แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัสเซีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัสเซีย แสดงบทความทั้งหมด

คิดว่ารัสเซียติดหล่มสงครามยูเครนเพราะอะไร

 


คิดว่ารัสเซียติดหล่มสงครามยูเครนเพราะอะไร

 

การคำนวณผิดพลาดทางยุทธศาสตร์


มอสโกหวังจะบังคับให้ยูเครนกลับเข้าสู่ “อิทธิพลรัสเซีย” และหยุดการขยายตัวของ NATO 


แต่กลับเจอการต่อต้านอย่างแข็งแกร่งจากยูเครนและการสนับสนุนมหาศาลจากตะวันตก 


ทำให้สงครามยืดเยื้อและกลายเป็นภาระหนักทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมือง


ความจริงเหตุผลเรื่องนาโต้ ของยูเครนนั้นอาจจะไม่ใช่เหตุผลสำคัญด้วยซ้ำ แค่รัสเซียต้องการ จะบุกยูเครนมากกว่า


การคำนวณผิดพลาดต่อปฏิกิริยาตะวันตก 


รัสเซียน่าจะเชื่อว่าตะวันตกจะตอบสนองหรือรีแอคเหมือนกรณีจอร์เจีย (2008) และไครเมีย (2014)


แต่กลับเจอการรวมตัวกันของ NATO และ EU ที่ส่งอาวุธ เงินทุน และมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก ทั้งข่าวกรอง ต่างๆนานา


รัสเซียคาดว่าจะยึดกรุงเคียฟได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่เจอการต่อต้านที่แข็งแกร่งของยูเครน ตัวปูตินเองก็ไม่ได้คาดว่าจะเจอแบบนี้


ปัญหาการจัดการกำลังพล เสบียง และขวัญกำลังใจ ทำให้การรบยืดเยื้อ อาจจะรวมไปถึงการคอรัปชั่น ภายในกองทัพของรัสเซีย


ผลกระทบทางเศรษฐกิจ


มาตรการคว่ำบาตรทำให้เศรษฐกิจรัสเซียเสียหายหนัก


สงครามยืดเยื้อสร้างแรงกดดันต่อสังคมและการเมืองภายในประเทศ


สงครามรอบนี้ คนที่อิ่มและได้ประโยชน์น่าจะเป็นจีน 


การคำนวณผิดพลาดต่อการตอบสนองของตะวันตก เมื่อเจอการต่อต้านที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนมหาศาลต่อยูเครน 


สงครามจึงกลายเป็นภาระที่รัสเซียไม่สามารถถอนตัวได้ง่าย ๆ และยังคงยืดเยื้อ 


เงินที่ควรใช้พัฒนายุทโธปกรณ์และฝึกกำลังพล ถูกยักยอกไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของนายพลและผู้มีอำนาจ


ทำให้กองทัพมีอาวุธที่ล้าสมัยและไม่เพียงพอ


อุปกรณ์และเสบียงด้อยคุณภาพ มีรายงานว่าทหารรัสเซียได้รับเสื้อเกราะและหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน 


เพราะบริษัทจัดซื้อหาผลประโยชน์จากงบประมาณ เสบียงอาหารและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ


คอร์รัปชันในกองทัพรัสเซียทำให้โครงสร้างภายในอ่อนแอ ทั้งงบประมาณที่รั่วไหล อุปกรณ์ด้อยคุณภาพ 


และการบริหารที่ผิดพลาด เมื่อเจอการต่อต้านที่แข็งแกร่งจากยูเครนและการสนับสนุนจากตะวันตก 


สงครามจึงกลายเป็น “หล่ม” ที่รัสเซียไม่สามารถถอนตัวได้ง่าย ๆ






โซเวียตเดิม มีกี่ประเทศ มีประเทศอะไรบ้าง

 


โซเวียตเดิม มีกี่ประเทศ มีประเทศอะไรบ้าง

ช่วงนี้ ปี2022 ที่ออกบทความนี้ นั่นแหละมีข่าวมีการทำสงครามกันระหว่าง ยูเครต - รัสเซีย ก็จะมีเรื่อง

ของโซเวียต นาโต้ หรือเรื่องวีโต้  ใหห้เราได้ศึกษาหรืออะไรมาให้เราไปหาต่อว่าคือไร เราเคยลงเรื่อง

