แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอเดียเขียนบทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอเดียเขียนบทความ แสดงบทความทั้งหมด

การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด




การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด



            แนวทางการหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด ผมว่าเพื่อนๆที่

ต้องการเขียนบทความลงบล็อกเว็บหรือโลกโซเชี่ยลนั้น เวลาเขียนหลายๆเรื่องแล้ว

มันออกแนวตื้อๆมึนๆไม่รู้จะเขียนอะไรอีกใช่ไหมครับไอเดียหมด ไม่รู้จะเขียนอะไรดี

วันนี้เรามี แนวทางการหาไอเดียในการเขียนบท   ความมาให้เพื่อนๆได้เอาไป

ลองใช้ดูครับ

การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด


1. ดูทีวี : ดูหนังเรื่อง NCIS ก็อยากรู้ตัวย่อพาลไปหาตัวย่อหน่วยงานอื่นอีกเห็นมะ

ได้ละบทความรวมชื่อตัวย่อหน่วยงานเท่ๆ จัดไป



2. Google Guru : เป็นที่ถามคำถามมากมายใครสงสัยอะไรก็ไปถามมีคนมาตอบ

เราเอาคำถามนั้นแหละมาหาคำตอบและเขียนเป็นบทความเชื่อเหอะไอคนที่สงสัย

เรื่องแต่ละเรื่องอะ มันไม่ได้มีคนเดียวหรอกใน จำนวนคนเล่นเน็ตเป็นล้านคนอะ

ยังไงซะก็มีคนอ่านอยู่ที่ว่าจะอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่ในการค้นหา ฮ่าๆ



3. พันทิป : เว็บ Pantip ศูนย์รวมเรื่องราว ร้อยพ่อพันแม่ ทุกอย่างครบวงจร ที่คุณ

อยากรู้เข้าไปดูแล้วหาประเด็นมาเล่นซะ



4. หนังสือ : หาประเด็นในหนังสือมาเขียนเอาก็ได้ว่ามีอะไรที่เราพอจะเอามาเขียน

บทความให้ผู้อ่านได้รับความรู้ สาระ ความรู้รอบตัว* ไปบ้าง



5. ก่อนนอน : ก่อนนอนสำหรับผม เรื่องต่างๆมันจะผุดขึ้นมาแบบดอกเห็ด ไม่รู้จะ

มาทำไม เลยไม่ได้นอนซะที 555+


6. จินตนาการ : สำคัญกว่าความรู้ หราาา บางคนก็ไม่ต่างจากการเพ้อเจ้อ ถ้าอยู่ใน

ขอบเขตที่พอดีก็น่าสนใจจ้า



7. การตั้งคำถาม : เช่น ถ้าตอนนั้นไม่มีขบวนการเสรีไทย ประเทศไทยจะเป็นยังไง

ในสงครามโลก หรือถ้าตอนนั้นซัวเรสไปกัดคนอื่นในสนามบอล ตอนนี้เขาจะยังอยู่ที่

ลิเวอร์พูลหรือไม่
ร่ายมันออกมาครับ ร่ายตามความเข้าใจและคำถามของเรา



8. เน็ตไอดอล : เน็ตไอดอลดีอย่างไร *  นี่แหละคำตอบคือเขามักมีเรื่องให้เรานำไป

เขียนได้อย่างแชร์กระทู้น่าสนใจมาให้แฟนคลับอ่าน ต่างๆนานา สร้างดราม่า บีบน้ำตา

 ตบกันหรือนำเรื่องราวดีๆมาให้ก็เหมือนเรามีเพื่อนในโลกออนไลน์ คนพวกนี้บางทีก็เอา

เรื่องราวต่างๆจากที่อื่นมาแชร์เราก็แค่หยิบเรื่องนั้นมาหาประเด็นที่น่าสนใจไปเขียนครับ



9. มนุษย์ป้า : เรื่องราวของมนุาย์ป้าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจหยิบมาเขียนได้อย่างไม่

