แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อานามสยามยุทธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อานามสยามยุทธ แสดงบทความทั้งหมด

เสียดินแดนครั้งที่ 7 เขมรส่วนนอก





เขมรส่วนนอกและเกาะ 6 เกาะ


            ในรัชกาลที่ 4 พื้นที่มากถึง 124,000 ตร.กม. วันที่ 15 กรกฎาคม 2410

        สาเหตุ : เนื่องจากไทยกับญวนทำสงครามเพื่อแย่งชิงเขมรส่วนนอกกันมานาน

หลายปีสงครามครั้งนั้นเรียกว่า อานามสยามยุทธ สู้รบกันอยู่นานหลายสิบปีจนมีการ

สงบศึกกันโดยตกลงกันว่าจะให้เขมรเป็นประเทศราชของสยามต่อไปแต่ก็ต้องส่ง

บรรณาการไปให้ญวนเสมือนประเทศราชของญวนด้วย (แต่ไทยมีสิทธิในการสถา

ปนากษัตริย์เขมรดั่งเดิม)



ต่อมารัชกาลที่ 3 พรบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรง โปรดเกล้าฯ สถาปนา

กษัตริย์แห่งเขมรโดยให้ นักองด้วง ขึ้นครองราชย์ เป็นสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี

หรือสมเด็จพระหริรักษ์รามสุริยะมหาอิศวรอดิภาพ ในปี 2397 เขมรได้แอบส่งสารลับ

ไปยังฝรั่งเศส โดยขอให้ฝรั่งเศสนั้นช่วยกู้ดินแดนที่เสียไปให้ญวณ ให้กลับมาอยู่กับ

เขมรอีกครั้งและมาช่วยคุ้มครองเขมรให้พ้นจากทั้งอำนาจของสยามและญวน แต่

ไม่กี่ปีถัดมาสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดีก็เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็กพระจอม

เกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯให้ นักองราชาวดี หรือสมเด็จพระนโรดมพรหม

บริรักษ์ ขึ้นเป็นกษัตริย์เขมรองค์ต่อไป หลังจากที่โดนน้องชายอย่างพระสีวัตถาและ

ลุงคือ สนองสู จ้องและได้ทำการแย่งบัลลังค์แต่ด้วยความช่วยเหลือจากทางสยาม

จึงได้ครองราชย์สำเร็จในช่วงก่อนปี 2406 นั้นฝรั่งเศสได้เข้ามามีอำนาจในดินแดน

แถบอินโดจีนหรือ ญวนมากขึ้นและได้เข้ามาบีบบังคับโดยใช้กำลังทั้งทางกองเรือ

และทางการทูตให้สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ยอมให้อำนาจแก่ฝรั่งเศสในการ

เข้ามาปกครองและให้เขมรเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสและพระองค์ยังคงเป็น

กษัตริย์อยู่ และได้ทำสัญญากันในปี 2406ฝรั่งเศสเข้ามาเอาผลประโยชน์โดยเอา

เปรียบทางการค้ากับไทยและต้องการดินแดนเพื่อเข้าไปใกล้กับแม่น้ำโขงเพราะ

ต้องการจะล่องเรือเข้าไปยังจีนผ่านทางนั้นและเมื่อรู้ว่าไทยได้ทำสัญญาลับกับ

เขมรว่าดินแดนเขมรส่วนนอก

ยังเป็นของไทยไม่ใช่ของฝรั่งเศสทางฝรั่งเศสจึงยื่นคำขาดกับไทยให้ยกเลิกสัญญา

ฉบับนั้นและยอมสละดินแดนเขมรส่วนนอกให้ฝรั่งเศสเสียฝรั่งเศสจึงได้ส่งกองเรือ

เข้ามาประชิดเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อข่มขุ่ทางฝ่ายสยามหลายครั้งทางไทย

เห็นว่าไม่มีทางจะต่อสู้กับฝรั่งเศสได้ จึงต้องยอมไปในพ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) -

ไทยจำต้องยอมลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศส รับรองให้เขมรส่วนนอกด้าน

ติดกับโคชินไชนารวมเกาะอีก 6 เกาะเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส หลังจากฝรั่งเศส