เกี่ยวกับสหภาพโซเวียตไปแล้ว 

วันนี้เลยมาลงไว้เป็นบันทึกกันิดๆว่า สหภาพโซเวียตนั้น ตอนยังยิ่งใหญ่ มีประเทศอะไรบ้างเรียงเป็น 

ข้อๆจะได้ดูง่าย เอาไปใช้ง่ายๆ ถือว่าทวนความจำกัน เอาสั้นๆพอยาวไปจะเบื่อกันซะก่อน 

โซเวียต

ประเทศทั้ง 15 มี 11 ประเทศ ที่เข้าไปอยู่กลุ่ม CIS ( ฟีลกลุ่มในของโซเวียต )

โดยชื่อประเทศด้านล่าง จะเป็นตัวสีน้ำเงิน แต่ถ้าประเทศไหนไม่ได้อยู่อย่าง อสโตเนีย

ลัตเวีย จอเจียร์ และลิทัวเนีย จะใช้ตัวหนังสือสีแดง ส่วนยูเครนนั้นเดี๋ยวขอข่าวยืนยันอีกทีว่าออกรึยัง


1. รัสเซีย : แกนกลางของสกภาพ เปรียบเสมือนเมืองหลวงของโซเวียต มีพลังงานแหละพื้นที่มหาศาลที่สุด


2. ยูเครน : เป็นเหมือนบ้านพี่เมืองน้องของรัสเซียมาก่อน เป็นที่ตั้งท่าเรือน้ำอุ่นของโซเวียตและรัสเซีย

 เป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนและพลังงานบางอย่างให้รัสเซียด้วย หลังการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองจาก

โปรรัสเซียมาเป็นโปรตะวันตก จึงเริ่มมีการแตกับรัสเซ๊ย โดนรัสเซียเข้าแทรกแซง ปี 2014 แคว้นไครเมีย 

ที่เป็นที่ตั้งกองเรือรบรัสเซียและอู่ต่อเรือ จนบานปลายมาเป็น เรื่อง ลูฮันส์ โดเนสต์ จน

กลายเป็นสงครามใหญ่ในปี 2022 นี้


3. ลัตเวีย : หลังออกจากโซเวียตได้ก็ลัตเวียเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และนาโต้


4. มอลโดวา : ขื่อตอนอยู่ภายใต้โซเวียตคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตมอลเดเวีย และตอนนี้กำลัง

มีข่าวการยื่นขอเข้าอียู


5. เบลารุส : ยังเป็นประเทศที่อยู่เคียงข้างกับรัสเซียในขณะนี้ เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็น

ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เด่นเรื่องป่าไม้และอุตสาหกรรมผลิตรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกล

ทางการเกษตรมีนาย อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียว

ของประเทศ หลังจากล่มสลายของสหภาพโซเวียตกินเวลากว่า 25 ปีแล้ว โดยชาวยุโรปได้ขนาน

ประเทศว่าเป็น เผด็จการแห่งสุดท้ายของยุโรป


6. ลิทัวเนีย : สินค้าส่งออกที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหาร 

มีทรัพยากรเด่นๆ อย่าง ไม้ อำพัน เชื้อเพลิงก๊าซ 


7. จอร์เจีย : เป็นประเทศที่พึ่งโดนรัสเซียรุกรานไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้โดยเสียเซาท์ออสซีเชีย 

จากสงครามสงคราม 5 วัน กับรัสเซีย


8. เอสโตเนีย : อยู่ในภูมิภาคบอลติก ต่อมาเอสโตเนียก็เข้าร่วมกับนาโต้ และอียู  (แต่ก็ไมได้โดนบุก

แบบยูเครน ทั้งที่มีดินแดนติดกับรัสเซียเหมือนกัน


9. อาเมเนีย : อุตสาหกรรมหลักของประเทศคือ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร อาหารสำเร็จรูป

 ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญได้แก่ ทองแดง อะลูมิเนียม เช่น เพชร แร่ธาตุ อาหาร พลังงาน 


10. อาเซอร์ไบจาน : ประเทศที่โคตรรวยประเทศนึงหลังออกจากสหภาพโซเวียตได้  สินค้าส่งออกหลัก

ของประเทศคือน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่มาจากทะเลสาปแคสเปียน 

มีน้ำมันสำรองอันดับ 3 ของโลก


11. คาซัคสถาน : ชื่อตอนอยู่กับโซเวียตคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตคาซัค  คาซัคสถานเป็น

