แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์พม่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์พม่า แสดงบทความทั้งหมด

กษัตริย์พม่าที่ชนะไทย





กษัตริย์พม่าที่ชนะไทย

   กษัตริย์พม่าที่ชนะไทย ในที่นี้หมายถึงที่สามารถตีไทยจนพ่ายแพ้ไปได้ในอดีตอย่าง

เสียกรุง ครั้งที่ 1 และ 2นะครับ นั้นหมายความว่าจะมี 2 พระองค์ที่สามารถทำสำเร็จในการตี

กรุงศรีแตก ต่อไปอาจไปตี กสิกร เอ้ยไม่ใช่ละ กษัตริย์พม่าที่รบไทย* นั้นมีอยู่หลาย

พระองค์เลยครับ ตามลิ้งตัวหนาที่มีดอกจัน ไปเลยส่วนสาเหตุของการเสียกรุงนั้น

ตามนี้ >>> สาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 (มีตอนที่ 2 นะครับอ่านไปโลด)


ส่วน กษัตริย์ของพม่าทั้ง 2 พระองค์ที่ทำให้อยุธยาเสียเอกราชนั้นคือ พระเจ้าบุเรงนอง

และ พระเจ้ามังระ



1. พระเจ้าบุเรงนอง หรือที่เรียกกันว่า ผู้ชนะสิบทิศเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ 1 ใน

3 กษัตริย์พม่า* เลยทีเดียว โดยปราบทั้งอาณาจักรอยุธยา ล้านนา ล้านช้าง มณีปุระ

ไทใหญ่ และดินแดนใหญ่น้อยมากมายรวมพม่าเป็นปึกแผ่น พระเจ้าบุเรงนองยังถือว่า

เป็นกษัตริย์นักปกครองและบริหารที่เก่งกาจมีความสามารถในการสงครามและการ

ปกครองอย่างดี โดยผู้ที่มาช่วยอยุธยาปลดแอกกู้เอกราชกลับมาได้นั้นคือ สมเด็จ

พระนเรศวรมหาราช นั่นเองซึ่งในสมัยของพระเจ้าบุเรงนองนั้น พระองค์คือองค์ดำที่โดน

พาไปเป็นตัวประกันที่หงสาด้วย


2. พระเจ้ามังระ ในครั้งที่ 2นี้ถึงกับโค่นล้มอาณาจักรอยุธยาไม่ให้สามารถกลับมาตั้ง

เป็นราชธานีได้อีก ต่อไปซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ โดยพระเจ้ามังระ ให้ทั้งเนเมียวสีบดี

 กับมังมหานรธา เป็นแม่ทัพฝั่งพม่า เข้ามาตีอยุธยา และยังมีเหตุการณ์ของ บ้านบางระจัน

เกิดขึ้นด้วยเป็นการดำเนินการสงครามที่พม่าเตรียมตัวมาอย่างดีทุกด้าน + กับแก้เกมส์ของ

ทางฝั่งอยุธยาที่ใช้วิธีป้องกันในกำแพงเมืองมาอย่างดีมากจนทำให้สามารถเอาชนะอยุธยา

ตีเมืองแตกไปได้ อ่านได้ที่ >>> Timeline การเสียกรุงครั้งที่ 2 : พระเจ้ามังระตีกรุง*

ผู้ที่มากอบกู้บ้านเมืองในประวัติศาสตร์ไทย*อีกครั้งคือ พระเจ้าตากสินมหาราชนั่นเอง ปราบ

เหล่าก๊กต่างๆที่ตั้งตนเป็นใหญ่และตั้งเมืองหลวงคือกรุงธนบุรีขึ้นมา ด้วยโชคดีที่ขณะนั้น

พม่าติดศึกกับจีนทำให้ทำการง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย






รายพระนาม กษัตริย์พม่าราชวงศ์คองบอง




รายพระนาม กษัตริย์พม่าราชวงศ์คองบอง




1. พระบาทสมเด็จพระมหาโพธิสัตว์เจ้า หรือ พระเจ้าอลองพญา : ปฐมกษัตริย์แห่ง

ราชวงศ์คองบอง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า*แต่เดิมนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้าน

มอกโชโบหรือหมู่บ้านคองบองหรือเมืองชเวโบในปัจจุบัน สามารถขับไล่ชาวต่างชาติ

ที่สนับสนุนมอญออกไปได้ กอบกู้รวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น พระองค์ทรงก่อตั้ง