รู้จบเชื่อผม



10. บทสนทนาโต๊ะข้างๆเวลาไปกินข้าว : ตามนั้นจ่ะ



11. งานที่ทำ : ทำงานเชื่อมเหล็ก ทำไมต้องไปเขียนเรื่องการต่อท่อประปาเล่า ในเมื่อ

องค์ความรู้เรามีเต็มเปี่ยมในด้านการเชื่อมเหล็ก เขียนไปเลยเกี่ยวกับเรื่องที่เราทำเป็น

งาน รับรองรุ่ง



12. กระแสสังคม : ตามนั้นครับอะไรที่กำลังเป็นกระแสเป็นที่พูดถึง มาไวไปไวนะ

ถ้าจะเขียนอะ



13. สิ่งที่ชอบ : ชอบเล่นเกมก็เขียนเรื่องเกม ชอบดาราก็เขียนเรื่องดารา ชอบ

ประวัติศาสตร์ก็เขียนประวัติศาสตร์ ทำสิ่งที่ตัวเองชอบรับรองว่าไม่มีตันแน่นอน



14. สิ่งที่กำลังศึกษา : กำลังศึกษาอย่างเช่นประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องของ

โอโอขุ และ เรื่องของ ไดเมียวและโชกุน* ก็เอาสิ่งที่ศึกษามาเขียนลงไปเลยง่าย

จะตาย



15. สิ่งที่เราสงสัย : สงสัยอยากรู้เรื่องอะไรก็ทำเรื่องนั้น จบปึ้ง



16. การสังเกตุสิ่งรอบข้าง : คำถามและคำตอบอยู่รอบตัวเราจงหาคำถามและหา

คำตอบออกมาเป็นบทความ



17. ความเพ้อเจ้อ : บางครั้งเราต้องเพ้อเจ้อและกล้าที่จะเขียนมันออกมาบ้างนะ

ครับ 55+


18. สิ่งที่คนถกเถียงกัน : ตามกระทู้ที่เถียงกันหลายๆเรื่อง เช่น เรื่องการเล่นหุ้น

การหารายได้จากเกมส์* แฟนบอลตีกัน บลาๆๆ



19. ความผิดพลาดของตัวเอง : เอาสิ่งที่เราเคยพลาดหรือเคยเขช้าใจผิดมาเขียน

ใหม่เป็นเหมือนการท่องจำผ่านการเขียนลงไปด้วยพิมพ์ให้คุ้นเคยจะได้ไม่พลาดอีก



20. ทุกที่ : จะบอกคือหาได้ทุกที่ที่เราต้องการเพียงแค่เราเป็นคนช่างสังเกตุกับ

เรื่องราวต่างๆ หาประเด็นของมัน จับจุดของมันได้ผมคิดว่าเราก็จะสามารถหา

ไอเดียในการเขียนบทความได้เช่นกัน



การหาไอเดียเขียนบทความแบบไร้ขีดจำกัด มีอยู่รอบตัวเราอยู่ที่เราจะจับประเด็น

อะไรมาเล่นเท่านั้น










ทำอย่างไรเมื่อเขียนบทความไม่ออก




ทำอย่างไรเมื่อเขียนบทความไม่ออก


      จะทำอย่างไรดีนะถ้าเราต้องการจะเขียนบทความแต่เขียนไม่ออก หรือไม่มีไอเดีย

อะไร สมองตื้อไปซะอย่างนั้นเชื่อว่าหลายๆท่านที่เขียนบทความก็เคยเป็นเราเองก็เคย

เป็นแน่นอน วันนี้ลองมานำเสนอวิธีคลายสมองให้โล่งๆ ปลอดโปล่ง ให้หัวแล่น และมา

หาวิธีหาไอเดียในการเขียนบทความ หรือทำอย่างไรให้นึกออกว่าจะเขียนบทความอะไร