สาธารณรัฐสุดท้ายที่แยกตัวออกมาก่อนที่จะเกิดการล่มสลายของสหภาพโซเวียต


12. เติร์กเมนิสถาน : ตอนอยู่กับโซเวียตใช้ชื่อ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเติร์กเมน อุตสาหกรรม

สำคัญของประเทศคือ อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สิ่งทอ อาหารแปรรูป 

พืชเศรษฐกิจ  ฝ้ายและธัญพืช  รวมถึง แพะ โค วัวสัตว์ปีก ทรัพยากรธรรมชาติ ปิโตรเลียม 

ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ซัลเฟอร์และเกลือ


13. ทาจิกิสถาน : ตอนอยู่กับโซเวียตใช้ชื่อ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตทาจิก สินค้าสำคัญของประเทศ

 แร่ต่างๆ อะลูมิเนียม สังกะสี ตะกั่ว เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย ซีเมนต์ น้ำมันพืช เครื่องตัดโลหะ 

ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานน้ำ ยูเรเนียม ถ่านหิน ทองคำ เงิน ตะกั่ว


14. คีร์กีซสถาน : ตอนอยู่กับโซเวียตใช้ชื่อ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตคีร์กีซ เป็นประเทศเดียวใน

เอเชียกลางที่มีฐานทัพของทั้งรัสเซียและสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่  อุตสาหรรมที่สำคัญคือ เครื่องจักรขนาดเล็ก

 สิ่งทอ อาหารแปรรูป ซีเมนต์ รองเท้า ไม้ซุง ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์

ทรัพยากรธรรมชาติ ทองคำ ยูเรเนียม ปรอท ถ่านหิน พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ ส่งออกทั้ง ทองคำ ปรอท

 ยูเรเนียม ก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักร ฝ้าย ขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ยาสูบ รองเท้า เป็นคู่ค้าสำคัญ ของทั้ง จีน และ

 รัสเซีย และยังได้รับความช่วยเหลือต่างๆจากสหรัฐ และชาติตะวันตก


15. อุซเบกิสถาน : ตอนอยู่กับโซเวียตใช้ชื่อ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบก มีที่ตั้งเสมือนเป็น

ใจกลางของเอเชียกลาง เป็นทะเลทรายล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง เด่นเรื่อง สิ่งทอ อาหารแปรรูป

 เครื่องจักรกล อุตสาหกรรมโลหะ ก๊าซธรรมชาติเคมีภัณฑ์

ทรัพยากรธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ถ่านหิน ทองคำ ยูเรเนียม เงินทองแดง ตะกั่ว สังกะสี 

ส่งออกที่สำคัญของประเทศคือ ฝ้าย ทอง ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย โลหะเหล็ก สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร


**


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.mfa.go.th


ซึ่งเป็นเว็บของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องที่สุด




ขนาดพื้นที่ ประชากร ศักยภาพ กลุ่มประเทศ BRICS




ศักยภาพ กลุ่มประเทศ BRICS


     จากบทความที่แล้ว ที่พูดเกี่ยวกับ กลุ่ม BRICS ไปคือ  


" กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร " (ตามไปอ่านก่อนได้ครับ สั้นๆไม่ยาวมาก)

ว่าเป็นกลุ่มอะไร และประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เอาตามหัวข้อนะครับ ขนาดพื้นที่

ประชากร และศักยภาพ คร่าวๆ เด่นๆของแต่ละประเทศแล้วกันครับ


B  :  Brazil   บราซิล  


-   มีพื้นที่   8,515,767  ตารางกิโลเมตร


-   จำนวนประชากร   200  ล้านคน


-   ศักยภาพเด่นๆ :   เป็นประเทศผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการ

เกษตรรายใหญ่ของโลก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า น้ำตาล

บุหรี่และใบยาสูบ แร่โลหะ ก็เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของบราซิล บราซิลเป็นประเทศ

ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ

10 ของโลก โดยเฉพาะภาคบริการมีสัดส่วนที่มากที่สุดในบราซิล



R  :  Russia   รัสเซีย   


-   มีพื้นที่  17,098,242   ตารางกิโลเมตร


-   จำนวนประชากร  142   ล้านคน


-   ศักยภาพเด่นๆ :  มีพลังงานธรรมชาติมากมายมหาศาล มีเทคโนโลยีและอาวุธ

สงครามที่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้จำนวนมาก มีกำลังซื้อมหาศาลมีแหล่ง

