมล์

เป็นเกาะของประเทศแคนาดา


10. เกาะเอลสเมียร์ : Ellesmere Island มีพื้นที่ 196,236 หรือ 75,767 ตารางไมล์

เป็นเกาะของประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกใหญ่เป็นอันดับสามของ

ประเทศแคนาดา รองจากเกาะ วิคตอเรีย และ แบฟฟิน


ใน 10 เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี 4 เกาะอยู่ในทวีปเอเชีย โดยมีประเทศอินโดนีเซีย

ติดมาถึง 3 เลยทีเดียว โดยมีเกาะจากยูฏปรมากที่สุดคือ 5 มีแคนาดา ติดมา 3เกาะ

ส่วน เกาะมาดากัสการ์ นั้นคือชาติเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทาง

ตะวันออกของแอฟริกา





ประชากรอาเซียน + 3 +6 มีจํานวน




ประชากรอาเซียน + 3 +6 มีจํานวน


      จากบทความนี้เรารวมประชากรอาเซียน* ทั้งหมดคร่าวๆไว้ที่ 627.5 และ

อาเซียน+3 +6 คืออะไร ก็ตามลิ้งนี้ครับ >> อาเซียน +3 +6 คืออะไร Asean+3+6

เอาละเอามารวมกันเพื่อดูตัวเลขคร่าวๆไว้เป็นความรู้รอบตัวกันหน่อยนะว่า อาเซียน

+3 +6 มีประมาณกี่ร้อยล้านคน


อาเซียน+3 มีประชากรประมาณ = อาเซียนทั้งหมดประมาณ 627.5 ล้านคน +

ประเทศจีน 1,400 ล้านคน + ญี่ปุ่น 127 ล้านคน + เกาหลี 50 ล้านคน

โดยประมาณทั้งหมดนะครับ 627.5 + 1,400 + 127 + 50 = 2,204.5 ล้านคน 

โดยประมาณ จากประชากรโลก 7,125 ล้านคน

อาเซียน+3 มีประชากรประมาณ =  2,204.5 ล้านคน 



อาเซียน+6 มีประชากรประมาณ = คือกลุ่มข้างบน (อาเซียน+จีน+ญี่ปุ่น+เกาหลี)

2,204.5 ล้านคน + ออสเตรเลีย 23 ล้านคน + นิวซีแลนด์ 4.5 ล้านคน + อินเดีย

1,260 ล้านคน = 2,204.5 + 23 + 4.5 + 1,260 = 3,492 ล้านคน จากประชากร

โลก 7,125 ล้านคน  ซึ่งถ้านับปัจจุบัน จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมาแล้วเยอะมากในรอบ

1-2 ปีมานี้ คืออาเซียน +6 มีประชากรประมาณเลยคือ กว่า 3,500 ล้านคน หรือครึ่ง

นึงของประชากรโลก

อาเซียน+6 มีประชากรประมาณ = กว่า 3,500 ล้านคน  


ทีนี้เวลาพูดคุยกันกับใครสนทนากันเราก็บอกได้ว่า อาเซียน +6 มีประชากรกว่า

3.5  พันล้านคน เลยนะ อะไรทำนองนี้เพราะตัวเลขประชากรมันไม่แน่นอนพูดไป

แบบประมาณก็พอได้ครับ สำหรับคนที่อยากรู้นะจ๊ะ


ปล. ในจำนวนประเทศ อาเซียน+6 มีประเทศที่ติดอันดับ

>>  20 อันดับประเทศมีประชากรมากที่สุดในโลก* อยู่ถึง 7 ประเทศ


ได้แก่ ประเทศจีน , ประเทศอินเดีย  , ประเทศอินโดนีเซีย  , ประเทศญี่ปุ่น  ,

ประเทศฟิลิบปินส์  , ประเทศเวียดนาม และ ประเทศไทย









ประชากรอาเซียน มีกี่คน




ประชากรอาเซียน มีกี่คน


พูดถึงประชาคมอาเซียน*ก็ทำให้อยากรู้ว่า ประเทศทั้ง 10 ประเทศในอาเซียนนั้น

มีประชากรเท่าไหร่กันบ้าง อันนี้เราพอจะรู้แล้วจากบทความ


 -- > ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน  ว่าประเทศอะไรมีประชากรประมาณ

เท่าไหร่ต้องใช้คำว่าประมาณนะครับ มาลองรวมๆกันดูเลยจ้า อะนี่ข้อมูล

>> จำนวนประชากรแต่ละประเทศอาเซียน


1.อินโดนีเซีย ประมาณ 251 ล้านคน = 251  ล้านคน


2.ฟิลิปปินส์ ประมาณ 105 ล้านคน +105 = 356  ล้านคน


3.เวียดนาม ประมาณ 92 ล้านคน + 92 = 448  ล้านคน


4.ไทย ประมาณ 67 ล้านคน + 67 = 515  ล้านคน


5.พม่า ประมาณ 55 ล้านคน +55 = 570  ล้านคน


6. มาเลเซีย ประมาณ 30 ล้านคน + 29 = 600  ล้านคน


7.กัมพูชา ประมาณ15 ล้านคน + 15 = 615  ล้านคน


8.ลาว ประมาณ 7 ล้านคน + 7 = 622 ล้านคน


9.สิงคโปร์ ประมาณ 5 ล้านคน + 5 = 627  ล้านคน


10.บรูไน ดารุสซาลาม ประมาณ 420,000 คน ตีตรงๆว่า 5 แสน


ประชากรอาเซียน ก็เท่ากับ 627.5 ล้านคน


ถ้าจะรวมว่า ประชากรอาเซียน + 3 +6 มีจํานวน*  เท่าไหร่ยังไงก็+ ประเทศที่

+ 3+6  เข้าไปนะครับ คลิ๊กได้ที่ลิ้งตัวหนาเลย ตัวเลขทั้งหมดคือ 627.5 ล้านคน

สำหรับอาเซียน ซึ่งเป็นตัวเลขคร่าวๆข้อมูลอาจจะเก่า แต่แน่นอนคืออยู่ในหลัก

600 - 700 ล้านคน (ยังไม่ได้ครึ่งนึงของประชากรจีนเลยแหะ 55+)  จีนพื้นที่เยอะ

เขตการปกครองจีน* ก็เยอะประชากรเลยมากเป็นธรรมดาอะนะตามนั้น เหมือน

อินเดียไรด้วยเยอะพื้นที่ก็เยอะ คนก็แน่น





กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร




กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร  


กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร ก็คือ กลุ่มประเทศโลกใหม่ที่รวมตัวกันสัญลักษณ์แสดงถึง

