แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หาเงินจากบล็อก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หาเงินจากบล็อก แสดงบทความทั้งหมด

บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน(BLOG)





บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน



   บทความก่อนหน้านี้พูดถึงบล็อกน่าเบื่อกันไปแล้ววันนี้บทความนี้เรามาพูดถึง

บล็อกน่าอ่านกันมั่ว่า มีออะไรทำไมถึงน่าอ่านกันละ มาดูกันครับ

บล็อกน่าอ่าน เป็นแบบไหน(BLOG)


1. สบายตา : พื้นสีขาว วรรคตอนชัดเจนตัวหนังสือเรียบๆไม่มีสีฉูดฉาดจนตาลาย


2. สวยงาม : การแต่งบล็อกสวยงาม หัวข้อรูปสวย Header สวยเข้ากับเนื้อหา แต่

ไม่โหลดช้าจนเกินไป หรือรูปที่ใช้ประกอบบทความสวยและเข้าใจง่าย สื่อ

ความหมายได้ดี


3. ข้อมูลเป็นระเบียบ : เว้นวรรคดี ข้อมูลในบทความจัดเป็นตอนๆอย่างสวยงาม

ไม่ปนกับและยาวติดกันจนเกินไป มีขึ้นบรรทัดใหม่ เว้นช่องไฟได้น่าอ่าน


4. อ่านง่าย :  ตัวหนังสือไม่เล็กจนเกินไป (เป็นเทคนิคในการเขียนบล็อก) เพราะ

ถ้าเล็กไปจะต้องใช้บทความที่มากกว่าเดิมในการทำให้มันเต็มหน้า ขนาดพอดีๆ

อ่านง่ายคนชอบและยังทำให้แต่ละบรรทัดใช้คำน้อยกว่า ทำให้บล็อกในพื้นที่วาง

เนื้อหายาวขึ้นได้ด้วย (ในกรณีที่บทความไม่ได้ยาวเกิน)


5. เป็นหมวดหมู่ :  จัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เช่น ความรู้รอบตัว , เกร็ดความรู้ ,

สาระน่ารู้ , บทความน่าอ่าน จัดให้แยกชัดเจนจากกันจะทำให้หาบทความอ่านได้

ง่ายขึ้นครับ


6. ข้อมูลสัมพันธ์กัน :  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อกัน (แบบวิกิพีเดีย) ที่ข้อมูลนั้น

สามารถเชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆถ้าในบล็อกมีบทความที่เกี่ยวข้องให้พูดถึง เป็น

เทคนิคในการเขียนบล็อกที่ทำให้ทั้งบอทของกูเกิ้ลและผู้อ่านวนเวียนอยู่ในบล็อก

ของเรานานที่สุด


7. เขียนถูกต้อง : เขียนผิดบางทีผู้อ่านอาจจะหงุดหงิดรำคาญ เอ็งจะเขียนผิดเยอะ

ไปไหนเนี้ยไม่ไหวไม่อ่านละ ประมาณนี้ พยายามเขียนภาษาไทยหรืออังกฤษให้

ถูกด้วยครับ


8. ไม่เอนเอียงหรือใส่ร้าย : ถ้าผู้อ่านต้องาการความรู้ ข้อมูลแบบจริงจังการเอนเอียง

หรือใส่ร้ายป้ายสีจะทำให้ทัศนคติของผู้อ่านที่มีต่อบล็อกแย่ลงทันที รอบหน้าถ้าค้นหา

แล้วเปิดมาเจอบล็อกเราเขาก็ปิดทิ้งทันทีเลยครับ อย่าอคติเอนเอียงนะจ๊ะ


9. ใช้คำที่สุภาพ : ใครๆก็ไม่ชอบคำหยาบคาย สุภาพธรรมดาแบบการเขียนทั่วไป

ดีกว่าครับ


10. ข้อมูลไม่อัดจนดูเยอะ : ถ้าข้อมูลเยอะแนะนำว่า ตัดเป็นตอนๆแยกกันลงทีละ

บทความครับ เช่นข้อมูล เรื่อง การเสียดินแดนของไทย มีตั้ง 13ครั้งถ้าลงจริงจัง

ก็เยอะมากก็แยกไปครับ อย่าง การเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง  การเสียเขมรส่วนนอก