ทรัพยากรก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีแหล่งทรัพยากรถ่านหินใหญ่เป็นอันดับ

สองของโลก และมีแหล่งทรัพยากรน้ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับแปดของโลกซึ่งทรัพยากร

ธรรมชาติเหล่านี้เป็นแหล่งทำเงินมากมายให้แก่รัสเซีย



I  :  India   อินเดีย  


-   มีพื้นที่  3,287,590   ตารางกิโลเมตร


-   จำนวนประชากร   1,200  ล้านคน


-   ศักยภาพเด่นๆ :   อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก มีผลผลิต

ทางการเกษตรเป็นอันดับสองของโลก และมี การป่าไม้ ประมง  อยู่ในอัตราส่วนที่สูง

รวมไปถึงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาได้อย่างรวดเร็วในอินเดีย

อุตสาหกรรมสิ่งทอมีการจ้างงานมากเป็นอันดับ 2 รองจากการเกษตร และมีผลผลิต

คิดเป็นร้อยละ 26 ของผลผลิตทั้งหมด



C  :  China   จีน  


-   มีพื้นที่  9,596,961   ตารางกิโลเมตร


-   จำนวนประชากร  1,300   ล้านคน


-   ศักยภาพเด่นๆ :    อุตสาหกรรมใหม่  การลงทุนและการส่งออก เศรษฐกิจใหญ่

เป็นที่สองรองจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้นมีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก



S  :  South Africa   แอฟริกาใต้   


-   มีพื้นที่  1,221,037   ตารางกิโลเมตร


-   จำนวนประชากร  52   ล้านคน


-   ศักยภาพเด่นๆ :     มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี อุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง

มีการส่งออกเหล็ก ถ่านหิน และอัญมณีรายสำคัญของโลก แร่ธาตุรวมถึงการท่องเที่ยว

ก็เป็นรายได้หลักของประเทศอีกอย่างนึง


กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร




กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร  


กลุ่มประเทศ BRICS คืออะไร ก็คือ กลุ่มประเทศโลกใหม่ที่รวมตัวกันสัญลักษณ์แสดงถึง

การย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มพัฒนาแล้ว มาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

(แบบรวดเร็วด้วยนะ) คือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา BRICS เป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลก

เศรษฐกิจ เป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพที่ดีและพัฒนาแล้วมารวมตัวกัน ตามตัวอักษร

ทั้ง 5 คือ


B  =  Brazil   บราซิล


R  =  Russia   รัสเซีย


I  =  India   อินเดีย


C  =  China   จีน


S  =  South Africa   แอฟริกาใต้


จะเห็นได้ว่าไม่มีพี่บิ๊กเบิ้ม อย่างเมกา และกลุ่มสหภาพยุโรปเลย เพราะกลุ่มนี้ต้องการ

เอาไว้ต้านทานการผูดขาดหรือ ต้านอำนาจเก่าๆของ กลุ่มเดิมรวมทั้งมีนัยยะทางการ

เมืองแฝงอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย  มีรัสเซีย ที่เราเคยเสนอไปตอนบทความเรื่อง

กลุ่มประเทศ CIS* และจีน ที่ตอนนี้ก็สถานะอึมครึมกับเมกา(อเมริกา) ทุกประเทศ

ต้องการทางเลือกเอาไว้ต่อรองงานต่างๆโดยเฉพาะการโจมตีทางด้านเศรษฐกิจ

โดยการรวมพวกที่ที่เป็นประเทศที่กําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทาง

เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มาคล้องความสัมพันธ์กันไว้เพื่อเป็นการต่อรองกับพวกอำนาจ

เก่าอย่าง อเมริกา และยุโรป กลุ่มนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนทางแนวทางและประเด็นแต่

แน่นอนเป็นกลุ่มที่ยรรดาประเทศใหญ่ๆจับกันไว้เพื่อเป็นพันธมิตรช่วยเหลือกันอย่าง

แน่นอน นอกจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ กลุ่ม BRICS ยังมีแผนจะพัฒนาไปสู่

การเป็นกลุ่มความร่วมมือทางการเมืองอีกด้วย (อันนี้น่าจะเป็นหลักสำคัญไม่มากก็น้อย)