การย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มพัฒนาแล้ว มาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

(แบบรวดเร็วด้วยนะ) คือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา BRICS เป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลก

เศรษฐกิจ เป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพที่ดีและพัฒนาแล้วมารวมตัวกัน ตามตัวอักษร

ทั้ง 5 คือ


B  =  Brazil   บราซิล


R  =  Russia   รัสเซีย


I  =  India   อินเดีย


C  =  China   จีน


S  =  South Africa   แอฟริกาใต้


จะเห็นได้ว่าไม่มีพี่บิ๊กเบิ้ม อย่างเมกา และกลุ่มสหภาพยุโรปเลย เพราะกลุ่มนี้ต้องการ

เอาไว้ต้านทานการผูดขาดหรือ ต้านอำนาจเก่าๆของ กลุ่มเดิมรวมทั้งมีนัยยะทางการ

เมืองแฝงอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย  มีรัสเซีย ที่เราเคยเสนอไปตอนบทความเรื่อง

กลุ่มประเทศ CIS* และจีน ที่ตอนนี้ก็สถานะอึมครึมกับเมกา(อเมริกา) ทุกประเทศ

ต้องการทางเลือกเอาไว้ต่อรองงานต่างๆโดยเฉพาะการโจมตีทางด้านเศรษฐกิจ

โดยการรวมพวกที่ที่เป็นประเทศที่กําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทาง

เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มาคล้องความสัมพันธ์กันไว้เพื่อเป็นการต่อรองกับพวกอำนาจ

เก่าอย่าง อเมริกา และยุโรป กลุ่มนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนทางแนวทางและประเด็นแต่

แน่นอนเป็นกลุ่มที่ยรรดาประเทศใหญ่ๆจับกันไว้เพื่อเป็นพันธมิตรช่วยเหลือกันอย่าง

แน่นอน นอกจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ กลุ่ม BRICS ยังมีแผนจะพัฒนาไปสู่

การเป็นกลุ่มความร่วมมือทางการเมืองอีกด้วย (อันนี้น่าจะเป็นหลักสำคัญไม่มากก็น้อย)

ศักยภาพของกลุ่ม BRICs *

นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษนามว่า จิม โอนีล (Jim O’Neill) ได้มีบทวิจัยชื่อ

"The World Needs Better Economic BRICs"  ในปี 2544  คำว่า  BRICs จึงถูกใช้

เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มพัฒนาแล้วอย่าง G7

มาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแค่ประชากรของจีน ก็มากกว่าประชากรทั้งอาเซียน*

รวมกันกว่า เท่าตัว 1,300 ล้านคน แล้วครับ ยังไม่รวมอินเดียอีก 1,200 ล้านคน

กลุ่มนี้ใหญ่มากๆนะครับถึงจะมีประเทศในกลุ่มรวมกันแค่ 5 ประเทศแต่มีประชากร

หลัก 3 พันล้านคนเลยทีเดียว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นของประชากร แถมมีขนาดพื้นที่

มากกว่าหนึ่งในสี่ของแผ่นดินโลกอีกด้วย เอาง่ายๆ ขนาดพื้นที่ของแอฟริกาใต้

ประเทศเดียวเล็กสุดก็ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตรแล้ว เทียบกับ

ประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่สุดในอาเซียน* อย่างอินโดนีเซีย คือ อินโดนีเซีย

มีพื้นที่  1,904,443 ตารางกิโลเมตร ก็เกือบเท่าแล้ว นี่ยังไม่รวม อีก 4 ที่ใหญ่ๆทั้งนั้น

เอาแค่ บราซิลประเทศที่เล็กรองสุดท้ายในกลุ่ม BRICs  มีขนาดพื้นที่ มากกว่า

อาเซียนทั้งหมดรวมกันเกือบ เท่าตัว คือ 8.5 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะที่อาเซียน

รวมกันทั้ง 10 ประเทศ มีอยู่ 4.4 ตารางกิโลเมตรคิดดูเอาละกันครับว่าทั้งหมดจะ

ใหญ่แค่ไหน





คอคอดกระ




คอคอดกระ 


       คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู

(มีบทความเรื่องคาบสมุทรมลายู*ไปแล้ว)  กว้าง 66.7 กม.อยู่ในเขตบ้านทับหลี

ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณ

กิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ซึ่งถ้าสามารถขุดได้จะเปรียบ

เสมือนทางลัดจากฝากฝั่งด้านตะวันออกของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้ามฝั่งกันได้ง่ายๆเพราะแต่เดิมนั้นต้องผ่านทาง ช่องแคบมะละกา และช่องแคบซุนดา

ทำให้การค้าตามท่าเรือที่สิงคโปร์นั้นได้เปรียบอย่างมากจากการทำท่าเรือสินค้า

ปลอดภาษี สร้างรายได้มหาศาล ซึ่งถ้าขุดคอคอดกระนั้นจะทำให้ไม่ต้องเดินเรืออ้อม

ไปปลายแหลมมลายู

คอคอดกระ




ซึ่งในสมัยก่อนนั้นปลายรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศสเสนอขอสัมปทาน ขุดคอคอดกระ แต่

รัฐบาลไทยไม่อนุญาตเพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับด้านอำนาจอธิปไตยของไทย

(แหงละช่วงนั้นฝรั่งเศสไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีโครงการ

ที่ฝรั่งเศสต้องการเช่นกัน แถมมีเงินตอบแทนอย่างดีให้ทางไทยเรา แต่โดน

อังกฤษขัดคอเอาไว้อีก แต่ยังมีสัญญาลับๆ ว่าไทยจะไม่ยอมให้ประเทศใด

ประเทศนึง ว่าจะไม่ยอมให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเข้ามาเช่าหรือมีกรรมสิทธิ์เหนือ

ดินแดนไทยบริเวณใต้ตำบลบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ลงไป ยันภาคใต้ โดยที่