การเสียบันทายมาศ อย่างนี้เป็นต้น และยังเป็นข้อดีคือ ไม่ยาวจนน่าเบื่อ สามารถ

แยกเป็นตอนๆให้ผู้อ่านได้ติดตาม(ปล่อยออกมาวันละตอนยังได้เลย) ได้เนื้อหา

เน้นๆเฉาพะเรื่องที่สามารถโยงเข้าหากันได้ในแต่ละตอน (ส่งผลดีต่อการทำ SEO )

เป็นการเพิ่มหมวดหมู่ย่อยเข้าไปได้อีก









บล็อกน่าเบื่อ (เป็นแบบไหน)






บล็อกน่าเบื่อ (เป็นแบบไหน)



          บล็อกที่น่าเบื่อ ประโยชน์ของบล็อกนั้นมีมากมายครับ แต่ก็มีบ้างบางคนที่

ทำให้บล็อกเป็นพื้นที่ ที่น่าเบื่อไปเลย เนื่องจากอะไรบ้างนะหรือลองไปดูครับว่า

บล็อกหรือเว็บที่น่าเบื่อทั้งหลายบางบล็อกแค่หงุดหงิด บางบล็อกอาจจะต้องปิด

ไม่ดูไปเลย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นเขาทำอะไรทำไมถึงน่าเบื่อ ไปดูกันจ้า



10 แบบบล็อกน่าเบื่อ


1. โหลดช้า : โหลดหน้าเว็บเพจช้า รอนาน อืด ข้อมูลไม่มาซํกที อาจจะมาจาก

แต่งบล็อกมากเกินไป รูปเยอะเกินหรือโฆษณามากจนทิ้งภาระโหลดหน้าเว็บ

บล็อกอย่าอืด


2. ตาลาย : (อาจจะมีสาระแต่ข้อมูลเยอะจนท้อไม่เว้นวรรคไม่พักบรรทัด) หรือ

ใช้สีแสบตา สลับสีไปมาเยอะเกินความจำเป็นเล่นลวดลายเล่นสีกับตัวอักษร

จนคนอ่านมึนกันเลยทีเดียว


3. ปิดเพลงตรงไหน : เปิดมาปุ๊บเพลงขึ้นปั๊บ แบบเสียงดังน่ารำคาญเลย บ้าง

ก็เพลงที่ตั้งอาไว้ บ้างก็โค้ดวิทยุออนไลน์ (เอาเป็นว่าถ้าไม่ใช่เว็บฟังเพลงก็

อย่าไปเสี่ยงติดเลยครับ)มันอันตรายว่าผู้อ่านจะรำคาญแล้วยิ่งถ้าเขาหาที่ผิดไม่

เจอหรือคุณยัดไว้ในบล็อกไม่ให้ปิดยิ่งแย่เลยครับ เป็นเทคนิคการเขียนบล็อก 

ที่พลาดมากๆ เพราะถ้าเป็นผม จะหาที่ปิดเพลงก่อนถ้าไม่มีก็ปิดหน้าเว็บไปเลย


4. บังคับกดไลค์ : มี Box like เด้งขึ้นมาให้กดไลค์เพจเฟสบุ๊คก่อนเข้าเนื้อหา

ในบล็อก บางทีดีหน่อยมีให้กดปิดได้หรือ รอ 5 วิมันปิดเอง บางที่อย่างโหด

เลยครับบังคับว่าต้องกดไลค์ก่อนถึงจะอ่านข้อมูลได้ ผลสรุปคือ ปิดบล็อก

นั้นทิ้งเลยครับ ฮ่าๆๆ หรือถ้าสนใจเรื่องเนื้อหาในนั้นจริงๆก็กดไลค์ไปครับ

แล้วค่อยไปถอนไลค์คืนออกเชอะ !!!