ศักยภาพของกลุ่ม BRICs *

นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษนามว่า จิม โอนีล (Jim O’Neill) ได้มีบทวิจัยชื่อ

"The World Needs Better Economic BRICs"  ในปี 2544  คำว่า  BRICs จึงถูกใช้

เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มพัฒนาแล้วอย่าง G7

มาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแค่ประชากรของจีน ก็มากกว่าประชากรทั้งอาเซียน*

รวมกันกว่า เท่าตัว 1,300 ล้านคน แล้วครับ ยังไม่รวมอินเดียอีก 1,200 ล้านคน

กลุ่มนี้ใหญ่มากๆนะครับถึงจะมีประเทศในกลุ่มรวมกันแค่ 5 ประเทศแต่มีประชากร

หลัก 3 พันล้านคนเลยทีเดียว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นของประชากร แถมมีขนาดพื้นที่

มากกว่าหนึ่งในสี่ของแผ่นดินโลกอีกด้วย เอาง่ายๆ ขนาดพื้นที่ของแอฟริกาใต้

ประเทศเดียวเล็กสุดก็ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตรแล้ว เทียบกับ

ประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่สุดในอาเซียน* อย่างอินโดนีเซีย คือ อินโดนีเซีย

มีพื้นที่  1,904,443 ตารางกิโลเมตร ก็เกือบเท่าแล้ว นี่ยังไม่รวม อีก 4 ที่ใหญ่ๆทั้งนั้น

เอาแค่ บราซิลประเทศที่เล็กรองสุดท้ายในกลุ่ม BRICs  มีขนาดพื้นที่ มากกว่า

อาเซียนทั้งหมดรวมกันเกือบ เท่าตัว คือ 8.5 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะที่อาเซียน

รวมกันทั้ง 10 ประเทศ มีอยู่ 4.4 ตารางกิโลเมตรคิดดูเอาละกันครับว่าทั้งหมดจะ

ใหญ่แค่ไหน





คำทำนายของ รัสปูติน






คำทำนายของ  รัสปูติน



คำทำนายก่อนตาย

 รัสปูติน

 ก่อนตายรัสปูตินได้ทำนายอนาตคของราชวงศ์โรมานอฟไว้ว่า

Grigori Rasputin


" ขอได้ทรงรับรู้ว่า หากคนที่ฆ่าหม่อมชั้นตายเป็นคนสามัญธรรมดา ราชวงศ์

โรมานอฟก็จะยั่งยืนต่อไป แต่ถ้าหากเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทำให้หม่อมชั้นตาย 

พระองค์และครอบครัวจะต้องสิ้นพระชนม์ในสองปี 

จากฝีมือของประชาชนในรัสเซีย"  


 เกรกอรี รัสปูติน 

ซึ่งจดหมายมาถึงพระเจ้าซาร์หลังจากรัสปูตินตายไปแล้ว เพราะคนที่สั่งฆ่ารัสปูติน

เป็นเจ้าชาย ทำให้พระเจ้าซาร์และพระราชินีเกิดความสับสนกลัวจะเป็นดั่งคำ

ทำนายเป็นอย่างมาก  เพื่อความเข้าใจเรื่องสังหารรัสปูติน อ่านตามลิ้งนี้ครับ

---- > รัสปูติน พ่อมดแห่งรัสเซีย

พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 


คำทำนายเป็นผล

ไม่ถึง 2 ปีจากคำทำนายของรัสปูติน มีนาคม 1917 ไม่ถึง 3 เดือน หลังการตาย

ของรัสปูติน กระแสการปฏิวัติเริ่มอื้ออึงและเต็มไปด้วยประชาชนที่มุ่งหน้าเข้า

สู่นครหลวงของรัสเซียขบวนชาวนาและคนงานอุตสาหกรรมแห่กันมาถวายฏีกา

ให้ปรับปรุงระบบการบริหารประเทศ แต่องค์รักษ์วังหลวงกลับต่อต้านด้วยอาวุธปืน

เกิดจลาจลต่อต้านกันอย่างวุ่นวายเกิดขึ้น และท้ายที่สุดซาร์ต้องสละราชบัลลังก์

พระองค์และเชื้อพระวงศ์ถูกควบคุมตัวออกไปกักขังไว้ ณ ไซบีเรียอันห่างไกล

และทุรกันดาร  ค.ศ. 1918 ราชวงศ์โรมานอฟถูกตัดสินโทษประหารชีวิต

พระเจ้าซาร์ถูกสังหารด้วยการระดมยิงใส่ด้วยปืนนับเป็นจุดจบตามคำทำนาย

ของรัสปูติน และเริ่มต้นการปฏิวัติรัสเซีย รวมไปถึงการเกิด สหภาพโซเวียต


ไม่ต้องรู้ก็ได้


เรื่องที่ไม่ต้องรู้ก็ได้คือ : รัสปูตินสมัยยังมีชีวิต มียศ มีเกียรตินั้น เป็นที่ถูกอก