อังกฤษ (ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน*) ด้วยสัญญานี้ทำให้ไทย ต้องปฏิเสธ

ทั้งรัสเซีย และอีกหลายประเทศ จนกระทั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงหยุดไป

ญี่ปุ่นก็อยากจะมาขุด (ทำไมมีแต่ต่างชาติอยากจะขุด ฮ่าๆ) แต่เรื่องญี่ปุ่นกับไทย

ต่างก็ออกมาปัดว่าไม่มีจีจีนะ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยอยู่ในสถานะที่

อึมครึมคือ กึ่งแพ้สงคราม อังกฤษก็เตรียมเล่นเราซะเต็มที่แต่ได้ อเมริกา อเมิริโกย

ลิเก มาช่วยไว้ทำให้ไทยรอดมาได้แต่ก็ต้องสัญญากันอีกว่า ต้องยอมทำสัญญา

ไม่ขุดคอคอดกระ หากอังกฤษไม่ยินยอม (ฮั่นแหนะ)


      เพราะอะไรนะหรือที่อังกฤษต้อง ห้ามไทยกันไทยไว้คือเพราะถ้าขุดคอคอดกระ

จะกระทบต่อสิงคโปร์ อาณานิคมสำคัญของ อังกฤษเอง (อะนะ)

ต่อมาก็มีข้อเสนอเข้ามาจากหลายๆประเทศ ในหลายๆรัฐบาลเพื่อขอเข้ามาขุด

คอคอดกระ แต่ก็ต้องล้มแผนออกไปทั้งหมด ด้วยเหตุผลอะไรคงไม่อาจบอกได้ว่า

จริงๆแล้วล้มไปเพราะอะไร


    จนมาปี 2557 นี้มีข่าวที่จีนสนใจลงทุนขุดคลอง 'คอคอดกระ' จีนสนใจลงทุนขุด

คลองตัดภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามันด้วยกัน

(เหตุผลน่าจะเป็นการขยายอำนาจของจีนที่มีทางออกแค่ทางทะเลจีนใต้ ส่วนทาง

มหาสมุทรอินเดียนั้นจีนไม่สามารถทำได้) ติดทั้งอินเดียและเมียนมาร์มาดูกันว่า

คอคอดกระ แห่งนี้จะได้ขุดหรือไม่อย่างไรประการใด นั่นละฮ่ะ ทั่นผู้ชม ถถถถ+

เอาเป็นว่าถ้าขุดในยุคนี้ยังจะคุ้มอยู่อีกไหมเพราะมีทั้ง ท่าเรืน้ำลึกทวายอยู่และค่า

ดำเนินการ สภาพการ ต่อต้านว่าเป็นอย่างไร ต้องติดตามดูครับ






8 สิ่งที่ต้องทำ AEC ประชาคมอาเซียน




8 สิ่งที่ต้องทำ AEC ประชาคมอาเซียน

     ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับการเปิดประชาเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งมาการ

โหมโรงกันอยู่เป็นระยะ วันนี้จะลองมาดูกันครับเกี่ยวกับเรื่องของ ประชาคมอาเซียน

AEC เอวี เอ้ยไม่ใช่ละ เกี่ยวกับเรื่องที่ชาวไทยของเราหลายๆคนต้องปรับเปลี่ยน

เกี่ยวกับการทำงานหรือทักษะ ความสามารถบางอย่างให้เข้ากับสถาการณ์ที่จะร่วม

ประชาคมอาเซียนของเหล่าประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแน่นอนนอก

จากร่วมมือกันแล้วสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือการแข่งขันกันในการทำงาน เรามาดูกันว่า

เราต้องปรับตัวยังไงทำอย่างไรที่จะสามารถยืนหยัดสู้ในการร่วมมือกันและแข่งขัน

จับมือกันไปในประชาคมอาเซียนให้ได้เพราะถ้าเราไม่เร่งพัฒนาตัวเอง ก็จะโดนคน

อื่นๆทิ้งไว้ข้างหลังอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน


8 สิ่งที่ต้องทำ AEC ประชาคมอาเซียน


1. ทักษะด้านภาษาอังกฤษ : สำคัญมากในเรื่องนี้เพราะเป็นภาษาสากลที่คนไทย

ส่วนใหญ่ (รวมถึงคนพิมพ์ยังไม่สันทัดเลย) ฮ่าๆๆ แต่เวลาเราจะทำงานกับต่างชาติ

อื่นๆยังไงเราก็ต้องศึกษาเอาไว้เพื่อการทำงานที่สะดวกง่าย ในการติดต่อสื่อสารกัน


2. ทัศนคติในการทำงาน : เช่นมาช้ากลับก่อน มาสาย แต่ออกงานตรงเวลา

นั่งเม้าท์จับกลุ่มสิ่งเหล่านี้บั่นทอน ความเป็นมืออาชีพในการทำงานเป็นอย่างมาก


3. ทักษะ : เช่นฝีมือเฉพาะด้านที่ต้องหมั่นฝึกฝนอย่างเช่น ช่างฝีมือแรงงานคุณภาพ

ทักษะด้านภาษา การเข้าถึงเทคโนโลยี พวกเขียนโปรแกรม งานด้านคอมพิวเตอร์

งานผลิตประกอบ งานเหล่านี้ยิ่งชำนาญมากทางเลือกก็ยิ่งเยอะตามสามารถเรียกค่า

แรงรายได้ สูงๆแบบสบายๆ


4. ทักษะไอที เทคโนโลยี  : เป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันมนุษย์เราไปเสียแล้ว

ถ้าหลายๆคนยังไม่เข้าถึง ด้านนี้อาจเสียเปรียบคนอื่น ชาติอื่นในการทำงาน อาจจะ

ด้านการเบาแรงของการทำงาน ความสะดวก และระบบจัดการต่างๆที่มีเทคโนโลยี

เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ตัวเราเสียเปรียบได้


5. ไอเดีย : ความคิดสร้างสรรค์ เปิดโลกกว้าง มีวิสัยทัศน์ที่ดีในการทำงาน ขยาย

ตลาด การปั้นผลงาน ทำธุรกิจ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้นถ้าเราใส่ไอเดียลงไป