เมืองย่างกุ้ง สามารถยึดเมืองคืนจากราชวงศ์ชิง ของจีน ยึดแหลมเนกิสคืนจากอังกฤษ

ยึดครองมณีปุระและทำสงครามกับอยุธยา แต่ไม่สำเร็จและสวรรคตในครั้งนั้น

               ในประวัติศาสตร์ไทยกล่าวว่าพระองค์สวรรคตจากปืนใหญ่ระเบิดแต่ใน

พงศาวดารพม่าบอกไว้ว่าพระองค์สวรรคตจากโรคบิด นอกจากนี้พระองค์ยังเป็น 1 ใน

3 กษัตริย์พม่าผู้ยิ่งใหญ่* มีอนุสาวรีย์อยู่ที่เมือง เนปิดอว์ เมองหลวงของพม่า ร่วมกับ

พระเจ้าอโนรธามังช่อ และ พระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งทั้ง 3 พระองค์เป็นมหาราชของพม่า



2. พระเจ้าเนียงดอคยี : หรือ พระเจ้าเมิงลอก (มังลอก) พระบรมเชษฐาธิราช

พระราชโอรส (ราชโอรสองค์โตในพระเจ้าอลองพญา) ในสมัยของพระองค์นั้นมีการ

เกิดกบฏหลังจากพระเจ้าอลองพญาสวรรคตไป แต่พระองค์ก็ไม่ได้ลงโทษให้อภัยโทษ

เนื่องด้วยเกรงว่าจะเกิดการนองเลือดขึ้นได้ พระเจ้าเนียงดอคยีสวรรคตด้วยพระโรคบิด

เช่นเดียวกับพระราชบิดาของพระองค์ ที่ตามพงศาวดารพม่าได้บอกไว้



3. พระเจ้ามังระ : สิริสุริยาธรรมราชาธิบดี สินพยูฉิน หรือพระเจ้าสินพยูฉิน เรียกกันอีก

ชื่อว่า พระเจ้าช้างเผือก ในสมัยพระองค์นั้น สาารถตีเอาเมืองมณีปุระคืนมาได้ และยึด

ลาวกับล้านนาได้และผลงานชิ้นสำคัญของพระองค์คือ การที่สามารถยึดกรุงศรีอยุธยา

(โยเดีย) ได้ เป็นสาเหตุให้เสียกรุงครั้งที่2*  ในวันที่ 7 เมษายน 1767 ในสมัยพระองค์

ยังได้ทำสงครามกับ ราชวงศ์ชิงในยุคของจักรพรรดิเฉียนหลงอีกด้วยและได้รับชัยชนะ

อย่างสวยงาม พระองค์ยังได้ทำการรบกับพระเจ้าตาก แต่ยังไม่เสร็จศึกพระองค์ก็

สวรรคตเสียก่อน ในวันที่ 10 มิถุนายน 1776 สิริพระชนมายุ 39 พรรษา



4. พระเจ้าจิงกูจา : หรือพระเจ้าซินกูมิน ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชันษาเพียง 19 ปี

พระเจ้าจิงกูจาครองราชย์เพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน ก็ถูกเชื้อพระวงศ์พระองค์หนึ่ง คือ

หม่องหม่อง โอรสของพระเจ้ามังลอก แย่งราชสมบัติอีก



5. พระเจ้าหม่องหม่อง : พองกาซาหม่องหม่อง อยู่ในอำนาจได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น

ปโดงเมง เจ้าเมืองปโดง ซึ่งเป็นพระโอรสพระองค์หนึ่งของพระเจ้าอลองพญา ก็ยกทัพ

เข้ามา ยึดอำนาจไป  ปโดงเมง คนนั้นก็คือพระเจ้าปดุง



6. พระเจ้าปดุง : พระบรมอัยกาธิราชพระเจ้าบาดงพระเจ้าช้างเผือก เป็นอีกพระองค์ที่มา

ทำการรบกับสยาม ในขณะนั้นคือกรุงรัตนโกสินทร์ เป็น 1 ในหลายๆพระองค์ และนั่นเอง

พระองค์เป็น กษัตริย์พม่าที่รบกับไทย*  ที่ดังๆเลยคือ สงคราม 9 ทัพ* พระองค์ ทรง

ย้ายเมืองหลวงไปที่อมรปุระ และได้มีการรุกรานอาณาจักรยะไข่และตีสำเร็จในเวลาต่อมา

พระเจ้าปดุง สวรรคตในปี พ.ศ. 2362 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ของไทย รวมระยะเวลาการครองราชย์นานถึง 37 ปี




7. พระเจ้าพาคยีดอ : พระเจ้าจักกายแมง   มีนโยบายขยายอำนาจเข้าไปในแคว้นอัสสัม

และมณีปุระ และสามารถทำได้ แต่ปัญหาของพระองค์คืออาณาจักรมณีปุระกับอาณาจักร

อาหมหรืออัสสัมถูกพระองค์ยึดไว้นี่แหละครับ เพราะทำให้มีปัญหากับอังกฤษ จนเกิดเป็น

สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 1 ส่งผลให้พระองค์เสียพระทัยอย่างมากเพราะต้องลงนามใน