ถูกใจของหญิงสาว แม้หม้าย สาวน้อย สาวใหญ่มากมายทั้ง แม่บ้านชนชั้นสูง

ภรรยาทหาร ลูกสาวเสนาบดี เขาชื่นชอบในกามารมณ์อย่างที่สุดและสามารถ

ปรนเปรอผู้หญิงเหล่านั้นได้ถึงใจเพราะเจ้าโลกของเขานั้นมีการพบหลักฐาน

ว่าพบเจ้าโลกของเขา มีขนาดถึง 11 นิ้ว (อื้อหือ)ปัจจุบัน เจ้าโลกของรัสปูติน

ถูกจัดแสดงอยู่ที่คลินิคแห่งหนึ่งในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คุณหมออีกอร์ เคนียจิน

ผู้จัดแสดงยืนยันว่าอวัยวะชิ้นนี้เป็นของ กรีกอรี รัสปูติน 


คำค้นหาก็ไปที่ อากู๋ กูเกิ้ล แล้วค้นรูป พิมว่า อวัยวะเพ.. ของรัสปุติน จากนั้น..

ก็ขึ้นมาให้พรึบเลือกดูได้ตามสบายจ้า ฮ่าๆๆไม่ใส่รูปไว้ในบทความ

ไปหาดูกันเอานะ





 


รัสปูติน พ่อมดดับรัสเซีย (โรมานอฟ)






รัสปูติน 



รัสปูติน พ่อมดแห่งรัสเซีย

เกรกอรี เอฟีโมวิช รัสปูติน นักบวชนอกรีตที่มีพลังจิตพิเศษ เรียกง่ายๆว่าพ่อมด

เลยก็ได้ มีความมักใหญ่ไฝ่สูงเขาเป็นส่วนนึงในการล่มสลายของราชวงศ์

โรมานอฟ มาศึกษาเรื่องราวย่อๆของเขาไว้เป็นความรู้รอบตัวกันเถอะ

Grigori Rasputin


    สาเหตุเพราะการประพฤติตัวของเขาและอิทธิพลในราชสำนักของ รัสปูตินที่มี

มากเกินไป

รัสปูติน มีชื่อเสียงจากการอ้างตัวเองว่าเป็นผู้วิเศษมีพลังจิตทำนายอนาคตและ

รักษาโรคได้ และเนื่องด้วยเจ้าชายอะเลคเซย์ พระราชโอรสองค์สุดท้องในพระเจ้า

ซาร์นิโคลัสที่ 2 ประสูติ แต่มีพระอาการประชวรด้วยโรคฮีโมฟีเลีย (Haemophillia)

หรือพระโลหิตไหลออกง่ายและหยุดยาก  ในสมัยก่อนนั้นโรคนี้เป็นโรครักษายาก

ผู้ป่วยเป็นโรคนี้เกิดเสียชีวิตได้ทันที พระเจ้าซาร์ทรงพยายามหาหมอทั่วทุกแห่ง

ที่มีฝีมือดีๆมารักษาก็ไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้


      รัสปูตินได้มีโอกาศรักษาอาการป่วยของเจ้าชายอะเลคเซย์และสามารถ

รักษาองค์ชายได้  (มีข้อสันนิษฐานกันว่ารัสปูตินสกดจิตให้องค์ชายหลับแล้วให้

ร่างกายเยียวยารักษาตัวเอง)มิได้รักษาการใดๆมากมาย จักรพรรดินีอเล็กซานดรา

เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย (เจ้าหญิงอลิกซ์แห่งเฮสส์และไรน์) พระมารดาของ

เจ้าชายอะเลคเซย์ และพระมเหสีในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จึงขอให้รัสปูตินเข้า