ทำให้แปลกใหม่ น่าสนใจก็เป็นอีกจุดขายนึงที่อาจทำให้เรารอดจากการแข่งขัน

ที่สูงนี้ได้ เช่น การขายสินค้า การโปรโมทสินค้า*หรือการใส่ความคิดสร้างสรรค์

ลงไปในสินค้าของเราเพื่อดึงจุดขายออกมา


6. ความรับผิดชอบ : การมาตรงเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย สนใจ

และมุ่งมั่นต่องานที่ทำเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่องานที่ตัวเองรับผิดชอบดูแล

ไม่ปล่อยประละเลย สิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ทำตัวให้เป็นพนักงานที่ดี* เจ้านาย

ที่เป็นตัวอย่างที่ดี หรือ เพื่อนร่วมงานที่ดี ลูกน้องที่ดี ในที่ทำงาน


7. คอรัปชั่น : การโกงไม่ดี ทุกคนเกลียดคนโกง (ถ้าตัวเองไม่ได้ประโยชน์จาก

เรื่องนั้นจะเกลียด ถ้าได้หลายคนจะทำไม่สนใจและเอาประโยชน์จากมัน)ซึ่งเป็น

ทัศนคติที่อันตราย บ่อนทำลายชาติเป้นอย่างมาก เราต้องปลุกจิตสำนึกให้ตัวเอง

และคนรอบข้างว่าการโกง คอรัปชั่น มันคือสิ่งเลวร้ายไร้ศักศรีดิ์ ไร้ยางอาย

ไม่สมควรได้รับการให้เครดิต หรือเป็นที่ยอมรับจากสังคม


8. ความรูรอบตัว : บางครั้งความรู้รอบตัวก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน หรือข้อมูล

ในงานบางอย่างต้องกาศัยความรู้รอบตัวเป็นอย่างมากในการที่จะทำงานให้สำเร็จ

เพราะมันไม่มีรูปแบบที่ตายตัวจึงไม่มีใครมานั่งบอกเราว่า อันนี้มันเป็นยังไง แบบไหน

เราควรศึกษาและสนใจเรื่องความรู้รอบตัวเอาไว้ให้มากๆ ทั้งในประเทศและเรื่องภาย

นอกด้วย เผื่อจะต้องทำงานกับต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียนด้วยกัน

จะได้รู้จุดร่วม วัฒนธรรม วิถีชีวิตต่างๆเพื่อปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้อย่างไม่มีปัญหา


หวังว่า สิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนเรื่องนี้จะมีประโยชน์บ้างกับผู้อ่าน

ไม่มากก็น้อยนะครับ สวัสดีครับ






คาบสมุทรมลายู คือ





คาบสมุทรมลายู ( Malay Peninsula )


             คาบสมุทรมลายู หรือ แหลมมลายู ( Malay Peninsula ) อยู่ตรงไหน

คาบสมุทร หมายถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีน้ำล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน  แน่นอนมัน

ต้องอยู่ในเขตของภูมิภาค อาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ) โดยมีความครอบคุลม

พื้นที่ของ 4ประเทศในอาเซียนคือ ราชอาณาจักรไทย , มาเลเซีย ,  สาธารณรัฐแห่ง

สหภาพเมียนมาร์(พม่า)  และ สาธารณรัฐสิงคโป คาบสมุทรมลายูเป็นคาบสมุทรที่

อยู่ใต้สุดของทวีปเอเชียโดยสุดปลายแหลมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เริ่มต้นจาก ทางใต้

ของพม่า ลงมาภาคใต้ของไทยที่บริเวณจังหวัดระนอง ยาวลงไปยัง มาเลเซียตะวันตก

ที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยและสิ้นสุดที่ประเทศสิงคโปร์ ชายฝั่งด้านตะวันตก

เฉียงใต้แยกออกจากเกาะสุมาตราด้วย

ช่องแคบมะละกามีเกาะบอร์เนียวที่เป็นที่ตั้งของ ประเทศมาเลเซีย (มาเลตะวันออก)

ปรเทศอินโดนีเซียและประเทศบรูไน อยู่ทางตะวันออกในทะเลจีนใต้




พื้นที่ ของแหลมมลายู (คาบสมุทรมลายู)


ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คือ ส่วนใต้สุดของประเทศพม่า


ตอนกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ภาคใต้ของประเทศไทย


ตอนใต้ทั้งหมด คือ ส่วนของประเทศมาเลเซีย เรียกว่า มาเลเซียตะวันตก


 (ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคาบสมุทรมลายู)


เกาะที่อยู่ใต้สุด คือ ประเทศสิงคโปร์



          คาบสมุทรมลายูเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันมี

ท่าเรือขนส่งสินค้าและจุดพักสินค้าที่สำคัญที่สิงคโปร์โดยเป็นประเทศพ่อค้าคนกลาง

ในการขายสินค้าเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี และเป็นท่าเรือน้ำลึกที่มีขนาดใหญ่

และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในปัจุบันส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายูหรือแหลม

มลายูอยู่ในประเทศไทยคือ คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ อยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลละมุ

อำเภอกระบุรีจังหวัดระนอง กับ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของ

ทางหลวงหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร  ซึ่งมีความกว้างเพียง

44 กิโลเมตร



ชื่ออย่างเป็นทางการประเทศในอาเซียน






ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ 10 ประเทศอาเซียน

หมวด >> อาเซียน

     ชื่ออย่างเป็นทางการเวลาเราพูดถึงเรื่อง ชื่อประเทศเราก็แค่เรียกชื่อง่ายๆสั้นๆ

ว่าอะไรยังไง ซึ่งในอาเซียนเรานั้นประเทศต่างๆก็มีชื่ออย่างเป็นทางการและชื่อ

ประเทศอย่างเป็นทางการนั้นจะสามารถบอกถึงเอกลักษณ์ต่างๆที่ประเทศนั้น

ต้องการจะเสนอได้ดี เช่น สาธารณรัฐ... ราชอาณาจักร ...

