แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จอร์จ วอชิงตัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จอร์จ วอชิงตัน แสดงบทความทั้งหมด

คณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา มีใครบ้าง

 


คณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา มีใครบ้าง

คณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา มีใครบ้าง

คณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา มีใครบ้าง หรือจะเรียกว่าผู้ก่อตั้ง บิดาผู้ก่อตั้งให้กำเนิด สหรัฐอเมริกา

Founding Fathers of the United States ผู้นำทางการเมืองที่ได้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพในช่วงปี 

ค.ศ. 1776 หรือได้มีส่วนร่วมในสงครามการปฏิวัติอเมริกา นักประวัติศาสตร์ ผู้ก่อตั้งหลักในยุคนั้นโดย

พิจารณาจาก ความเป็นผู้นำ อายุยืน และความเป็นรัฐบุรุษ 

คณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา มีใครบ้าง


เจ็ดบุคคลสำคัญในกลุ่มบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐ คือ



1. เบนจามิน แฟรงคลิน : เป็นผู้มีความรู้รอบด้านของอเมริกา เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ เช่น เป็น

นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ รัฐบุรุษ นักการทูต  โรงพิมพ์ ผู้จัดพิมพ์ และนักปรัชญาการเมือง

 ถือว่าเป็น ปัญญาชนชั้นนำในสมัยของเขา ผู้ร่างและผู้ลงนามในปฏิญญาอิสรภาพแห่งสหรัฐอเมริกา 

และนายไปรษณีย์คนแรกของสหรัฐอเมริกา 



2. จอร์จ วอชิงตัน : ผู้นำทางทหารและการเมืองที่โดดเด่นของสหรัฐอเมริกา นำสหรัฐชนะเหนือ

บริเตนใหญ่ในสงครามปฏิวัติอเมริกัน ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพภาคพื้นทวีป

ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนแรก ซึ่งหนึ่งในชวนวครั้งเกิดสงคราม คงจะต้องมี

การพูดถึง Boston tea party ด้วยอย่างแน่นอน จากการนำของ วอชิงตัน นั้นเขาไม่ไดต้องการเป็นกษัตริย์

แต่อย่างใด แต่ให้มีการดำรงตำแหน่งตามวาระ ไม่เอาแบบอย่างอังกฤษ หรือฝรั่งเศส บริหารด้วยแนวทาง

ของรัฐในอเมริกา ในช่วงเริ่มแรก เข้ามาเป็นดินแดนที่ให้มีการบริหารกันเอง จึงกลายมาเป็นอเมริกา

ที่แข็งแกร่งในทุกวันนี้



3. จอห์น แอดัมส์ : เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา และเป็นบิดาของประธานาธิบดีคนที่ 6

 ของสหรัฐอเมริกา จอห์น ควินซี แอดัมส์ เขาถือว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในกลุ่มบิดาผู้ก่อตั้งประเทศ

สหรัฐอเมริกา เป็นรัฐบุรุษ ทนายความ นักการทูต นักเขียน ทำหน้าที่เป็นนักการทูตในยุโรป นักเคลื่อนไหว

ทางการเมืองก่อนการปฏิวัติ เป็นผู้แทนรัฐแมสซาชูเซตส์ให้กับสภาคองเกรสภาคพื้นทวีปและกลายเป็น

ผู้นำของการปฏิวัติ เขาช่วยเจฟเฟอร์สันในการร่างปฏิญญาอิสรภาพในปี พ.ศ. 2319 ในฐานะนักการทูต

ในยุโรป เขาช่วยเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพกับบริเตนใหญ่และจัดหาเงินกู้ เป็นผู้เขียนหลักของรัฐธรรมนูญ

แมสซาชูเซตส์ซึ่งมีอิทธิพลต่อรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา แอดัมส์ นั้นจบจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

รัฐแมสซาชูเซตส์ ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของโลก เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา

หนึ่งใน มหาลัยไอวี่ลีก Ivy League ที่มีประธานาธิบดีสหรัฐ จบจากที่นี่ถึง 8 คน

รวมไปถึง จอน เอฟ เคเนอดี้ ที่ถูกลอบสังหาร ในช่วงที่อเมริกา กับลังระอุเรื่องสงครามเย็น

กับสหภาพโซเวียต ที่เป็นข่าวใหญ่โตในยุคนั้น



4. โธมัส เจฟเฟอร์สัน : เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 3 ผู้ประพันธ์ "คำประกาศอิสรภาพ

สหรัฐอเมริกา" (Declaration of Independence) ของสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐบุรุษ นักการทูต ทนายความ

 สถาปนิก ปราชญ์ และบิดาผู้ก่อตั้งชาวอเมริกัน และรัฐมนตรีต่างประเทศคนแรกของสหรัฐอเมริกาภายใต้

 จอร์จ วอชิงตัน ผู้เขียนหลักของปฏิญญาอิสรภาพเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตย สาธารณรัฐนิยม

ประชาธิปไตย และสิทธิส่วนบุคคล กระตุ้นให้ชาวอาณานิคมอเมริกันแยกตัวออกจากราชอาณาจักร

บริเตนใหญ่และก่อตั้งประเทศใหม่



5. จอห์น เจย์ : เป็นรัฐบุรุษชาวอเมริกัน ผู้รักชาติ นักการทูต ผู้นิยมลัทธิการล้มเลิกทาส ผู้ลงนามใน

สนธิสัญญาปารีส และบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เขาทำหน้าที่เป็นผู้ว่าการคนที่สองของนิวยอร์ก

และหัวหน้าผู้พิพากษาคนแรกของสหรัฐอเมริกาดูแลนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1780

ทำหน้าที่เป็นเอกอัครราชทูตประจำสเปน เขาเกลี้ยกล่อมสเปนให้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่

สหรัฐอเมริกาที่เพิ่งเกิดใหม่ เป็นผู้เจรจาของสนธิสัญญาปารีส ซึ่งอังกฤษยอมรับเอกราชของอเมริกา 

หลังสิ้นสุดสงคราม เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ กำกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาภายใต้

ข้อบังคับของรัฐบาลสมาพันธ์



6. เจมส์ แมดิสัน : เป็นรัฐบุรุษ นักการทูต เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่สี่ของสหรัฐอเมริกา 

เมดิสันได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งรัฐธรรมนูญ" เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการร่างและส่งเสริม

รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาและร่างพระราชบัญญัติสิทธิ เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แห่งเวอร์จิเนียและสภาคองเกรสภาคพื้นทวีป เป็นผู้มีอิทธิพลในการประชุม เขากลายเป็นหนึ่งในผู้นำ

ขบวนการในการให้สัตยาบันรัฐธรรมนูญ และเข้าร่วมกับอเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน และจอห์น เจย์

ในการเขียน The Federalist Papers ซึ่งเป็นบทความเรียงความเรื่องการให้สัตยาบันซึ่งยังคงโดดเด่น

ในบรรดาผลงานด้านรัฐศาสตร์ในประวัติศาสตร์อเมริกา เมดิสันกลายเป็นผู้นำคนสำคัญของสภาผู้แทน

ราษฎรและเป็นที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน



7. อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน : นายทหารปืนใหญ่ในกองทัพภาคพื้นทวีปสงครามปฏิวัติอเมริกา 

เป็นนักปฏิวัติ รัฐบุรุษ และบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นล่ามผู้มีอิทธิพลและผู้ส่งเสริม

รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ก่อตั้ง Federalist Party ระบบการเงินของประเทศ หน่วยยามฝั่ง

สหรัฐ และหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ เลขานุการคนแรกของกระทรวงการคลัง แฮมิลตันเป็นผู้เขียนหลัก

ของนโยบายเศรษฐกิจของการบริหารงานของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน เป็นผู้นำในการระดมทุนของ

รัฐบาลกลางสำหรับหนี้สงครามปฏิวัติอเมริกาของรัฐ รวมถึงการจัดตั้งธนาคารกลางสองแห่งโดยพฤตินัย