สัญญาดาโบ ที่มีรายละเอียดว่า


1.ยกดินแดนอัสสัม,มณีปุระ,ยะไข่,ตะนาวศรี และทางตอนใต้ของแม่น้ำสาละวิน


2.ไม่เข้ามาแทรกแซงกาชาร์กับไจน์ติญา


3.จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนเงินล้านปอนด์


4.อนุญาตให้มีการติดต่อระหว่างผู้แทนของอังวะกับกัลกาตา


5.เซ็นสัญญาร่วมการค้า  (คงไม่ต่างกันมากกับ สนธิสัญญาเบาว์ริง *  ที่ไทยโดน)


ทำให้พระองค์ไม่มีจิตใจบริหารปกครองประเทศ ส่งผลให้อำนาจตกอยู่ที่มเหสี และ

พระเชษฐา ถูกกักบริเวณจากข้อหาว่าเป็นโรคประสาทจนพระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อ

15 ตุลาคม พ.ศ. 2389



8. พระเจ้าสารวดี :  หรือพระเจ้าแสรกแมง  พระองค์คือผู้ที่ตับประเจ้าพาคยีดอ คุมขัง

ไว้แล้วขึ้นครองราชย์แทน ต่อมาพระองค์เองก็ทรงมีพระสติวิปลาสและถูกพระโอรสคือ

เจ้าชายพุกาม มิน หรือในพงศาวดารไทยเรียกพระเจ้าพุกามแมงควบคุมตัวไว้ตั้งแต่

พ.ศ. 2385 และสวรรคตเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2389



9. พระเจ้าพุกาม : ในรัชสมัยของพระองค์ พม่าได้ทำสงครามกับอังกฤษอีกครั้งจนต้อง

เสียดินแดนพะโคและพม่าตอนใต้เกือบทั้งหมด และได้มีกบฏเกิดขึ้นโดยเจ้าชายมินดง

พระอนุชาของพระเจ้าพุกามแมงซึ่งไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอังกฤษตั้งแต่ต้น

และปลดพระองค์ออกจากราชสมบัติเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2395



10. พระเจ้ามินดง : พระองค์เป็นผู้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อมรปุระ และมัณฑะเลย์ ทรง

ปฏิรูปการปกครองพม่าใหม่ให้ทันสมัยกว่าเดินและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับอังกฤษแต่ถึง

อย่างนั้นก็ยังเกิดความขัดแย้งกับอังกฤษทำให้ต้องเสียดินแดนไปให้อีกจำนวนมาก

ปัญหาการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศทำให้เกิดการสังหารหมู่พระราชวงศ์จำนวนมาก

หลังสิ้นรัชกาลพระเจ้ามินดงแล้ว เป็นจุดที่ให้ลจะสูญสิ้นของราชวงศ์คองบองเต็มที



11. พระเจ้าธีบอ : พระเจ้าสีป่อ หรือ พระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งพม่า ต้องยอม

ประกาศสงครามกับอังกฤษอีกครั้ง เพราะโดนเอาเปรียบเรื่องการค้าไม้ และแน่นอนว่า

พระองค์ไม่สามารถเอาชนะอังกฤษได้จำต้องยอมแพ้และถูกบังคับให้สละราชสมบัติและ

เนรเทศไปอยู่ที่เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย หลังสิ้นสงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 3 และ

สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2459


จบราชวงศ์คองบองราชวงศ์สุดท้ายของพม่า







สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง





สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง


      เรื่องไทยรบกับพม่า*ในสมัยของพระเจ้าปดุงของพม่า ราชวงศ์คองบอง* ตรงกับ

ยุคของมหาราชกษัตริย์ของไทยอย่าง รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า