มาอยู่ในวัง เพื่อมาคอยดูแล คอยเยียวยารักษาอาการขององค์ชายต่อไปเรื่อยๆ

เมื่อรัสปูตินเข้ามาในวังหลวงแล้วและอาศัยอยู่ได้ช่วงระยะเวลานึง เขาได้ริเริ่ม

จัดงานเลี้ยล้างบาปขึ้นซึ้งการจัดงานแต่ละครั้งแต่ละทีนั้น ใช้เงินใช้ทรัพยากร

มากมายมหาศาลมากยิ่งนานวันยิ่งนานปี รัสปูตินก็เริ่มจัดงานเลี้ยงเพื่อล้างบาป

ถี่ครั้งขึ้นบ่อยขึ้นตลอด จนแลดูฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย จนคนภายนอกมองเข้ามาว่า

เป็นการสนองความอยากความสนุกสนานของตัวรัสปูตินเองเสียมากกว่าการ

ล้างบาป



         สถานการณ์โลก แล้วยิ่งด้วยช่วงนั้นสถาการณ์ของโลกเริ่มไม่ค่อยสู้ดีนัก

มีข่าวลือเรื่องการเกิดสงคราม สภาวะเศณษฐกิจในรัสเซียฝืดเคืองผู้คนในรัสเซีย

อดอยากแร้นแค้นพระเจ้าซาร์ทรงลดการจัดงานล้างบาปของรัสปูตินลง เพื่อเอา

ไปใช้จ่ายในการสงคราม และ ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้

เขารู้สึกไม่พอใจ จึงได้แกล้งทำนายว่า พระเจ้าซาร์ต้องออกไปทำการบัญชา

การรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยพระองค์เอง รัสเซียถึงจะมีชัยชนะได้รับเกียรติ

สูงสุดกลับมา เป็นหนึ่งในอุบายที่จะให้จักรพรรดินีอเล็กซานดรา ซึ่งเชื่อรัสปูติน

แทบทุกอย่างได้ปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อรัสปูตินจะได้ให้นางเป็นหุ่นเชิดของตน



  รัสปูตินนั้น ทำให้จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เป็นหุ่นเชิดของตน ละลายทรัพย์

ราชสำนัก มีความเชื่อว่าพระเจ้าสื่อสารอะไรต่อราชวงศ์โรมานอฟ ผ่านทาง

รัสปูตินทำให้พระราชินีนั้นเชื่อทุกคำและปฎิบัติตามทุกอย่างที่รัสปูตินต้องการ

จะแต่งตั้งใคร ขับไล่ใคร รัสปูตินแค่บอกนางก็ทำตาม จนเกิดความไม่พอใจ

แก่ข้าราชบริพาลคนสนิท และราชวงศ์หลายๆพระองค์ ยิ่งประชาชนแล้วนั้นที่ต้อง

แบกรับกับเรื่องสงครามและความยากจนอดมื้อกินมื้อ ยิ่งไปกันใหญ่จนเกิดการ

ประท้วง จลาจลเกิดขึ้นทำให้พระเจ้าซาร์ต้องกลับมาจากสงคราม (เชื่อกันว่าที่จริง

พระเจ้าซาร์ไม่สามารถบัญชาการรบทหารของตัวเองได้) 


เมื่อพระองค์กลับมา รัสปูตินจึงเริ่มปรนเปรอ เลี้ยง จัดงานให้พระองค์อยู่บ่อยครั้ง

จนวันๆพระเจ้าซาร์ทำงานน้อยลง และเริ่มให้รัสปูติน เป็นผู้จัดการงานต่างๆแทน

พระองค์มีผู้คนมากมายไม่พอใจกับเรื่องนี้ การบริหารของรัสปูตินนั้นสร้างความ

ลำบากเดือดร้อนให้แก่ประชาชนรัสเซีย จนเริ่มมีการก่อตัวประท้วงกันเกิดขึ้น


  จุดจบรัสปูติน ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูซ์ป็อป (Felix Yussupov) เห็นว่าเก็บ

รัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุกดมิทรี พัฟโลวิช

(Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน ได้เชิญให้รัสปูตินนั้นไปงานเลี้ยง

 (ชอบอยู่แล้วกับงานเลี้ยง)ในวังเจ้าชาย และจะวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่ม

และเค้กของรัสปูติน แต่เขาไม่รู้สึกเป็นอะไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าชายเห็นท่าไม่ดี