แห่งแรกของประเทศ เริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการค้าที่เป็นมิตรกับสหราชอาณาจักรอีกครั้ง  ถือเป็นผู้

บริหาร นักการเมือง และนักการเงินที่เฉลียวฉลาด ยังถือเป็นผู้วางรากฐานสำหรับรัฐบาลและการเงิน

ของอเมริกา


จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ปธน.คนแรกของสหรัฐ






จอร์จ วอชิงตัน (George Washington)

จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา

จอร์จ วอชิงตัน เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1732


เป็นผู้นำทางทหารและการเมืองที่โดดเด่นของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น

ระหว่าง ค.ศ. 1775 ถึง 1799 เขานำสหรัฐจนได้รับชัยชนะเหนือบริเตนใหญ่

ในสงครามปฏิวัติอเมริกัน (เป็นสงครามระหว่างสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่

และไอร์แลนด์ฝ่ายหนึ่ง กับสิบสามอาณานิคมอังกฤษในทวีปอเมริกาเหนือ

อีกฝ่ายหนึ่ง)


เขาเริ่มต้นด้วยการทำอาชีพ เกษตร


ค.ศ. 1749 เขาถูกแต่งตั้งให้อยู่ในสำนักงานสำรวจ คัลเปเปอร์ เคาท์ตี้ (รัฐเวอร์จิเนียร์)

ซึ่งเป็นที่ดินแดนแห่งใหม่


ค.ศ. 1752 เมื่ออายุได้เพียง 20 ปี จอร์จ วอชิงตัน เข้าเป็นทหารมีหน้าที่ฝึกทหาร

กองหนุน


ค.ศ. 1753 วอชิงตันได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการอาณานิคมแห่งเวอร์จิเนีย


ปี ค.ศ. 1754  จอร์จ วอชิงตัน ได้รับยศพันโทและได้เดินทางไปยังป้อม

Fort Duquesne เพื่อไปขับไล่ชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส เขาจัดการทหารหน่วย

สอดแนมของฝรั่งเศสไปกว่า 30 นาย แต่เขาก็ต้องพ่ายแพ้ในสมรภูมินี้ เพราะข้าศึก

มีกำลังเหนือหว่า พื้นที่คุ้นเคยชัยภูมิดีกว่าวอชิงตันได้รับการปล่อยตัวจากพวก

แคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส และได้กลับสู่เวอร์จิเนีย


ค.ศ. 1755 วอชิงตันเป็นนายทหารผู้ช่วยของนายพลเอ็ดวาร์ด แบร็ดด็อก

แห่งอังกฤษ แต่เหตุร้าย นายพลเอ็ดวาร์ด โดนลอบสังหารในระหว่างเดินทาง

ตามประวัติเล่าว่า ในการเดินทางหรือการเดินทัพนั้นตอนที่นายพลเอ็ดวาร์ด

โดนลอบสังหารเขาเป็นผู้ขี่มาตลุยไปทั่วทุกสมรภูมิเพื่อรวบรวมกำลังรบที่เหลือ

ของอังกฤษ เพื่อที่จะเตรียมการถอยทัพ หลังจากจบเรื่องวุ่น จอร์จ วอชิงตัน

จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลชายแดนแถบเทือกเขาเวอร์จิเนีย

โดยตบรางวัลให้เลื่อนยศเป็นพันเอกผู้บัญชาการแห่งกองกำลังเวอร์จิเนีย

ทั้งหมด


ค.ศ. 1758 วอชิงตันติดยศนายพลจัตวาในคณะเดินทางของ Forbes ที่บังคับให้

ฝรั่งเศสอพยพถอนทัพออกจาก Fort Duquesne หลังจากปีนั้นเขาได้ลาออกและ

กลับไปทำไร่ของเขาเป็นเวลาถึง 16 ปี ไปเป็นนัการเมืองท้องถิ่นที่เวอร์จิเนียแทน


6 มกราคม ค.ศ. 1759 จอร์จ วอชิงตัน ได้แต่งงานกับ  มาร์ธา แดนดริดจ์ คัสทิส

ที่บ้านกลังนึงที่มีชื่อว่า ไวท์เฮาส์ (White House) ซึ่งชื่อบ้านนี้ได้กลายเป็นชื่อ