จุฬาโลก ที่พม่ายกมาตีไทย ถึง 9 ทัพ และทั้ง 9 ทัพนั้นต้องถอยทัพกลับไปแพ้ให้

แก่ไทยจะด้วยยุทธวิธีไหนเพราะอะไร เราพอจะบอกได้ว่ามันมีหลายสาเหตุที่มาจาก

พม่าและบางสาเหตุทางไทยที่ทำให้สงคราม 9 ทัพครั้งนี้จบลงด้วยการที่พม่า

ถอยทัพไป ทั้งเรื่องการส่งเสบียงการเดินทัพที่ลำบาก พม่าโดนตีตัดเสบียงอาหาร

และรวมถึงการส่งกำลังบำรุงที่ทำได้ยากเพราะไม่ได้มีการเสริมเสบียงจากในเขตไทย

เนื่องจากไทยใช้วิธีรบแบบใหม่ ต้องบอกว่าสยามแต่ไทยง่ายกว่าเรียกไทยละกัน

วิธีรบแบบใหม่นี้คือออกไปจัดการข้าศึกตั้งแต่เนิ่นที่ชายแดนไม่ยอมให้เข้ามาตั้งคู

ค่าย หรือตั้งตัวในแดนของตัวเองได้ทำให้พม่านั้นยากลำบากมากในการเดิทัพและ

โดนตอดเล็กตอดน้อยตลอดเวลา

              พระเจ้าปดุงเองนั้นหวังจะยกเอากำลังใหญ่หลวงทุ่มเข้ามาตีไทยเพื่อให้

ไม่มีทางรอดสู้ได้เลย แต่กลายเป็นจุดบอดคือ ยกมา 9 ทัพ 5 ทางมันมากเกินไป

ทำให้การส่งเสบียงบำรุงกำลังพลนั้นทำได้ยากที่จะส่งไปให้หมดทุกทิศทาง และ

การเดินเข้ามาหลายทางของพม่าทำให้เมื่อตรงไหนพลาดไปก็ทำให้อีกทัพนึงต้อง

ชะงัด มาไม่พร้อมกันไปต่อไม่ได้ นั่นเป็นสาเหตุที่พม่าแพ้ในสงคราม 9 ทัพ

(ในส่วนของพม่า)  ส่วนที่พม่าแพ้ทางไทยคือ ไทยจัดกองทัพเข้าไปรองรับทางที่

พม่าจะตีดั่งจะเห็นได้จาก กองทัพที่ 2 ยังไม่ได้ทำไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องกลับบ้าน

ไปแล้ว เพราะโดนตีดักจากทางยากบีบแคบ โดยไทยได้ตั้งทัพดัก ไว้ 3 ทัพ และ

อีก 1ทัพหนุน คือ


ทัพที่ 1 กรมพระราชวังหลัง มีกำลังพล 15,000 ไปคอนสกัดกั้นที่นครสวรรค์

คอยจัดการทัพจากทางเหนือคือทัพที่ 3 ของเจ้าเมืองตองอู  เพื่อช่วยเวลาที่

ทัพใหญ่สู้กันที่กาญจนบุรีกันทัพทางเหนือมาบรรจบ


ทัพที่ 2 มีกำลังพล 3 หมื่น ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นมาตั้งทัพที่เมือง

กาญจนบุรี(เก่า) คอยดักทัพหลวงของพระเจ้าปดุงเอาไว้


ทัพที่ 3 พระยาธรรมมา(บุญรอด) กับเจ้าพระยายมราช นำพล 5พัน ไปตั้งรักษา

ที่ราชบุรี รักษาทางลำเลียงของกองทัพที่ 2 ของกรมพระราชวังบวรฯและค่อยต่อสู้

ข้าศึกที่จะยกมาทางใต้หรือทางเมืองทวาย แต่ทัพนี้ประมาท ไม่ได้จัดกองลาด

ตระเวนออกไปสืบข่าวข้าศึก จึงไม่ทราบว่ามีกองทัพพม่าเข้ามาตั้งอยู่ที่เมืองราชบุรี

ถึง 3 ค่าย เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ) มีชัยชนะ

ที่ทุ่งลาดหญ้าแล้ว จึงมีรับสั่งให้พระยากลาโหมราชเสนา และพระยาจ่าแสนยากร

คุมกองทัพลงมาทางบก จึงทราบว่ามีกองทัพพม่าตั้งค่ายอยู่ที่นอกเขางู จึงยก

กองทัพเข้าตีค่ายพม่าจนพม่าแตกพ่ายไป และทั้ง 2 ท่านได้ยกทัพลงใต้ไปทาง

ชุมพร เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท มาถึงราชบุรีได้ทรงทราบว่าทั้ง

เจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์(บุญรอด)และพระยายมราช ประมาทต่อศัตรู จึงมีรับสั่งให้

ขังเอาไว้ที่ราชบุรี รอนำกลับไปประหารที่กรุงเทพฯ (กรุงรัตนโกสินทร์ ) แต่ด้วย

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเห็นว่า

แม่ทัพทั้งสองเคยมีความดีความชอบมาก่อน จึงมีสาสน์ตอบขอชีวิตไว้ แต่ก็

ทรงโปรดให้ลงอาญาทำโทษตามกฏพระอัยการศึก กรมพระราชวังบวรฯ จึง

ลงพระราชอาญาให้โกนศีรษะแม่ทัพทั้งสอง เป็นสามแฉก แล้วแห่ประจานรอบค่าย

ถอดยศและฐานันดรศักดิ์ นี่คือฝั่งไทย


และเหตุผลที่ว่าทำไมพม่าจึงแพ้กลับไป


คราวนี้มาดูกันครับว่าทั้ง 9 ทัพของพม่านั้น มีใครมาทางไหนทำหน้าที่อะไร จะต้อง

ไปตีที่ไหนบ้าง แล้วโดนไทยเราสวนกลับอย่างไรมาดูกัน



1. ทัพที่ 1 (ทัพที่หนึ่ง) : หมายจะลงมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ของไทยเรา