5. โฆษณารอบทิศ : การที่เอาบล็อกมาหาเงิน ใช้บล็อกหาเงินนั้นเป็นเรื่อง

ที่ธรรมดามากครับ คนทำมาหากิน แต่บางทีก็ต้องระวังนิสนึง บางบล็อกท่านเล่น

วางโฆษณาด้านบน แถวยาว ด้านข้างแถวยาว ด้านล่าง อีกแถว ในเนื้อหาอีก 2

โอ้โห แม่เจ้าเยอะจนหน้าเพจโหลดช้า เยอะจนดูเละ ลายตาผู้อ่านถึงกับอึ้ง

นี่จะโฆษณา มากกว่าเนื้อหาซะอีก


6. ตัวเล็กมาก : ตัวหนังสือตัวเล็กมากๆเลย อ่านยากมากๆเลย


7. หลอกหาเงิน : พวกทำงานโดยการสมัครสมาชิกนั่นนี่ เก็บค่าแรกเข้า หรือ

ทำงาน 2-3 ชั่วโมง หรือพวกมานั่งคลิ๊กโฆษณา ต่างๆนานา ไม่ต้องสนครับ

เจอบ่อยไม่ได้ตังหรอกมันหลอกคุณ แล้วบล็อกพวกนี้เยอะด้วย คือพอเราจะหา

วิธีเพื่อหาเงินบทความผมโดนก๊อปเอาไปไว้ในบล็อกมันด้วยนะ แล้วมันใช้

บทความคนอื่นนี่แหละสร้างฐานบล็อกแนะนำการหาเงินของมัน พร้อมด้วย

วิธีการหาเงินของ(ที่หลอกลวง) ลงไปแจมกับเนื้อหาจากเว็บอื่นที่มีนขโมย

มาด้วย


8. มีแต่คีเวิร์ด tag : อันนี้ก็เป็นพวก SEO สายดำหวังผลให้ติดหน้า 1 อันดับต้นๆ

ในกูเกิ้ล เข้าไปไม่มีข้อมูลอะไรมีแต่ Tag นั่นนี่ ล้อบอทไม่ได้มีสาระประโยชน์แก่

ผู้อ่านเลยครับ


9. เขียนผิดๆถูกๆ : เขียนถูกๆผิดๆ (อันนี้บล็อกผมก็เป็นครับ ฮ่าๆๆ) ผู้อ่าน

บางท่านเขาค่อนข้างจะซีเรียสกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นภาษาไทยเขาคง

ไม่อยากให้เขียนผิดเขียนภาษาไทยให้ถูกกันเถอะครับ คำไหนไม่แน่ใจพิมพ์

ลงกูเกิ้ลดครับจะได้คำที่ถูกต้องมา ส่วนบล็อกผมที่ยังมีเขียนผิดอยู่บ้าง

จะพยายามปรับปรุงครับผม


10. ป๊อบอัพเด้งๆ : คือเปิดหน้าเว็บมา ป๊อปอัพเด้งมา อย่าน่าเบื่อ เช่น

เก็บหน้าเราไว้เป็นหน้าแรก  ไลค์เพจหน่อย หรือพอกดลิ้งไหนก็ตามจะเด้ง

โฆษณาไปอีกหน้านึงเปิดเพิ่มมาให้เฉยเลยอะไรทำนองนี้ มันทำให้

หงุดหงิดครับอย่าทำ







10 อุปสรรคของการเขียนบล็อก






อุปสรรคของการเขียนบล็อก



อุปสรรคของคนที่ต้องการเขียนบความทำบล็อกนั้นมีมากมายหลายอย่างวันนี้

จะลองยกตัวอย่างอุปสรรคจากทัศนคติของผู้ที่เขียนบล็อกกันว่ามีอะไรบ้าง

อุปสรรคของการเขียนบล็อก


1. คิดเยอะ : คิดเยอะ และเยอะจนคิดมาก กังวลนู่นนี่ไปเสียหมด สรุปคือไม่ได้ทำ


2. คิดอย่างเดียว : คิดอย่างเดียว คิดแล้วก็คิดว่าจะทำ แต่ไม่ทำ อย่าเป็นแค่

นักคิดลองทำบ้างก็ดี


3. เริ่มต้น : จุดเริ่มต้นยากเสมอ ก้าวแรกมันก้าวยากแต่พอลองก้าวออกมาแล้วคุณจะ

รู้ว่าคุณทำได้


4. ท้อแท้ : ทำไปซักพักเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ก็จะท้อแท้ แต่ถ้าเราไม่มีความ

พยายามเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นี่แค่ใช้ความสามารถในการเขียนบล็อก

ยังท้อแล้วงานใหญ่กว่านี้รับผิดชอบกว่านี้จะทำได้อย่างไร " ความพยายามอยู่ที่ไหน

ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"    ยังใช้ได้เสมอ


5. ขี้เกียจ : อันนี้ปัญหาใหญ่ครับขี้เกียจก็เสร็จเลย ไม่ต้องพูดไรกันมาก ทำๆหายๆ

มันจะดีได้อย่างไร


6. ไม่ใฝ่รู้ : อย่าคิดว่าแค่นี้พอแล้วไม่เอาแล้วใฝ่รู้ซักนิดชีวิตจะดีขึ้น บล็อกเป็นได้