เขียนแบบไหน (นี่เป็นวิธีส่วนตัวของเรานะ) อาจจะใช้ได้กับหลายท่านและใช้ไม่ได้เลย

เราแค่มานำเสนอเผื่อเป็นทางเลือก

ทำอย่างไรเมื่อเขียนบทความไม่ออก





1. อย่าสนใจมัน : เฉยๆไปซะในเมื่อคิดไม่ออกแล้วจะพยายามคิดไปก็ไม่ได้อะไร เมิน

ใส่มันซะเลย


2. นอนคิด : เอาท่าสบายๆพัดลมเย็นๆ หรือแอร์ฉ่ำๆ นอนแผ่หลับตาแล้วก็ฝันดี เอ้ย

ไม่ใช่ละ


3. ทำงานไรไปเรื่อย : คือเหมือนกับข้อแรกๆอะครับไม่สนใจมัน เวลาไม่สนใจมันชอบ

ผุดขึ้นมาให้นึกได้ให้ตายสิ ฮ่าๆ


4. เล่นอินเตอร์เน็ต : ไอนี้ทำบ่อย รอฟีลลิ่ง รออารมณ์คงไม่ได้เข้าเน็ต เปิดพันทิป เข้า

facebook อะไรก็ว่าไปหาความรู้รอบตัว สาระน่ารู้มาอ่าน เผื่อจะได้แนวทางอะไรดีๆมา

บ้างและก็เป็นเช่นนั้นได้มาเพียบประจำเลย


5. ทำงาน : ถ้าทำไรไม่ได้คิดไม่ออกก็ทำงานอย่างอื่นไปก็แต่สุดท้ายมันก็วกมาคิด

จนออกอยู่ดี ไม่รู้เพราะอะไรสงสัยมันโล่งจากเรื่องหาเรื่องทำบทความพอโล่งเลยคิด

ออกละมั้งนะ


6. เดินไปมา : ดินวนไปมา เพื่อหาสมาธิใช้ได้ผลเหมือนกันไม่อยากบอกมันเหมือนเดิน

จงกรม แต่ของเราวนรอบรถ วนไปวนมา คิดไปคิดมาได้หลายเรื่องเลยอะครับ


7. หยุดสิ่งรอบกาย : อยู่เฉยๆ บางทีก็คิดได้เอง


8. ไปอาบน้ำ : ร่างกายสดชื่นรีเฟรชร่างกายให้ กระชุ่มกระชวย โอ้โห รู้สึกโปร่งโล่ง

สบายคิดไรได้เยอะแยะเลย (แต่พออาบน้ำเย็นๆมันก็ง่วงด้วยนะสิ)


9. กิน : มีความสุขที่ได้กิน พอมีความสุขก็คิดอะไรออกสมองโลดแล่นน


10. โซเดมาคอม : อันนี้น่าจะเพี้ยนๆ ฮ่าๆ หลังจากโซเดมาคอม ตับๆ เสร็จมันรู้สึกว่า

สมอง

โล่งไม่มึนตึ๊บ คิดอะไรออกง่ายๆ สมองแล่นฉิว แต่ที่ยากนิดคือ พอคิดออกในช่วงนั้น

มักจะขี้เกียจทำบทความเขียนบทความขนาดว่าลุกขึ้นมาเอาสมุดมาจดไอเดียยังขี้เกียจ

เลย ฮ่าๆๆ


*อีกข้อนึงซึ่งไม่น่าถือว่าเป็นการหาวิธีนะครับคือการหลับ ฮ่าๆ คือตอนจะนอนช่วงก่อน

จะหลับเนี้ยมันต้องมีไอเดีย ความคิดอะไรผุดขึ้นมาตลอดเลย จะว่าชอบก็ชอบไม่ชอบก็

ไม่ชอบ เพราะมันต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟ จดไว้กันลืมอีก ทำไมไม่คิดให้ออกก่อนจะหลับ

ตานอนด้วยนะเห้ยหวังว่าจะมีประโยชน์กันนะกับวิธีของเรา ท่านอื่นๆมีวิธีไหนเด็ดๆบ้าง

หละ