โดยกะจะตีเมืองชุมพรลงไปสงขลาโดยใช้ทัพบกและ ทัพเรือนั้นก็จะตีตามแนวชาย

ฝั่งทะเลตะวันตกจากเมืองตะกั่วป่า (อำเภอของจังหวัดพังงาในปัจจุบัน) ไล่ยาวลง

ไปถึงเมืองถลาง (ภูเก็ต) มีกำลังพลราว 1 หมื่น เรือรบอีก 15 ลำนำมาโดย

- แมงยี แมงข่องกยอ -

แต่กระทำการผิดพลาดเนื่องจากพระะเจ้าปดุงต้องการให้ทัพนี้มารวบรวมเสบียงให้

ทัพหลวงที่จะยกจากเมาะตะมะลงมาชุมพรด้วย แต่พอทัพหลวงยกลงมากลับไม่มี

เสบียงที่เพียงพอทำให้ พระเจ้าปดุงทรงพิโรธ ประหาร แมงยี แมงข่องกยอ แล้ว

ให้ - เกงหวุ่นแมงยี มหาสีหะสุระอัครมหาเสนาบดี - มาคุมทัพที่ 1แทน


   -- ผลการรบ --  ทัพนี้ยกลงมาโดยเกงหวุ่นแมงยีตีได้ เมืองกระบุรี

ระนอง ชุมพร ไชยา ส่วนทัพเรือให้ยี่หวุ่นยกไปตีเมืองถลาง เก็บได้เมืองรายทาง

อย่างตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และข้ามเข้าไปตีเมืองถลาง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์

สร้างวีระสตรีของเมืองถลาง เนื่องจากพระยาถลางพึ่งจะถึงแก่อนิจกรรมลงไปยังไม่มี

ผู้ใดขึ้นรักษาเมืองถลาง คุณหญิงจันทร์ ภรรยาของพระยาถลาง และคุณหญิงมุก

น้องสาวของคุณหญิงจันทร์ ช่วยกันรวบรวมไพร่พลรักษาเมืองถลางเอาไว้อย่าง

เข้มแข็งกว่า 1 เดือนพม่าไม่สามารถตีหักเข้ามาเอาเมืองถลางได้จึงต้องเลิกทัพ

กลับพม่าไป ส่วนทางบกที่เกงหมุ่นแมงยียกลงไปถึงนครศรีธรรมราชนั้น ลงล่วงเข้า

ไปจะตีพัทลุงและสงขลาด้วย เจ้าเมืองพัทลุงพระยาแก้วโกรพดูท่าไม่สามารถจะสู้

ได้จึงหนีไปพร้อมพรรคพวก แต่มีพระภิกษุรูปนึงเป้นที่เคารพ เลื่อมใสของชาวบ้าน

มีคาถาอาคม ได้ทำของขลัง อย่างตระกรุด ผ้าประเจียด แจกจ่ายให้ชาวบ้าน

ที่มารวมพลกันเพื่อต่อสู้พม่านับพัน รบกันที่ไชยา พม่ายังไม่ทันได้ตั้งค่ายพักฝ่าย

ชาวบ้านก็ตั้งกำลังล้อมพม่าไว้ (เป็นทัพหน้าของเกงหวุ่นแมงยีอีกที) ฝ่ายไทยนำ

ทัพเข้าตะลุมบอนพม่าแตกหนีไป ทางเกงหวุ่นแมงยีรู้ว่าทัพหน้าของตนแตกพ่าย

มา ก็รีบยกพลหนีกลับพม่าไป



2. กองทัพที่ 2 (ทัพที่สอง) : ทัพที่ 2 นี้จะลงมาตีหัวเมืองไทยใน

ฝั่งตะวันตก อย่าง ราชบุรี เพชรบุรี และจะลงไปบรรจบกับกองทัพที่ 1 ที่เมืองชุมพร

ยกมามีกำลังพล 1 หมื่น เดินทางเข้ามาทางด่านบ้องตี้ นำโดย

- แม่ทัพอนอกแฝกคิดหวุ่น -


   -- ผลการรบ --  ทัพนี้รวมกันที่ทวาย แล้วยกมาตีที่ด่านบ้องตี้ซึ่งเป็น

ทางภูเขายากลำบากทุรกันดาลมาก ได้เข้าสู้รบกับฝ่ายไทยและแตกพ่ายไปตาม

ระเบียบ



3. กองทัพที่ 3 (ทัพที่สาม) : ทัพที่ 3 นี้ยกมาจากเมืองเชียงแสน

นำโดย เจ้าเมืองตองอู หวุ่นคยีสะโดะศีรีมหาอุจจะนะ ยกกำลังพลมา 3 หมื่น

เข้ามาทางเมืองเชียงแสนหมายจะลงมาตีนครลำปางและหัวเมืองแถวแม่น้ำแควใหญ่

และลำน้ำยม เรียงมาตั้งแต่ สวรรคโลก (อำเภอของจังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ลงมา