ทำเนียบขาวต่อมาในปัจจุบัน


 - วอชิงตันได้รับเลือกให้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติของสภาประจำเวอร์จิเนีย


วอชิงตันมีบทบาทการเป็นผู้นำให้แก่ชาวอาณานิคมในการต่อต้านอังกฤษ

เกิดความขัดแย้งระหว่างอาณานิคมอเมริกันกับประเทศอังกฤษเพราะอาณานิคม

ไม่พอใจที่ถูกเรียกเก็บภาษี และปกครองโดยรัฐบาลอังกฤษ


ค.ศ. 1769 จอร์จ วอชิงตัน ได้ยื่นหนังสือข้อเสนอเรื่องการคว่ำบาตรสินค้าที่มา

จากอังกฤษ จนกว่าจะมีการยกเลิกพระราชบัญญัติทาวน์เชนด์ (ภาษีใบชา )

และในที่สุดมีนาคม 1770 ถูกบังคับให้ยกเลิก "กฎหมายทาวน์เซนด์


ค.ศ. 1774  วอชิงตันได้เห็นพระราชบัญญัติ (Intolerable Acts) ที่บีบคั้น

ลดทอนสิทธิประโยชน์ของชาวอาณานิคม โดนเฉพาะเรื่องการปิดอ่าวบอสตัน

จากกรณี Boston tea party ทำให้เขาจัดการประชุมโดยตัวเองเป็นประธาน

จนเกิดข้อตกลงแฟร์แฟ็กซ์ (Fairfax Resolves) ต่อมาเขาได้เข้าประชุม

เวอร์จิเนียครั้งที่ 1


(First Virginia Convention) และได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เป็นตัวแทนไปประชุม

สภาอาณานิคมที่ 1 (First Continental Congress) อันเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การ

ประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ


ค.ศ. 1775 ในการประชุมสภาอาณานิคมที่ 2 (Second Continental Congress)

เป็นการแสดงจุดยืนว่าเขาต้องการรบเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระภาพของเหล่า

อาณานิคมทั้งหลาย จอร์จ วอชิงตัน ได้ก่อตั้งกองทัพบกที่เรียกว่ากองทัพ

ฝ่ายอาณานิคม (Continental Army)ในวันที่ 14 มิถุนายน เขารบอยู่หลายสมรภูมิ

ส่วนใหญ่จะเสียเปรียบ


จนถึง ค.ศ. 1780 โดยคำสั่งของเขากองทัพนายพลจอห์น ซูวิลเลียน, ได้ตอบโต้

ต่อการที่ Iroquois และ Tory โจมตีชาวอาณานิคมอเมริกันในช่วงต้นของสงคราม

เป็นการรบชนะที่เด็ดขาด สามารถทำลายอย่างน้อย 40 หมู่บ้าน ในตอนเหนือ

ของนิวยอร์กและในวันสำคัญก็มาถึง วันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 1781 หลังจากชัยชนะ

ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ทำให้กำลังทัพของอังกฤษต้องถูกกักอยู่ที่เวอร์จิเนีย

ทำให้ต้องยอมแพ้


สงครามได้ยุติลง กองทักโดยการนำของ จอร์จ วอชิงตัน ได้รับชัยชนะ เป็น

ชัยชนะที่ไม่ได้มีมากครั้งแต่เป็นครั้งสำคัญที่สุดของเขา หลังจากจัดการเรื่อง

การเข้ายึดครองและปัญหาระหว่างสภา กับ นายพลในกองทัพเขาก็ได้ลาออก

จากตำแหน่งไปอยู่ที่เมานต์เวอร์นอน ในช่วงเวลาสั้นๆ ไปทำหน้าที่การเมือง

ของเขาแบบเดิมจนต่อมา ทุกคนในสภาและคณะเลือกตั้ง มีมติเอกฉันท์เลือก

วอชิงตันเป็นประธานาธิบดี และเลือกอีกครั้งในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1792