หลายอย่างบล็อกมีประโยชน์ทำให้เราใฝ่รู้เพื่อหาข้อมูลจงอย่าทำให้เรื่องนี้เป็น

อุปสรรคในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณ


7. ไม่เชื่อ : ไม่เชื่อมั่นในฝีมือตนเองไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้อันนี้เป็นทัศนคติที่

ไม่น่ามีนะครับ การถ่อมตัวไม่ได้แปลว่าไม่เชื่อมั่นในตัวเองนะครับจงเชื่อว่าคุณ

ทำได้แล้วคุณจะทำได้


8. ไม่ฟัง : ไม่ฟังความเห็นที่แตกต่างไม่สนใจ คำสอนของผู้อื่นไม่ใส่ใจแก่คำติติง

ของผู้อื่นที่หวังดี มันเป้นอุปสรรคในการพัฒนาฝีมือตนเองและบล็อกของเรามาก

นะครับ


9. โลกแคบ : เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่ เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ไม่เปิดโลก

ดูความเป็นไปของโลกภายนอกสนใจแต่ตัวเอง มั่นใจแต่เรื่องตัวเอง


10. หวังผล : การหวังผลด้านผลประโยชน์ หรือเงินนั้น บล็อกหาเงิน ให้กับเรา

ได้ครับ แต่ต้องทำให้มันดีๆ ก่อนจะหวังผลจากมันจงใส่ใจทำมันให้ดีก่อน

จะได้กินยาวๆครับ







11 เทคนิคการเขียนบล็อกดัง (เรียกคนเข้าเยอะๆ)






เทคนิคการเขียนบล็อกให้ดัง 



การทำให้บล็อกดัง การโปปรโมทเว็บ ให้มีทราฟฟิกเยอะๆ การทำบล็อกให้คนชอบ

คนสนใจมีคนเข้าเยอะๆวันนี้ลองมาเสนอแนวทางกันดูครับ 11 แนวทางเอาไปปรับ

ใช้กันดูครับเผื่อจะมีประโยชน์กับท่านอื่นๆ

11 เทคนิคการเขียนบล็อกดัง (เรียกคนเข้าเยอะๆ)


1. ให้ความรู้ : เป็นบล็อกที่พูดง่ายๆคือให้ความรู้กับผู้อ่านจะเป็นเรื่องความรู้รอบตัว

แบบบล็อกของเรา (แหนะมีแอบโปรโมท) หรือความรู้เฉพาะด้านแบบบล็อกเกม

ตกปลา  รถยนต์ พระเครื่อง ขอแค่ให้ความรู้แนะนำให้สิ่งดีๆแก่ผู้อ่านเชื่อว่าจะมี

ผู้อ่านกลับมาอ่านบล็อกท่านและถ้าเขาเห้นว่าบล็อกของท่านมีประโยชน์ เขาจะ

บุ๊คมาร์ค(เซฟลิ้ง)ของบล็อกท่านไว้ในเว็บเบราเซอร์เอาไว้มาอ่านอีกรอบแน่นอน


2. รู้จักใช้โซเชียล : อาจจะสร้างเพจ แชร์ลงเพจ สร้าง G+ (แรงดีนะ) เอาไปแปะ

ในข่าวตามเพจ (ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยหละ) หรือ pinterestทวิตเอยอะไรเอย

หรือในยูทูปทำคลิปแล้วโยงมายังบล็อก มาลงที่บทความที่เกี่ยวข้องกันเพื่อความ

ครอบคลุมของลูกค้า (ผู้อ่าน)


3. อย่าหยิ่ง : ไปเม้นบล็อกคนอื่นบ้างไปเข้าสังคมไปแสดงความคิดเห้นบ้างโดย

ใช้ล็อกอินจากบล็อกเราเองนี่แหละไป แต่ไม่ต้องเอาบล็อกเราไปโปรโมทนะมัน

เสียมารยาท ให้เขาตามบล็อกเราขากคอมเม้นท์ที่สร้างสรรค์ของเราดีกว่า


4. ฝากลิ้ง : ไม่ใช่ฝาขวดน้ำกลิ้งนะ ฝาก- ลิ้งไว้ตามเว็บ ฝากลิ้ง เว็บบอร์ด หรือเว็บ