สุโขทัยเพื่อจะให้เข้ามารวมบรรจบพอกับกองทัพหลวงที่กรุงเทพฯ


   -- ผลการรบ --  ทัพนี้ยกพ่านเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองร้างล่วงเข้าไปเขต

ลำปาง หมายจะตีเข้าลำปางแต่พระยากาวิละ รักษาเมืองอย่างงเข้มแข็ง จึงสามารถ

รักษาเมืองเอาไว้ได้แต่หัวเมืองอื่นทางเหนือรวมถึง สวรรคโลกนั้นไม่สามารถต้านทัพ

ของพม่าได้แตกพ่ายเสียหมด พม่าจึงตีกวาดเข้ามาได้ถึงพิษณุโลก ทัพนี้ยกลงเข้า

ไทยได้ มาเจอกับทัพของไทยที่สกัดอยู่ เนมะโยสีหปติ แม่ทัพฝ่ายพม่าจึงตั้งค่ายอยู่

ที่ปากพิง พิษณุโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสด็จยกทัพหลวง

3 หมื่น ไปประทับที่เมืองอินบุรี แล้วมีรับสั่งให้ กรมพระราชวังหลังยหทัพตามเข้ามา

สมทบกับพระมหาเสนา เพื่อเข้าตีค่ายพม่าที่ปากพิง ไทยเข้าตีพม่าที่ปากพิงตั้งแต่

เช้าจรดเย็นล่วงไปถึงค่ำก็สามารถตีทัพพม่าที่ปากพิงแตกหมดทุกค่าย ศพพม่าลอย

เกลื่อนแม่น้ำลำคลองเพราะหนีตายไปทางน้ำแต่โดนไทยตามฆ่า นอนลอยเกือบพันศพ

จนน้ำในแม่น้ำลำคลองไม่สามารถนำมาดื่มกินได้


        ฝ่ายกองทัพเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฏา ยกมาถึงนครลำปางเห็นทัพพม่าของ

เจ้าเมืองตองอูล้อม อยู่จึงเข้าตีค่ายพม่า ฝ่ายพระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางเห็นดังนั้น

จึงยกทัพออกมาตีกระหนาบพม่าอีกทาง ทำให้ทัพเจ้าเมืองตองอูแตกพ่ายหนีกลับเข้า

เชียงแสนไป หมดสิ้น



4. กองทัพที่ 4 (ทัพที่สี่) : ทัพที่ 4 นี้มีกำลังพลประมาณ 1หมื่นนิดๆ

(11,000 คน) ให้ เมียนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่อง เป็นทัพหน้าเพื่อจะเข้ามาตีกรุงเทพฯ

โดยยกกองทัพลงมาตั้งที่เมืองเมาะตะมะ เพื่อจะเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์


   -- ผลการรบ --  ยกเข้ามาทางเมืองไทรโยค ด่านกรามช้าง มาหยุดอยู่

ที่ชายทุ่งลาดหญ้าตั้งค่ายรอ และทัพที่ 5 ของเมียนเมหวุ่นก็ยกเข้ามาหยุดพร้อมกัน

เจอกับทัพของ กรมพระราชวังบวรฯ ทั้ง 2 ทัพสู้กันด้วยปืนใหญ่ ต่อมาพม่าได้หลง

อุบายกรมพระราชวงบวรฯ ด้วยพระองค์ให้ทหารออกจากค่ายในเวลากลางคืนและ

เข้ามาเมื่อตอนเช้าถือธงทิวเข้ามา พม่าอยู่ที่สูงเห้นเหมือนไทยกำลังเสริมกำลัง

อย่างหนักอยู่เรื่อยๆตลอด ลดทอดกำลังใจทัพหม่าลง เมื่อถึงจังหวะเหมาะมือทัพไทย

จึงเข้าตีพม่า พม่าทั้งกองทัพที่ 4 และ 5 แตกพ่ายเตลิดไปหมด



5. กองทัพที่ 5 (ทัพที่ห้า) : ทัพที่ 5 นี้มีเพียง 5 พันนำโดย

เมียนเมหวุ่น   มาตั้งที่เมืองเมาะตะมะเพื่อเป็นกองหนุนให้ทัพหน้า (ทัพที่ 4)


   -- ผลการรบ --  สมรภูมิเดียวกับกองทัพที่ 4 ของพม่าโดนทัพของกรม

พระราชวังบวรฯตีแตกไปพร้อมกัน ทัพหน้าของพระเจ้าปดุงที่ง 4 และ 5 แตกพ่ายหมด



6. กองทัพที่ 6 (ทัพที่หก) : ทัพนี้ให้ราชบุตรที่ 2 ตะแคงกามะ 

(ศิริธรรมราชา) เป็นแม่ทัพนำกำลังพล 12,000 มาตั้งคอยที่เมาะตามะเป็นทัพหน้าที่ 1

ของกองทัพหลวงจะยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์เพื่อเข้าตีกรุงเทพฯ