สาธารณรัฐประชาธิปไตย.... ย้ำนะครับว่าเป้นสิ่งที่ประเทศนั้นๆต้องการจะ

สื่อออกมาผ่านชื่อประเทศ แต่ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆเสมอไป เช่น

ระบอบการปกครอง , ศาสนา เป็นต้น แต่เวลาเราเรียกทั่วไป ง่ายๆ สั้นๆพอ

เข้าใจ อย่างเช่น ไทย , ลาว ,เขมร(กัมพูชา) , พม่า , สิงคโปร์ , ฟิลิปปินส์ ,

อินโดนีเซีย , มาเลเซีย , บรูไน , เวียดนาม

ประเทศเหล่านี้แม้กระทั่งไทยเองก็มีชื่ออย่างเป็นทางการชื่อเต็มๆที่ใช้เรียกกัน

อย่างเป็นทางการ มาดูกันว่า


10 ประเทศอาเซียน มีชื่อประเทศเป็นทางการ เต็มๆว่าอะไรกันมั่ง พร้อม

เมืองหลวง , ระบอบการปกครอง




1. ประเทศ : กัมพูชา  ( Cambodia )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : ราชอาณาจักรกัมพูชา (  Kingdom of Cambodia )


   ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็น

ประมุขภายใต้ฐธรรมนูญ



 
2. ประเทศ : ไทย  ( Thailand )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : ราชอาณาจักรไทย  ( Kingdom of Thailand )


   ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุข



 
3. ประเทศ : บรูไนดารุสซาลาม  ( Brunei Darussalam )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : เนการาบรูไนดารุสซาลาม ( Negara Brunei

Darussalam )


   ระบอบการปกครอง : สมบูรณาญาสิทธิราชย์



 
4. ประเทศ :  พม่า หรือ เมียนมาร์ ( Myanmar )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า  ( Republic of the Union

of Myanmar )


   ระบอบการปกครอง : ปกครองด้วยระบบเผด็จการทหาร ปกครองโดย

รัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ



 
5. ประเทศ : ฟิลิปปินส์  ( Philippines )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  ( Republic of the Philippines )


   ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้า

ฝ่ายบริหาร



 
6. ประเทศ : มาเลเซีย  ( Malaysia )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : มาเลเซีย  ( Malaysia )


   ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา



 
7. ประเทศ : ลาว  ( Laos )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

( Lao People’s Democratic Republic )


   ระบอบการปกครอง : การปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

(ทางการลาวใช้คำว่าระบอบประชาธิปไตยประชาชน)



 
8. ประเทศ : เวียดนาม  ( Vietnam )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ( Socialist Republic

of Vietnam )


   ระบอบการปกครอง :  ระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีอำนาจ

สูงสุดเพียงพรรคการเมืองเดียว



 
9. ประเทศ : สิงคโปร์  ( Singapore )


   ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร์  ( Republic of Singapore )


   ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข


 

10. ประเทศ : อินโดนีเซีย  ( Indonesia )


    ชื่ออย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  ( Republic of Indonesia )


    ระบอบการปกครอง : การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ

มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ปกครองประเทศ





จำนวนประชากรแต่ละประเทศอาเซียน





จำนวนประชากรแต่ละประเทศอาเซียน


              ชาติประชาคมอาเซียน มีประกรรวมกว่า 630 ล้านคน มีความหลากหลาย

ทางชนชาติ เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ เชื่อสายและความเป็นอยู่เป็นอย่างมากความหลาก

หลายทางวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ รวมไปถึง เป็นกลุ่มที่ มี การนับถือศาสนาหลาก

หลาย ซ้ำยังมีจำนวนที่ใกล้เคียงกันทั้ง พุทธ คริสต์ และ อิสลามและแต่ละประเทศ

ทั้งขนาดพื้นที่และประชากรนั้นก็ไม่เท่ากัน บางพื้นที่อยู่บนเกาะ บ้างก็เป็นเขต

อิทธิพลอารยธรรมอินโดจีน บางทีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่าบางที่

ที่พื้นที่น้อยประชากรเยอะ วันนี้เราจะมาเรียงตามลำดับประชากรของแต่ละประเทศ

ในอาเซียนจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด



ประชากรอาเซียน


1.อินโดนีเซีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)


อันดับโลก : 4


ประชากร : 251,160,124 คน


ศาสนา : กว่า 85 เปอร์เซ็นนับถือศาสนาอิสลาม



2.ฟิลิปปินส์  สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  Republic of the Philippines


อันดับโลก : 12


ประชากร : 105,720,644 คน


ศาสนา : กว่า 90  เปอร์เซ็นนับถือศาสนาคริสต์ และกว่า 80 เปอร์เซ็นนับถือนิกาย

โรมันคาทอลิก



3.เวียดนาม  สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม Vietnam


อันดับโลก : 14


ประชากร : 92,477,857 คน


ศาสนา : นับถือลัทธิขงจื่อ เต๋า พุทธมหายาน โรมันคาทอลิก โปรเตสแตนต์

และอื่น ๆ



4.ประเทศไทย ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)


อันดับโลก : 20


ประชากร : 67,448,120 คน


ศาสนา : นับถือศาสนาพุทธ ประมาณร้อยละ 93 รองลงมา คือ อิสลาส คริสต์ ฮินดู

และอื่น



5.สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (Republic of the Union of Myanmar)


อันดับโลก : 24


ประชากร : 55,167,330  คน


ศาสนา : เช่นเดียวกับไทย นับถือศาสนาพุทธ ประมาณร้อยละ 90 รองลงมา คือ

คริสต์ อิสลาม ฮินดู และอื่น



6.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)


อันดับโลก : 43


ประชากร : 29,628,392  คน


ศาสนา : ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนา อิสลาม



7.กัมพูชา ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)


อันดับโลก : 68


ประชากร : 15,205,539 คน


ศาสนา : ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา



8.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  Laos PDR


อันดับโลก : 102


ประชากร : 6,695,166 คน


ศาสนา : กว่าร้อยละ 60 นับถือพระพุทธศาสนา รวมไปถึงลัทธินับถือบรรพบุรุษที่

ล่วงลับไปแล้ว



9.สาธารณรัฐ สิงคโปร์  ( Republic of Singapore)


อันดับโลก : 115


ประชากร : 5,460,302 คน


ศาสนา : หลักคือ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม แต่มีส่วนของการเลือกไม่นับถือ

ศาสนา อยู่ในเปอร์เซ็นที่พอกับ คริสต์ และอิสลาม



10.บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)


อันดับโลก : 174


ประชากร : 415,717 คน


ศาสนา : กว่าร้อยละ 65 นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี่ รองลงมาคือพุทธคริสต์