บังคับกษัตริย์นโรดมพรหมบริรักษ์แห่งเขมรให้ยอมยกดินแดนดังกล่าวไปอยู่ใต้การ

ปกครองของตนในปี พ.ศ. 2406




เสียดินแดนครั้งที่ 3 บันทายมาศ หรือพุทไธมาศ





บันทายมาศ


    เสียบันทายมาศ หรือพุทไธมาศ : ใน พ.ศ.2353 ให้ญวณกับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ 2

 ในสมัยรัชกาลที่ 2 หลังจากที่รัชกาลที่ 1 สวรรคตในปี พ.ศ. 2352 เจ้าผู้ครองญวน

พระเจ้าญาลอง (องเชียงสือ) หมดความเกรงกลัวต่อสยามเนื่องจากทางสยามนั้นกำลัง

ผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน

พระเจ้าญาลอง  (องเชียงสือ) GiaLong 


และสงครามกับพม่าที่เมืองถลาง จึงได้เข้ามายึดเอาไปแล้วขับไล่ข้าราชการสยาม

ออกตั้งขุนนางญวนมาว่าราชการแทนและได้มีการราชทูตญวนเข้ามาถวายราชสาส์น

และเครื่องราชบรรณาการ พร้อมทั้งทูลขอเมืองบันทายมาศคืน ซึ่งพระองค์ก็พระราช

ทานคืนให้พระองค์ทรงเห็นว่ามิสามารถต่อกรกับญวณในขณะนั้นได้จึงได้ยอมไป เพราะ

ญวนกลับมาจากเรื่องวุ่นวายภายในได้จึงอยากจะเข้ายึดครองเขมรอีกครั้งทาง

บันทายมาศเป็นเหมือนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ( คล้าย ตราดกับ จันทบุรีในตอนที่

ฝรั่งเศสยึดไป) ญวนจึงต้องการและขอยึดไว้ทางสยาม จะยกทัพไปปราบก็เกรงว่าศึกกับ

พม่า พระเจ้าปดุงยังไม่เรียบร้อยดีนักเพราะพม่าได้เข้ารุกไล่หัวเมืองทางใต้ชายฝั่งอันดามัน

อย่างตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ภูเก็ต จึงจำเป็นต้องยกกำลังไปรักษาตีคืนมาก่อนจึงได้ยอมยกให้


          จนมีเหตุในพ.ศ. 2376 รัชกาลที่ 3 ที่ญวนเข้ามาตีเขมร ซึ่งขณะนั้นเป็นประเทศราช

ของสยามทำให้ ทรงตัดสินใจส่งกองทัพโดย โปรดเกล้าฯ ให้


       เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการไปรบกับญวน

 และชิงบันทายมาศคืนมาให้ได้ สงครามนั้นเรียกว่าสงคราม " อานามสยามยุทธ "

รบกันนานนับ 10 ปี จนต่างฝ่ายต่างอ่อนกำลังลง จนต้องทำสัญญาสงบศึกกัน ทางสยาม

ยังมีสิทธิบนดินแดนเขมรอยู่แต่ก็ไม่สามารถเอาบันทายมาศคืนมาได้ปัจจุบัน บันทายมาศ

เป็นส่วนนึงของจังหวัด กัมปอต ของกัมพูชา




อานามสยามยุทธ คือ





" อานามสยามยุทธ "


          อานามสยามยุทธ หรือ สงคราม สยาม - ญวน (ไทย - เวียดนาม) ซึ่งเกิดใน

รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ซึ่งเป็นศึกที่ต่อมาจากการปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ ในปี 2371 การสงครามสยาม - ญวน

กินเวลาอยู่ราว 14 ปีระหว่าง พ.ศ. 2376 - 2390  ซึ่งสงครามอานามสยามยุทธครั้งนี้

ก่อความเสียหายใหญ่หลวงอย่างหนักแก่ทั้ง 2 อาณาจักรเป็นอย่างมาก เป็นอีกหนึ่ง

สงครามที่ยาวนานและน่าติดตามรวมถึงมีการพูดถึงไม่มากในประวัติศาสตร์ไทย เพราะ

ส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับศึกที่มาจากฝั่งพม่าเพราะมีการศึกบ่อยครั้งและไทยเราโดน

กระทำมากกว่าด้านอื่น



  สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นจากที่ในช่วงนั้นญวนได้เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวหลังจากปราบปราม

สงครามกลางเมืองแย่งชิงอำนาจกันมาในยุคเดียวกับปลายอยุธยาและรัชกาลที่ 1 และ

ต้องการประกาศแสนยานุภาพรวมถึงเล็งเห็นประโยชน์ของดินแดนลาว และเขมรที่ในขณะ

นั้นเป็นประเทศราชส่งบรรณาการให้ทางสยามอยู่ทำให้ญวนต้องการอยากจะได้มาครอบ

ครองเป็นของตนไว้หรืออยากจะแบ่งชิ้นเค้กอันหอมหวานมาครอบครองเป็นของตนบ้าง

ซึ่งแต่เก่าก่อนเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่เราจะรบกันแต่พม่าซะมากกว่า ซึ่งการรบกันของไทย

และเวียดนามหรือ สยามและญวนในสมัยนั้นเป็นการแย่งชิงพื้นที่อำนาจเหนือดินแดน

เขมรซึ่งมีพื้นที่เป็นทุ่งราบติดกับญวน มากกว่าจะเข้าไปทางลาวที่ติดเทิอกเขาสูงอย่าง

เทือกเขาอันนัมที่เป็นปราการธรรมชาติขวางตลอดแนวทิศตะวันตกของประเทศเวียดนาม

ต่อกับลาวอยู่ ในตอนนั้นอังกฤษแผ่อำนาจอิทธิพลรบกวนอยู่ทางแหลมมลายูแต่สยาม

เลือกที่จะไม่ประทะกับอังกฤษใช้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบาเพราะคงเห็นแล้วว่ามาต่อรบกับ

ญวนคงสำคัญกว่าในทางตะวันออกเพราะมีดินแดนเขมรและอาจจะรวมถึงลาวด้วยเป็น

เดิมพันที่ใหญ่กว่าที่จะเสียไม่ได้อีกทั้งยังจะรวมเรื่องเสียบันทายมาศไปคราวก่อน อยู่ใน

วาระการยึดกลับคืนด้วย โดย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรด

เกล้าฯให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)เป็น แม่ทัพบกยกกองทัพไปตีเขมรและ

หัวเมืองญวนลงไปถึงเมืองไซง่อนเพื่อช่วยฝ่ายกบฏและให้เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค)

เป็นแม่ทัพเรือไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายฝั่งทะเล โดยไปสมทบกับกองทัพบกที่

เมืองไซง่อน

เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 


การรบทางบกกับทางน้ำนั้นไม่ประสานกันเนื่องจากทางฝ่ายไทยนั้นไม่ชำนาญภูมิศาสตร์

ทางน้ำเอาเสียเลยไม่ชำนาญภูมิประเทศ และเรือไทยมีสมรรถนะที่ด้อยกว่า เรือญวน

ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถทำการได้ดั่งหวัง เพราะทั้งขนาดและประสิทธิภาพ เรือปืน

แต่ต่อมาได้มีการต่อเรือรบใหม่ ที่ทันสมัยและประสิทธิภาพไม่ต่างจากญวนทางบกก็

พลัดกันแพ้ชนะรุกคืบบถอยร่นกันคนละที 2 ทีค่อนข้างสูสีกันมาก แต่การรบครั้งที่ เจ็บตัว

ทั้ง 2 ฝั่งทั้งกำลังพล เสียอาหาร และความเหน็ดเหนื่อยเอือมระอาที่ต้องทำสงคราม

ยืดเยื้อยาวนานกว่า 14 ปีทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงปลงใจว่ายกเลิกการศึกครั้งนี้และมีการ

เจรจาสงบศึกอานามสยามยุทธใน พ.ศ. 2390 เพราะมีแต่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรและ

กำลังคน และอื่นๆอีกมากมายอีกทั้งญวนเองก็หวั่นกลัวผู้ล่าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศสที่

รุกรานรุกคืบเข้ามาไม่หยุดหย่อนจึงมีการตกลงกันให้เมืองเขมร  เป็นเมืองขึ้นทั้งไทยและ

ญวน ทำให้ไทยที่คาดว่าจะเอา บันทายมาศกลับคืนมาด้วยนั้นก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไป

(อานามสยามยุทธ )