เขายังคงได้รับคะแนนอิเล็กโทรรัล โหวต 100% เหมือนเดิม


2 สมัยซ้อน ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนจะต้องการให้เขาเป็นต่ออีกทางสภาก็เรียกร้อง

จะให้วอชิงตันเป็นต่อไปอีก แต่ทาง จอร์จ วอชิงตัน ได้ปฏิเสธที่จะดำรงตำแหน่ง

ประธานาธิบดีต่ออีกครั้งโดยใช้เหตุผลเรื่องสุขภาพที่ไม่ดี การที่เขาลาออกจาก

ผู้บัญชาการทหารในตอนที่ทำสงครามประกาศอิสระภาพสำเร็จนั้น เป็นเรื่องที่มี

อิทธิพลน่ายกย่องมากในยุโรปเปรียบเหมือนว่า เขาไม่ได้ใช้อำนาจทางทหาร

เข้าควบคุมและอยู่ในอำนาจแล้วส่งต่อให้สภาบริหารต่อ รวมถึง การที่เขาลาออก

หลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบวาระตามจริงก็จะหยุดตั้งแต่สมัยแรกแล้ว

แต่ทางสภาได้ขอให้เขาเป็นต่ออีกครั้ง พอหมดสาระที่สมัยที่ 2 สภาก็อยากให้เป็น

อีกแต่ วอชิงตัน รู้สึกว่าจะเป็นการกุมอำนาจบริหารมากเกินไปจึงบ่ายเบี่ยงอ้างเรื่อง

สุขภาพไม่ยอมรับตำแหน่งต่อ จึงหลายเป็นบรรทัดฐานของ ปธ.คนต่อๆไปว่า

ไม่ดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย เว้นภายหลังที่ ปธ.รูสเวลต์ ที่ช่วงนั้นมีสงครามโลก

ครั้งที่ 2 จึงต้องสมัครเข้ามาต่อเป็นสมัยที่ 3 เพื่อจะมาจัดการเรื่องสงครามโดยเฉพาะ

แต่หลังจากนั้นก็มีการแก้กฏหมายว่าห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย เรียบร้อย


จอร์จ วอชิงตัน ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ 30 เมษายน ค.ศ. 1789 – 4 มีนาคม ค.ศ. 1797


ค.ศ. 1797 วอชิงตันกลับไปยังเมานต์เวอร์นอน กลับมาทำไร่ (มีทาสทำตัวเอง

คงเป็นประมาณว่าจัดการเรื่องใหญ่ๆ ตอนนั้นยังไม่มีการเลิกทาส การเลิกทาส

อยู่ในช่วงสงครามกลางเมือง สมัยของ อับราฮัม ลินคอร์น)


จอร์จ วอชิงตัน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินนะครับ เพราะแต่งงานกับแม่ม้าย

ลูกติดมีที่ดินทรัพย์สิน มหาศาล มาตั้งแต่ก่อนเป็นผู้บัญชาการกองทัพประกาศ

เอกราชเสียอีก


วันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1799 จอร์จ วอชิงตัน เสียชีวิตช่วงเวลาหัวค่ำ เพราะเขา

เกิดเป็นหวัดหลังจาก ไปลุยหิมะ มีไข้และหลอดลมอักเสบและหลายเป็นปอดบวม

และด้วยการรักษาในสมัยนั้นทำให้เขาต้องเสียชีวิตลงด้วยวัย 67 ปี นับว่าเขาเป็น

บุคคลสำคัญคนนึงที่มีอิทธิพลต่อคนอเมริกันและผู้ปกครอง นักประชาธิปไตย

ในยุโรปเลยทีเดียวในยุคต่อๆมาด้วยเช่นกันการกระทำของเขานับว่าเป็นการ

เสียสละเพื่อส่วยรวมโดยแท้