และความเชื่อพื้นเมือง


ลิ้งที่เกี่ยวข้อง


  ► 20 อันดับประเทศมีประชากรมากที่สุดในโลก

-----------------------------------------------------------------------------------





อาเซียน คืออะไร









อาเซียน คืออะไร

หมวด >> อาเซียน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อังกฤษ: Association of South East


Asian Nations) หรือ อาเซียน (ASEAN) เป็นองค์การทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐ

กิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่

กัมพูชา ไทย บรูไน พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ และ

อินโดนีเซีย

อาเซียนมีพื้นที่ราว 4,435,670 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 630 ล้านคน




    อาเซียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2510 หลังจากการลงนามในปฎิญญาสมาคม

ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Declaration of ASEAN Concord) หรือ

เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิญญากรุงเทพ  (The Bangkok Declaration)

อาเซียนได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

ความร่วมมือในการเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม

การต่อรองทางการค้า ความสัมพันธ์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ

บรรดาสมาชิกในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อจะใช้เป็นการต่อรองทั้งในเรื่อง

ความมั่นคงการค้าขายเศรษฐกิจกับมหาอำนาจต่างๆที่อยู่โดยรอบ เป็นการทำให้

กลุ่มประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน มีความเข้มแข็งมากขึ้น

เมื่อรวมตัวกันได้


ผู้ก่อตั้งสมาคมอาเซียนมี 5 ประเทศ 


ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย


ผู้แทนทั้ง 5 ประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ คือ


- .ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรี

กระทรวง พัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย


- นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย


-นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์


- นายนาซิโซ รามอส รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์


- พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

จากประเทศไทย


หลังจาก พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา อาเซียนมีรัฐสมาชิกเพิ่มขึ้นจนมี 10 ประเทศ

ในปัจจุบัน


8 ม.ค.2527 บรูไนดารุสซาลาม


28 ก.ค. 2538  เวียดนาม


23 ก.ค. 2540 สปป.ลาว, พม่า


30 เม.ย. 2542 กัมพูชา


วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งอาเซียน 


ช่วยกันร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจการค้าการขายและการธำรงรักษาสันติภาพ

และความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศ

สมาชิกอย่างสันติการค้า การลงทุน แรงงาน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

และความแข็งแกร่งและมั่นคงของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


รวมด้วยกัน 7 ข้อดังนี้ 


 วัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน (The ASEAN Declaration)

มี 7 ประการ ดังนี้


1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม


2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค


3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และ

ด้านการบริหาร


4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย


5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม

การสื่อสาร และปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีวิต


6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


7. ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศตลอด

ระยะเวลา กว่า 40ปีที่มีการก่อตั้งอาเซียน ถือว่าได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่

ยอมรับจากหลายฝ่าย ได้รับความสนใจมาเข้าร่วมของมหาอำนาจ ดังจะเห็นได้ว่า

มีการจัดประชุมและคู่สัญญาอย่าง อาเซียน +3+6 ซึ่งได้รวมเอาปะเทศนอกอาเซียน

มาร่วมทำข้อตกลงพันธกิจร่วมกันด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านสังคมและ

วัฒนธรรม  ประชาคมอาเซียนในปี 2558 จะช่วยเปิดการค้าเสรีการลงทุนและการ

สนับสนุนการค้าขายกันภายในภายนอกได้ดียิ่งขึ้นจะสามารถทำให้ประเทศไทยเรา

รุ่งเรือง และเศรษฐกิจ ชีวิต ความเป็นอยู่ ของประชาชนชาวอาเซียน จะดีขึ้นถ้า

เรารู้จักบริหารมันให้เป็น






ประชาคมอาเซียน : สิงคโปร์ (Republic of Singapore)







ประชาคมอาเซียน : สิงคโปร์ (Republic of Singapore)

หมวด >> อาเซียน

สิงคโปร์ หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ( Republic of Singapore)

ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ ติดกับรัฐยะโฮร์ของประเทศมาเลเซียและ

อยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์เป็นเกาะภาคกลาง

และภาคตะวันตกเป็นเนินเขาซึ่งเนินเขาทางภาคกลาง เป็นเนินเขาที่สูงที่สุดของ

ประเทศ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของสิงคโปร์ และภาคตะวันออกเป็น

ที่ราบต่ำ





เมืองหลวง สิงคโปร์


ภาษาทางการ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนกลาง ภาษามาเลย์ ภาษาทมิฬ


การปกครอง สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดี เป็นผู้นำ


สิงคโปร์พื้นที่  710 ตร.กมมีประชากรกว่า  5,312,400 ประกอบด้วยชาวจีน (76.5%)

ชาวมาเลย์ (13.8%) ชาวอินเดีย (8.1%) และอื่น ๆ (1.6%)การนับถือศาสนา

พระพุทธศาสนา 33%   คริสต์ศาสนา 18% ไม่นับถือศาสนา  17%  ศาสนาอิสลาม

15%   ลัทธิเต๋า  11%   ศาสนาฮินดู  5.1%  อื่นๆ     0.9%


เศรษฐกิจ ของสิงคโปร์นั้นพึ่งพาการค้า เป็นหลัก โดยเฉพาะ ท่าเรือขนส่งสินค้า

ทางน้ำที่เป็นหลักสำคัญของเศรษฐกิจของสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็กที่สุดประเทศหนึ่งในโลกไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก

เหมือนประเทศอื่น แต่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี เพราะสิงคโปร์พัฒนาเศรษฐกิจด้าน

การค้าเพราะเป็นเมืองที่อยู่ปลายแหลมมลายูซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญโดยเป็นประเทศ

พ่อค้าคนกลางในการขายสินค้า


สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีเจ้าอาณานิคมเยอะมากเริ่มจาก โปรตุเกส ในปี 1511 แล้ว

ก็มาตกเป็นของชาวดัตช์พอมาถึงปี 1817 อังกฤษก็มาตีเนียนทำทีว่าจะตั้งสถานี

การค้าที่สิงคโปร์แต่สุดท้ายก็เข้ายึดครองสิงคโปร์เอาไว้  ในปี 1819 จวบจนมาถึง

สงครามโลกครั้งที่ 2ญี่ปุ่นเข้าครอบครองเอเชียเข้ามาทางเขตอาเซียน ประเทศ

ต่างๆด้านบน สิงคโปร์ล้วนแต่โดนมาหมด ทั้งพม่าและเวียดนาม โดยสิงคโปร์ก็

ตกอยู่ในชาตินั้นๆด้วย ส่วนไทยนั้นได้ประกาศตัวเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น

แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ญี่ปุ่น แพ้สงคราม สิงคโปร์จึงกลับมา

เป็นของอังกฤษตามเดิมหลังจาก สิงคโปร์ ได้รับเอกราช 16 กันยายน พ.ศ.