 bookmark ที่ต่างๆ สะพานบอท (หาที่ที่มีคุณภาพหน่อย) และอย่าลืมนำไปฝากไว้

กับgoogle ซับมิท (พิมพ์คำว่า google submit ในกูเกิ้ลเลยครับเจอแน่ๆ) และอีกที่คือ

bing submit ค้นในกูเกิ้ลนั่นแหละเหมือนเดิมเพื่ออะไรหล่ะ ก็เพื่อให้ google รวมถึง

bing ซึ่งเป็นเว็บเครื่องมือช่วยค้นหา (search engine) เข้ามาเก็บข้อมูลของบล็อกเรา

ไปจัดอันดับในหน้าแรกหรือหน้าไหนก็แล้วแต่เพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่สนใจได้

เข้ามาค้นเจอและเข้ามายังบล็อกของเรา เรียนรู้การใช้เครื่องมือเพื่อช่วยให้

search engine ช่วยบล็อกเราในการเรียกคนหรือ การทำ SEO ได้ที่เว็บ

thaiseoboard.com หาความรู้ได้เยอะมากครับ


5. วาทะศิลป์ : ข้ออื่นๆนั่นเป็นการพูดถึงเรื่องเทคนิค แต่ข้อนี้เป็นการพูดถึงการ

นำเสนอที่ต้องใช้สไตล์ส่วนตัว วาทะศิลป์ของผู้เขียนเป้นหลักซึ่งสามารถฝึกกันได้

ฝึกเอาจากประสบการณ์รวมภึงการเปิดใจเป็นผู้อ่านเยอะๆ ด้วยเช่นกัน ว่าการนำ

เสนอยอ่างไรการเขียนสื่อออกมาแบบไหนทำให้ผู้ชม (ลูกค้า หรือผู้อ่าน) บล็อก

ของเราชอบบ้าง


6. อย่าขี้เกียจ : หมั่นอัพเดทบทความ ปรับแก้เว็บบล็อก อัพบทความตามติดกระแส

อย่างห่างหายไปนานมันจะทำให้ขาประจำของบล็อกเราที่ติดตามอ่านอยู่หายหน้า

หายตาไปได้เพราะเราไม่อัพบทความต่อเนื่องจนเขาคิดว่าเราไม่อัพบล็อกแล้ว

คนที่ตามอ่านเราก็จะห่างหายไปจนเลิกดูเลิกนิยม


7. โปรโมทโฆษณา : อาจจะต้องไปซื้อโฆษณาหรือไปโปรโมทกับเว็บดัง อาจจะ

เป็นคนดัง ดารา เน็ตไอดองจต่างๆ ช่วยโปรโมท (ต้องใช้ทุนมากหน่อยไม่แนะนำ)

แต่ก็ได้ผลอยู่พยายามฉวยโอกาสในการโปรโมทในช่วงแรกทำให้ผู้อ่านติดคุณ

หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเหมือนการโปรโมทสินค้าแบบอื่นๆแล้ว


8. Content is king : เนื้อหาคือทุกสิ่ง เป็นตัวเอกของเรื่องถถ้าเนื้อหาของ

บทความเราดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ทำบทความให้ดีในแบบของเราถ้าบทความดี

เราจะหาเงินจากบล็อก โปรโมทสินค้า นำเสนอผลงาน อะไรก้ง่ายเลยครับถ้า

เนื้อหาของเราดี


9. สะดวก : บล็อกเข้าง่ายโหลดเร็ว ไม่เกะกะไม่ดูสีฉูดจนแสบตา ไม่ต้องมานั่งหา

ที่ปิดเพลง (บางบล็อกตั้งเพลงไว้ด้วยเข้ามาถึงหาที่ปิดเพลงสิ เพราะมันรำคาญ)


10. ข้อมูล : ต้องพยายามหาข้อมุลที่ถูกต้อง และเป็นกลางให้มากที่สุดถ้าข้อมูลผิด

ให้ข้อมุลผิดๆแก่ผู้อ่านไป อาจเป็นผลเสียแก่ตัวบล็อกได้ในภายหลัง (ความเชื่อมั่น

ของผู้อ่านและเครดิตที่เสียไปกับข้อมูลมั่วๆ)