   -- ผลการรบ --  อยู่ในส่วนทัพหน้าของพระเจ้าปดุง เมื่อทัพหน้าที่ 4 และ

5 โดนตีแตก และขัดสนในเสบียงอาหารพระเจ้าปดุงจึงสั่งเลิกทัพกลับพม่า



7. กองทัพที่ 7 (ทัพที่เจ็ด) : ทัพที่ 7 ให้ราชบุตรที่ 3 ตะแคงจักกุ 

(สะโดะมันซอ) นำทัพเป็นแม่ทัพยกพลมา 11,000 มาตั้งทัพที่เมาะตะมะเช่นกันเพื่อ

เป็นทัพหน้าที่ 2 ของกองทัพหลวง


   -- ผลการรบ --  อยู่ในส่วนทัพหน้าของพระเจ้าปดุง เมื่อทัพหน้าที่ 4 และ 5

โดนตีแตก และขัดสนในเสบียงอาหารพระเจ้าปดุงจึงสั่งเลิกทัพกลับพม่า



8. กองทัพที่ 8 (ทัพที่แปด) : ทัพหลวง ของพระเจ้าปดุงเป็นจอมพล

ยกมาเอง เสด็จลงมาตั้งทัพที่เมืองเมาะตะมะ โดยยกกำลังพลมาทั้งสิ้น 5 หมื่น


   -- ผลการรบ --  เมื่อทัพหน้าของพระองค์ ทั้งทัพที่ 4 และ 5 นำโดย

เมียนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่อง และ เมียนเมหวุ่นแตกพ่าย ประกอบกับเสบียงอาหาร

เริ่มขัดสนจากการเตรียมทัพที่ไม่พร้อมและมาหลายทางเกินทำให้พนะองค์ตัดสินใจ

ยกทัพกลับพม่า



9. กองทัพที่ 9 (ทัพที่เก้า) : ทัพที่ 9 ถือกำลังพล 5 พัน นำมาโดย

จอข่องนรทา  เข้ามาทางด่านแม่ละเมา แขวงเมืองตาก เพื่อให้เข้ามาตีหัวเมือง

เหนือไล่ตั้งแต่เมืองตาก กำแพงเพชร และลงมาบรรจบกับทัพหลวงของพระเจ้าปดุง

ที่กรุงเทพฯ


   -- ผลการรบ --  ทัพนี้แม้มาน้อยยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมาเข้าตีเมือง

ตากเมืองตากยอมอ่อนน้อมแต่โดยดีไม่สู้ด้วย พม่าจึงนำทัพไปตั้งที่บ้านระแหง แต่

หลังจากทราบข่าวว่ากองทัพพม่าที่ปากพิงแตกพ่ายหมดก็ถอนทัพกลับไปทางด่าน

แม่ละเมา


ครบถ้วนทั้ง 9 ทัพที่ยกมาและผลการรบที่พม่ารบกับไทย ในประวัติศาสตร์ทั้งไทย 

แลพม่ากันเลยครับ วันหน้าถ้ามีบทความหรือข้อมูลอะไรใหม่ๆ ความรู้รอบตัว หรือ

เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จะมาอัพเดทกันอีกจ้า






สาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2






สาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2



สาเหตุของการเสียกรุงครั้งที่ 2  มาจากสาเหตุอะไรกันบ้างทำไมถึง

เสียกรุงให้พม่า มีความเป็นมามีเหตุผลอะไรที่ทำให้กำแพงเมืองใหญ่ของอยุธยา

ไม่สามารถป้องกันภัยจากข้าศึกได้


1. อยุธยาปล่อยหัวเมืองชั้นนอกมากเกินไปรักษาไว้ไม่ได้ทำให้มันหอกกลับมาให้

พม่าใช้ทิ่มแทง เช่นการไม่มีทัพจากหัวเมืองเหนือมาตีกรัหนาบ การที่พม่าใช้เป็น

ฐานหาเสบียง


2. ไม่สนใจใยดีต่อการเสียเมืองประเทศราชต่างๆ มุ่งเน้นแต่การค้าการทหาร

ไม่แข็งแรง


3. เปลี่ยนอำนาจกันมากเกินไปจนอาณาจักรไม่มั่นคงเพราะเหตุแก่งแย่งอำนาจ

ของชนชั้นสูงเชื่อพระวงศ์กษัตริย์อยุธยา


4. เมื่อมีการแย่งอำนาจกันบ่อยๆ นายทัพทหารดีๆก็เหลือน้อยเพราะจะโดนอีกขั้ว

อำนาจที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ได้สำเร็จตามล้างตามเก็บจนแทบไม่เหลือ