เลยยิ่งปืนใส่เขา เขาก็ไม่ระคายเคือง  เดินออกมาข้างนอกวัง กลุ่มข้าราชบริพาร

ของเจ้าชายเฟลิกซ์ที่เจ้าชายเตรียมไว้ ก็ระดมยิงปืนใส่ ก็ยังไม่สามารถทำให้

รัสปูตินตายได้ สุดท้ายพวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงจับร่าง รัสปูตินโยนลงน้ำเนวา

ที่ไหลผ่านนครเซนต์ปีเตอร์สเบริร์ก หลังจากนั้นได้มีการพบศพของเขาและได้พบ

ว่า เขาสามารถแก้มัดได้ด้วยตัวเอง กระสุนจากปืน ยาพิษในอาหารไม่สามารถทำ

อันตรายใดๆเขาได้เลย แต่เขาตายพระ จมน้ำ วันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916

รวมอายุ 47 ปี  ก่อนตายเขาได้ส่งจดหมาย ให้พระเจ้าซาร์ เป็น

     
 >>>  " คำทำนายของรัสปูติน " ที่จะต้องมาเกี่ยวกับการสูญสิ้นราชวงศ์โรมานอฟ

และคาบต่อไปจนถึงเรื่องสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นจริงดั่งคำทำนายของเขา

จะเอามาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านในบทความถัดไปครับ (คลิ๊กลิ้ง คำทำนายของ

รัสปูติน ตรงย่อหน้านี้ได้เลย  )









ประเทศที่แยกตัวจากโซเวียต กลุ่มประเทศ CIS คือ





กลุ่มประเทศ CIS คือ



  CIS  หลายๆคนคงจะสงสัยใช่มั้ยครับว่ากลุ่มประเทศ CIS คืออะไร  ย่อมาจาก

อะไร หมายถึงอะไร งั้นมากันทีละคำถามเอาไว้เป็นความรู้รอบตัว ประดับสมองกัน

ประเทศ CIS ย่อมาจากอะไร = ย่อมาจาก The Commonwealth of Independent States

ประเทศ CIS เป็นมาอย่างไร = เกิดจากการที่สหภาพโซเวียตได้ล่มสลาย กลุ่ม CIS 

จึงเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นก่อตั้งเมื่อ เมื่อไหร่ 21 ธันวาคม, พ.ศ. 2534

กลุ่มประเทศ CIS คือ
รูปนี้บล็อคเราทำมาเองไม่ใช่ธงกลุ่มแต่อย่างใด


โดยมีอดีตประที่แยกตัวจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต 12 ประเทศ จาก 15

ตั้งเป็นกลุ่ม CIS ขึ้นมา  คือ

1.ประเทศเบลารุส

2.ประเทศยูเครน

3.ประเทศรัสเซีย

4.ประเทศอาร์เมเนีย

5.ประเทศอาเซอร์ไบจาน

6.ประเทศคาซัคสถาน

7.ประเทศคีร์กีซสถาน

8.ประเทศมอลโดวา

9.ประเทศทาจิกิสถาน

10.ประเทศเติร์กเมนิสถาน

11.ประเทศอุซเบกิสถาน

12.ประเทศจอร์เจีย

ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่ม CIS คือ ประเทศแถบบอลติก ได้แก่ เอสโตเนีย

ลัตเวีย และลิทัวเนีย  สรุปรวมประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต

ทั้งหมด 15 ประเทศ โดยจอร์เจีย ได้ลาออกออกจากสมาชิก ในปี 2551 ในช่วง

สงคราม 5 วัน รัสเซีย - จอร์เจีย ที่จอร์เจียต้องเสียอำนาจการปกครองเหนือ

อับฮาเซียและเซาท์ออสเซเทียไปเป็นรัฐอิสระ(หรือผนวกเข้ากับรัสเซีย) ทำให้

เหลือสมาชิกเพียงแค่ 11 ประเทศ ปัจจุบันมีเรื่องราวเกี่ยวกับแคว้นไครเมีย ของ

ยูเครนกับ ยูเครนตะวันออกและตะวันตกที่เกิดปัญหามาดูกันว่า ยูเครนจะออก

จากกลุ่ม CIS เพื่อไปอยู่กับ EU หรือไม่ เว็บไซค์อย่างเป็นทางการของ

CIS ---  คลิ๊ก

แปลเป็นภาษาอังกฤษหน่อยก็ดีครับเพื่อจะได้อ่านออก....................