11. สร้างแบรนด์ : พยายามทำให้บล็อกของเราเป็นที่รู้จักเริ่มด้วย Url ที่น่าจำ

จำง่าย ชื่อที่สะดุดหูและจำง่าย แนวทางเอกลักษณ์ ต่างๆของเรา


ภาษาที่ใช้ บ่งบอกถึงเรื่องราวของบล็อกพยายามาสร้างจุดเด่นและเสนอเรื่องที่เป็น

กระแสหรือเรื่องราวเฉพาะด้านที่ดีกว่าเว็บหรือบล็อกในแนวเดียวกันทำไปเรื่อยๆครับ

ไม่ต้องไปซีเรียสเครียด ทุกอย่างจะสร้างและบ่มเพาะวิธีการเฉพาะตัวในแบบของ

เราจากประสบการณ์การทำบล็อกของตัวเองอะไรที่เหมาะกับเราอะไรที่ทำแล้วดี

เราจะเรียนรู้มันขึ้นมาทีละอย่าง สำคัญแค่เปิดใจ อ่านให้เยอะและอย่าหยุดเรียนรู้










บล็อก (Blog money) หาเงินอย่างไร






หาเงินจากบล็อก 



การหาเงินจากบล็อกนั้นมีมากมายหลายวิธีการ หลายรูปแบบบทความนี้เราจะ

ลองมานำเสนอบางส่วนของการหารายได้ด้วยบล็อกว่ามีอะไรกันบ้าง

blog

1. จากตัวแทน : เช่นโฆษณาอย่าง Adsense BumQ Nipa หรือของเจ้าอื่นๆที่เราจะ

เอามาติดไว้เพื่อหารายได้จากเนื้อหาของเรา


2. โฆษณา : ถ้าบล็อกของท่านเป็นที่สนใจหรือมีทราฟฟิกเยอะๆ บางครั้งก็จะมี

โฆษณาที่มีเนื้อหาไปในทางเดียวกับบล็อกของท่านมาลงสร้างรายได้เพิ่มเติม

ได้อีกทางนึง


3. ขายของ : ครีมหน้าเด้ง พระเครื่อง งานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์อะไรทำนองนี้

แต่ก่อนจะขายได้ก็คงต้องสร้างบทความที่มีประโยชน์เป็นที่น่าเชื่อถือและให้

ความรู้แก่ผู้ชมก่อนถึงจะดี


4. ตัวแทนจำหน่าย  : เช่นพวกขายของผ่านตัวแทนหักค่าคอมมิชชั่น affiliate

เป็นหนทางหารายได้อีกทางนึงสำหรับผู้ที่ถนัดในการขาย มีทั้งการขายของทั่วไป

อีบุ๊ค ก็มีนะของไทย Affiliate ของต่างประเทศถ้าไม่ถนัดของไทยก็มีหลายเจ้าครับ

ลองศึกษากันมาทำเงินดู โดยใช้บล็อกนี่แหละเป็นฐานในการขาย


5. รับโปรโมท : ถ้าคุณสร้างบล็อกแล้ว ทำมันอย่างดีจนมีผู้สนใจติดตาม

(เรียกง่ายๆว่าดัง) ก็สามารถรับงานโดยการรับโปรโมทสินค้า โปรโมทประชา

สัมพันธ์งานของลูกค้าเรียกเงินเข้ากระเป่าได้อีกทางนึงไม่ยากเลย


6. สร้างฐาน : ให้ความรู้ สร้างฐานแฟนคลับ ในเฉพาะทางของตัวเอง เช่น

การทำบล็อกการหาเงินก็สร้างแนวทางนั้นเป็นกูรูเพื่อขาย อีบุ๊ค เปิดสัมนา

เรียกเก็บค่าเข้าฟัง การทำบล็อกแนะนำการหาเงินจากเกมบล็อกความรู้รอบตัว

เพื่อการศึกษาหรือทำบล็อกท่องเที่ยว อนาคตอาจจะทำทริป จัดทริปเที่ยว

หารายได้อีกทางนึง หรือเป็นนักเขียนตามบล็อก เพื่อปุทางไปสู่การเขียนที่ใหญ่

กว่านั้นอย่างเขียนลงหนังสือเจ้าใหญ่ๆ


ทุกอย่างมีทางหาเงินในแบบของมันอยู่ที่เราจะใช้ไปในทางไหนครับ

(ผมก็กำลังทำในแบบที่ผมต้องการอยู่ สำเร็จหรือไม่อีกเรื่องนึง 

แค่ได้ทำรึเปล่าแค่นั้น)