2506 ในนามของในฐานะรัฐหนึ่งของสหพันธรัฐมาลายา (มาเลเซีย)ก็ได้แยกตัว

ออกมา จากสหพันธรัฐมาลายาเนื่องจากไม่พอใจกับการเหยียดชนชาติของ

มาเลเซียมากนักจึงประกาศเอกราชในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2508  ในชื่อว่า

สาธารณรัฐสิงคโปร์ สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มี เศรษฐกิจดีที่สุดในย่านอาเซียน

มีกิจการ โรงกลั่นน้ำมันเป็นอันดับ 2 ของโลกด้านทรัพยากรของประเทศอาจจะ

เป็นจุดอ่อนแต่ทางด้านการค้าแล้วนั้นเป็นเมืองท่าที่สำคัญมากของโลกเลยทีเดียว

เป็นแหล่งกระจายสินค้า ชั้นดีที่สุดของ อาเซียนก็ว่าได้  สืงคโปร์ยังเป็นประเทศที่

ให้ความสำคัญด้านการศึกษาเป็นอย่างมากโดยถือได้ว่าสิงคโปร์มีสถาบันการศึกษา

ที่ดีที่สุดในอาเซียน และ ประชาชนค่อนข้างที่จะชอบในการทำงานการทำธุระกิจ

มากกว่าการทำอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมเพราะพื้นที่ประเทศและทรัพยากรไม่

เอื้ออำนวย สิงคโปร์เปิดรับผู้มีความรู้ความสามารถที่เป็นชาวต่างชาติเข้ามาร่วม

ทำงานด้วยกันอย่างเสรีภายใต้กฏหมายที่เคร่งครัดของประเทศ บ้านเมืองดูสะอาด

แต่ประชาชนในประเทศไม่ค่อยแต่งงานมีครอบครัวเพราะต่างคนต่างทำงานมีหน้าที่

การงานที่ค่อนข้างดี จึงทำให้จำนวนเด็กเกิดใหม่และประชากรในประเทศนั้นเพิ่มขึ้น

มาน้อยกว่าประเทศอื่น ด้วยความที่มีบุคลากรน้อยในด้านการกีฬา สิงคโปร์มักจะ

โอนสัญชาตินักกีฬามาจากประเทศอื่นหลายชนิดเช่นฟุตบอล ที่มักโอนมาจากพวก

ฝรั่ง หรือเอเชียที่สูงใหญ๋ปิงปอง ว่ายน้ำ มักโดนสัญชาติมาจากจีน ทำให้กีฬา

ประเภทเหล่านี้ของสิงคโปร์มักจะเก่งมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนด้วยกัน

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีมากที่สุดในอาเซ๊ยนตลอดมาและจะเป็นหนึ่งใน

กลไลสำคัญที่จะช่วยนำพาประชาคมอาเซียน และภูมิภาคอาเซียนแห่งนี้เข้าสู่ระดับ

โลกได้ไม่ยาก





ประชาคมอาเซียน : มาเลเซีย (Malaysia)








มาเลเซีย (Malaysia)

หมวด >> อาเซียน

           มาเลเซียประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนโดยมีทะเลจีนใต้กั้น ส่วนแรกคือ

มาเลเซียตะวันตกอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายูและคาบสมุทรอินโดจีน

มีพรมแดนติดประเทศไทยทางรัฐกลันตันเประ ปะลิส และเกดะห์ และติดกับ

สิงคโปร์ทางรัฐยะโฮร์ ส่วนที่ 2 คือ มาเลเซียตะวันออกอยู่ทางตอนเหนือของ

เกาะบอร์เนียว




มาเลเซียมีพรมแดนทิศใต้ติดอินโดนีเซียแต่ล้อมรอบประเทศบรูไนดารุสซาลาม


เมืองหลวง กัวลาลัมเปอร์


ภาษาทางการ ภาษามาเลย์


การปกครอง สหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ


มาเลเซียประกอบด้วยรัฐ 13 รัฐ ประกอบไปด้วย เปรัค ปาหัง สลังงอร์ ไทรบุรี

เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน ตรังกานู ปีนัง มะละกา ซาบาห์ และซาราวัค

และปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาประเทศมาเลเซียได้รับเอกราช

คืนจากอังกฤษมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1957เป็นสหพันธ์มาเลเซีย ต่อมา

เมื่อรวมรัฐซาบาห์และ รัฐซาราวัดเข้าด้วยแล้ว ประเทศมาเลเซียจึงได้ถือกำเนิดขึ้น

ในวันที่ 16 กันยายนพ.ศ. 2506


มาเลเซียมีพื้นที่ 329,847 ตร.กม.


ประชากรกว่า 29 ล้านคน


สกุลเงิน       ริงกิต (RM) (MYR)


ประชากร ชาวมาเลย์เซีย ส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูร้อยละ 50.4 กลุ่มชนเผ่าในรัฐ

ซาราวักและรัฐซาบาห์มีอยู่ร้อยละ 11เป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน มีอยู่ร้อยละ

23.7 มาเลเซียเชื้อสายอินเดียอีกร้อยละ 7.1 มาเลเซียบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติประชากรนับถืออิสลาม 55%นับถือศาสนา

พุทธ 25% นับถือคริสเตียน 13% นับถือศาสนาฮินดู 7%และลัทธิศาสนาพื้นเมือง

แห่งกรมตำรวจภูธรมาเลเซีย 4%


เศรฐกิจ สำคัญของมาเลเซีย


แน่นอนนอกจากน้ำมันยังมี ทางด้านเกษตร และอุตสาหกรรม รวมไปถึงทรัพยากร

ธรรมชาติอีกด้วย แร่ดีบุกส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกแร่เหล็ก น้ำมันและแก๊ส

ธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญจึงทำให้มาเลเซียเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากใน

ภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นประเทศที่มีสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่ดีเยี่ยมอีกด้วยพืช

เศรษฐกิจที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ ปาล์ม และ ยางพาราที่เป็นพืชเศรฐกิจ การทำ

ป่าไม้ ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็งส่งไม้ออกอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รองจากอินโดนีเซียนับว่าเป็นอีกประเทศชั้นนำของ กลุ่มอาเซียน ที่มีกำลังทั้ง

การลงทุนและวัตถุดิบพร้อมที่จะพาอาเซียนไปสู่ยุคเจริญรุ่งเรืองได้ไม่ยากเพราะ

ตัวมาเลเซียเองนั้นเป็นผู้นำทางเศรษกิจในภูมิภาคนี้ (ประชาคมอาเซียน)เป็น

รองแค่สิงคโปร์ชาติเดี่ยวเท่านั้น





ประชาคมอาเซียน : ฟิลิปปินส์ Philippines






ประชาคมอาเซียน : ฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

หมวด >> อาเซียน



ฟิลิปปินส์หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the

Philippines)เป็นประเทศที่มีหมู่เกาะเยอะถึง 7,107 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ห่างจากเอเชียแผ่นดินใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 100 กม



เมืองหลวง มะนิลา


เมืองใหญ่สุด เกซอนซิตี


ภาษาทางการ ภาษาฟิลิปีโนและภาษาอังกฤษ


การปกครอง สาธารณรัฐเดี่ยวระบบประธานาธิบดีได้รับเอกราชจาก สเปนและ

สหรัฐอเมริกาวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 มีพื่นที่ 300,000 ตร.กม.จำนวนประชากร

กว่า 100 ล้านคน


สกุลเงิน เปโซฟิลิปปินส์ (PHP)


สภาพภูมิประเทศ เป็นหมู่เกาะ ซึ่งประกอบด้วย ภูเขา และที่ราบเล็กน้อย ซึ่งที่

ราบที่สำคัญถูกเรียกว่า ที่ราบมะนิลา ซึ่งเป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุด อยู่ทางตอนกลอง

ของเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ แบ่งออกเป็น 17 เขต ซึ่งทุกจังหวัดได้ถูกจัดอยู่ใน

16 เขตเพื่อความสะดวกในการปกครองยกเว้นเขตนครหลวง ที่แบ่งออกเป็น

เขตพิเศษ 4 แห่ง


ฟิลิปปินส์นั่นประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 92.5 ของชาวฟิลิปปินส์

ทั้งหมดนับถือศาสนาคริสต์โดยร้อยละ 83 นับถือนิกายโรมันคาทอลิกและร้อยละ 9

เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอันดับ 4

ของโลกอีกและประชาคมอาเซียน ด้วย


ผลผลิตทางการเกษตร


อ้อย มะพร้าว ข้าว ข้าวโพด กล้วย มันสำปะหลังอัดเม็ดสัปปะรด มะม่วง เนื้อสุกร

ไข่ เนื้อวัว ปลา


อุตสาหกรรม


ประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์

จากไม้ แปรรูปอาหาร กลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ตกปลา


ประเทศคู่ส่งออก สำคัญของฟิลิปปินส์ สหรัฐ  ญี่ปุ่น  จีน  ฮ่องกง  เกาหลีใต้

เยอรมันนี


ประเทศคู่ค้านำเข้าสำคัญ  ของ ฟิลิปปินส์  คือ  สหรัฐอเมริกา  ญี่ปุ่น  สิงคโปร์

จีนเกาหลีใต้ ไทย อินโดนีเซีย


ทรัพยากร ธรรทชาติที่สำคัญของ ฟิลิปปินส์ ไม้มะฮอกกานี


แร่ส่งออกสำคัญ คือ เหล็ก โครไมต์ ทองแดง เงิน


อุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ โรงงานเยื่อกระดาษ แปรรูปไม้ ปูนซีเมนต์

วัฒนธรรมฟิลิปปินส์จะมีส่วนคล้ายกับประเทศในละตินอเมริกา ประชาชนแบ่ง

ออกเป็นชุมนุมชนทางเชื้อชาติและภาษาที่แตกต่างกันมีการใช้ภาษามากกว่า

170 ภาษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาท้องถิ่น แต่จะใช้ ภาษาฟิลิปีโนและภาษาอังกฤษ

เป็นภาษาทางการภาษาที่นิยมใช้กันมาก ในหมู่ชาว ฟิลิปปินส์คือ  ภาษาสเปน

ภาษาจีนฮกเกี้ยน ภาษาจีนแต้จิ๋วภาษาอินโดนีเซียภาษาซินด์ ภาษาปัญจาบ

ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ


ฟิลิปปินส์ มีสภาพเป็นหมู่เกาะรวมตัวกันเป็นประเทศ การประมงและดนตรีลาติน

นั้นมักเป็นของคู่กัน ชาวบ้านตามชายฝั่งมีทักษะเป็นอย่างมากในหารทำประมง

แต่ก็มีข้อเสียที่ประเทศนี้มักจะเจอภัยธรรมชาติที่รุนแรง เช่นน้ำท่วมใหญ่ พายุเข้า

ทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับพวก

เขาคือ วงการหมัดมวย พวกถึงนักมวนฟิลิปปินส์ทุกระดับแล้วนั้น ล้วนแต่ปฏิเสธ

ไม่ได้เลยว่ามีความน่ากลัว และประมาทไม่ได้เลยเป็นความภาคภูมิใจของพวก

เขาเลยทีเดียวประเทศแห่งนี้มักอุดมไปด้วยลูกครึ่งสวยหล่อน่าออกสเปนหรือ

ลาตินอเมริกา เยอะแยะเป็นอีกประเทศนึงในเวทีนางงามที่น่าจับตามอง


ประเทศฟิลิปปินส์ มีสไตล์เป็นของตัวเองชอบศิลปะพลาสติกประติมากรรม

และภาพวาด แต่พวกเขายังมีสไตล์ของตัวเองชอบการเต้นศิลปะการเคลื่อนไหว

บางส่วนของศิลปินที่มืชื่อเสียงมากที่สุดจากประเทศฟิลิปปินส์

Fernando Amorsolo, David Cortes Medalla,