5. สมัยนั้นนักรบแม่ทัพนายทหารฝีมือดีๆเหลืออยู่น้อยมากทำให้ไม่สามารถต่อสู้

พม่าได้


6. จำใจใช้แผนเก่า ปกติการรบโดยใช้กำแพงเมืองยันทัพข้าศึกมันเป็นแผนที่เก่า

เกินไปแต่อยุธยาก็ยังต้องใช้เพราะไม่มีอำนาจไปสั่งหัวเมืองหรือกำลังมากพอที่

จะส่งทหารออกไปรุกรบนอกกำแพงพระนครนายทหารฝีมือดีก็ไม่เยอะ การ

เกณฑ์ทหารก็ล้มเหลวชาวบ้านหนีทัพกันมาก


7. การเตรียมการรับมือไม่พร้อมเพราะไม่ได้สนใจเรื่องการทหารมากนักทั้งเสบียง

และกระสุนดินดำ(เชื่อว่าหากมีกระสุนดินดำมากพออีกซักหน่อยอาจสู้ได้ดีกว่านี้)


8. ไม่มีทางออก โดนล้อมเมืองหาเสบียงมาจุนเจือไม่ได้แถมข้าศึกยังสามารถ

เติมเสบียงและทหารได้อย่างต่อเนื่องในหน้าแล้ง


9. คาดการผิดพลาด เรื่องที่จะยันข้าศึกไว้ให้ถึงหน้าฝนแต่พอถึงหน้าฝนแล้วข้าศึก

ก็อยู่ทนข้ามฤดูกาลไม่ยอมถอยกลับผลร้ายเลยย้อนกลับมาที่กรุศรีอยุธยาแทน


10. พม่าเตรียมการมาอย่างดี ไล่ตีมาตั้งแต่ทวาย เชียงใหม่หัวเมืองเหนือพักทัพ

รับเสบียงจัดหาเสบียง กวาดหัวเมืองรอบๆเพื่อป้องกันการโดนตีกระหนาบ


พระเจ้ามังระต้องการพิชิตอยุธยาหลังจากที่พระเจ้าอลองพญาต้องมาสวรรคตลง

ในตอนที่ตีอยุธยา ตระเตรียมการเป็นอย่างดีเป็นการวางแผนที่รอบคอบและมีขั้น

มีตอนมาเรื่อยๆ พม่าที่ตอนแรกคิดจะตีกวาดผู้คนตามรายทางไว้ก่อนเพื่อเตรียม

เปิดศึกใหญ่แต่ด้วยความอ่อนแอของกรุงศรีทำให้พม่ายกล้วงเข้ามาได้สะดวกจึง

นำมาถึงขั้นเลยตามเลยยกตีกรุงศรีอยุธยาจนสำเร็จในที่สุด






ประวัติศาสตร์พม่า




ประวัติศาสตร์พม่า


   ประวัติศาสตร์พม่า นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์เรื่อง

ราวที่ผ่านมาของประเทศพม่า หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพม่ามีการพูดถึงไว้เป็น

เรื่องของสาระ ความรู้รอบตัว เรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อน

บ้านของเรา ที่มักจะเกี่ยวข้องกับไทยเราเอง โดยเฉพาะทางด้านการสงคราม

และดินแดน

 ประวัติศาสตร์พม่า 

1. สัญญาปางหลวง (สัญญาหักหลัง)

2. ข้ออ้างในการล่าอาณานิคม

3. 10 รูปแบบประเทศอาณานิคมต้องเจอ

4. ปัญหาต่างๆหลังจากได้รับเอกราช

5. 3 กษัตริย์พม่าผู้ยิ่งใหญ่

6. พระเจ้าอลองพญา : ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์คองบอง

7. กษัตริย์ และ ราชวงศ์สุดท้ายของพม่า

8. ฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน จากไทยและอังกฤษ

9. ยึด มะริด ทวาย ตะนาวศรี จากไทย

10. Timeline การเสียกรุงครั้งที่ 2 : พระเจ้ามังระตีกรุง

11. สาเหตุของการเอาชนะกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

12. สงคราม 9 ทัพ ทั้ง 9 ทัพมีไรมาทางไหนบ้าง

13. รายพระนาม กษัตริย์พม่าราชวงศ์คองบอง

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

>>> หน้าถัดไป 

ประวัติศาสตร์พม่าจะลงไว้เรื่อยๆตามแต่โอกาศนะครับ ถ้าเกิน 20 หน้าแล้วจะมีลิ้ง

ไปหน้าถัดไปเพื่อไม่ให้ดูเยอะเกินไป ใน 1 หน้า และให้ดูเป็นระเบียบในการเข้ามา

อ่าน ประวัติศาสตร์พม่า